เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 86 - วันนี้ที่ว่าการทหารจะล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก!

บทที่ 86 - วันนี้ที่ว่าการทหารจะล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก!

บทที่ 86 - วันนี้ที่ว่าการทหารจะล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก!


บทที่ 86 - วันนี้ที่ว่าการทหารจะล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก!

งานชุมนุมอะไร แบ่งที่ดินอะไร ความทุ่มเททั้งหมดของนายท่านหกจ้าวกลับถูกตราหน้าว่าเป็นแค่เรื่องตลก!

นี่คือแผนการที่ตระกูลจ้าวร่วมกันวางรากฐานมานานหลายปี เพื่อเป็นบันไดให้เจ้าฉางชุนก้าวขึ้นสู่ระดับที่สูงขึ้นในวิถียุทธ์ และเป็นเส้นทางขยายอำนาจในอนาคตอีกนับร้อยปีของตระกูล

แต่มันกลับเป็นแค่เรื่องตลกงั้นเหรอ?

ในพริบตาเดียวเจ้าฉางชุนก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้าจนนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ

ไอพลังปราณแท้พุ่งพล่านออกมาจากร่าง เจ้าฉางชุนก้าวพรวดเดียวเข้าถึงตัวและคว้าไปที่คอเสื้อของจางหย่วนทันที

“แกหาที่ตายเองนะ—”

ฝ่ามือของเจ้าฉางชุนมีแสงสีเขียวปกคลุมราวกับเกล็ดสัตว์ เลือดลมในกายหลอมรวมกับปราณแท้จนแผ่รังสีอำนาจที่น่าสยดสยองออกมา

เขาราวกับปีศาจที่คลุ้มคลั่ง

นี่ไม่ใช่ระดับพลังที่คนในขั้นเหนือมนุษย์ระดับต้นทั่วไปจะมีได้เลย!

ซ่งเฉวียน ผู้อาวุโสขั้นเหนือมนุษย์จากสำนักเย่ซานหรี่ตาลงและแอบก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างเงียบเชียบ

โชคดีที่เขาฉลาดพอที่จะไม่ขึ้นไปท้าทายคนตระกูลจ้าวในงานชุมนุม

ฝีมือของเจ้าฉางชุนนั้นน่ากลัวจนเกินบรรยายจริงๆ

อีกด้านหนึ่ง สวี่ซานจิ้น ผู้อาวุโสจากสำนักกู่เถียนที่มีระดับพลังขั้นเหนือมนุษย์เช่นกันก็มีท่าทางระแวดระวังและกำหมัดแน่น

ในโลกใบนี้สุดท้ายแล้วคนที่มีหมัดหนักกว่าและมีกำลังมากกว่าคือผู้ชนะเสมอ

จางเอ้อเหออาศัยเพียงตำแหน่งหน้าที่การงานของตัวเองจนกล้าทำตัวโอหังไม่เห็นเจ้าฉางชุนอยู่ในสายตา

เขาคงไม่มีโอกาสได้รู้ไปจนตายว่ายอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์จะฆ่าเขานั้นง่ายยิ่งกว่าบี้มดเสียอีก

พวกหัวหน้าค่ายในจิ่วหลินที่พึ่งพาบารมีของตระกูลจ้าวต่างพากันเผยรอยยิ้มเย็นชาออกมา

โดยเฉพาะเฝิงชวี่ปิ้งและคนอื่นๆ ที่มีชื่ออยู่ในกระดาษแผ่นนั้นต่างก็มีสีหน้าดูแคลนอย่างชัดเจน

“หมับ—”

ฝ่ามือที่พุ่งเข้าใส่ของนายท่านหกจ้าวถูกจางหย่วนรับเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย

เจ้าฉางชุนถึงกับชะงักไป

เขารู้ดีว่าแรงคว้าของเขาเมื่อครู่นี้รุนแรงขนาดไหน

ห้าพันชั่ง

เขามีของวิเศษที่ช่วยเคี่ยวกรำร่างกายมาโดยตลอด พละกำลังในทุกกระบวนท่าของเขาจึงเหนือกว่าคนทั่วไปมาก

มาตรฐานของคนเพิ่งเข้าสู่ขั้นเหนือมนุษย์คือสองพันชั่ง หรือที่เรียกกันว่าหนึ่งแรงวัว

ด้วยแรงกดระดับห้าพันชั่งนี้ ถ้าไม่ใช่ยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ด้วยกันย่อมไม่มีทางรับไว้ได้เด็ดขาด

แต่จางหย่วนกลับหยุดมือของเจ้าฉางชุนเอาไว้ได้ด้วยมือเปล่า!

ยอดเขาจิ่วหลินตกอยู่ในความเงียบงัน ทุกคนต่างเบิกตากว้างจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ

เป็นไปได้ยังไงกัน...

