เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50: จับโจรลักพาตัว!

ตอนที่ 50: จับโจรลักพาตัว!

ตอนที่ 50: จับโจรลักพาตัว!


ตอนที่ 50: จับโจรลักพาตัว!

 

ไม่ใช่ว่าซ่งอวิ๋นชูหละหลวมในการป้องกันตัว เธอเองก็รู้ดีว่าหัวขโมยในยุค 60 นั้นมีชุมยิ่งกว่ายุง

โดยเฉพาะในสถานที่ที่ผู้คนหลั่งไหลมาไม่ขาดสายอย่างสถานีรถไฟ

แต่ซ่งอวิ๋นชูคิดว่าบนตัวเธอไม่มีของมีค่าอะไรที่ควรค่าแก่การให้ขโมยยอมเสี่ยงชีวิตขนาดนั้น

ของสำคัญทั้งหมดถูกเก็บไว้ในมิติเรียบร้อยแล้ว ทั้งจักรยานคันเก่ง โทรทัศน์ รวมถึงของขวัญที่ซื้อให้คุณปู่เมื่อวันก่อน

ในถุงผ้าใบข้างกายมีเพียงเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนและซักเท่านั้น

อ้อ ใช่ ยังมีนิยายเรื่อง ความฝันในหอแดง ฉบับเย็บเล่มอีกหนึ่งเล่ม

หนังสือเล่มนี้เธอจงใจเหลือเอาไว้เพื่ออ่านฆ่าเวลาบนรถไฟ

นอกจากนี้ในกระเป๋ากางเกงก็มีเงินติดตัวอยู่ไม่กี่หยวน เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

การแต่งตัวของซ่งอวิ๋นชูก็ดูธรรมดามาก ไม่เหมือนคนรวยเลยสักนิด

จะไปล่อตาโจรได้ยังไง? คิดมากเกินไปแล้ว

ซ่งอวิ๋นชูคิดว่าคุณป้าหุ่นตุ้ยนุ้ยที่นั่งอยู่ข้างๆ ยังจะดูรวยกว่าเธอเสียอีก

อย่างน้อยเนื้อบนตัวคุณป้าก็น่าจะมีราคามากกว่าเธอแน่ๆ

ซ่งอวิ๋นชูจึงไม่ได้ระแวดระวังอะไรเลย รอแล้วรอเล่า

ในที่สุด เสียงประกาศจากพนักงานหญิงที่มีน้ำเสียงนุ่มนวลและชัดถ้อยชัดคำก็ดังขึ้นกึกก้องไปทั่วโถงพักคอย

"เรียนท่านผู้โดยสารโปรดทราบ เรียนท่านผู้โดยสารโปรดทราบ เรียนท่านผู้โดยสารโปรดทราบ"

"รถไฟขบวนที่ 198 จะเข้าสู่ชานชาลาในอีก 30 นาทีข้างหน้า ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านถือตั๋วรถไฟมุ่งหน้าไปยังช่องตรวจตั๋วหมายเลข 3 และโปรดปฏิบัติรักษาวินัยเข้าแถวตรวจตั๋วตามลำดับด้วยค่ะ"

ประกาศเริ่มตรวจตั๋วแล้ว เสียงประกาศรอบแรกยังไม่ทันจบดี

ผู้โดยสารที่นั่งไม่ติดที่อยู่แล้วก็เริ่มขยับเขยื้อนวุ่นวาย

เสียงในโถงพักคอยดังเซ็งแซ่จนน่าปวดหัว บ้างก็แบกสัมภาระ บ้างก็ถือกระเป๋า บ้างก็อุ้มเด็ก

ทุกคนเริ่มเร่งฝีเท้าเดินมุ่งหน้าไปยังช่องตรวจตั๋วหมายเลข 3

มีเพียงซ่งอวิ๋นชูที่ไม่รีบร้อน เธอลุกขึ้นช้าๆ แล้วเดินไปต่อแถวยาวเหยียดนั้น

จะรีบไปทำไม?

