- หน้าแรก
- ก็ผมมีระบบผู้ช่วยไอดอลสายบันเทิง ผมจะดังแค่ไหนก็ได้
- บทที่ 650 - ทำลายตอร์เรส!
บทที่ 650 - ทำลายตอร์เรส!
บทที่ 650 - ทำลายตอร์เรส!
บทที่ 650 - ทำลายตอร์เรส!
"กร๊อบ!"
"กร๊อบ!"
"กร๊อบ!"
……
เสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทว่าตอร์เรสกลับไม่สามารถส่งเสียงร้องออกมาได้เลยแม้แต่แอะเดียว ดวงตาของเขาเบิกโพลงราวกับตาปลา เส้นเลือดฝอยสีแดงก่ำปรากฏชัดอยู่ในดวงตาทั้งสองข้าง
ข้อต่อต่างๆ ของตอร์เรส ไม่ว่าจะเป็นแขน ขา หรือแม้กระทั่งซี่โครง ล้วนถูกเย่เหวินเซวียนหักจนหมดสิ้น กระดูกทั่วทั้งร่างแทบจะไม่เหลือชิ้นดีเลย
ตามหลักแล้ว เมื่อต้องเผชิญกับความเจ็บปวดแสนสาหัสขนาดนี้ คนทั่วไปก็คงจะสลบเหมือดไปนานแล้ว แต่ทว่าทุกครั้งที่ตอร์เรสกำลังจะหมดสติ เย่เหวินเซวียนก็จะสกัดจุดสำคัญบนร่างกายของเขา เพื่อกระตุ้นให้ตอร์เรสยังคงมีสติรับรู้ความเจ็บปวดต่อไป
เสียงเชียร์ของผู้ชมทั่วทั้งสนามเงียบกริบลง หลายคนถึงกับมือสั่นเทา
มันช่างโหดร้ายทารุณเหลือเกิน...
มันช่างเลือดเย็นเหลือเกิน...
แต่มันช่าง... สะใจชะมัด!
ผู้คนต่างตื่นเต้นและประทับใจไปกับความเด็ดขาดและการกระทำของเย่เหวินเซวียน
ทอลส์ หัวหน้าทีมตัวแทนจากอเมริกาที่อยู่ข้างเวที เมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขาก็รีบตะโกนประท้วงต่อคณะกรรมการตัดสิน "หยุดการแข่งขันเดี๋ยวนี้! นายเย่เหวินเซวียนคนนี้จงใจทำร้ายคู่ต่อสู้ ควรจะตัดสิทธิ์และลงโทษเขาซะ!"
ในตอนนั้นเอง หูหมิงอวี่ก็เดินนวยนาดเข้ามา
"คณะกรรมการทุกท่านครับ ผมจำได้ว่าเมื่อสองวันก่อน ผมก็เคยยื่นเรื่องประท้วงแบบนี้เหมือนกัน แต่ดูเหมือนจะถูกปัดตกไป ผมหวังว่าคณะกรรมการทุกท่านคงจะยังไม่ลืมเรื่องนี้นะครับ?" หูหมิงอวี่พูดอย่างมีนัยยะ
คณะกรรมการตัดสินมองหน้ากัน แม้ว่าพวกเขาจะอยากเข้าข้างทางอเมริกา แต่ถ้าหากพวกเขาตัดสินว่าเย่เหวินเซวียนจงใจทำร้ายคู่ต่อสู้ มันก็ดูจะลำเอียงจนเกินงาม
ยิ่งไปกว่านั้น การแข่งขันครั้งนี้จัดขึ้นบนแผ่นดินหัวเซี่ย หากพวกเขาตัดสินอย่างไม่เป็นธรรม แล้วจะไปสู้หน้ากับผู้จัดการแข่งขันชาวหัวเซี่ยได้อย่างไร
หลังจากสบตากันครู่หนึ่ง หัวหน้าคณะกรรมการก็ส่ายหัวเบาๆ
