เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 48: เลือดไหลไม่หยุด ส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน

ตอนที่ 48: เลือดไหลไม่หยุด ส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน

ตอนที่ 48: เลือดไหลไม่หยุด ส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน


ตอนที่ 48: เลือดไหลไม่หยุด ส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน

 

อะไรนะ?

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้วเข้ม ดินแดนตะวันตกเฉียงเหนือที่เงื่อนไขความเป็นอยู่แสนทุรกันดารขนาดนั้น ลวี่เฟิงหยางที่เนื้อตัวมีแต่ไขมันขี้เกียจเนี่ยนะจะกล้าไป?

ลู่หยุนเช่อคิดเพียงว่าอีกฝ่ายคงพูดด้วยอารมณ์ชั่ววูบ หรือไม่ก็แค่ล้อเล่น

เขาขยี้บุหรี่จนดับ ดึงลิ้นชักหยิบกระดาษกับปากกาออกมา แล้วเริ่มลงมือเขียนรายงานขอแต่งงาน...

ทว่า ตั้งแต่ถือปากกาขึ้นมาจนผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็ยังไม่ได้จรดหมึกลงไปเสียที

ลู่หยุนเช่อไม่เคยเขียนรายงานขอแต่งงานมาก่อน เลยไม่รู้ว่าต้องเขียนยังไง?

เขารู้สึกเสียใจขึ้นมานิดๆ แล้วว่า เมื่อกี้ไม่น่ารีบไล่ลวี่เฟิงหยางออกไปเลย

ลู่หยุนเช่อดูเวลา ก่อนจะหยิบกระดาษและปากกาเดินออกจากห้องทำงานไป

ณ โรงแรมซิ่งฝู (ความสุข) ในขณะนั้น

ซ่งอวิ๋นชูตื่นขึ้นมานอนเล่นอยู่บนเตียง จ้องมองหลอดไฟ 50 วัตต์บนเพดานพลางเหม่อลอย

เมื่อคืนเธอฝัน ฝันเห็นแม่เถียนตัวตัวกำลังเล่นไพ่นกกระจอก แพ้จนหน้าดำคร่ำเครียดไปหมด

เฮ้อ!

คุณแม่เป็นพวกชอบเล่นไพ่นกกระจอกจริงๆ วันๆ สิงอยู่แต่ในโรงไพ่

เธอหายตัวมาสามวันแล้ว คุณพ่อกับคุณแม่คงจะเสียใจมากแน่ๆ เลยใช่ไหมนะ?

ซ่งอวิ๋นชูเพิ่งจะคิดได้เพียงเท่านี้

ทันใดนั้น...นาฬิกาแขวนแบบกลไกบนผนังก็ดัง "ก๊อง!" ขึ้นมาหนึ่งที

พร้อมด้วยเสียงกังวานสะท้อน ตามมาด้วยอีก 7 ครั้ง

ความคิดถึงของซ่งอวิ๋นชูถูกเสียงระฆังตัดฉับลง เธอต้องกลับมาเผชิญความจริงอีกครั้ง เธอกะพริบตาปริบๆ

วันนี้เธอไม่มีอะไรต้องทำแล้ว เมื่อคืนเรื่องงานแต่งกับตระกูลลู่ก็คุยกันจบเรียบร้อย

เดิมทีวางแผนจะกลับบ้านช่วงบ่าย แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ควรจะเลื่อนให้เร็วขึ้น

คุณปู่ลู่ยังบอกอีกว่า พวกท่านจะรีบไปมอบสินสอดที่สือจวงในเร็วๆ นี้

รีบกลับบ้านไปปัดกวาดเช็ดถูทำความสะอาดเสียหน่อยดีกว่า เผื่อถึงเวลาแขกมาเห็นบ้านช่องรกเรื้อ

มันจะดูไม่งาม

เธอเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่บ้านด้วย อย่างน้อยก็ต้องรู้ว่าไม้กวาด ที่ตักผง ข้าวสาร แป้งหมี่ มันวางอยู่ตรงไหนบ้าง?