“แก... แกเป็นขั้นเหนือมนุษย์งั้นเหรอ—”

เจ้าฉางชุนร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจและพยายามจะชักมือกลับ แต่กลับพบว่ามือของเขาถูกจางหย่วนล็อกเอาไว้แน่นจนขยับไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว!

จางหย่วนใช้มือขวาบีบมือของเจ้าฉางชุนเอาไว้แล้วบิดข้อมืออย่างรุนแรง

“กร๊อบ—”

ข้อมือของเจ้าฉางชุนหักสะบั้นทันที

นี่คือการบดขยี้ด้วยพละกำลังที่เหนือชั้นกว่าอย่างสิ้นเชิง

แรงบิดของจางหย่วนเมื่อครู่นี้รุนแรงกว่าหมื่นชั่งเสียอีก!

“อ๊าก—”

เจ้าฉางชุนแผดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มืออีกข้างที่เหลือรวบรวมปราณสีเขียวฟาดเข้าใส่หัวของจางหย่วนอย่างสุดกำลัง

แต่จางหย่วนไม่เปิดโอกาสให้เขาได้ทำแบบนั้น

ในการต่อสู้ จางหย่วนไม่เคยให้โอกาสศัตรูได้หายใจเลยแม้แต่นาทีเดียว

เขาใช้มือขวาที่ล็อกเอาไว้กระชากแขนของเจ้าฉางชุนกลับมาอย่างแรง

“แควก—”

แขนข้างหนึ่งของเจ้าฉางชุนถูกกระชากจนขาดออกจากร่างในทันที

ในจังหวะเดียวกับที่แขนขาดกระจุย จางหย่วนก็ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ใช้ไหล่ซ้ายพุ่งชนเข้าไปเต็มแรงพร้อมกับถ่ายเทพลังจากเอวและแผ่นหลัง

อิงพสุธา!

“ตู้ม—”

ร่างของเจ้าฉางชุนกระเด็นลอยละลิ่วไปชนเข้ากับหัวหน้าค่ายโจรอีกสี่ห้าคน ก่อนจะไปกระแทกเข้ากับต้นสนกิ่งคดที่อยู่ห่างออกไปถึงห้าจ้าง

“ฉึก—”

กิ่งไม้ที่หักคาต้นแทงทะลุหลังของเจ้าฉางชุนปักลึกเข้าที่หัวใจและปอดพอดี ร่างของเขาถูกแขวนค้างอยู่บนต้นสนกิ่งคดนั้นอย่างน่าสยดสยอง

ไอพลังปราณแท้ของยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์แผ่กระจายออกมาและพุ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้านับหลายจ้างก่อนจะสลายไป

เขาตายแล้ว

ท่านประมุขตายแล้ว

เจ้าฉางชุน ยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์ผู้ยิ่งใหญ่ในยุทธภพเมืองลู่หยาง ผู้ก่อตั้งพันธมิตรจิ่วหลิน กลับต้องมาจบชีวิตลงอย่างง่ายดายเช่นนี้

เขาตายคาต้นสนกิ่งคด

จางหย่วนลงมือสังหารเขาเหมือนกับบี้มดตัวหนึ่งเท่านั้นเอง

ทั่วทั้งยอดเขาจิ่วหลินเงียบกริบราวกับป่าช้า

ทุกคนต่างลืมหายใจและจ้องมองจางหย่วนสลับกับร่างของนายท่านหกจ้าวที่ยังคงกระตุกอยู่เป็นระยะ

เหตุการณ์ในวันนี้ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าจะจบลงเช่นนี้

ยอดฝีมือระดับไหนกันถึงจะสังหารนายท่านหกจ้าวได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว?

ร่างกายของยอดฝีมือขั้นเหนือมนุษย์แข็งแกร่งกว่ากิ่งไม้ไม่รู้กี่เท่า แถมยังมีปราณแท้คุ้มกันร่างกาย กิ่งไม้ธรรมดาจะแทงทะลุร่างของเขาได้อย่างไร?

สาเหตุเดียวที่เป็นไปได้คือ ในตอนที่จางหย่วนพุ่งชนร่างของเจ้าฉางชุนจนกระเด็น อวัยวะภายในของเขาก็ถูกแรงกระแทกจนแหลกเหลวไปหมดแล้ว

ก่อนที่ร่างจะไปกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ เขาได้สิ้นใจไปก่อนหน้านั้นแล้ว...

ความคิดนี้ทำให้ทุกคนรู้สึกหนาวสั่นไปถึงขั้วหัวใจ

“เฝิงชวี่ปิ้ง ประมุชค่ายอู้ซาน คุมโจรป่ากว่าห้าสิบคน ออกปล้นสะดมชาวบ้านและสังหารผู้คนไปมากมาย ความผิดถึงตาย”

เสียงของจางหย่วนดังขึ้นอีกครั้ง

น้ำเสียงนั้นเรียบเฉยราวกับกำลังพูดเรื่องดินฟ้าอากาศทั่วไป

แต่สำหรับเฝิงชวี่ปิ้งแล้ว มันคือเสียงของมัจจุราชที่มาทวงวิญญาณชัดๆ!

