เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 116 - สี่คชสาร ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!

บทที่ 116 - สี่คชสาร ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!

บทที่ 116 - สี่คชสาร ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!


บทที่ 116 - สี่คชสาร ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!

จางหย่วน นายทหารแห่งต้าฉิน สังหารเฉียนลี่ชาง แม่ทัพกองทหารม้าเมฆาคลั่งแห่งเป่ยเยี่ยนแล้ว!

จางหย่วนฆ่าเฉียนลี่ชางสำเร็จ!

เพียงแค่อึดใจเดียว แม้จะมีสัตว์สงครามแห่งจิตยุทธ์ขวางหน้า แต่เขาก็ยังสังหารแม่ทัพใหญ่เป่ยเยี่ยนได้!

ที่หน้าขบวนรบ หวงซือมองภาพตรงหน้าด้วยความอึ้งจนทำอะไรไม่ถูก

ส่วนเหลียงฉี่หยวนนั้นพลังปราณรอบตัวสั่นไหวอย่างรุนแรง ดวงตาฉายประกายเจิดจ้าออกมา

ในวินาทีนั้นเขาสัมผัสได้ถึงพลังของค่ายกลเบื้องหน้าที่เริ่มเสื่อมถอยและพังทลายลง!

นี่คืออาการของค่ายกลที่สูญเสียแม่ทัพใหญ่จนจิตวิญญาณแตกสลายและพลังแห่งเต๋าพังทลายลง!

สีหน้าของเหลียงฉี่หยวนเปลี่ยนจากความเคร่งเครียดกลายเป็นความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความยินดีอย่างหาที่สุดมิได้!

จางหย่วนทำได้สำเร็จในสิ่งที่เขาอยากทำแต่ยังทำไม่ได้!

"ตูม!"

ร่างของจางหย่วนถูกสัตว์สงครามกระแทกจนร่วงลงไปบนรถศึกและชนเข้ากับราวไม้จนพังยับเยิน

เสื้อคลุมชั้นนอกของเขาฉีกขาดจนเผยให้เห็นเกราะนิลไหมทองสีม่วงทองที่สวมอยู่ข้างใน

เขายื่นมือไปคว้าดาบยาวที่ขว้างออกไปก่อนหน้านี้ขึ้นมาพอกระชับดาบไว้มั่น เสาธงแม่ทัพที่ถูกปักจนหักก็ค่อยๆ เอนล้มลงดินอย่างช้าๆ

จางหย่วนยืนตระหง่านอยู่บนรถศึกพร้อมดาบคู่ในมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความทระนงและองอาจอย่างที่สุด

ในตอนนี้ ร่างกายของเขากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์อย่างแท้จริง

หากไม่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยตัวเอง เขาคงไม่มีวันเข้าใจว่าระดับปรมาจารย์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร

พลังปราณแท้และพลังเลือดจำนวนมหาศาลควบแน่นและไหลเวียนผ่านเส้นลมปราณและทั่วร่างกายราวกับแม่ทัพคลั่งที่กำลังควบม้าศึก หรือประดุจสายน้ำจากสวรรค์ที่กำลังถาโถม

เส้นลมปราณแต่ละสายถูกฉีกกระชากออกก่อนจะถูกพลังแห่งเต๋าที่หลั่งไหลลงมาจากฟากฟ้าเข้าโอบอุ้มและซ่อมแซมจนกลายเป็นลำน้ำที่กว้างขวางขึ้น เพื่อรองรับปราณแท้ที่กำลังเดือดพล่าน

จุดตันเถียนถูกพลังแห่งเต๋ากระแทกจนเปิดออกในวินาทีนั้นและขยายกว้างจนกลายเป็นท้องทะเลที่ไร้ขอบเขต

ปราณแท้เริ่มควบแน่น จากเดิมที่เป็นเพียงไอสีฟ้าจางๆ กลับกลายเป็นหยดน้ำฝนที่หนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ

ลมปราณกลายเป็นปราณปกป้องกาย หลอมรวมเข้ากับพลังธาตุจนกลายเป็นพลังสายแกร่งเพื่อสร้างกายทองกระดูกหยก

นี่แหละคือระดับปรมาจารย์!