ใช่ กลับบ้านกันเถอะ เก็บข้าวของแล้วไปซื้อตั๋วรถไฟกลับบ้าน ร่างเดิมไม่ได้เจอคุณปู่มาหลายวันแล้วด้วย

ซ่งอวิ๋นชูคิดได้ดังนั้นก็รีบลุกขึ้นล้างหน้า แปรงฟัน และเก็บสัมภาระทันที

เธอจงใจเปลี่ยนชุดให้ดูเรียบง่าย ยังคงเป็นเสื้อเชิ้ตสีขาวผ้าเต๋อเก๋อเหลียง กางเกงผ้าเนื้อหยาบสีน้ำเงิน และรองเท้าผ้าใบสีดำพื้นหนาเหมือนแต่ก่อน มีเพียงผมที่รวบขึ้นเป็นมวยต่ำทรงโดนัทแบบง่ายๆ และปักปิ่นหยกไว้ลวกๆ

ซ่งอวิ๋นชูไม่ได้รังเกียจว่าผมเปียสองข้างของร่างเดิมดูเชยหรอกนะ แต่เป็นเพราะเธอถักเปียไม่เป็นต่างหาก

เธอถือถุงผ้าใบที่เก็บของเสร็จแล้วเดินออกจากห้อง ลงมาที่ชั้นหนึ่งเพื่อทำเรื่องคืนห้องที่เคาน์เตอร์เช็กเอาต์

จ้าวฟัง พนักงานต้อนรับเอ่ยถามเธอด้วยสีหน้าลึกลับ

"อวิ๋นชู เมื่อวานบ่ายหาบ้านตระกูลลู่เจอไหมจ๊ะ? กลับมาตอนกี่โมงน่ะ?"

ในใจหล่อนยังคงวนเวียนเป็นห่วงอยู่

ซ่งอวิ๋นชูยิ้มหวาน "พี่จ้าวคะ หาเจอค่ะ กลับมาตอนสองทุ่ม วันนี้หนูจะคืนห้องกลับบ้านแล้วค่ะ"

เธอวางกุญแจห้องลงบนเคาน์เตอร์

จ้าวฟังประหลาดใจ

"จะคืนห้องกลับบ้านแล้วเหรอ?"

หล่อนเพิ่งสังเกตเห็นกระเป๋าเดินทางในมือของซ่งอวิ๋นชู

"ค่ะ"

ซ่งอวิ๋นชูพยักหน้า "เยี่ยมญาติเสร็จก็กลับบ้านค่ะ พักอยู่ที่นี่ต่อก็เปลืองเงิน พี่จ้าวคะ หนูไปก่อนนะ ถ้ามีวาสนาคงได้พบกันใหม่ค่ะ"

เธอโบกมือลา จ้าวฟังมองตามด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ "อวิ๋นชู พี่ขอให้หนูเดินทางปลอดภัยนะจ๊ะ"

"ขอบคุณค่ะพี่จ้าว" ซ่งอวิ๋นชูหันมายิ้มให้ทีหนึ่งก่อนจะผลักประตูเดินออกจากโรงแรมซิ่งฝูไป

"เฮ้อ!" จ้าวฟังเท้าคางมองตามไปที่ประตูพลางถอนหายใจ

"อวิ๋นชูนี่สวยสะพรั่งจริงๆ เลยนะ ดวงตาพราวเสน่ห์ พูดจาน่าฟัง แถมยังฉลาดหลักแหลม สมบูรณ์แบบไปหมด ไม่รู้ว่าต่อไปจะไปตกเป็นของไอ้หมาหนุ่มที่ไหนนะ?"

...

ซ่งอวิ๋นชูออกจากโรงแรม ขี่จักรยานไปแวะร้านอาหารเพื่อทานมื้อเช้า

ระหว่างทางไปสถานีรถไฟหลังจากทานเสร็จ เธอก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้เรื่องหนึ่ง

ตายจริง ลืมเรื่องนี้ไปได้ยังไงเนี่ย?