รถไฟขบวน 198 ยังต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่กว่าจะเข้าเทียบชานชาลา

ซ่งอวิ๋นชูไม่อยากไปเบียดเสียดกับใคร

...

หลังจากตรวจตั๋วเสร็จ ซ่งอวิ๋นชูถือขั้วตั๋วที่มีรอยฉีกขาดไว้ในมือ เดินตามฝูงชนออกจากช่องตรวจ

จังหวะนี้เอง ไม่ใช่เรื่องที่เธอจะรีบหรือไม่รีบแล้ว เพราะเธอถูกฝูงชนด้านหลังดันให้เดินไปข้างหน้าอย่างเลี่ยงไม่ได้

เฮ้อ!

คนประเทศนี้ใจร้อนกันจริงๆ ซ่งอวิ๋นชูเดินพ้นทางเดินออกมาสู่ชานชาลาที่กว้างขวาง เพิ่งจะรู้สึกผ่อนคลายได้เพียงครู่เดียว

ทันใดนั้น มีชายคนหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากทางรางรถไฟ

"ฟึ่บ!"

เขากระชากถุงผ้าใบในมือเธอไปอย่างแรง รวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด

เอ๊ะ?

ซ่งอวิ๋นชูมองตามหลังชายที่ถือถุงสัมภาระวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วปานลมกรด เธอเพิ่งตระหนักได้ว่านี่คือหัวขโมย!

มันคือการวิ่งราว!

ซ่งอวิ๋นชูเตรียมจะวิ่งตาม แต่กลับถูกใครบางคนชนเข้าอย่างแรงจากด้านหลัง

เธอเสียหลักซวนเซไปข้างหน้าจนเกือบหน้าคะมำ พยายามทรงตัวไว้อย่างสุดความสามารถ

พอมองไปอีกที ไอ้โจรที่ฉกกระเป๋าก็วิ่งห่างออกไปไกลแล้ว

ซ่งอวิ๋นชูโมโหจนจมูกแทบเบี้ยว

ไอ้บรรพบุรุษเอ๊ย!

ไอ้โจรหน้าโง่ที่ไม่มีตาสับปะรด!

ข้างในน่ะมันไม่มีอะไรเลย มีอะไรน่าขโมยนักหนาวะ?!

แต่ถึงจะไม่มีของมีค่า เธอก็ยอมไม่ได้ที่จะให้ใครมาขโมยไปง่ายๆ แบบนี้

ผ้าขนหนู สบู่ซักผ้า ผงซักฟอก สบู่ถูตัว ของจุกจิกพวกนี้ยังอยู่ในนั้นหมด ถ้าหายไปเธอก็ต้องเสียเงินซื้อใหม่

ซ่งอวิ๋นชูเหลือบมองนาฬิกาข้อมือ อีก 20 นาทีกว่ารถจะออก

เธอก็ออกตัววิ่งตามทันที พลางวิ่งพลางตะโกนก้องชานชาลาให้ผู้โดยสารคนอื่นได้ยิน

"ช่วยด้วยค่ะ! จับโจรลักพาตัวที! จับโจรลักพาตัว! มีคนขโมยเด็กทารกเพิ่งคลอดไปค่ะ! คนข้างหน้าที่ใส่หมวกแก๊ป ใส่เสื้อสีน้ำเงิน ตัวเตี้ยๆ นั่นแหละค่ะ!"

"หนูเห็นกับตาเลยค่ะ! เด็กถูกซ่อนอยู่ในถุงผ้าใบนั่น! ช่วยจับโจรลักพาตัวทีค่ะ! ใส่หมวกแก๊ป เสื้อสีน้ำเงิน!"

"จับโจรลักพาตัวเร็ว!"

"จับโจรลักพาตัว!"

"มันขโมยเด็กทารกตัวเล็กๆ ไปค่ะ!"

