เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 35: ลู่หยุนเช่อโมโห แย่งรูปคืน!

ตอนที่ 35: ลู่หยุนเช่อโมโห แย่งรูปคืน!

ตอนที่ 35: ลู่หยุนเช่อโมโห แย่งรูปคืน!


ตอนที่ 35: ลู่หยุนเช่อโมโห แย่งรูปคืน!

 

"เอ๊ะ?" หัวใจของซ่งเฟยเฟยกระตุกวูบ นังเด็กผีคนนี้ทำไมถึงเดาแม่นขนาดนี้?

แล้วตอนที่บ้านตระกูลลู่โทรหาคุณปู่ พวกเขาคุยอะไรกันบ้างนะ?

ซ่งเฟยเฟยแสร้งทำสีหน้าเย็นชาเพื่อปกปิดความวัวสันหลังหวะ เชิดคางขึ้นสูง

"เธอพูดจาเลอะเทอะอะไร? ฉันจะมีเวลาที่ไหนไปโทรหาตระกูลลู่ มโนไปเองทั้งนั้น ฉันว่าเธอคงอยากแต่งเข้าบ้านตระกูลลู่จนบ้าไปแล้วล่ะมั้ง! ในเมื่อเธอไม่ไป ฉันไปเอง!"

พูดจบหล่อนก็เดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย แต่ในใจกลับแอบสบถด่า อยากแต่งนักก็แต่งไปเถอะ

ทางสวรรค์มีไม่เดิน ดันอยากจะรนหาที่ลงนรกเอง!

แต่งกับลู่หยุนเช่อไม่ถึงครึ่งปี ได้กลายเป็นแม่ม่ายแน่นอน!

ไม่อย่างนั้นผู้ชายดีๆ แบบนั้นจะเหลือมาถึงมือเธอเหรอ?

จะว่าไป ทั้งหน้าตาและรูปร่างของลู่หยุนเช่อน่ะ ตรงสเปกของหล่อนทุกระเบียดนิ้ว ถ้าอยู่ในยุคปัจจุบัน ก็คือหนุ่มล่ำที่แผ่รังสีดึงดูดทางเพศรุนแรง เป็นฮอร์โมนเดินได้ชัดๆ!

ซ่งเฟยเฟยนึกถึงครั้งแรกที่เจอเธอก็ถูกเขาดึงดูดจนถอนตัวไม่ขึ้น แต่ทว่า...

พอนึกถึงชาติที่แล้ว หัวใจของหล่อนก็เจ็บจี๊ดขึ้นมา จนร่างกายโงนเงนไปวูบหนึ่ง

ซ่งอวิ๋นชูไม่ได้ไล่ตามไป เธอยืนมองแผ่นหลังของซ่งเฟยเฟยที่เดินจากไป

จังหวะก้าวเดินตอนแรกยังดูมั่นคงดี แต่เดินๆ ไปเริ่มดูลนลานและเร่งรีบ

แม้การแสดงออกของซ่งเฟยเฟยเมื่อครู่จะไม่มีพิรุธที่ชัดเจน แต่ซ่งอวิ๋นชูมีวิจารณญาณของตัวเอง

คืนที่ตระกูลซ่งถูกตรวจสอบ หล่อนต้องถูกปล่อยตัวกลับบ้านแน่นอน

คงจะหัวหมอแอบโทรไปหาตระกูลลู่เพื่อกลับดำเป็นขาว และสาดโคลนใส่เธอ

แต่ดูเหมือนโคลนถังนี้จะสาดไม่เข้าเป้า แถมยังส่งผลตรงกันข้ามเสียด้วย

ตระกูลลู่นอกจากจะไม่โกรธแล้ว ยังตกลงเรื่องสลับคู่หมั้นอีกเหรอ?

ฮ่าๆ...เรื่องดวงนี่มันก็เป็นศาสตร์ที่ลี้ลับจริงๆ นะเนี่ย นี่แหละที่เขาว่า

"ตั้งใจปลูกดอกไม้ ดอกไม้ไม่บาน แต่ไม่ได้ตั้งใจปลูกหลิว หลิวกลับแตกกิ่งก้าน"

จริงสิ! ลู่หยุนเช่อคนนี้ จะใช่ทหารคนที่ช่วยเธอไว้ที่ปากซอยวันนั้นหรือเปล่านะ?

