- หน้าแรก
- คุณหนูใหญ่ยุคหกศูนย์ เมื่อฉันสลับวิวาห์และตามสามีทหารไปพิชิตตะวันตกเฉียงเหนือ
- ตอนที่ 66 ดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่
ตอนที่ 66 ดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่
ตอนที่ 66 ดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่
ตอนที่ 66 ดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่
แววตาของลู่หยุนเช่อฉายแววหงุดหงิด "ดวงตกเจอคนพาล"
"อะไรนะ?"
ลวี่เฟิงหยางงุนงง "เจอคนพาล? คุณทำงานจริงจัง วางตัวดีเยี่ยม ผลงานโดดเด่น ใครจะมาจับผิดคุณได้? อีกอย่างใครจะกล้าแหยมกับคุณ? นั่นมันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ"
ลู่หยุนเช่อดูภายนอกเป็นคนเที่ยงธรรม ดูสงบนิ่งไม่หวั่นไหวต่อลาภยศสรรเสริญหรือคำนินทา
แต่โบราณว่า "รู้หน้าไม่รู้ใจ" นิสัยจริงๆ ของเขานั้นมีแรงย้อนกลับที่รุนแรงมาก
เป็นพวก "บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ"
พูดง่ายๆ คือ เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นและมีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว
ลู่หยุนเช่อพูดว่า "เมื่อคืนวานซืนผมกลับจากซ้อมรบตอนเที่ยงคืน ตอนไปเช็ดตัวในห้องน้ำ หลิวเสี่ยวหลินแอบดูอยู่ข้างนอกประตู แล้วผมจับได้"
เรื่องที่หลิวเสี่ยวหลินแอบดูนั้น เขาไม่ได้บอกกรรมาธิการการเมือง เพราะพฤติกรรมมันเลวร้ายเกินไป
ถ้าแฉออกไปจริงๆ หลิวเสี่ยวหลินไม่เพียงแต่จะเสียชื่อเสียง แต่อาจจะถึงขั้นอยู่ในกองทัพต่อไปไม่ได้
ลู่หยุนเช่อยังถือว่าไว้หน้าและเหลือทางถอยให้หล่อนอยู่บ้าง
"อะไรนะ? แอบดู?" หูของลวี่เฟิงหยางที่ไวต่อเรื่องซุบซิบรีบตั้งชันขึ้นมาทันที
"เที่ยงคืน? เช็ดตัว? หลิวเสี่ยวหลินวิ่งมาที่ห้องน้ำหอพักชายบ้านเราได้ยังไง? อวิ๋นเช่อ ทำไมเมื่อวานผมไม่เห็นคุณเล่าเลยล่ะ?"
ลู่หยุนเช่อส่งสายตารำคาญ "เรื่องพรรค์นี้มีอะไรน่าเล่า? ก็แค่ผู้หญิงคลั่งรักจนทำตัวน่าอาย"
ลวี่เฟิงหยางยังมีคำถามอีก "ในเมื่อคุณไม่บอกใคร แล้วกรรมาธิการรู้ได้ยังไง?"
"นั่นไงผมถึงบอกว่ามีคนแอบรายงานลับๆ แต่คืนนั้นทางเดินมืดสนิท เงียบมาก และไม่เห็นมีใครอยู่นี่นา" ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้วมุ่น
"มืดสนิทเหรอ? อวิ๋นเช่อ คืนนั้นคุณกับหลิวเสี่ยวหลินเกิดอะไรขึ้นในห้องน้ำกันแน่?"
ลวี่เฟิงหยางเริ่มสนใจหนักกว่าเดิม
ดวงตาหงส์ของลู่หยุนเช่อเย็นเยียบปานน้ำแข็ง "เกิดบ้านแกสิ นี่เป็นพวกดูเรื่องสนุกไม่กลัวเรื่องใหญ่ใช่ไหม? ผมก็บอกไปเมื่อกี้แล้วไงว่าหล่อนแอบดูแล้วถูกจับได้ จะมีเรื่องอะไรอีกล่ะ?"
ลวี่เฟิงหยางถูกกระตุ้นความอยากรู้จนถึงขีดสุด "คุณเล่าแค่ตอนต้นเองนี่นา ตรงกลางมันต้องมีรายละเอียดสิ เล่ามาเถอะ เดี๋ยวผมช่วยวิเคราะห์เองว่าใครเป็นคนแทงข้างหลังคุณ?"
"ก็ได้" ลู่หยุนเช่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นทั้งหมดและทิ้งท้ายว่า "เฟิงหยางจริงๆในใจผมมีคนที่สงสัยอยู่แล้วน่าจะเป็นเขา"
"ประจวบเหมาะจริงๆ" ลวี่เฟิงหยางฉายแววตาเจ้าชู้ปนยิ้ม
"ผมก็มีคนในใจเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเราจะคิดถึงคนคนเดียวกันหรือเปล่า?"
ลู่หยุนเช่อเสนอ "เรามาพูดชื่อเขาออกมาพร้อมกันดีไหม?"