แก่นปราณและพระธาตุที่ลอยอยู่ในจุดตันเถียนส่องประกายราวกับดวงจันทร์และดวงดาวที่อยู่บนฟากฟ้า แสงสีทองจากพระธาตุผสานเข้ากับปราณแท้ในจุดตันเถียนอย่างงดงาม

กระดูกหยกที่เคยหลอมรวมเข้าสู่จุดตันเถียนได้กลายเป็นมังกรหยกขนาดยักษ์ มันวนเวียนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสลายกลายเป็นหมอกสีหยกตามการชักนำของพลังแห่งเต๋าแล้วกระจายไปทั่วร่างกาย

ในตอนนี้ กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของจางหย่วนเริ่มเปล่งประกายสีทองนวลราวกับหยก และมีแสงสีทองพาดผ่านไปมาอย่างลึกลับ

พละกำลังทางกายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเติมเต็มของลูกปัดเลือดนับร้อยนับพันลูก

เสียงร้องคำรามของช้างศึกดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ในร่างกายของจางหย่วน และมีเงานิมิตของช้างศึกค่อยๆ ผุดขึ้นมาเบื้องหลัง

พลังหนึ่งคชสาร ก้าวสู่ระดับปรมาจารย์วรยุทธ์!

ในวินาทีนี้ จางหย่วนทะลวงผ่านคอขวดของขั้นเหนือมนุษย์และก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์วรยุทธ์ได้สำเร็จแล้ว!

เมื่อเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ หนทางเบื้องหน้าย่อมกว้างไกลและไร้ขีดจำกัด!

นิมิตช้างศึกควบแน่นจนชัดเจน และทันใดนั้น ช้างศึกตัวที่สองก็ปรากฏขึ้น

ตัวที่สอง

ตัวที่สาม

และตัวที่สี่!

นิมิตช้างศึกทั้งสี่ตัวปรากฏขึ้นเบื้องหลังจางหย่วนพร้อมกับนิมิตขุนเขาที่ควบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างทรงพลัง

หนึ่งคชสารมีพลังห้าหมื่นชั่ง จางหย่วนก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์พร้อมกับพลังกายถึงสี่คชสารหรือสองแสนชั่งทันที

ในระดับปรมาจารย์วชิระ คนที่มีพลังกายสูงถึงระดับสี่คชสารนั้น หากไม่เรียกว่าเป็นหนึ่งเดียวในใต้หล้าก็ต้องบอกว่าหาได้ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร

คนส่วนใหญ่เมื่อฝึกวิชาจะเน้นความรวดเร็วในการเลื่อนระดับ ใครจะไปยอมเสียเวลาเคี่ยวกรำพื้นฐานจนมีพลังมหาศาลถึงสี่คชสารได้ขนาดนี้?

ปรมาจารย์ส่วนใหญ่เมื่อทะลวงระดับได้แล้วก็จะมุ่งเน้นไปที่การทำความเข้าใจพลังแห่งเต๋า แค่เวลาที่จะฝึกฝนจิตใจก็แทบไม่พอแล้ว ใครจะไปมียังมีกะจิตกะใจมาฝึกร่างกายกันอีก

ในโลกนี้ ปรมาจารย์วชิระส่วนใหญ่ไม่สามารถรวบรวมพลังได้แม้แต่หนึ่งคชสารด้วยซ้ำไป

มีเพียงจางหย่วนที่มีลูกปัดเลือดและลูกปัดปราณแท้มหาศาลเท่านั้น ที่สามารถเปลี่ยนพวกมันเป็นพลังของตัวเองได้โดยตรงแบบนี้

