เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 75 แต่งงานก่อน แล้วค่อยจดทะเบียน?

ตอนที่ 75 แต่งงานก่อน แล้วค่อยจดทะเบียน?

ตอนที่ 75 แต่งงานก่อน แล้วค่อยจดทะเบียน?


ตอนที่ 75 แต่งงานก่อน แล้วค่อยจดทะเบียน?

 

ดวงตาของซ่งอวิ๋นชูเริ่มมีม่านน้ำตาบางๆ มาบดบังทัศนียภาพ ไม่ว่าสิ่งที่คุณน้าซุนพูดออกมาจะมาจากใจจริงทั้งหมดหรือไม่ แต่การได้ยินเช่นนี้ในสถานการณ์แบบนี้มันช่างอบอุ่นหัวใจเหลือเกิน

ซุนซิ่วหลันกล่าวต่อไป

"อวิ๋นชูเด็กคนนี้ขยันและรู้ความ หล่อนกับอวิ๋นเช่อต้องช่วยกันสร้างครอบครัวให้รุ่งเรืองเฟื่องฟูได้อย่างแน่นอนค่ะ"

ซ่งซิ่วเฟิงมองหลานสาวด้วยสายตาภาคภูมิใจ "มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้วครับ อวิ๋นชูของผมว่านอนสอนง่ายมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยหาเรื่องใส่ตัวหรือก่อความเดือดร้อนให้ใครเลย"

เขาพยายามปกป้องภาพลักษณ์ของอวิ๋นชูอย่างเต็มที่ ก่อนจะหันไปทางลู่หยุนเช่อ

"อวิ๋นเช่อ แม้อวิ๋นชูจะรู้ความ แต่หล่อนก็ยังเด็กนัก เพิ่งจะยี่สิบปีเอง หากหล่อนทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง ลูกก็ช่วยอดทนและหนักแน่นกับหล่อนหน่อยนะ"

ลู่หยุนเช่อรับคำหนักแน่น "คุณปู่ครับ สบายใจได้ครับ ผมจะไม่รังแกหล่อนแน่นอน"

ซ่งซิ่วเฟิงพอใจมาก "ดี! มีคำยืนยันจากลูกแบบนี้ ปู่ก็ตกลง พวกลูกสองคนถือเป็นกิ่งทองใบหยกโดยแท้ อวิ๋นชู... หลานล่ะ มีความเห็นยังไงบ้าง?"

เขาหันไปถามความสมัครใจของหลานสาว

"คุณปู่คะ หนูแล้วแต่คุณปู่ค่ะ"

เธอไม่มีข้อโต้แย้ง

ฐานะ "ภรรยาทหาร" ในยุคนี้เปรียบเสมือนบัตรผ่านทางสีเขียวที่ทรงพลังที่สุด เป็นยาถอนพิษชั้นยอดสำหรับฐานะ "คุณหนูตระกูลนายทุน" อันตรายของเธอ อีกทั้งลู่หยุนเช่อยังเคยช่วยชีวิตเธอไว้

หากจะพูดถึงข้อเสีย ก็คงมีแค่ความเย็นชา เก็บอารมณ์เก่ง และไม่ค่อยยิ้มเท่านั้น

แต่ซ่งอวิ๋นชูเตรียมใจไว้แล้ว เย็นชาก็ดี... หน้าร้อนจะได้เย็นสบาย

"ถ้าอย่างนั้นคุณดองครับ ให้เด็กๆ ไปจดทะเบียนกันก่อน แล้วค่อยเลือกวันจัดงานแต่งงานกันเถอะครับ"

ซ่งซิ่วเฟิงเสนอ

"เรื่องนี้..."