"ทอลส์ ตอร์เรสยังไม่ได้เอ่ยปากยอมแพ้ และเขาก็ยังไม่หมดสติ ดังนั้นการแข่งขันจะต้องดำเนินต่อไป แม้ว่าการกระทำของเย่เหวินเซวียนจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้ผิดกฎกติกาของการแข่งขันแต่อย่างใด"
ทอลส์ยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก ในใจก่นด่าด้วยคำหยาบคายสารพัด ในที่สุดเขาก็ได้ลิ้มรสความเจ็บปวดแบบเดียวกับที่หูหมิงอวี่เคยเจอเมื่อหลายวันก่อนแล้ว
เมื่อเห็นใบหน้าที่โกรธจัดของทอลส์ หูหมิงอวี่ก็เดินเข้าไปใกล้ทอลส์ด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็นใย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใยว่า "หัวหน้าทีมทอลส์ วันหลังก็ต้องฝึกลูกทีมให้หนักขึ้นกว่านี้นะครับ คุณดูสิ นักกีฬาของคุณช่างอ่อนแอปวกเปียกเหลือเกิน ในเมื่อเป็นนักสู้ จะมาทำตัวสำออยแบบนี้ไม่ได้นะครับ"
หูหมิงอวี่ส่งคืนคำพูดเหน็บแนมที่ทอลส์เคยพูดกับเขาเมื่อหลายวันก่อน กลับคืนให้ทอลส์ทุกตัวอักษร
เมื่อทอลส์ได้ยินคำพูดของหูหมิงอวี่ ใบหน้าของเขาก็แดงก่ำด้วยความโกรธจนแทบจะระเบิดออกมา แต่เขากลับหาช่องทางโต้แย้งไม่ได้เลย เขาจึงแค่นเสียงเย็นชา แล้วเดินจากไปอย่างเกรี้ยวกราด
เมื่อมองดูท่าทางของทอลส์ หูหมิงอวี่ก็รู้สึกสดชื่นราวกับได้ดื่มโคล่าเย็นๆ ในช่วงหน้าร้อน มันช่างสะใจเสียจริงๆ
เขาหันกลับไปมองบนเวที เห็นเย่เหวินเซวียนยังคงสั่งสอนตอร์เรสอยู่ ในใจของเขาก็รู้สึกตื่นเต้นยินดีเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงเริ่มส่งเสียงเชียร์ให้เย่เหวินเซวียนต่อไป
บนเวที เย่เหวินเซวียนกำลังเคลื่อนที่ไปรอบๆ ตัวตอร์เรสอย่างรวดเร็ว ตอร์เรสในตอนนี้เปรียบเสมือนหุ่นไม้ซ้อมมวยของเย่เหวินเซวียน ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล
ตอร์เรสไม่มีเค้าความหยิ่งยโสและโอหังเหมือนก่อนหน้านี้อีกต่อไป แววตาของเขาเต็มไปด้วยการวิงวอนและความสิ้นหวัง
ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับการร้องขอความเมตตาของตอร์เรส เย่เหวินเซวียนกลับไม่รู้สึกสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
หากการขอโทษสามารถแก้ไขปัญหาได้ทุกอย่าง แล้วบนโลกนี้จะมีตำรวจไว้ทำไมล่ะ?
เย่เหวินเซวียนจดจำได้เพียงภาพที่ตอร์เรสเหวี่ยงเยว่จื่ออังอย่างโหดเหี้ยมเมื่อสองวันก่อน และภาพเรือนร่างของเยว่จื่ออังที่เต็มไปด้วยบาดแผล ส่วนเรื่องอื่นๆ... เย่เหวินเซวียนไม่สน!