ซ่งอวิ๋นชูอยากรู้คำตอบจริงๆ

...

ณ ขณะนั้น

หอพักนายทหารในค่ายทหารแถบชานเมืองปักกิ่ง ห่างออกไป 30 กิโลเมตร

ลู่หยุนเช่อกินมื้อเที่ยงเสร็จก็นอนพักสายตาอยู่บนเตียง คิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยในบางครั้งแสดงให้เห็นว่าในใจของเขาตอนนี้ไม่ได้สงบนิ่งเลย ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออก

"หยุนเช่อ"

ลวี่เฟิงหยาง เดินดุ่มๆ เข้ามาในห้องเหมือนลมพัด ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลซองหนึ่ง "ฉันมาแล้ว"

เขาทักทายพลางลากเก้าอี้มานั่งลงฝั่งตรงข้าม

ดวงตาหงส์เรียวยาวของลู่หยุนเช่อลืมขึ้นเพียงเล็กน้อย ก่อนจะหลับลงตามเดิม ลวี่เฟิงหยางถามด้วยความห่วงใย

"เป็นอะไรไป? ดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเลยนะ เมื่อคืนกลับบ้านไปโดนเร่งเรื่องแต่งงานมาอีกแล้วใช่ไหมล่ะ?" เขาเดาเอา

ลู่หยุนเช่อไม่พูดอะไร ถือเป็นการยอมรับโดยปริยาย

"เฮ้อ" ลวี่เฟิงหยางถอนหายใจ "ถ้าไม่ใช่เพื่อนสนิท ฉันคงไม่รู้เลยว่านายต้องทนรับแรงกดดันทางจิตใจขนาดนี้ ลูกผู้ชายมันต้องสร้างตัวก่อนค่อยสร้างครอบครัว อายุยี่สิบหกจะรีบไปไหน? พ่อแม่ฉันไม่เคยเร่งเรื่องแต่งงานเลยสักครั้ง"

เขาบ่นแทนเพื่อน

ลู่หยุนเช่อขยับริมฝีปากบาง "นั่นก็เพราะนายอายุน้อยกว่าฉันปีหนึ่ง และยังไม่มีพันธะสัญญาหมั้นหมาย แต่หลังจากนี้ฉันคงไม่โดนเร่งแล้วล่ะ"

ลวี่เฟิงหยางไม่เข้าใจ "หมายความว่าไง? คำสั่งย้ายของนายออกแล้วเหรอ?"

"ไม่เกี่ยวกับคำสั่งย้ายหรอก ฉันตกลงจะแต่งงานแล้ว"

น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์ของลู่หยุนเช่อแฝงไปด้วยความเนือยๆ

"อะไรนะ?"

ดวงตาเจ้าเสน่ห์ของลวี่เฟิงหยางฉายแววประหลาดใจ "ตกลงแต่งงาน? นายคิดตกได้ยังไงเนี่ย?"

"ไม่ได้คิดตกหรอก แต่คนในสัญญาหมั้นหมายเปลี่ยนคนแล้วน่ะ"

ในที่สุดลู่หยุนเช่อก็ลืมตาขึ้น ดวงตาหงส์ลุ่มลึกทอประกายเงางามดุจหินนิล

""

ลวี่เฟิงหยางยิ่งตกใจหนักกว่าเดิม "เปลี่ยนคน? ไม่ใช่ซ่งเฟยเฟยแล้วเหรอ? นายเป็นคนขอเปลี่ยนเองเหรอ?"