ซุนซิ่วหลันแสดงท่าทีลังเลเล็กน้อย ก่อนจะปรึกษาว่า "คุณปู่คะ ฉันคิดว่าเราจัดงานแต่งงานกันก่อนดีไหมคะ? อวิ๋นเช่อเป็นทหาร รายงานขอแต่งงานเพิ่งจะยื่นไปเมื่อวาน ไม่รู้ว่าเบื้องบนจะอนุมัติลงมาเมื่อไหร่"

"จริงด้วย จดทะเบียนต้องใช้ใบรายงานขอแต่งงานนี่นา"

ซ่งซิ่วเฟิงเพิ่งนึกได้ "งั้น... คุณดองครับ มิสู้เรากำหนดวันแต่งงานหลังจากที่รายงานอนุมัติลงมาแล้วดีกว่าไหม?"

เขารู้สึกว่าการจดทะเบียนก่อนเป็นเรื่องที่มั่นคงกว่า หากแต่งก่อนจด มันจะไม่กลายเป็นการข้ามขั้นตอนไปหน่อยหรือ?

เกิดมีปัญหาตอนกองทัพตรวจสอบรายงานขึ้นมาจะทำยังไง?

อวิ๋นชูยังมีชนักติดหลังเรื่องฐานะครอบครัวอยู่ด้วย

ซุนซิ่วหลันตอบ "คุณปู่คะ แต่ฉันก็ไม่ทราบจริงๆ ว่ารายงานจะอนุมัติลงมาวันไหน"

พอได้ยินแบบนี้ ซ่งซิ่วเฟิงก็ยิ่งใจคอไม่ดี

"ไม่เป็นไรครับคุณดอง เรื่องแต่งงานไม่ต้องรีบ รายงานขอแต่งงานคงไม่ใช้เวลาเกินครึ่งเดือนหรอกมั้งครับ? อีกอย่าง ทางผมจะออกเรือนหลานสาวทั้งทีก็ต้องใช้เวลาเตรียมตัวบ้าง"

เขามิได้ต้องการขายหลานสาวกินเพื่อสินสอด ดังนั้นต้องจดทะเบียนให้เรียบร้อยก่อนถึงจะแต่งได้ จะเสี่ยงไม่ได้เด็ดขาด

เผื่อกองทัพไม่อนุมัติขึ้นมา จะไม่เป็นการทำลายอนาคตเด็กหรอกหรือ?

ซุนซิ่วหลันเห็นเขาดึงดันเช่นนั้น จึงหันไปบอกลู่หยุนเช่อ

"อวิ๋นเช่อ ลูกไปโทรศัพท์หาทางกรมตอนนี้เลยสิ ลองถามดูว่ารายงานขอแต่งงานไปถึงขั้นตอนไหนแล้ว? จะอนุมัติลงมาประมาณวันไหน พวกเราจะได้กำหนดวันแต่งงานตามวันที่ในรายงานได้"

วันนี้เธอตั้งใจจะกำหนดวันแต่งงานให้จบเรื่อง ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะเรื่องคำสั่งย้ายไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือนั้นเอาแน่อะไรไม่ได้

"ครับ" ลู่หยุนเช่อรับคำแล้วเดินออกไปข้างนอก ทันใดนั้นเขาก็พบเด็กสาวคนหนึ่งยืนทำท่าทางลุกลี้ลุกลนอยู่หน้าประตู

ก็คือ สวีลี่หมิ่น เด็กสาวที่เพิ่งทะเลาะกับซ่งอวิ๋นชูไปนั่นเอง

พอหล่อนเห็นลู่หยุนเช่อหันมา ก็รีบวิ่งปรู๊ดมุดเข้าห้องฝั่งตะวันออกแล้วปิดประตูลงกลอนทันที

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้ว ยัยเด็กคนนี้เมื่อกี้แอบฟังอยู่ที่กำแพงหรือเปล่า?