ในที่สุด เมื่อร่างกายของตอร์เรสไม่มีส่วนไหนเหลือชิ้นดีแล้ว เย่เหวินเซวียนก็หยุดการโจมตีลง
เมื่อไม่มีเย่เหวินเซวียนคอยพยุง ตอร์เรสก็ทรุดตัวลงไปกองกับพื้นราวกับเศษผ้าขี้ริ้ว
เย่เหวินเซวียนยืนหอบหายใจอยู่ข้างๆ ตอร์เรส ช่างเป็นภาพที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ทั่วทั้งสนามเงียบกริบไปชั่วขณะ ก่อนที่เสียงตะโกนเชียร์จะดังกระหึ่มขึ้นทะลุชั้นเมฆ ทุกคนต่างก็ปรบมือให้เย่เหวินเซวียนอย่างสุดกำลัง
"เย่เหวินเซวียนเก่งมาก สะใจโว้ย!"
"เลือดต้องล้างด้วยเลือด คืนสนองเป็นสิบเท่า!"
"ลูกผู้ชายตัวจริง แค้นต้องชำระ บุญคุณต้องทดแทน มีเอกลักษณ์สุดๆ!"
"กรี๊ดๆๆ เซวียนไจ๋หล่อมากกกก หล่อขนาดนี้แล้วฉันจะไปหาแฟนได้ยังไงล่ะเนี่ย!"
……
เสียงโห่ร้องยินดีดังสลับกันไปมา ดังก้องไปทั่วสนามกีฬารังนก
เมื่อนึกถึงท่าทีที่เย่อหยิ่งโอหังของตอร์เรสหลังจากเอาชนะได้เมื่อวันก่อน แล้วนำมาเปรียบเทียบกับสภาพที่ดูไม่ต่างอะไรกับหมาตายของตอร์เรสในตอนนี้ ผู้ชมทุกคนต่างก็รู้สึกตื่นเต้นจนความดันขึ้นกันไปตามๆ กัน
……
ณ บาร์แห่งหนึ่ง ทันทีที่ตอร์เรสล้มพับลงไป ทั่วทั้งบาร์ก็ระเบิดเสียงฮือฮาขึ้นอย่างกึกก้อง
หลายคนที่ถือแก้วเหล้าค้างไว้เป็นสิบนาที ต่างก็กระดกรวดเดียวจนหมดแก้ว
ไม่ว่าจะรู้จักกันหรือไม่ ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นและชนแก้วฉลองกันอย่างสนุกสนาน
ทุกคนในบาร์ต่างตกอยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่ง นี่แหละคือเสน่ห์ของศิลปะการต่อสู้
ในตอนนั้นเอง บาร์เทนเดอร์คนหนึ่งก็ลุกขึ้นยืน แล้วตะโกนเสียงดังว่า "เถ้าแก่บอกว่า เพื่อเป็นการฉลองที่เราล้างอายได้สำเร็จ วันนี้เครื่องดื่มทุกชนิดลดราคา 30%!"
สิ้นเสียงของบาร์เทนเดอร์ บาร์ที่คึกคักอยู่แล้วก็ยิ่งระเบิดเสียงเฮดังลั่นขึ้นไปอีก
ดีเจรีบเปิดเพลงแดนซ์สุดมันส์ เพื่อกระตุ้นให้บรรยากาศในบาร์ยิ่งเร่าร้อนขึ้นไปอีก
ค่ำคืนนี้ จะเป็นคืนที่บ้าคลั่งให้สุดเหวี่ยง!
……
เย่เหวินเซวียนยืนอยู่บนเวที รับฟังเสียงเชียร์จากผู้ชมทั้งสนาม เขาโบกมือทักทายพลางเดินลงจากเวทีไป
ทันทีที่ลงจากเวที หูหมิงอวี่ก็พุ่งเข้ามาสวมกอดเย่เหวินเซวียนอย่างแรง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
แต่เพียงไม่กี่วินาทีต่อมา ทั้งสองคนก็ถูกนักข่าวจากชาติต่างๆ แห่ล้อมเข้ามาจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
นักข่าวแต่ละคนต่างก็พยายามยื่นไมโครโฟนไปจ่อที่ปากของเย่เหวินเซวียน หวังจะได้สัมภาษณ์เป็นคนแรก
"คุณเย่เหวินเซวียน คุณสามารถเอาชนะคุณตอร์เรส ซึ่งเป็นถึงรองแชมป์ในการแข่งขันครั้งก่อนมาได้ ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณมีความมั่นใจที่จะคว้าแชมป์มากแค่ไหนครับ?"