ซ่งอวิ๋นชูกำเบรกหลังแน่นจนรถหยุดกึ๊ก ใช้ขาเรียวยาวเป็นจุดหมุน กลับรถย้อนไปทางเดิมทันที

มุ่งหน้าสู่เป้าหมายใหม่—ร้านเกี๊ยวหน้าบ้านตระกูลซ่ง

ที่นั่นน่ะควันไฟฟุ้งกระจาย แหล่งรวมข้อมูลชั้นดี

ซ่งอวิ๋นชูอยากสืบข่าวของซ่งหลิงอวี่ หลังจากโทรหาเหอไห่เทาผ่านมาหนึ่งวันหนึ่งคืนแล้ว เวลาเหลือเฟือ

สรุปว่าเขาจัดการให้หรือเปล่านะ?

ถ้าไม่ทำ ซ่งอวิ๋นชูจะจัดเหอไห่เทาเข้าแบล็กลิสต์ทันที

ขุนเขายังคงเดิม สายน้ำยังคงไหลเวียน กระดูกเชิงกรานยังติดกับสะโพก สักวันก็ต้องได้เจอกัน

ถ้ากล้าหลอกแม่ล่ะก็ ต่อไปอย่าหวังว่าจะได้เสวยสุข!

...

สิบนาทีต่อมา ซ่งอวิ๋นชูปรากฏตัวที่ร้านเกี๊ยวหน้าบ้านตระกูลซ่ง เธอนั่งลงสั่งเกี๊ยวไส้ซันเซียน (สามรส) มาหนึ่งชาม

เธอเพิ่งทานอิ่มมา ไม่ได้หิวหรอก แต่เพื่อจะสืบข่าว ต่อให้ไม่หิวก็ต้องสั่ง

เนื่องจากพ้นช่วงเช้าที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วนมาแล้ว ลูกค้าในร้านจึงมีไม่มากนัก มีโต๊ะทั้งหมด 6 ตัว

มีเพียงคุณตาสูงวัยคนหนึ่งกับชายวัยกลางคนผมทรงสนามบิน (เถิกตรงกลาง) นั่งกระจายกันอยู่คนละโต๊ะ

ระหว่างรอเจ้าของร้านต้มเกี๊ยว ซ่งอวิ๋นชูก็เริ่มทักทายคุณตาที่นั่งโต๊ะข้างๆ ซึ่งสวมหมวกสีน้ำเงินทรงเปิ่นซาน (หมวกหัวโล้น) อย่างเป็นกันเอง

"สวัสดีค่ะคุณตา ทานมื้อเช้าช้าจังเลยนะคะ?"

คุณตาที่กำลังทานเกี๊ยวอยู่ พอเห็นสาวสวยชวนคุยก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที เหมือนจะดูเด็กลงไปหลายปี

"อ้อ ใช่จ้ะ ตอนเช้าไม่ค่อยหิว เพิ่งกลับจากไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะมาน่ะ รู้สึกท้องมันว่างๆ เลยมาแวะกินเกี๊ยวสักชามก่อนกลับบ้าน แม่หนูจ๊ะ ตาดูหนูแล้วหน้าไม่ค่อยคุ้นเลยนะ"

ถึงคุณตาจะอายุมากหน่อยแต่สายตายังดีใช้ได้เลยล่ะ ซ่งอวิ๋นชูแต่งเรื่องขึ้นมาได้ทันทีโดยไม่ต้องร่างบท

"คุณตาตาถึงจริงๆ ค่ะ หนูไม่ใช่คนแถวนี้ หน้าไม่คุ้นก็ปกติค่ะ พอดีมาทำงานที่ปักกิ่ง เมื่อวานงานเสร็จแล้ว วันนี้เลยขี่จักรยานเที่ยวเล่นไปเรื่อยน่ะค่ะ มาเมืองใหญ่ครั้งแรก เห็นอะไรก็ดูแปลกตาไปหมด คุณตาคะ นั่นบ้านใครเหรอคะ? ทำไมที่ประตูใหญ่ถึงมีตราประทับกระดาษปิดตาย ไว้แบบนั้นล่ะ?"