เมื่อนิมิตสี่คชสารเลือนหายไป ใบหน้าของจางหย่วนก็ปรากฏแววแห่งความเข้าใจแจ้ง

เขาคิดผิดไปจริงๆ

ความจริงเพียงแค่เขาผ่านมหาเคราะห์ปรมาจารย์และใช้นิมิตสวรรค์เป็นตัวชักนำ เขาก็ถือว่าเป็นระดับปรมาจารย์ที่สามารถใช้พลังแห่งเต๋าในการฝึกฝนได้แล้ว

เขาเคยคิดว่าลูกปัดเลือดและลูกปัดปราณแท้นับพันเหล่านั้นคือสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเข้าสู่ระดับปรมาจารย์

แต่มันไม่ใช่เลย สิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่เขาใช้ในการฝึกระดับปรมาจารย์วชิระต่างหาก

ดังนั้น ในตอนนี้เขาไม่ใช่แค่คนเริ่มเข้าสู่ระดับปรมาจารย์วชิระ แต่เขานั้นเข้าสู่จุดสูงสุดของระดับปรมาจารย์วชิระไปเรียบร้อยแล้ว!

อย่างน้อยร่างกายของเขาก็อยู่ในระดับวชิระขั้นสูงสุดแล้ว!

ถึงแม้ความสามารถในการควบคุมพลังแห่งเต๋าหรือการรับรู้พลังในตัวเองอาจจะเพิ่งเริ่มเข้าสู่ระดับปรมาจารย์

และเขาก็อาจจะยังไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของระดับปรมาจารย์ออกมาได้เต็มที่นัก

ทว่าร่างกายของเขานั้น คือระดับวชิระขั้นสูงสุดแน่นอน

ภายในจุดตันเถียน พระธาตุเริ่มสั่นไหวและส่งแสงสีทองหลอมรวมเข้ากับร่างกาย

ด้วยร่างกายระดับวชิระขั้นสูงสุดบวกกับพลังจากพระธาตุ ทำให้วิชากายทองคำของเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงจนกลายเป็นวิชากายทองคำไม่แตกสลาย!

วิชาสายพุทธที่สามารถเดินเหินไปได้ทั่วหล้าโดยไร้ผู้ต่อต้าน!

ในรัศมีหนึ่งร้อยจ้าง ถึงแม้เหล่าทหารจะมองไม่เห็นนิมิตเบื้องหลังจางหย่วน แต่แรงกดดันมหาศาลที่กดลงมาเหนือหัวทำให้แม้แต่ม้าศึกยังต้องส่งเสียงร้องครางเบาๆ ด้วยความหวาดกลัว

นี่คือแรงกดดันจากยอดฝีมือที่แท้จริง แม้แต่ม้าที่มีสัญชาตญาณดียังไม่กล้าเผชิญหน้าตรงๆ

สัตว์สงครามแห่งจิตยุทธ์ของกองทหารม้าเมฆาคลั่งคำรามกึกก้อง พลังเลือดและไอสังหารของกองทัพพุ่งทะยานขึ้นเพื่อพยายามจะต้านทานพลังที่มองไม่เห็นนั้น

เมื่อระดับปรมาจารย์ปรากฏตัวย่อมต้องมีนิมิตฟ้าดินเกิดขึ้น หากไม่ใช่เพราะพลังเลือดและไอสังหารของกองทัพช่วยบดบังไว้ล่ะก็ ในรัศมีร้อยลี้คงจะเกิดเมฆหมอกพัดพาและท้องฟ้าแปรปรวนไปนานแล้ว

ในตอนนั้น เหลียงฉี่หยวนที่ยืนอยู่หน้าขบวนรบขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย

การเปลี่ยนแปลงของพลังในค่ายกลเบื้องหน้านั้นมันดูผิดปกติเกินไป

ทว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าความผิดปกตินี้จะเกิดจากการที่จางหย่วนก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์