"เปล่า"

ลู่หยุนเช่อส่ายหน้า "ฉันไม่ได้ขอ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้แน่ชัดว่าใครเป็นคนเสนอ มันดูวุ่นวายไปหมด แต่ที่ยืนยันได้คือ ซ่งเฟยเฟยไปจดทะเบียนกับเยี่ยนไห่ชวนแล้ว เพราะฉะนั้นคู่หมั้นของฉันเลยเปลี่ยนเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลซ่ง—ซ่งอวิ๋นชู"

เขากับลวี่เฟิงหยางนอกจากจะเป็นสหายร่วมรบที่เคยผ่านเป็นผ่านตายมาด้วยกันแล้ว พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายยังเป็นเพื่อนร่วมงานที่สนิทกันมาก ปกติมีเรื่องกลุ้มใจอะไรก็จะปรึกษากันเสมอ ลู่หยุนเช่อเล่าเรื่องการสลับคู่หมั้นให้ฟัง และทิ้งท้ายว่า

"ถึงฉันจะตกลงแต่งงาน แต่ฉันก็ให้พ่อแม่ไปบอกซ่งอวิ๋นชูแล้วนะเรื่องที่ฉันกำลังจะโดนย้ายไปภาคตะวันตกเฉียงเหนือ ไม่ต้องแยกกันอยู่ก็ต้องย้ายตามไปอยู่ที่ค่าย ถ้าเธอตกลง ก็ให้แต่งงานกันก่อนที่ฉันจะย้ายไป จะได้จบเรื่องที่ทางบ้านกังวลเสียที"

แต่เขาหารู้ไม่ว่า แม่ของเขาที่โทรไปหาคุณปู่ของซ่งอวิ๋นชูน่ะ ไม่ได้พูดประโยคนี้ออกไปเลยสักคำ!

"เรื่องมันเป็นแบบนี้นี่เอง" ลวี่เฟางหยางหัวเราะร่า "พวกเศรษฐีนี่เล่นอะไรกันแปลกๆ เรื่องแบบนี้ก็สลับกันได้ด้วย ฮ่าๆ แปลกใหม่จริงๆ"

"มันก็น่าเหลือเชื่อจริงๆ นั่นแหละ" ลู่หยุนเช่อเห็นด้วย

ลวี่เฟิงหยางถามต่อ "หยุนเช่อ นายรู้จักซ่งอวิ๋นชูไหม?"

ลู่หยุนเช่อส่ายหน้า

"ไม่รู้จัก แม่บอกว่าหลังจากอายุห้าขวบ ซ่งอวิ๋นชูก็ไปอยู่ที่บ้านคุณปู่คุณย่าที่สือจวงมาตลอด"

ลวี่เฟิงหยางถามอีก "ซ่งอวิ๋นชูสวยไหม?"

แววตาของลู่หยุนเช่อหม่นลง "ทำไมนายถึงได้หยาบคายแบบนี้ล่ะ? เมียอัปลักษณ์เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ใกล้บ้าน นายไม่เคยได้ยินหรือไง?" (หมายถึงภรรยาที่หน้าตาธรรมดาจะทำให้บ้านสงบสุข ไม่ต้องกังวลเรื่องชู้สาว)

"ฮ่าๆ"

ลวี่เฟิงหยางหัวเราะอีก "นี่พูดจากใจจริงเหรอ? อยากได้เมียขี้เหร่? ตอนกลางคืนนายจะลงมือทำใจไหวเหรอเพื่อน? ฉันไม่เชื่อหรอก"

"ไม่เชื่อก็ช่าง" ลู่หยุนเช่อหลับตาลงอีกครั้ง เขาแค่ไม่อยากฟังลวี่เฟิงหยางวิพากษ์วิจารณ์เรื่องรูปร่างหน้าตาของซ่งอวิ๋นชู

"เฮ้อ ไม่อยากพูดด้วยอีกล่ะ นิสัยแบบนี้นะแต่งงานไปนายคงไม่ได้ปล่อยให้เจ้าสาวนอนเหงาแบบนี้หรอกนะ? เอ้า นี่ จดหมายที่หลิวน้อย (หลิวเสี่ยวหลิน) ฝากมาให้"

ลวี่เฟิงหยางโยนซองจดหมายในมือใส่ตักลู่หยุนเช่อ ลู่หยุนเช่อลืมตาขึ้น คว้าซองจดหมายได้ก็โยนกลับไปทันที

"เอาไป"

น้ำเสียงแฝงความรำคาญ

"อ้าว?"