"คุณเย่เหวินเซวียน คุณไม่คิดว่าเมื่อกี้คุณลงมือหนักเกินไปหน่อยเหรอครับ? เราสามารถเข้าใจได้ไหมว่า คุณกำลังแก้แค้นแทนการกระทำของคุณตอร์เรสเมื่อสองวันก่อน?"
"คุณเย่เหวินเซวียน คุณเคยประกาศกร้าวบนโลกออนไลน์ว่า จะให้คุณตอร์เรสชดใช้หนี้เลือดด้วยเลือด เช่นนั้นการกระทำของคุณในวันนี้ ถือว่าเป็นการเตรียมการมาล่วงหน้าใช่ไหมครับ?"
"คุณเย่เหวินเซวียน คุณไม่คิดว่าการกระทำของคุณเมื่อครู่นี้ มันขัดต่อเจตนารมณ์ของการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับโลกเหรอครับ?"
……
เย่เหวินเซวียนถูกกลุ่มนักข่าวห้อมล้อมเอาไว้ เขาต้องเผชิญกับคำถามมากมายจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งถูกสาดซัดเข้ามาด้วยภาษาที่หลากหลาย จนทำให้เย่เหวินเซวียนรู้สึกปวดหัวไปหมด
แต่ที่น่ารำคาญที่สุดก็คือ เย่เหวินเซวียนดันฟังภาษาเหล่านั้นออกหมดนี่สิ
คำถามเหล่านี้ล้วนแต่แหลมคม และหลายๆ คำถามก็เหมือนเป็นการขุดหลุมพรางให้เย่เหวินเซวียนตกลงไป หากเขาตอบคำถามไม่ดีแม้แต่คำถามเดียว ภาพลักษณ์ของเย่เหวินเซวียนก็อาจจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง
เย่เหวินเซวียนยิ้มบางๆ ก่อนจะตอบกลับไปว่า "การแข่งขันนัดนี้ไม่ได้มีปัจจัยอื่นแอบแฝงหรอกครับ ในเมื่อขึ้นเวทีแข่งขัน ก็ต้องทุ่มเทอย่างสุดความสามารถสิครับ ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นการไม่รับผิดชอบต่อตัวเอง และไม่ให้เกียรติคู่ต่อสู้ด้วย"
"แม้ว่าคุณตอร์เรสจะได้รับบาดเจ็บ แต่เขาก็ยังคงยึดมั่นในความเชื่อมั่นที่จะไม่ยอมแพ้ เพื่อเป็นการตอบแทนจิตวิญญาณแห่งวิถีนักสู้อันสูงส่งเช่นนี้ ผมจึงทำได้เพียงใช้กำลังทั้งหมดที่มีเพื่อตอบสนองต่อความตั้งใจของเขา ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นการดูถูกศักดิ์ศรีของคุณตอร์เรสนะครับ"
"แต่สำหรับเรื่องที่คุณตอร์เรสได้รับบาดเจ็บในท้ายที่สุด ผมก็ยังคงรู้สึกผิดและเสียใจจากใจจริงครับ..."
เย่เหวินเซวียนพูดจาฉะฉาน ทว่าเมื่อพูดถึงเรื่องความรู้สึกผิดและความเสียใจ ทุกคนกลับมองไม่เห็นร่องรอยของความรู้สึกเหล่านั้นบนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย...
(จบแล้ว)