เขาไม่มีทางคาดคิดไปถึงระดับนั้นได้เลย

อย่างมากที่สุดที่เขาคิดได้คือการที่แม่ทัพใหญ่ถูกสังหารอาจจะทำให้ค่ายกลของทหารม้าเมฆาคลั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงที่คาดไม่ถึงขึ้นมา

ต่อให้เขาจะฝึกถึงระดับปรมาจารย์มานาน เขาก็ไม่เคยเห็นใครที่สามารถสังหารแม่ทัพท่ามกลางวงล้อมของทหารม้าห้าพันนายได้มาก่อน

ในใต้หล้านี้คงไม่มีใครจินตนาการออกว่า จะมีใครสักคนที่อาศัยช่วงเวลาสังหารแม่ทัพกลางกองทัพมาใช้เป็นโอกาสในการก้าวข้ามมหาเคราะห์ปรมาจารย์และเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ได้สำเร็จแบบนี้

"จางหย่วน นายทหารแห่งต้าฉิน สังหารเฉียนลี่ชาง แม่ทัพกองทหารม้าเมฆาคลั่งแห่งเป่ยเยี่ยนแล้ว..."

เสียงตะโกนก้องราวกับเสียงฟ้าร้องดังแว่วไปไกลถึงสิบลี้จนได้ยินถึงบนกำแพงเมืองเฟิงเทียน

เหล่าชาวบ้านและทหารที่กำลังเร่งขนเสบียงเตรียมป้องกันเมืองต่างพากันเงยหน้าขึ้นมองด้วยความมึนงง

พวกเขาไม่รู้หรอกว่าเสียงตะโกนนั้นมีความหมายยิ่งใหญ่เพียงใด

พวกเขารู้เพียงแค่ว่า เอ้อเหอสังหารศัตรูที่เก่งกาจได้อีกคนหนึ่งแล้ว

"เอ้อเหอสร้างผลงานอีกแล้วงั้นเหรอ?"

"แน่อยู่แล้ว เรื่องสังหารแม่ทัพหน้าขบวนต้องยกให้เอ้อเหอของพวกเราเลย"

เหล่าทหารเก่าจากกองกำลังเกล็ดแดงที่ตอนนี้เป็นองครักษ์ขบวนสินค้าสุนัขจิ้งจอกแดงต่างพากันเงยหน้าและฉีกยิ้มออกมา

สำหรับพวกเขาแล้ว การที่เอ้อเหอสังหารศัตรูมันเป็นเรื่องง่ายเหมือนการกินข้าวเลยทีเดียว

บนกำแพงเมือง ไป๋เส้าถิงและตู้หลิงต่างก็มีสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาจ้องมองไปยังเสาแสงปราณแท้ที่พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในที่ไกลๆ

เฉียนลี่ชางตายแล้ว

กองทหารม้าเมฆาคลั่งสูญเสียผู้นำ ดูเหมือนว่าอำเภอเฟิงเทียนจะพ้นวิกฤตไปได้ชั่วคราว

แต่ทำไมคนที่สังหารเฉียนลี่ชางถึงเป็นจางหย่วนล่ะ?

ไม่ควรจะเป็นระดับปรมาจารย์เป็นคนลงมือหรอกเหรอ?

บนกำแพงเมือง ท่านหญิงเฟิ่งหมิงหันไปมองทิศทางที่มีพลังเลือดพุ่งพล่าน

นางไม่รู้ว่าจางหย่วนฆ่าเฉียนลี่ชางได้อย่างไร แต่นางรู้ดีว่าการสังหารแม่ทัพและแย่งชิงธงรบกลางกองทัพมหาศาลนั้น คือความสามารถที่มีเพียงยอดขุนพลระดับสูงสุดเท่านั้นถึงจะทำได้

ทว่าหลังจากที่สังหารเฉียนลี่ชางแล้ว จางหย่วนจะยังรอดกลับมาได้จริงๆ หรือ?