เธอวกเข้าเรื่องบ้านตระกูลซ่งได้อย่างแนบเนียนที่สุด พอดีกับที่เจ้าของร้านเกี๊ยวเอามารันส่งเกี๊ยวไส้ซันเซียนมาเสิร์ฟพอดี พอได้ยินคำถามเธอเข้า ก็เลยช่วยเสริมให้

"แม่หนูจ๊ะ นั่นมันบ้านตระกูลซ่ง ถูกศาลสั่งปิดตายเพราะทำความผิดทางเศรษฐกิจน่ะ"

คุณตาก็พูดเสริม "ใช่ ปิดมาสองสามวันแล้วล่ะ"

"อ้าว?"

ซ่งอวิ๋นชูแสร้งทำเป็นตกใจ "ศาลสั่งปิดเหรอคะ? ทำผิดกฎหมายเหรอ? ดูบ้านหลังนี้รวยมากเลยนะคะ เป็นบ้านฝรั่งเสียด้วย สภาพแวดล้อมดีจริงๆ"

"เขาเป็นพวกนายทุน ในบ้านจะไม่มีเงินได้ยังไงล่ะ? ทุกปีรัฐยังให้ดอกเบี้ยตั้งเยอะแยะ"

เจ้าของร้านเกี๊ยวพูดต่อ "แต่มีเงินเยอะก็ไม่ใช่เรื่องดีเสมอไปหรอกนะ เงินเยอะ ศัตรูก็เยอะตาม เมื่อคืนได้ยินว่าคุณชายตระกูลซ่งโดนคนในสถานกักกันจัดการเข้าให้แล้ว"

ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะ งานในมือก็ไม่มี เขาเลยถือโอกาสมานั่งร่วมวงเม้าท์ด้วย

ซ่งหลิงอวี่โดนจัดการเหรอ?

หูของซ่งอวิ๋นชูตั้งชันทันที ดูท่าเจ้าของร้านจะมีข้อมูลที่ฉับไวทีเดียว ถือว่ามาถูกทางแล้ว เธอยังไม่ทันถามต่อเลย

คุณตาก็รีบถามอย่างใจร้อน "เสี่ยวอู๋ คุณชายตระกูลซ่งโดนจัดการในสถานกักกันเหรอ? โดนยังไงล่ะ?"

ซ่งอวิ๋นชูถึงได้รู้ว่าเจ้าของร้านเกี๊ยวแซ่อู๋

เถ้าแก่อู๋ขมวดคิ้วแล้วลดเสียงต่ำลง "คุณตาครับ ผมก็แค่ได้ยินเขามาเหมือนกัน ไม่รู้ว่าจะชัวร์หรือเปล่า เขาว่า 'ข้างล่าง' ของเขาน่ะเลือดไหลไม่หยุดเลย ตำรวจเห็นเข้าเลยรีบส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน ไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?"

คุณพระช่วย!

ซ่งหลิงอวี่... เลือดไหลไม่หยุด?

แถมยังส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วนอีก?

หัวใจของซ่งอวิ๋นชูเต้นวูบลงทันที เหอไห่เทาเล่นแรงไปหรือเปล่านะ?

ถึงขั้นเสียเลือดมากจนหยุดไม่ได้แบบนี้ แสดงว่าลำไส้ใหญ่คงพังยับเยินแน่ๆ และถ้าลำไส้พัง สิ่งปฏิกูลข้างในหลุดออกมาติดเชื้อในช่องท้องล่ะก็...

หากช่วยชีวิตไม่ทันเวลา อาจจะถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย ภาพในหัวของซ่งอวิ๋นชูเริ่มชัดเจนขึ้นมาทันที เธอมองเกี๊ยวไส้ซันเซียนที่ควันพุ่งตรงหน้าแล้ว...

หมดความอยากอาหาร รู้สึกคลื่นไส้ กินไม่ลงแล้วล่ะ

จบตอนที่ 48

จบบทที่ ตอนที่ 48: เลือดไหลไม่หยุด ส่งโรงพยาบาลกู้ชีพด่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว