เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 34: เช่าบ้านสำเร็จแล้ว!

ตอนที่ 34: เช่าบ้านสำเร็จแล้ว!

ตอนที่ 34: เช่าบ้านสำเร็จแล้ว!


ตอนที่ 34: เช่าบ้านสำเร็จแล้ว!

เฮ่อหมิงจูยืนอยู่หน้าห้องทำงานรองผู้จัดการเหมือง ข้างๆ เธอคือพี่รองที่โดนเธอลากกึ่งจูงกึ่งกระชากมาด้วย

ประตูห้องทำงานแง้มไว้ครึ่งหนึ่ง มองลอดช่องเข้าไปเห็นรองผู้จัดการจางนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ถือเอกสารอ่านอย่างช้าๆ ระหว่างนั้นก็มีคนเข้าพบเพื่อรายงานและเซ็นชื่อเป็นระยะ

ผู้คนเดินผ่านไปมาในโถงทางเดิน ต่างก็พากันเหลียวมองพี่น้องตระกูลเฮ่อ แต่เขากลับปล่อยให้ทั้งคู่ยืนรอเก้ออยู่อย่างนั้น การโดน "ดอง" ไว้หน้าห้องไม่ใช่เรื่องน่าอภิรมย์ เฮ่อหมิงจวินเริ่มอยู่ไม่สุข เขาอึดอัดไปทั้งตัวจนอยากจะพุ่งเข้าไปในห้องหลายครั้ง แต่ก็โดนเฮ่อหมิงจูขวางไว้ทุกที

เขามองดูน้องสาวที่ยืนนิ่งสงบอย่างมีสมาธิแล้วไม่เข้าใจเลยว่าเธอทนอยู่ได้ยังไง

จะให้เช่าหรือไม่ให้เช่า ท่านรองก็แค่พูดมาคำเดียวก็จบเรื่องแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมต้องให้มาดองเค็มยืนทำโทษกันแบบนี้ด้วย?

จนกระทั่งเกือบจะถึงเวลาเลิกงาน ห้องทำงานต่างๆ เริ่มปิดไฟกลับบ้าน รองผู้จัดการจางถึงเพิ่งจะยอม     เปิดปากพูดออกมาว่า: "เข้ามาสิ"

ทั้งสองเดินเข้าไปในห้องทำงาน รองผู้จัดการจางมองสำรวจทั้งคู่ตั้งแต่หัวจดเท้า โดยเน้นไปที่เฮ่อหมิงจู     เป็นพิเศษ พอมองจนพอใจแล้วถึงถอนสายตากลับไป แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า: "พวกเธอเองเหรอที่อยากจะเช่าตึกภาคบริการนั่น?"

เฮ่อหมิงจูยิ้มตอบ: "ใช่ค่ะ พวกเราอยากเช่าที่นั่นเพื่อเปิดร้านอาหาร บ้านสองหลังนั้นเหมาะสมมาก หวังว่าท่านจะอนุญาตให้เราเช่านะคะ"

รองผู้จัดการจางเลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อยแล้วพูดว่า: "บ้านหลังนั้นเป็นของรัฐ จะปล่อยให้พวกรายย่อยเช่าได้ยังไง? กลับไปซะเถอะ วันหลังไม่ต้องมาคิดเรื่องเช่าบ้านนี่อีก แล้วก็ไม่ต้องฝากใครมาถามฉันด้วย ฉันงาน    ยุ่งมาก ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องขี้ปะติ๋วพวกนี้หรอก"

เฮ่อหมิงจวินฟังแล้วของขึ้นทันที นี่มันแกล้งกันชัดๆ! ปล่อยให้พวกเขายืนรอมาทั้งบ่ายเพื่อมาฟังคำว่า "ไม่ให้เช่า" แค่คำเดียวเนี่ยนะ? ต่อให้เป็นรองผู้จัดการก็เถอะ จะมารังแกกันเกินไปแล้ว!

ตอนที่เขาทำของหนีภาษี เขาต้องสู้กับพวกแก๊งคู่แข่งอยู่บ่อยครั้ง ทุกอย่างแก้ด้วยหมัดมวยจนติดเป็นนิสัยมุทะลุ พอนึกถึงคำพูดของรองผู้จัดการจาง เขาก็ตาขวางกำหมัดแน่น ก้าวไปข้างหน้าหมายจะทวงความยุติธรรมให้ตัวเอง

แต่เฮ่อหมิงจูเร็วกว่า เธอขยับไปขวางหน้าเฮ่อหมิงจวินไว้ทันที บดบังสายตาที่เขาจ้องมองรองผู้จัดการ

"ท่านผู้จัดการจางคะ ผู้ประกอบการรายย่อยนั้นสอดคล้องกับนโยบายปฏิรูปเปิดประเทศ และกำลังสร้างประโยชน์ให้กับเศรษฐกิจของชาติค่ะ แม้พวกเราจะเทียบไม่ได้กับรัฐวิสาหกิจรุ่นพี่ใหญ่ แต่พวกเราพึ่งพาตัวเองเลี้ยงปากท้องได้ ก็ถือเป็นการช่วยลดภาระให้สังคมเหมือนกันนะคะ"

ท่ามกลางสีหน้าที่ดูไม่ออกว่าคิดอะไรอยู่ของรองผู้จัดการจาง เฮ่อหมิงจูพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใสแต่หนักแน่น: "รัฐวิสาหกิจนั้นเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงความเป็นอยู่ของคนในชาติ แต่ผู้ประกอบการรายย่อยนั้น แม้จะเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่ก็เหมือนกับ 'เส้นเลือดฝอย' ของประเทศ ที่คอยส่งสารอาหารไปตามซอกมุมต่างๆ ประเทศขาดเส้นเลือดใหญ่ไม่ได้ แต่ก็ต้องการเส้นเลือดฝอยเล็กๆ เหล่านี้ด้วยเช่นกันค่ะ"

รองผู้จัดการจางนึกไม่ถึงว่าเด็กสาวอายุน้อยขนาดนี้ จะสามารถพูดจามีเหตุผลต่อหน้าเขาได้เป็นฉากๆ แถมที่สำคัญคือเธอกินนโยบายเข้าไปจนแตกฉาน ทำให้เขาเริ่มมองเธอเปลี่ยนไปบ้าง

แต่เขาก็ยังพูดอยู่ดีว่า: "ที่เธอพูดมันก็น่าฟังอยู่หรอก แต่ทรัพย์สินของรัฐจะเอามาให้เอกชนใช้ส่งเดชได้ยังไง ใครจะรับผิดชอบ?"

เมื่อเห็นท่าทีของเขาเริ่มอ่อนลง เฮ่อหมิงจูจึงรีบพูดทันที: "ท่านผู้จัดการคะ ก่อนมาที่นี่หนูหาข้อมูลมาแล้วค่ะ เมื่อปีที่แล้วโรงงานเครื่องจักรเมืองอูเฉิงก็ปล่อยเช่าอาคารร้างให้คนทำอู่ซ่อมรถ และในกรมเหมืองแร่ของเราเองก็มีหน่วยงานที่ปล่อยเช่าตึกให้เอกชนเปิดร้านเหมือนกันค่ะ"

เธอยกชื่อหน่วยงานที่ปล่อยเช่าบ้านขึ้นมาหลายที่ เพื่อพิสูจน์ว่าเหมืองหมายเลข 1 ไม่ใช่ "คนแรกที่กินปู" ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็น "ไม้ที่โผล่มาให้โดนตอก" แต่สามารถทำตามน้ำเพื่อรับผลประโยชน์เข้าหน่วยงานได้เลย

รองผู้จัดการนิ่งไป พลางใช้ความคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก: "เธอนี่หาข้อมูลมาละเอียดดีจริงๆ แต่คนอื่นก็คือคนอื่น เราก็คือเรา ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้วยสิ"

เขาพูดเป็นนัยๆ ว่า: "ถ้าฉันตกลงให้พวกเธอเช่าบ้าน นั่นเท่ากับว่าฉันเป็นคนรับประกันให้พวกเธอใช่ไหม? ฉันเองก็ไม่ได้รู้จักพวกเธอดี วันนี้เพิ่งจะเจอกันครั้งแรก เกิดมีเรื่องอะไรขึ้นมา หรือพวกเธอค้างค่าเช่า หรือทำธุรกิจไม่ดีจนทำลายชื่อเสียงของเหมือง หรือทำบ้านพังเสียหาย สุดท้ายคนที่เป็นคนอนุมัติอย่างฉันไม่ต้องรับผิดชอบงั้นเหรอ?"

เฮ่อหมิงจวินยิ่งฟังยิ่งงง คิดในใจว่าไอ้แก่คนนี้บ่นพึมพำอะไรนักหนา จะให้เช่าหรือไม่เช่าก็พูดมาคำเดียวสิ อ้อมค้อมอยู่ได้ สรุปจะเอาอะไรกันแน่?

แต่เฮ่อหมิงจูฟังปราดเดียวก็เข้าใจทันที และกลับรู้สึกโล่งใจด้วยซ้ำ เธอเกลียดที่สุดคือพวกคนหัวโบราณที่คุยยังไงก็ไม่รู้เรื่อง เหตุผลก็ฟังไม่เข้าหู แบบนั้นถึงจะลำบากเหมือนหมางับเม่น

เธอจึงแกล้งทำท่าทางครุ่นคิด ขมวดคิ้วแล้วพูดว่า: "เฮ้อ หนูเองก็คิดไม่รอบคอบจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะทำให้ท่านต้องลำบากขนาดนี้... หรือท่านจะลองดูแบบนี้ดีไหมคะ พี่เซี่ยงตั่งกับพี่ชายหนูเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก แถมยังเป็นลูกชายของท่าน ท่านย่อมต้องเชื่อใจเขาอยู่แล้วใช่ไหมคะ? เอาเป็นว่าให้เขาแวะไปตรวจตราที่ร้านทุกเดือน ถ้ามีอะไรไม่เหมาะสมก็แจ้งให้พวกเราแก้ไขทันที ท่านเห็นว่าเป็นยังไงคะ?"

เมื่อเห็นว่าเธอเข้าใจความหมายของเขาแล้ว รองผู้จัดการจางก็กระแอมไอทีหนึ่งแล้วพูดว่า: "ทำแบบนั้นได้ยังไง อยู่ดีๆ จะให้เขาไปที่นั่นได้ยังไงกัน?"

เฮ่อหมิงจูรีบบอก: "หนูมีความคิดค่ะ ให้พี่จางมาร่วมหุ้นด้วยสิคะ ในฐานะผู้ถือหุ้นเขาจะได้ตรวจสมุดบัญชีได้สะดวกด้วย เพียงแต่ว่าร้านเราเป็นแค่ร้านอาหารเล็กๆ ระดับไม่ค่อยสูง กลัวว่าพี่เขาจะมองข้ามไปน่ะค่ะ"

เมื่ออีกฝ่าย "หัวไว" รองผู้จัดการจางก็เผยรอยยิ้มออกมาได้เสียที แต่ปากยังพูดว่า: "พูดอะไรอย่างนั้นล่ะ ช่างเถอะ พวกเธอกลับไปได้แล้ว เรื่องเช่าบ้านต้องทำตามขั้นตอนระเบียบราชการ วันหลังไม่ต้องมาหาฉันที่นี่อีก"

เฮ่อหมิงจูลากพี่รองที่ยังงงเป็นไก่ตาแตกออกมาจากตึกสำนักงาน

เดินออกมาได้สักพัก เฮ่อหมิงจวินถึงถามอย่างไม่มั่นใจ: "สรุปเรื่องเช่าบ้านจบแค่นี้เหรอ?"

เฮ่อหมิงจูบอกว่า: "เปล่าซะหน่อย เดี๋ยวพี่กลับไปตามตัวจางเซี่ยงตั่งมาที่บ้านนะ ขั้นตอนการเช่าบ้านหลังจากนี้ต้องถามเขาเอา"

เฮ่อหมิงจวินแปลกใจมาก: "ท่านรองบอกตกลงแล้วเหรอ? ฉันฟังพลาดตรงไหนไป?"

เฮ่อหมิงจูหยุดเดิน เขย่งปลายเท้าขึ้นไปตบไหล่พี่รองที่ยังซื่อใสไร้เดียงสา แล้วส่ายหัวพลางถอนหายใจ:

"ช่างเถอะ เดี๋ยวหนูจัดการเอง เรื่องของผู้ใหญ่น่ะ พี่ไม่ต้องยุ่งหรอก~"

เฮ่อหมิงจวินประท้วงทันที: "ยัยเด็กนี่! ในพวกเราสองคน ใครกันแน่ที่เป็นผู้ใหญ่!"