อิ่งลั่วที่ควบม้าหนีไปได้เพียงไม่กี่ลี้ชะงักม้าศึกและมีสีหน้ามึนงง

หมายความว่ายังไง?

จางหย่วนฆ่าเฉียนลี่ชางได้งั้นเหรอ?

ท่ามกลางกองทัพขนาดนั้น จางหย่วนเอาปัญญาที่ไหนไปฆ่าเฉียนลี่ชางได้?

"ท่านซื่อจื่อรีบไปเถอะครับ เรื่องตรงนี้เรายุ่งไม่ได้แล้ว!" หยางติ้งหยวนตะโกนก้องพร้อมกับคว้าสายบังเหียนม้าของอิ่งลั่วแล้วพากันควบม้าหนีไปข้างหน้าทันที

"มันฆ่าเฉียนลี่ชางได้ยังไง?"

"มันฆ่าเฉียนลี่ชางได้จริงๆ หรือ..."

ขณะที่ม้าศึกพุ่งทะยานไป อิ่งลั่วก็ได้แต่พึมพำออกมาอย่างคนเสียสติ

หากจางหย่วนฆ่าเฉียนลี่ชางได้จริง แผนการทั้งหมดของอิ่งลั่วก็มีโอกาสจะล้มเหลวไม่เป็นท่า!

ใครจะไปคาดคิดว่า แผนการใหญ่ระดับประเทศที่ส่งผลต่อแคว้นทั้งสอง จะต้องมาพังพินาศลงด้วยน้ำมือและความกล้าหาญแบบบ้าบิ่นของคนนิรนามเพียงคนเดียวแบบนี้

"มัน... มันฆ่าท่านแม่ทัพ..."

จนถึงตอนนี้ เหล่าขุนพลบนรถศึกถึงเพิ่งจะได้สติ

แสงสีและเงาที่ปรากฏรอบตัวจางหย่วนมันเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินไป พวกเขาเห็นเพียงแค่แวบเดียวและไม่รู้เลยว่าตอนนี้จางหย่วนก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ไปแล้ว

ต่อให้พวกเขาจะเห็นเงานิมิตช้างศึกที่เป็นสัญลักษณ์ของระดับปรมาจารย์ พวกเขาก็คงไม่มีวันเชื่อเด็ดขาด

ใครที่ไหนจะเพิ่งเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แต่กลับรวบรวมพลังได้ถึงสี่คชสารทันทีแบบนี้?

"มันฆ่าท่านแม่ทัพ!"

มีใครคนหนึ่งแผดเสียงคำรามออกมา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโกรธแค้นหรือเพื่อจะขับไล่ความหวาดกลัวในใจกันแน่

แม่ทัพใหญ่ถูกลอบสังหารท่ามกลางกองทัพ!

ตั้งแต่ก่อตั้งกองทหารม้าเมฆาคลั่งมา ไม่เคยมีแม่ทัพใหญ่คนไหนที่ต้องมาตายอย่างอัปยศกลางกองทัพตัวเองแบบนี้มาก่อนเลย!

"มันฆ่าท่านแม่ทัพ!"

เหล่าทหารรอบรถศึกต่างพากันคำรามลั่น

เหล่าทหารนับพันในขบวนทัพต่างค่อยๆ หันหลังกลับมามอง

พวกเขาเห็นเสาธงที่หักโค่นลงดิน

และเห็นเสาแสงสีแดงเข้มที่พุ่งขึ้นฟ้าอันเป็นสัญญาณของการดับสูญของยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์

ท่านแม่ทัพ ถูกสังหารแล้วจริงๆ...

"ฆ่า!"