นิสัยแบบนี้ไม่ดีเลย แต่เห็นว่าเป็นผู้หญิง ลู่หยุนเช่อจึงไม่เอาความ เขาใช้เรียวขายาวก้าวเดินออกจากบ้านพักรวมไป

เศษอิฐที่เคยหล่นเกลื่อนพื้นลานบ้าน บัดนี้ถูกเรียงเก็บเข้ากองไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ชิดโคนกำแพง

ขยะก็ถูกกวาดจนสะอาดเอี่ยม นี่เป็นคำสั่งที่ลู่หยุนเช่อสั่งให้พลทหารจางเต๋อไห่จัดการ

เพราะเขารู้ดีว่ากองอิฐนั่นล้มลงเพราะความเอาแต่ใจของซ่งอวิ๋นชูที่เตะมันจนคว่ำเอง

ลู่หยุนเช่อสอบถามชาวบ้านแถวนั้นจนรู้ตำแหน่งของสำนักงานเขต

พอเขาเดินพ้นตรอกออกมา ก็เห็นคนราวๆ หลายสิบคนรุมล้อมกันอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ปากตรอก

ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ ทันทีที่พวกเขาเห็นลู่หยุนเช่อเดินออกมา ดวงตากว่าร้อยคู่ก็จ้องเขม็งมาที่เขาพร้อมกัน

ลู่หยุนเช่อชินกับการถูกจ้องมองเช่นนี้ เขาเดินตรงไปยังกลุ่มบ้านชั้นเดียวที่อยู่ตรงข้ามปากตรอกทันที

จังหวะนั้น จางเต๋อไห่ที่นั่งรออยู่ในรถทหารเห็นเขาเข้าพอดี จึงกระโดดลงจากรถ

"ผู้พันครับ! จะไปไหนครับ?" คำว่า "ผู้พัน" คำเดียวทำเรื่องเข้าให้เสียแล้ว ฝูงชนใต้ต้นไม้ใหญ่เกิดอาการ "ฮือฮา" ขึ้นมาทันทีเหมือนน้ำเดือดพล่าน เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังระงม

"เฮ้ย ได้ยินไหม? ผู้พัน! พ่อหนุ่มรูปหล่อคนนี้เป็นถึงผู้พันเชียวนะ!"

"โอ้โห มีผู้พันที่ยังหนุ่มขนาดนี้ด้วย ตาเฒ่าซ่งวาสนาดีจริงๆ ลูกชายอกตัญญูพึ่งพาไม่ได้ แต่คราวนี้ได้หลานเขยเป็นใหญ่เป็นโตแล้ว!"

"ไหนว่าคู่หมั้นอวิ๋นชูเป็นพวกข้าราชการท้องถิ่น เป็นลูกหลานท่านผู้นำอะไรนั่นไง ทำไมกลายเป็นทหารไปได้ล่ะ?"

"นั่นสิ ฉันก็ได้ยินมาแบบนั้น เดี๋ยวตาเฒ่าซ่งออกมาต้องถามให้รู้ความหน่อยว่ามันยังไงกันแน่?"

...

ลู่หยุนเช่อหยุดกึก หันกลับไปมองจางเต๋อไห่แล้วพูดด้วยเสียงเย็นชา "กลับขึ้นรถไป อย่าตามมา"

เขาเป็นคนสุขุมและรักสันโดษมาตลอด ไม่ชอบทำตัวเด่น และยิ่งไม่ต้องการเปิดเผยตำแหน่งต่อหน้าชาวบ้านพวกนี้

แต่คำพูดจางเต๋อไห่เพียงประโยคเดียวก็ป่าวประกาศตำแหน่งของเขาจนรู้กันหมด

ช่างหาเรื่องวุ่นวายให้จริงๆ

"ครับ! ผู้พัน"

จางเต๋อไห่ชะงัก พอเห็นชาวบ้านใต้ต้นไม้เริ่มเดินรี่เข้ามาหา

เขาก็รีบวิ่งกลับขึ้นรถแล้วปิดประตูทันที

เมิ่งอิงเหลียน แม่ของสวีลี่หมิ่นซึ่งอยู่ในกลุ่มคนที่มาสืบข่าวพอดี

พอได้ยินว่าลู่หยุนเช่อเป็นถึงผู้พัน หล่อนก็รีบวิ่งหน้าตั้งกลับบ้านไปแจ้งข่าวลูกสาวทันที

...