เฝิงชวี่ปิ้งที่กำลังสั่นเทาไปทั้งตัวแผดร้องออกมาด้วยความกลัวแล้วรีบหันหลังหนีสุดชีวิต

จางหย่วนก้าวเท้าเพียงครั้งเดียว พื้นหินใต้เท้าก็แตกกระจาย ร่างของเขาไปโผล่ที่ข้างหลังเฝิงชวี่ปิ้งในพริบตาแล้วซัดหมัดลงไปเต็มแรง

“โพล๊ะ—”

ร่างที่ไร้หัวล้มตึงลงกับพื้นทันที

“กงฉางซู่ หัวหน้าค่ายน้ำไป๋ซานเหอ ประหาร” จางหย่วนหันกลับมาจ้องมองนักรบวัยกลางคนที่กำลังยืนขาสั่นพั่บๆ

“พี่รองไว้ชีวิต—”

คำว่าชีวิตยังไม่ทันออกจากปาก จางหย่วนก็พุ่งผ่านระยะสามจ้างเข้าไปใช้ฝ่ามือตบหัวจนแหลกละเอียด

บนยอดเขาจิ่วหลิน จางหย่วนขานชื่อใครคนนั้นก็ต้องตาย

เสียงลมภูเขาหวีดหวิวสอดประสานกับเสียงฝีเท้าที่รวดเร็วของเขา

เสียงหมัดที่ฉีกกระชากอากาศดุดันและน่ากลัวเคล้าไปกับเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตที่น่าเวทนา

...

ที่เชิงเขาจิ่วหลิน ในจังหวะที่รังสีปราณแท้ของคนบนยอดเขาพวยพุ่งออกมา เฉินอู่ก็รีบหยิบนกหวีดทองแดงขึ้นมาคาบไว้ที่ปาก

“ปรี๊ด—”

เสียงนกหวีดที่แหลมคมดังขึ้นเรียกให้ทุกคนหันมามอง

“ฉึก—”

“ฉึก—”

“ฉึก—”

เสียงลูกธนูหน้าไม้พุ่งทะลุร่างคนดังขึ้นต่อเนื่องกันเป็นชุด

จ้าวอวี้ถูกองครักษ์สองคนพาตัวไปหลบอยู่ในระยะไกล เธอมองดูเหล่าองครักษ์ชุดเกราะดำที่กระจายตัวกันออกมาและจัดแถวเป็นหน้ากระดานพลางระดมยิงหน้าไม้ใส่ฝูงชนอย่างรวดเร็ว

หนึ่งซองบรรจุสิบดอก

ทุกคนระดมยิงจนหมดทั้งสามซองกระสุน ก่อนจะขว้างหน้าไม้ทิ้งและชักดาบยาวที่เอวออกมา

ในตอนนี้ลูกหลานตระกูลจ้าวที่อยู่ข้างเวทีไม้ถูกยิงตายไปกว่าครึ่งแล้ว

เลือดสดๆ ไหลนองพื้นจนกลายเป็นสีแดงฉาน ลูกธนูปักอยู่บนร่างคนเต็มไปหมดราวกับต้นหญ้าในทุ่งนา

เฉินอู่ที่ถือดาบยาวในชุดเกราะดำพุ่งทะยานไปข้างหน้า เบื้องหน้าของเขาคือจ้าวกว่างอวี้ ยอดฝีมือตระกูลจ้าวที่กำลังคำรามลั่นพร้อมกับถือแผ่นไม้หนาเตอะในมือเป็นโล่

เขาคือยอดฝีมือตระกูลจ้าวที่เคยประกาศตั้งรางวัลห้าตำลึงเงินบนเวทีแต่ไม่มีใครกล้าท้าประลองนั่นเอง

เมื่อเหลือระยะห่างเพียงสิบก้าว เฉินอู่ก็ถีบเท้าพุ่งตัวเพิ่มความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน

เพียงหนึ่งก้าวก็ผ่านไปสองจ้าง คนถึงดาบถึง

“เคร้ง—”

ดาบยาวอาศัยแรงส่งจากการพุ่งตัว สองมือกระชับแน่นแล้วฟันลงไปตรงกลางหัวทันที

มันคือวิชาดาบสังหารในกองทัพที่ดุดันและตรงไปตรงมาที่สุด

จ้าวกว่างอวี้ใช้สองมือยกแผ่นไม้ที่เต็มไปด้วยลูกธนูปักอยู่ขึ้นมารับดาบยาวที่ฟันลงมา