บนรถศึก จางหย่วนตวัดดาบคู่ฟันออกไป ร่างของเขาเคลื่อนที่ไปตามคมดาบพุ่งเข้าหาเหล่าขุนพลของกองทหารม้าเมฆาคลั่งที่เหลืออยู่

สัญชาตญาณการต่อสู้ของจางหย่วนนั้นถูกฝึกมาจนถึงขีดสุด เพียงพริบตาเดียวเขาก็ลงมืออีกครั้ง

ขุนพลขั้นเหนือมนุษย์สองนายฝั่งซ้ายรีบถอยหลัง ทว่ายังไม่ทันจะพ้นขอบรถศึก คมดาบของจางหย่วนก็พุ่งถึงตัวแล้ว

ในตอนนี้ง่ามมือของทั้งคู่แตกละเอียดจนแทบจะถือหอกไว้ไม่อยู่ จึงไม่มีทางจะต้านทานดาบของจางหย่วนได้เลย

"ย่าห์!"

ขุนพลคนแรกตะโกนก้อง เขาใช้แขนทั้งสองข้างกอดหอกยาวของตัวเองไว้แล้วพุ่งเข้าปะทะกับคมดาบที่จางหย่วนฟันลงมา

ส่วนอีกคนหนึ่งยอมปล่อยหอกในมือแล้วชกหมัดใส่หน้าอกของจางหย่วนอย่างสุดกำลัง

ทั้งสองคนเป็นพี่น้องร่วมรบที่ต่อสู้คู่กันมานานหลายปี การลงมือจึงประสานกันได้อย่างยอดเยี่ยมถึงขีดสุด

คนหนึ่งยอมสละชีวิต อีกคนหนึ่งเข้าจู่โจมศัตรู

ขุนพลขั้นเหนือมนุษย์อีกสองนายด้านหลังก็ฟาดฟันดาบและหอกเข้าใส่จางหย่วนพร้อมกันเช่นกัน

"ฉัวะ!"

ดาบของจางหย่วนฟันเข้าที่ด้ามหอกของขุนพลที่ยอมตาย คมดาบตัดหอกขาดสะบั้นก่อนจะฟันทะลุผ่านร่างกายของเขาไปอย่างง่ายดาย ชุดเกราะที่ช่วงอกและหน้าท้องฉีกขาดไส้พุงไหลทะลักและกระดูกสันหลังถูกตัดขาดก่อนที่คมดาบจะพุ่งผ่านตัวออกไป

ร่างกายขาดเป็นสองท่อนทันที

ด้วยพลังสี่คชสารในตัว เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ก็คือพลังมหาศาลหลายหมื่นชั่งที่ไม่มีใครต้านทานได้

อย่าว่าแต่ร่างกายมนุษย์เลย ต่อให้เป็นโลหะหรือศิลาล้ำค่าก็คงถูกตัดขาดได้ง่ายเหมือนตัดเต้าหู้!

จางหย่วนใช้ดาบมือขวาขวางที่ไหล่ของขุนพลคนที่สอง ส่วนดาบมือซ้ายถือขวางเพื่อกันหอกที่พุ่งมาจากด้านหลัง และปล่อยให้ดาบอีกเล่มที่ฟันมาจากข้างหลังจามลงบนบ่าของตัวเอง

เบื้องหน้า ขุนพลที่ชกหมัดออกมานั้น หมัดกระแทกเข้าที่หน้าอกของจางหย่วนอย่างจัง

เขาคือขั้นเหนือมนุษย์ตอนกลาง พลังหมัดหนึ่งหมัดเมื่อบวกกับพลังจากค่ายกลมีอานุภาพไม่ต่ำกว่าหนึ่งหมื่นชั่ง

"ปัง!"

จางหย่วนยืนนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว

"เคร้ง!"

คมดาบที่ฟันลงบนบ่าของเขาเกิดประกายไฟกระเด็นกระจายไปทั่ว

ทั้งหนึ่งหมัดและหนึ่งดาบนั้น ไม่สามารถทำอันตรายเขาได้เลยแม้แต่ปลายนิ้ว!