"เอาสิ"
ลวี่เฟิงหยางเห็นด้วย
"หม่า—โหย่ว—ไฉ"
ทั้งคู่พูดชื่อออกมาพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียง "ฮ่าๆๆ"
ลวี่เฟิงหยางหัวเราะร่า พลางตบไหล่เพื่อน "สมกับเป็นยอดคนที่เห็นพ้องต้องกัน จิตวิญญาณสื่อถึงกันจริงๆ"
"ใช่" ลู่หยุนเช่อไม่ได้มีความดีใจที่ทายถูก แววตาของเขาดูเข้มขรึมลึกล้ำประดุจมหาสมุทร
"มีแต่เขาที่อยากให้ผมซวย คอยจ้องจะจับผิดผม ตอนต้นปีผมข้ามหน้าเขาจากผู้บังคับกองพันขึ้นเป็นผู้บังคับการกรม เขาต้องขุ่นเคืองใจแน่ๆ ช่วงนี้เจอหน้าผมก็ทำเป็นเมินใส่ตลอด"
"นั่นแหละ พวกคุณมีความสัมพันธ์แบบคู่แข่งกัน รองผู้บังคับการกรมหม่ามีความแค้นสะสม เลยจ้องจะหาโอกาสทำลายคุณ ไอ้คนพาลเอ๊ย สู้ด้วยฝีมือไม่ได้ก็เล่นสกปรก" ลวี่เฟิงหยางกำหมัดแน่น
ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้ว "แต่ตอนนั้นเขาไปแอบอยู่ที่ไหนล่ะ? ทำไมผมถึงไม่สังเกตเห็น?" เขาเจ็บใจตัวเอง
ลวี่เฟิงหยางเบะปาก "คุณคิดว่าเขาเป็นหลิวเสี่ยวหลินเหรอ? หม่าโหย่วไฉน่ะโตมาจากการเป็นทหารพรานสอดแนม (ทหารหน่วยลาดตระเวน) เชี่ยวชาญการพรางตัวที่สุด ที่สุดทางเดินห้องน้ำมีหน้าต่างบานหนึ่งตรงกับห้องน้ำพอดี สิบทั้งเก้าเขาต้องแอบอยู่ตรงมุมกำแพงนั่นแหละ" เขาคาดการณ์
แววตาของลู่หยุนเช่อฉายแววเย็นชาอำมหิต "ถ้าเป็นอย่างที่พูดจริง สิบทั้งเก้าต้องเป็นมันแน่ๆ รอเถอะ ก่อนผมจะไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ผมต้องชำระบัญชีนี้กับมันให้ได้"
คติในการใช้ชีวิตของเขาคือ "คนไม่รุกรานข้า ข้าไม่รุกรานคน หากคนรุกรานข้า ข้าต้องเอาคืน"
"ดี ผมสนับสนุนคุณ เพื่อนรัก มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ" ลวี่เฟิงหยางตอบรับ
ลู่หยุนเช่อเลิกคิ้วมองไปยังเหล่าทหารที่กำลังฝึกซ้อมจนเหงื่อท่วมตัว
"เฟิงหยาง เมื่อกี้ผมขอลาพักกับกรรมาธิการไปหนึ่งวัน พรุ่งนี้คุณเหนื่อยหน่อยนะ คอยคุมทหารฝึกให้จบ"
"อ้าว?" ลวี่เฟิงหยางตกใจ "คุณถึงขั้นลาพักเลยเหรอ? พ่อหนุ่มคลั่งงานที่ทำงาน 365 วันไม่มีวันหยุดอย่างคุณเนี่ยนะจะพัก? เกิดอะไรขึ้น?"
ลู่หยุนเช่อบอก "พรุ่งนี้ผมจะไปสือจวงกับพ่อแม่ เพื่อไปสู่ขอและส่งสินสอดให้ตระกูลซ่ง"
"หา? คุณไปด้วยตัวเองเลยเหรอ?" ลวี่เฟิงหยางเผลอเอามือประคองคาง แทบจะทำขากรรไกรค้าง
"อืม" ลู่หยุนเช่อพยักหน้า
ลวี่เฟิงหยางอยากรู้ใจจะขาด
"เพื่อนรัก คุณคิดยังไงถึงได้ตาสว่าง? ทำไมดูรุกหนักกระตือรือร้นขนาดนี้? ต้องทำเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ?"
ลู่หยุนเช่อสบตากับแววตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจของเพื่อน
"มันก็เรื่องปกติไม่ใช่เหรอ? มีอะไรให้คิดไม่ตก? บ้านไหนแต่งงานส่งสินสอดแล้วฝ่ายชายไม่ไปบ้าง? ผมก็ไม่ได้อยู่ไกลจนกลับมาไม่ได้นี่นา?"
