เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 85 ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูก่อน ค่อยจดทะเบียนไหม?

ตอนที่ 85 ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูก่อน ค่อยจดทะเบียนไหม?

ตอนที่ 85 ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูก่อน ค่อยจดทะเบียนไหม?


ตอนที่ 85 ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูก่อน ค่อยจดทะเบียนไหม?

 

"ไม่มีอะไร" ลู่หยุนเช่อตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอเลยสักนิด อารมณ์ความรู้สึกถูกปิดบังไว้มิดชิด

ซ่งอวิ๋นชูเบือนหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างรถ ดูบ้านชั้นเดียวริมทางพลางเม้มปากเล็กน้อย

เธอเคยอ่านหนังสือจิตวิทยาเล่มหนึ่งบอกว่า ผู้ชายที่เก็บความรู้สึกเก่งจะมีลักษณะเด่น 3 ประการ คือ หนึ่งปิดกั้นตัวเอง สองมีความต้องการควบคุมสูง และสาม ภายนอกสงบนิ่ง แต่ภายในคลื่นลมพัดแรง การแสดงออกที่ไม่ตรงกับใจจะทำให้พฤติกรรมของพวกเขาดูลึกลับซับซ้อน แน่นอนว่าลักษณะเหล่านี้อาจไม่ได้ปรากฏในผู้ชายเจ้าความคิดทุกคนบางคนอาจจะมีแค่ข้อเดียว

แต่ลู่หยุนเช่อมีอย่างน้อยก็สองข้อแล้ว ส่วนเรื่องความต้องการควบคุมนั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ จึงยังไม่รู้ว่าเขามีหรือไม่

ซ่งอวิ๋นชูสังหรณ์ใจว่า หากต้องใช้ชีวิตร่วมกับเขา เธอคงต้องเล่นเกมทายปริศนาอยู่บ่อยๆ แน่

ใบหน้าที่ดูเหมือนถูกแช่แข็งมานับพันปีท่ามกลางหิมะหมื่นลี้ของลู่หยุนเช่อคนนี้ ช่างสมคำร่ำลือจริงๆ

...

เนื่องจากเอกสารของทั้งสองฝ่ายครบถ้วน การจดทะเบียนจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น ประกอบกับช่วงบ่ายสำนักงานเขตค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีคนเลย ลู่หยุนเช่อและซ่งอวิ๋นชูจึงได้รับใบสำคัญการสมรสอย่างรวดเร็ว

...

แต่ก่อนจะเริ่มทำเรื่อง สีหน้าของลู่หยุนเช่อดูเคร่งขรึมและจริงจังยิ่งกว่าเจ้าหน้าที่ในห้องเสียอีก

เขายืนยันกับซ่งอวิ๋นชูซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่หน้าประตู "คุณคิดดีแล้วจริงๆ ใช่ไหม?"

ซ่งอวิ๋นชูไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงชอบยืนยันซ้ำซากขนาดนี้ เธอจึงย้อนถามกลับไปด้วยอารมณ์แบบเดียวกัน

"คุณเองก็คิดดีแล้วใช่ไหม?"

ลู่หยุนเช่อยืดหลังตรง "ดี ในเมื่อคุณไม่มีความเห็นอะไร งั้นก็ไปกันเถอะ"

เขากำลังจะก้าวข้ามธรณีประตูห้องจดทะเบียน ก็ได้ยินซ่งอวิ๋นชูกระซิบถามเบาๆ "นี่ คุณไม่มี 'ปัญหา' อะไรใช่ไหม?"

หืม? ลู่หยุนเช่อชักเท้ากลับมา "ผมจะมีปัญหาอะไร?"

ซ่งอวิ๋นชูพูดด้วยเสียงที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่จะได้ยิน "ปัญหา... เรื่องอย่างว่าของผู้ชายน่ะ"

ก่อนหน้านี้เธอโดนลู่หยุนเช่อถามจนหงุดหงิด หมายความว่ายังไงกัน?

ถ้าคิดไม่ดีแล้ว ผู้หญิงที่ไหนจะตามคุณมาถึงที่จดทะเบียน?

สินสอดก็ส่งแล้ว ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงแล้ว ทำไมต้องถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า? เธอไม่มีศักดิ์ศรีหรือไง?

ซ่งอวิ๋นชูจงใจย้อนรอยเขา เธอนึกว่าตัวเองสะบัดมีดบินปักเข้ากลางอกผู้ชายคนนี้ ต่อให้หัวใจไม่เจ็บ อย่างน้อยเนื้อตัวเขาก็ต้องสะดุ้งบ้างแหละ ใครจะรู้ว่าลู่หยุนเช่อยังคงวางตัวนิ่งสงบ หลังเหยียดตรงดั่งต้นสน

"ถ้าคุณมีข้อสงสัยในตัวผม เราสามารถ 'ลอง' กันดูก่อนแล้วค่อยมาจดทะเบียนก็ได้ สำนักงานเขตปิดห้าโมงเย็น เวลายังพอมีเหลือเฟือ"

น้ำเสียงของเขาหนักแน่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เช็ดเข้!

สะท้อนกลับมาซะงั้น!

ซ่งอวิ๋นชูรู้สึกเหมือนโดนมีดปักอกตัวเองเข้าอย่างจัง!

ทะลุกลางใจเลย!

เขาพูดว่าอะไรนะ?

ลองกันดูก่อนค่อยจดทะเบียน?

ลู่หยุนเช่อความคิดเปิดกว้างขนาดนี้เลยเหรอ? นี่มันคือ "การทดลองอยู่ก่อนแต่ง" ในยุคศตวรรษใหม่ชัดๆ

เขาพูดเล่นหรือเปล่า?

ไม่!

ไม่นะ!

มุกนี้เธอเล่นด้วยไม่ไหวจริงๆ ซ่งอวิ๋นชูส่ายหัวจนเหมือนพัดลมส่ายหน้า เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้ว "ไม่ต้องการเหรอ?"

เอ๊ะ? ทำไมเขายังไม่จบไม่สิ้นอีกล่ะ?

ซ่งอวิ๋นชูยังคงเงียบ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเขาตรงๆ แต่แล้วเธอก็สังเกตเห็นด้วยหางตา...

มุมปากของผู้ชายคนนี้ยกขึ้นเล็กน้อย เขา... แอบยิ้มอยู่เหรอ?

คนที่ไม่เคยยิ้มเลย ทำไมจู่ๆ ถึงยิ้มล่ะ?

ซ่งอวิ๋นชูนึกถึงคำกล่าวที่ว่า "ยมบาลยิ้มเมื่อไหร่ ความตายก็ยากจะคาดเดา"

สัญญาณเตือนภัยในใจดังระงม เส้นประสาทในหัวเขม็งเกลียวขึ้นมาทันที ลู่หยุนเช่อยังคงรุกไล่ "คุณแน่ใจนะ?"

กดดันกันสุดๆ

ซ่งอวิ๋นชูเค้นคำพูดออกมาจากซอกฟันสามคำ "คุณมันบ้า"

ลู่หยุนเช่อไม่เข้าใจ "ผมไม่ได้บ้า ก็เมื่อกี้บอกแล้วไงว่าลองดูก่อนก็ได้

ซ่งอวิ๋นชูถลึงตาใส่เขาอย่างแรง แล้วเดินนำเข้าไปในห้องจดทะเบียนก่อน

นี่มันอาการ ชายเป็นใหญ่"ขั้นรุนแรงแบบกู่ไม่กลับชัดๆ

เหอะ! ไม่ถือสาคนแบบเขาหรอก

แม้ซ่งอวิ๋นชูกับลู่หยุนเช่อจะโยเยกันอยู่ที่หน้าประตูตั้งนาน แต่พอเข้าไปข้างใน ใช้เวลาแค่ห้านาทีก็จดทะเบียนเสร็จ

เขาไม่ได้พูดจาไร้สาระกับเจ้าหน้าที่เลยสักคำ ทำตัวเหมือนน้ำท่วมปาก

...

พวกเขาเดินถือใบสำคัญการสมรสกันออกมาคนละใบ เดินไปได้ไม่ไกล ลู่หยุนเช่อก็หยุดก้าวและหันมาพูดกับซ่งอวิ๋นชูว่า

"ก่อนจดทะเบียน ผมได้พูดทุกอย่างชัดเจนและถามคุณจนแน่ใจแล้ว คุณไม่มีความเห็นอะไร แต่ตอนนี้ในเมื่อจดทะเบียนกันแล้ว ถ้าวันหลังคุณทำตัวเอาแต่ใจแบบคุณหนู หรือเกิดไปชอบคนอื่นแล้วมาขอหย่ากับผม... ระวังจะเจ็บตัวเอาได้นะ"

เขาพูดจามีเลศนัย

หืม? ดวงตาของซ่งอวิ๋นชู "ฟึ่บฟั่บ" ส่งมีดบินใส่เขาทันที "หมายความว่ายังไงคะ? ถ้าฉันขอหย่า คุณจะตบตีฉันเหรอ?"

มิน่าล่ะถึงได้ถามย้ำนักย้ำหนา ที่แท้ก็มารอขู่กันตรงนี้นี่เอง ลู่หยุนเช่อมองเห็นเปลือกตาสีขาวเนียนของเธอมีรอยแดงเรื่อลามไปจนถึงหางตา ดูคล้ายจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ ลูกกระเดือกของเขาขยับเล็กน้อย

"ผมจะไม่ตีคุณหรอก"

ซ่งอวิ๋นชูถามย้ำ "งั้นที่บอกว่า 'เจ็บตัว' น่ะ หมายความว่ายังไง?"

ลู่หยุนเช่อไม่ตอบ เขาเดินดุ่มๆ นำหน้าไปทันที ทิ้งห่างเธอไปหลายก้าว

เอ๊ะ... ผู้ชายคนนี้ทำไมชอบพูดทิ้งไว้ครึ่งเดียวล่ะ?

เจ็บตัวคืออะไร?

แล้วเรื่อง... ชอบคนอื่น?

เขาไปได้ยินข่าวลืออะไรมาหรือเปล่า?

ซ่งอวิ๋นชูเดินออกจากสำนักงานเขต เห็นลู่หยุนเช่อยืนรออยู่ที่หน้าประตูพอดี

"ไปเถอะ ผมจะไปส่งคุณที่บ้าน" เขาเดินลงบันไดมุ่งหน้าไปยังรถจี๊ปที่จอดอยู่ในลาน

ซ่งอวิ๋นชูยังไม่ทันได้ถามสิ่งที่ค้างคาใจ "ก็ได้ค่ะ"

แต่ในจังหวะที่ก้าวลงบันได เธอเดินพลาดท่า เท้าขวาพลิกเข้าอย่างจัง ความเจ็บปวดแล่นแปลบขึ้นมาที่ข้อเท้าทันที

"โอ๊ย!" ความรู้สึกเคว้งคว้างจากการเสียการทรงตัวทำให้เธอเผลออุทานออกมาเสียงหลง

ลู่หยุนเช่อได้ยินเสียงก็หันกลับมามอง เห็นซ่งอวิ๋นชูนั่งยองๆ อยู่บนพื้น มือกุมข้อเท้าเอาไว้

เขาปรายมองรถจี๊ปที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม รีบกระชากเปิดประตูรถทิ้งไว้ก่อน แล้วจึงเดินตรงมาหาซ่งอวิ๋นชู

"คุณเป็นอะไรไป?"

ซ่งอวิ๋นชูพองลมที่กระพุ้งแก้ม ถลึงตาใส่เขาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

"เท้าแพลงค่ะ"

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้ว "แพลงได้ยังไง?"

"สาเหตุมันสำคัญนักเหรอคะ?"