ซ่งอวิ๋นชูช่างมีเล่ห์เหลี่ยมเหลือร้าย เพื่อขยายผลให้คนสนใจ เธอจงใจโกหกว่าโจรวิ่งราวเป็นโจรลักพาตัว

เพราะในความรู้สึกคนทั่วไป หัวขโมยเทียบไม่ได้เลยกับความน่ารังเกียจของโจรลักพาตัว ยิ่งบอกว่าขโมยเด็กทารกที่เพิ่งคลอด ยิ่งกระตุ้นสัญชาตญาณการปกป้องของฝูงชนได้ดีเยี่ยม ทำให้มีคนช่วยเธอจับโจรมากขึ้นหลายเท่าตัว

ไอ้โจรปล้นชิงคนนี้มาเจอเธอก็เหมือน "ซวยซ้ำซวยซ้อน" ซวยถึงขีดสุดจริงๆ!

เสียงตะโกนของซ่งอวิ๋นชูใสกระจ่าง กังวาน และทรงพลัง มันดังกึกก้องวนเวียนอยู่เหนือชานชาลาครั้งแล้วครั้งเล่า

และมันก็ได้ผลอย่างดีเยี่ยม

"อะไรนะ?!"

ชายหนุ่มเลือดร้อนผมเกรียนคนหนึ่งพอได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของเธอ อารมณ์ก็พลุ่งพล่านทันที

"กลางวันแสกๆ โจรลักพาตัวกล้าขโมยเด็กเลยเหรอ?! มันอยู่ไหนวะ?"

ชายวัยกลางคนคนหนึ่งบอกเขา "น้องสาวคนนั้นบอกว่าคนที่ใส่หมวกแก๊ป เสื้อสีน้ำเงินน่ะ!"

"หมวกแก๊ปเหรอ?"

ชายผมเกรียนมองไปไกลๆ ในขณะที่คนส่วนใหญ่ยืนนิ่ง มีเพียงร่างเดียวที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และเขาสวมหมวกแก๊ป!

"เฮ้ย ผมเห็นมันแล้ว!" เขารีบวิ่งตามไป

ขณะเดียวกัน ชายวัยกลางคนก็เห็นเช่นกัน "ผมก็เห็นแล้ว! มันวิ่งไปทางตะวันออก! ตามไป! จับไอ้ชาติหมานี่ให้ได้ ขโมยเด็กนี่มันชั่วช้าจริงๆ!" เขาก็วิ่งตามไปอีกคน

ตามมาด้วยผู้โดยสารใจดีอีกหลายคนที่เข้าร่วมขบวนการอย่างเงียบๆ กลายเป็นว่า

ด้านหลังซ่งอวิ๋นชูมีกลุ่มคนวิ่งไล่ตามโจร และในไม่ช้าพวกเขาก็วิ่งแซงเธอไป

"ขอบคุณทุกท่านมากค่ะ! ระวัง... ระวังตัวด้วยนะคะ!"

เธอตะโกนขอบคุณอย่างหอบถี่ ผู้ชายเนี่ยวิ่งกันเร็วเหลือเกิน

"น้องสาววางใจเถอะ! ปล่อยเป็นหน้าที่พวกพี่ ไอ้คนชั่วนี่หนีไม่พ้นแน่!"

ชายผมเกรียนผู้ผดุงความธรรมดารู้สึกมีไฟขึ้นมาทันที เขาเร่งฝีเท้าดุจลูกธนูที่พุ่งออกจากคันศร!

"ไอ้หมวกแก๊ป มึงหยุดนะ!"

หมวกแก๊ปเหรอ?

ไอ้หัวขโมยที่กำลังวิ่งโกยอ้าวอยู่บนชานชาลาเหลียวหลังกลับไปมองฝูงชนที่ไล่ตามมา เขารีบกระชากหมวกแก๊ปบนหัวโยนทิ้งทันที ใจเริ่มสั่นขวัญเสีย ขโมยไม่นึกเลยว่ายัยเด็กคนนี้จะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ ถึงขั้นปั้นน้ำเป็นตัวว่าเขาเป็นโจรลักพาตัว?

ทำให้คนแห่มาจับเขาเยอะขนาดนี้!