ด้วยเกราะนิลไหมทองที่ได้รับพลังปราณแท้บวกกับวิชากายทองคำไม่แตกสลายที่ฝึกจนถึงจุดสูงสุดพร้อมพลังจากพระธาตุ

ในตอนนี้ต่อให้จางหย่วนจะไม่เรียกใช้พลังปราณปกป้องกายของระดับปรมาจารย์ ยอดฝีมือที่ต่ำกว่าขั้นเหนือมนุษย์ตอนปลายลงมาก็ไม่มีใครสามารถทำลายการป้องกันของเขาได้เลย!

ขุนพลขั้นเหนือมนุษย์ที่ชกหมัดออกมาถึงกับแขนสั่นสะท้าน เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกตะลึง

เขาลงมือเต็มกำลัง แต่กลับไม่ระคายผิวอีกฝ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว...

"ระดับปรมาจารย์..."

มีเพียงระดับปรมาจารย์เท่านั้น ที่จะมีการป้องกันทางร่างกายที่แข็งแกร่งถึงระดับที่น่ากลัวขนาดนี้ได้!

คนตรงหน้าที่สังหารแม่ทัพใหญ่เฉียนลี่ชาง คือระดับปรมาจารย์วรยุทธ์คนหนึ่ง!

ฝ่ายต้าฉิน ส่งระดับปรมาจารย์มาถึงสองคนเชียวหรือ!

ทว่าเขารู้ตัวช้าเกินไปเสียแล้ว ดาบยาวที่วางพาดอยู่บนบ่าของเขาเริ่มวาดคมดาบออกในแนวราบด้วยความเย็นเยียบ

"ฉัวะ!"

จางหย่วนบิดเอวเล็กน้อย แขนขวาเหยียดตรงวาดดาบออกในแนวราบ ส่วนดาบมือซ้ายหมุนไปตามตัววาดผ่านด้านหลัง

ศีรษะขนาดใหญ่ของขุนพลตรงหน้าพุ่งกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเลือดที่พุ่งฉีดขึ้นไป และพลังปราณที่ระเบิดออก ส่วนขุนพลที่ฟันดาบใส่จางหย่วนจากด้านหลังก็ได้แต่ก้มมองหน้าอกตัวเอง

เลือดสดๆ เริ่มพุ่งออกมาจากรอยแผลเล็กๆ ก่อนที่พลังเลือดในอกจะระเบิดออกทันที

ดาบสองเล่ม สังหารคนสองคน

ตั้งแต่จางหย่วนเริ่มลงมือ จนถึงตอนที่ขุนพลขั้นเหนือมนุษย์สามนายบนรถศึกสิ้นชีพ ใช้เวลาไปทั้งหมดเพียงแค่สามอึดใจเท่านั้น

บนรถศึก เสาแสงสีแดงจากพลังเลือดพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าถึงสามสาย

ยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์สามนาย ถูกสังหารแทบจะพร้อมๆ กันในพริบตาเดียว!

จางหย่วนถือดาบคู่ไว้ในมือ สายตากวาดมองขุนพลถือหอกที่เหลืออยู่เบื้องหน้าเพียงคนเดียว ก่อนจะมองออกไปนอกรถศึกไปยังเหล่าทหารม้าเป่ยเยี่ยนที่ตกตะลึงกับภาพการสังหารหมู่จนไม่กล้าก้าวเข้ามาใกล้

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยจิตต่อสู้ที่รุนแรงถึงขีดสุด เขาสะบัดดาบคู่ขวางลำตัวแล้วแผดเสียงตะโกนก้องกัมปนาท

"จางหย่วน นายทหารแห่งต้าฉินอยู่ที่นี่แล้ว ใครกล้าเข้ามาสังหารข้าบ้าง!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 116 - สี่คชสาร ก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!

คัดลอกลิงก์แล้ว