ซ่งอวิ๋นชูพูดอย่างฉุนเฉียว ใบหน้าขาวเนียนซับสีเลือดด้วยความโกรธ เธอโมโหที่ลู่หยุนเช่อเลือกที่จะไปเปิดประตูรถก่อนจะเดินมาดูเธอ นี่เธอมีค่าน้อยกว่ารถคันหนึ่งหรือไง? หัดยึดถือคนเป็นสำคัญบ้างสิ!

แต่ลู่หยุนเช่อไม่รู้เลยว่าซ่งอวิ๋นชูโกรธเรื่องอะไร คิดเพียงว่าเธอคงเจ็บเท้าจนอารมณ์ไม่ดีเลยพาลใส่เขา ดวงตาหงส์ที่ลุ่มลึกฉายแวววูบไหวเล็กน้อย

"พวกคุณผู้หญิงนี่นอกจากจะบอบบางแล้วยังขี้โมโหด้วย เท้าแพลงเองแท้ๆ แทนที่จะหาสาเหตุที่ตัวเอง ดันมาพาลใส่คนบริสุทธิ์ วันหลังก็เพลาๆ เรื่องรองเท้าส้นสูงลงบ้างเถอะ ไป... ผมจะพาไปหาหมอที่โรงพยาบาล"

"ฉันไม่ได้บอบบางนะคะ"

ซ่งอวิ๋นชูสวนกลับเสียงเย็น "แล้วก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลด้วย แค่ใช้ถุงน้ำแข็งประคบเย็นหน่อย ทานยาเดี๋ยวก็หายแล้ว"

ถุงน้ำแข็ง?

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้วแน่น "เดือนพฤษภาคมแบบนี้ จะไปหาน้ำแข็งมาจากไหน?"

อา...

จริงด้วย ลืมไปเลย ยุค 60 ยังไม่มีตู้เย็นนี่นา

ซ่งอวิ๋นชูทำหน้าเจื่อนเล็กน้อย "งั้นก็ค่อยหาวิธีอื่นแล้วกันค่ะ"

เธอใช้มือยันพื้น เตรียมตัวจะลุกขึ้น แต่ลู่หยุนเช่อกลับคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วดึงขึ้นอย่างแรง

"โอ๊ย!" แม้ซ่งอวิ๋นชูจะยืนขึ้นได้แล้ว แต่ร่างกายกลับแข็งทื่อทันที

แขนมันเจ็บ!

โหย!

มือผู้ชายคนนี้ทำไมเหมือนคีมเหล็กขนาดใหญ่อย่างนี้ล่ะ? เจ็บยิ่งกว่าตอนเท้าพลิกเมื่อกี้เสียอีก

ซ่งอวิ๋นชูยืนนิ่งไม่ขยับ ลู่หยุนเช่อไม่เข้าใจ "เป็นอะไรไปอีก?"

ซ่งอวิ๋นชูกัดฟันพูด "คุณช่วยเบามือหน่อยได้ไหมคะ? แขนของฉันไม่ได้ทำมาจากโลหะนะ"

ลู่หยุนเช่อฉงน "แต่ผมยังไม่ได้ออกแรงเลยนะ? เอาเถอะ จะเบามือให้มากกว่านี้ คุณค่อยๆ เดินไปแล้วกัน"

เขาใช้เพียงสองนิ้วช่วยประคองแขนซ่งอวิ๋นชู เดินมุ่งหน้าไปยังรถจี๊ป ลู่หยุนเช่อแอบบ่นในใจ นี่ขนาดบอกว่าตัวเองไม่บอบบางนะ แค่แตะโดนแขนหน่อยเดียวก็บ่นเจ็บแล้ว แปลกจริงๆ

ร่างกายของผู้หญิงทำไมถึงนุ่มนิ่มขนาดนี้นะ? เหมือนไม่มีกระดูกเลย

 

จบตอนที่ 85

จบบทที่ ตอนที่ 85 ลองใช้ชีวิตด้วยกันดูก่อน ค่อยจดทะเบียนไหม?

คัดลอกลิงก์แล้ว