ลวี่เฟิงหยางรับซองจดหมายไว้ได้ "ใจจืดใจดำจังนะ ไม่แม้แต่จะเหลือบมองเลยเหรอ? หลิวน้อยน่ะชอบนายจริงๆ นะ ถ้านายไม่ชอบที่โดนสัญญาหมั้นหมายผูกมัด นายก็มีสิทธิ์เลือกได้เองนี่นา"

ลู่หยุนเช่อทำหน้าเข้ม "ลวี่เฟิงหยาง ฉันเตือนนายนะว่าวันหลังอย่าหาทำเรื่องแบบนี้อีก ระวังจะเสียเพื่อน"

"โอเคๆ ครั้งเดียวและครั้งสุดท้าย ฉันก็แค่เห็นว่าหลิวน้อยน่าสงสาร สารภาพรักกับนายตั้งกี่ครั้ง แต่นายไม่เคยให้ความหวังเขาเลย" ลวี่เฟิงหยางอธิบายอย่างจนใจ

ลู่หยุนเช่อเหลือบมองด้วยสายตาเย็นชา "ถ้านายเห็นหล่อนน่าสงสาร นายก็แต่งกับหล่อนเองสิ"

"ไม่แต่งหรอก หลิวน้อยเขาไม่ได้ชอบฉันสักหน่อย" ลวี่เฟิงหยางหันไปโยนซองจดหมายทิ้งไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือ

"แต่จะว่าไป ต่อให้หล่อนชอบฉัน ฉันก็ไม่แต่งด้วยหรอก ถึงหลิวน้อยจะร้องเพลงเพราะ หน้าตาก็ดูดี แต่รูปร่างไม่ใช่สเปกฉัน ผอมเกินไป"

ลู่หยุนเช่อขมวดคิ้ว "นายชอบแบบอวบๆ เหรอ?"

"ไม่ใช่"

ลวี่เฟิงหยางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้

"ไม่ใช่ว่าต้องอวบ แต่ต้องมีเนื้อมีหนังในส่วนที่ควรมี และผอมในส่วนที่ควรผอม ที่สำคัญต้องสวย มือก็ต้องสวย ฉันชอบผู้หญิงนิ้วเรียวยาว..."

พูดมาถึงตรงนี้ เขาก็หันไปดึงลิ้นชักที่สองของโต๊ะเขียนหนังสือริมหน้าต่าง แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นรูปถ่ายผู้หญิงคนหนึ่งวางอยู่ในนั้น

นี่ใครน่ะ?

ลวี่เฟิงหยางหยิบรูปขึ้นมาดูแล้วก็ยิ้มออกมา "หยุนเช่อ ฉันก็นึกว่าทำไมนายถึงตกลงแต่งงาน ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง"

เขาได้คำตอบสำหรับข้อสงสัยแล้ว

ลู่หยุนเช่อเห็นรูปในมือของลวี่เฟิงหยาง เขาลุกพรวดขึ้นมาแย่งรูปคืนทันที

"ลวี่เฟิงหยาง! ใครอนุญาตให้นายมาค้นลิ้นชักของฉัน?!"

แววตาที่ลุ่มลึกเย็นเยียบราวกำลังแช่แข็งทุกอย่าง เขาโกรธเข้าจริงๆ แล้ว แม่เจ้า!

ลวี่เฟิงหยางกระโดดพรวดออกจากเก้าอี้ ถอยกรูดไปไกลแปดเมตรพลางอธิบาย

"หยุนเช่อ ฉันพูดไปพูดมาแล้วอยากตัดเล็บ เลยจะหาที่ตัดเล็บแล้วบังเอิญเห็นเข้า ไม่ได้ตั้งใจจะแอบดูเลยนะเพื่อน!"

ลู่หยุนเช่อเป็นคนเงียบๆ แต่บทจะโมโหก็ร้ายกาจนัก ลวี่เฟิงหยางเลยไม่กล้าแหย่ต่อจริงๆ

 

จบตอนที่ 35

จบบทที่ ตอนที่ 35: ลู่หยุนเช่อโมโห แย่งรูปคืน!

คัดลอกลิงก์แล้ว