“ตู้ม—”

ดาบยาวฟันแผ่นไม้จนขาดครึ่งแล้วลากผ่านกลางกบาลของจ้าวกว่างอวี้ผ่านกระดูกหน้าอกลงไปจนสุด

เพียงดาบเดียว

จ้าวกว่างอวี้ยอดฝีมือตระกูลจ้าวขาดใจตายทันที

พวกลูกหลานตระกูลจ้าวที่ตั้งท่าจะพุ่งเข้ามาช่วยต่างพากันร้องเสียงหลงแล้วพยายามวิ่งหนีเอาตัวรอด

“หมอนี่เก่งขนาดนี้เลยเหรอ...” จ้าวอวี้ที่มองดูอยู่ไกลๆ เห็นชัดเจนว่าเฉินอู่สังหารจ้าวกว่างอวี้ได้ในดาบเดียว

“วิชาดาบขั้นบรรลุ ระดับพลังขั้นพลังกายระดับกลาง ถือว่าเป็นยอดฝีมือรุ่นเยาว์แถวหน้าของเมืองหลวงได้เลยล่ะ” อู๋อี๋ที่ยืนอยู่ข้างหน้าจ้าวอวี้เอ่ยชมเสียงเบา

“จัดกระบวนท่า—”

เสียงของหูซันเหลียงดังขึ้น

องครักษ์เกราะดำห้าคนรวมกันเป็นหนึ่งกลุ่มกระจายตัวออกไปล้อมกรอบเหล่านักสู้ตระกูลจ้าวที่เหลืออยู่

ที่นี่มีจอมยุทธ์ในยุทธภพกว่าสามพันคน

แต่คนทั้งสามพันคนกลับได้แต่นั่งดูเงียบๆ มองดูกลุ่มองครักษ์เกราะดำไล่ล่าสังหารคนตระกูลจ้าวอย่างเป็นระบบ

ดาบและกระบี่ของคนตระกูลจ้าวที่ฟันลงบนชุดเกราะเหล็กกลับทำได้เพียงแค่สร้างประกายไฟขึ้นมาเท่านั้น

แต่กำปั้นที่หุ้มด้วยชุดเกราะเหล็กที่ซัดลงมากลับทำให้ศัตรูถึงกับกระอักเลือดตายทันที

ห้าคนหนึ่งกลุ่ม สามคนโจมตีสองคนป้องกัน การจะสังหารคนในขั้นพลังกายของตระกูลจ้าวหนึ่งคนใช้เวลาเพียงไม่กี่กระบวนท่าเท่านั้น

ภาพที่เกิดขึ้นที่เชิงเขาจิ่วหลินนั้นช่างดูแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

ทหารเกราะดำเพียงร้อยนาย ท่ามกลางสายตาของจอมยุทธ์กว่าสามพันคน กลับสามารถสังหารล้างบางคนตระกูลจ้าวรอบเวทีสูงจนเกลี้ยง

เลือดสดๆ ไหลรวมกันเป็นสายน้ำสายเล็กๆ

...

บนยอดเขาจิ่วหลิน จางหย่วนค่อยๆ ถอนมือที่บีบกระดูกคอของหัวหน้าค่ายโจรคนหนึ่งจนแหลกละเอียดออกมาและค่อยๆ หันหน้ากลับมามองคนอื่น

ยอดฝีมือจากสำนักต่างๆ และหัวหน้ากลุ่มอำนาจที่เหลืออีกกว่าสามสิบคนต่างพากันยืนตัวสั่นพั่บๆ และรู้สึกเย็นวาบไปตามแผ่นหลัง

รอบๆ ตัวจางหย่วนมีร่างไร้วิญญาณนอนระเกะระกะอยู่นับสิบศพ

ทั้งเจ้าฉางชุนขั้นเหนือมนุษย์ กงฉางซู่ขั้นพลังกายระดับปลาย คนที่ตายไปเหล่านี้ไม่มีใครเลยที่มีระดับพลังต่ำกว่าขั้นพลังกายระดับกลาง

“ตระกูลจ้าวแห่งอำเภอจิ่วหลินสร้างความเดือดร้อนไปทั่ว เจ้าฉางชุนแอบอ้างชื่อพยัคฆ์ทมิฬออกปล้นสะดมยุทธภพและยังใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว วันนี้ที่ว่าการทหารได้ทำการล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก ขอให้พี่น้องชาวยุทธภพทุกท่านช่วยเป็นพยานในครั้งนี้ด้วย”

สายตาของจางหย่วนค่อยๆ กวาดมองไปที่ทุกคนพลางเอ่ยถามเสียงเรียบ “มีใครจะคัดค้านไหม?”

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 86 - วันนี้ที่ว่าการทหารจะล้างบางตระกูลจ้าวและพรรคพวก!

คัดลอกลิงก์แล้ว