เขาเปลี่ยนเส้นทาง กระโดดลงจากชานชาลาลงไปที่รางรถไฟ วิ่งตะบึงไปบนรางเหล็ก

ซ่งอวิ๋นชูเห็นโจรโยนหมวกทิ้งจากระยะไกล แต่เธอกลับยิ้มกริ่ม

เธอตะโกนซ้ำอีก "โจรลักพาตัวหัวล้านค่ะ! มันกระโดดลงจากชานชาลาแล้ว! จับมันไว้! รถไฟจะเข้าในอีก 15 นาทีแล้ว!"

เสียงของซ่งอวิ๋นชูมีพลังทะลุทะลวง พุ่งทะยานไปถึงก้อนเมฆ จนแทบทุกคนบนชานชาลาจะได้ยิน

รวมถึงคุณป้าตุ้ยนุ้ยที่นั่งรอรถไฟข้างอวิ๋นชูในโถงพักคอยก็ได้ยินด้วย

ตำแหน่งที่ป้ายืนอยู่ค่อนข้างอยู่ท้ายๆ ซึ่งอยู่ใกล้กับโจรที่สุด

อะไรนะ?

คนขโมยเด็กเป็นคนหัวล้านเหรอ?!

ป้าเพ่งมองไป แล้วก็เห็นคนหัวสะท้อนแสงกำลังวิ่งหนีอยู่ไม่ไกล

"อ้อ ที่แท้แกนี่เองที่ขโมยเด็ก!"

คุณป้ามากับเด็กชายอายุประมาณสิบกว่าขวบ

"แม่ครับ ผมวิ่งเร็ว เดี๋ยวผมไปช่วยวิ่งไล่โจรลักพาตัวด้วยนะ! 15 นาทีน่าจะทัน!"

"ไปเลยลูก"

คุณป้าพยักหน้าเห็นด้วย "ไปจัดการมันเลย โจรลักพาตัวนี่มันน่าแค้นใจที่สุด!"

เด็กชายคนนั้นจึงวิ่งตามไปอีกคน ทีมล่าโจรขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ

คนเยอะพลังแยะ แถมยังมีซ่งอวิ๋นชูคอยชี้เป้าบอกทางให้อย่างแม่นยำ

เดิมทีหัวขโมยคิดจะใช้สภาพภูมิประเทศที่ขรุขระของรางรถไฟสลัดคนที่ตามหลังมาให้หลุด

แต่ในความรีบร้อนก็เกิดความผิดพลาด

ขณะวิ่งไปเขาก็ถูกหมอนรองรางรถไฟเกี่ยวเท้าเข้าอย่างจัง

"ปึก!"

หัวขโมยหน้าทิ่มลงไปกับพื้น หน้าและลำตัวปะทะกับพื้นโลกอย่างเต็มเป้า

ถึงกระนั้น ไอ้โจรคนนี้ก็ยังกอดถุงผ้าใบของซ่งอวิ๋นชูไว้แน่น ยอมตายดีกว่าเสียทรัพย์!

ยังไม่ทันที่มันจะตะเกียกตะกายลุกขึ้น ชายผมเกรียนคนแรกที่ตามมาทันก็พุ่งเข้าชาร์จ ล็อกแขนไพร่หลังกดลงกับรางรถไฟทันที

"ไอ้โจรลักพาตัวชั่วช้า! มึงจะหนีไปไหน!"

ทันใดนั้น เด็กชายวัยสิบกว่าขวบก็พุ่งเข้ามา กระชากถุงผ้าใบในมือโจรออกมาได้สำเร็จ แล้วตะโกนด้วยความดีใจสุดขีด

"ชิงเด็กคืนมาได้แล้ว! ชิงเด็กคืนมาได้แล้ว!"

เพราะตื่นเต้นเกินไป เด็กชายเลยไม่ได้เอะใจถึงน้ำหนักของถุงผ้าใบใบนั้นเลย

 

จบตอนที่ 50

จบบทที่ ตอนที่ 50: จับโจรลักพาตัว!

คัดลอกลิงก์แล้ว