ลู่หยุนเช่อเดินไปที่สำนักงานเขต โทรศัพท์เสร็จก็เดินกลับมาที่บ้านตระกูลซ่ง

พอมองเห็นฝูงชนใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ไม่เพียงไม่ลดลงแต่กลับมีวี่แววจะเพิ่มขึ้น เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น

แถวนี้มีคนว่างงานเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?

ลู่หยุนเช่อเดินผ่านไปอย่างไม่สะทกสะท้าน แม้เขาจะมีรังสี "ห้ามเข้าใกล้" แผ่ออกมาโดยธรรมชาติ แต่ก็ยังมีคุณป้าวัยเจ็ดสิบกว่าคนหนึ่งใจกล้าเดินเข้ามาดักหน้า

"พ่อหนุ่ม ป้าขอถามอะไรหน่อยได้ไหม? เธอเป็นแฟนของอวิ๋นชูใช่ไหม?"

ลู่หยุนเช่อหยุดเดิน "ครับคุณป้า ผมเองครับ"

"อุ๊ยตาย ดีจริงๆ" คุณป้ายิ้มร่า "พวกเธอช่างเหมาะสมกันมาก อวิ๋นชูเป็นเด็กดี ป้าเห็นหล่อนมาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เสียอย่างเดียวคือขี้กลัวไปหน่อย แถมยังขี้แยด้วย ต่อไปเธอต้อง..."

ยังพูดไม่ทันจบ ก็มีผู้หญิงวัยกลางคนคนหนึ่งวิ่งมาลากตัวคุณป้าออกไป

"คุณป้าคะ ไปบอกเขาทำไมเนี่ย? รีบกลับไปเถอะค่ะ"

คุณป้าเถียง "ก็ฉันพูดความจริงนี่นา จริงสิ เจ้าตี้ (ชื่อคน) เธอพนันแพ้ฉันแล้วใช่ไหม? พ่อหนุ่มตัวสูงคนนี้แหละคือแฟนอวิ๋นชูตัวจริง รีบเอาไข่ไก่มาให้ฉันสองฟองเลยนะ"

"ให้ก็ได้ๆ"

ผู้หญิงวัยกลางคนเดินกลับเข้าไปในฝูงชน

ไข่ไก่สองฟอง?

ลู่หยุนเช่อไม่เคยนึกมาก่อนเลยว่า วันหนึ่งตัวเขาจะกลายเป็นเป้าหมายในการพนัน

โดยมีเงินพนันเป็นไข่ไก่เพียงสองฟอง

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็พบว่าเพื่อนบ้านแถวนี้ดูจะให้ความสนใจและเป็นห่วงซ่งอวิ๋นชูมาก

การมาสู่ขอและส่งสินสอดของตระกูลลู่ถึงได้กลายเป็นเรื่องสั่นสะเทือนไปทั้งซอยขนาดนี้

ลู่หยุนเช่อเดินพ้นจากฝูงชนมุ่งหน้าเข้าหาตรอก

ทว่า...

เขายังไม่ทันได้เดินเข้าลานบ้าน ก็ถูกดักหน้าไว้อีกครั้ง

คราวนี้เป็นสองแม่ลูกที่เพิ่งมีเรื่องกับซ่งอวิ๋นชูเพราะกองอิฐนั่นเอง

พวกหล่อนยืนเรียงกันอยู่ที่เฉลียงทางเข้า ขวางทางเดินของเขาไว้พอดี

เกิดอะไรขึ้นอีก?

ลู่หยุนเช่อหยุดเท้า ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

เมิ่งอิงเหลียนถามขึ้นอย่างร้อนรน "คุณทหารคะ คุณมาที่บ้านตระกูลซ่งเพื่อสู่ขอจริงๆ ใช่ไหมคะ?"

 

จบตอนที่ 75

จบบทที่ ตอนที่ 75 แต่งงานก่อน แล้วค่อยจดทะเบียน?

คัดลอกลิงก์แล้ว