"หึๆ!!!!" ลวี่เฟิงหยางยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม "อวิ๋นเช่อ เมื่อไหร่คุณถึงกลายเป็นคน 'ปกติ' ขนาดนี้ล่ะ? ความไม่ปกติของคุณน่ะคือเรื่องปกติ แต่พอคุณทำตัวปกติแบบนี้แหละที่มัน 'ไม่ปกติ' ที่สุด" เขาพูดวกไปวนมาเหมือนลิ้นพันกัน
ลู่หยุนเช่อส่งสายตากดดัน "แกจะสื่อว่าผมเหมือนคนสติไม่ดีใช่ไหม? หลอกด่าผมทางอ้อมใช่ไหมเนี่ย?"
ลวี่เฟิงหยางรีบอธิบายปนหัวเราะ "ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เรื่องอื่นคุณปกติหมดแหละ ยกเว้นเรื่องผู้หญิงเนี่ยที่มันไม่ปกติ จำได้ไหมตอนหลิวเสี่ยวหลินมาสารภาพรักกับคุณ..."
"หุบปากเรื่องหล่อนซะ!" ลู่หยุนเช่อขัดจังหวะกลางคัน มุมปากกระตุกยิ้มอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
"เฟิงหยาง ผมนึกขึ้นได้ เหมือนเรายังมีบัญชีที่ยังไม่ได้ชำระกันอยู่นะ เรื่องที่แกโดนเตะจนเอวเคล็ดน่ะ หายดีหรือยัง?"
ซวยแล้ว
สัญญาณเตือนภัยดังระงมในหัวของลวี่เฟิงหยาง พอลู่หยุนเช่อยิ้มแบบนี้ทีไร มันคือสัญญาณอันตรายทุกที
เขากำลังจะโดนอัด ลวี่เฟิงหยางรีบถอยกรูด "ยังไม่หาย จะหายเร็วขนาดนั้นได้ยังไง หมอบอกว่ากระดูกและเอ็นต้องพักฟื้นเป็นร้อยวันนะ เอ๊ะ? ผมเห็นทหารคนนั้นแอบอู้งาน เดี๋ยวผมไปจัดการก่อนนะ"
เขาหาข้ออ้างแล้วเดินจ้ำอ้าวหนีไปทันทีโดยไม่หันกลับมามอง
พอลู่หยุนเช่อเห็นลวี่เฟิงหยางหนีไปที่สนามฝึก เขาก็หันหลังเดินกลับไปยังห้องทำงาน พลางคิดหาวิธีพิสูจน์ว่าหม่าโหย่วไฉคือคนเบื้องหลังจริงๆ บทเรียนครั้งนี้ เขาจะไม่ยอมเสียเปรียบฟรีๆ แน่
....
ร้านขายยาสมุนไพรจีนสือจวง
ซ่งอวิ๋นชูเพิ่งจะทักทายเพื่อนร่วมงานเสร็จ แจกขนมกระต่ายขาว ที่ซื้อมาจากปักกิ่งให้พวกเธอเสร็จ ก้นยังไม่ทันแตะเก้าอี้เลย
ก็มีลูกค้าถือใบสั่งยามาที่เคาน์เตอร์ของเธอเพื่อจัดยา ซ่งอวิ๋นชูรับใบสั่งยามาดู หัวแทบจะระเบิดทันที
โอ้โห! เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? มีตัวยารวมๆ แล้วกว่ายี่สิบชนิด
ตัวนี้หนึ่งเฉียน (ประมาณ 3.75 กรัม) ตัวนั้นห้าเฉียน บ้างก็หนึ่งกรัม ห้ากรัม
ชื่อยาส่วนใหญ่ เธอไม่รู้จักมัน และมันก็ไม่รู้จักเธอ
ซ่งอวิ๋นชูมืดแปดด้าน ตายล่ะ!!!
สมุนไพรพวกนี้มันวางอยู่ตรงไหนบ้างนะ?
เธอมองดูลิ้นชักเล็กๆ ที่วางเรียงรายอยู่ด้านหลังเป็นตับ ทั้งซ้ายทั้งขวา ถึงจะมีป้ายแปะไว้
แต่ดูเหมือนเธอควรจะต้องเรียนรู้ก่อนถึงจะเริ่มจัดยาได้ใช่ไหม?
แล้วใบสั่งยานี้จะทำยังไงดี?
ซ่งอวิ๋นชูขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะนึกแผนการได้ เธอรีบก้มตัวกุมท้อง ทำหน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดพลางส่งเสียงคราง
"อื้อออ..."
หลิวลี่อิง ที่อยู่เคาน์เตอร์ข้างๆ เห็นเข้าและได้ยินพอดี จึงถามว่า "อวิ๋นชู เธอเป็นอะไรไป?"
"พี่ลี่อิงคะ จู่ๆ หนูก็ปวดท้องค่ะ ปวดมวนๆ เหมือนบิดเลย สงสัยเมื่อคืนนอนดิ้นผ้าห่มหลุด ท้องเลยโดนลมเย็นน่ะค่ะ"
ซ่งอวิ๋นชูแกล้งทำเป็นปวดจนหลังยืดไม่ขึ้น
หลิวลี่อิงถามด้วยความห่วงใย "อวิ๋นชู เธออยากไปเข้าห้องน้ำหรือเปล่า?"
จบตอนที่ 66