เฮ่อหมิงจูเลิกคิ้ว: "ก็หนูไงจ๊ะ"

ล้อเล่นน่า ชาติก่อนเธอใช้ชีวิตมามากกว่าเขาตั้ง 20 ปี ไม่ได้อยู่มาฟรีๆ นะ ถึงพี่รองจะตัวสูงใหญ่เทอะทะ แต่ถ้าพูดถึงประสบการณ์ทางสังคมแล้ว ต่อให้พี่รองสิบคนมัดรวมกันก็สู้เธอไม่ได้หรอก

เฮ่อหมิงจวินไม่ใช่คนโง่ พอโดนกระตุ้นแบบนี้แล้วพอนึกย้อนกลับไปถึงคำพูดของท่านรองในห้องทำงาน เขาก็เริ่มปะติดปะต่อได้ทันทีว่าน้องสาวกับตาแก่นั่นลับลมคมในอะไรกันอยู่

เขาเลิกสนใจเรื่องเช่าบ้าน แล้วหันมาห่วงน้องสาวแทน: "เธอไปเรียนเรื่องพวกนี้มาจากใคร? พี่ใหญ่เหรอ? เขาไม่มีสมองพอจะสอนเรื่องแบบนี้ได้หรอก... หรือว่ามีใครรังแกเธอ?"

คิดไปคิดมา เขาก็คิดได้แค่ว่าตลอดปีที่ผ่านมาน้องสาวคงโดนชีวิตเคี่ยวเข็ญอย่างหนัก ถึงได้กลายเป็นคนเฉลียวฉลาดและเก่งงานสังคมขนาดนี้

เฮ่อหมิงจูไม่ยอมตอบตามน้ำ เธอแกล้งหัวเราะร่าเฉไฉไปเรื่องอื่น: "สวรรค์สร้างข้ามา ย่อมต้องมีประโยชน์! บางคนต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ แต่บางคนน่ะมันอยู่ในสายเลือด พี่จ๋า ถึงเราจะมาจากพ่อแม่เดียวกัน แต่เรื่องนี้พี่สู้หนูไม่ได้จริงๆ นะ"

เฮ่อหมิงจวินโดนเบี่ยงเบนความสนใจจนได้ เขาหัวเราะด่าว่า: "ไปไกลๆ เลย ยัยคนชอบอวยตัวเอง แล้วทำไมไม่ว่าพี่ใหญ่บ้างล่ะ รายนั้นน่ะสมองไม่มีทางเลี้ยวเลย มีแต่อายุที่เพิ่มแต่ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม โดนคนหลอกไปขายยังช่วยเขาขำอยู่เลยมั้ง"

เฮ่อหมิงจูส่ายหัวไปมา: "พี่ใหญ่เป็นคนซื่อจ้ะ~"

เฮ่อหมิงจวินถามกลับทันควัน: "งั้นเธอจะบอกว่าฉันไม่ซื่อเหรอ?"

เฮ่อหมิงจูแกล้งไอสองสามที: "แค็กๆๆ พี่รองจ๋า เรื่องจริงที่แทงใจดำแบบนี้อย่าพูดออกมาเลยจ้ะ"

เฮ่อหมิงจวินเริ่มถลกแขนเสื้อ: "ยัยหนูคนนี้ชักจะปีกกล้าขาแข็งแล้วนะ——"

เฮ่อหมิงจูใส่เกียร์หมาวิ่งหนีทันที พร้อมทิ้งคำพูดไว้เป็นชุด: "จริงๆ หนูอยากบอกตั้งนานแล้ว พี่รองน่ะตอนนี้กลายเป็นพวกบ้าพลังไปแล้ว ในหัวมีแต่กล้ามเนื้อ เจออะไรก็อยากจะแก้ด้วยหมัด สู้พี่ใหญ่ไม่ได้เลยสักนิด..."

เฮ่อหมิงจวินหลุดขำออกมา: "แน่จริงอย่าวิ่งหนีดิ!"

เฮ่อหมิงจูหันมาทำหน้าล้อเลียน: "หนูไม่ได้โง่นี่นา ไม่หนีก็โดนดิ!"

พี่น้องสองคนหยอกล้อหัวเราะร่ากันไปตลอดทางกลับบ้าน อีกด้านหนึ่ง รองผู้จัดการจางกลับมาถึงบ้านที่ตึกแฟลตระดับผู้บริหาร

บ้านของเขาเป็นห้องชุด 3 ห้องนอน 2 ห้องนั่งเล่นที่ทางเหมืองจัดสรรให้ หันหน้าไปทางทิศใต้ เครื่องเรือนไม้แดง ปูพื้นไม้ทั้งหลัง มีทั้งน้ำประปา ไฟฟ้า และเครื่องทำความร้อน แถมยังมีตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า เรียกได้ว่าสะดวกสบายกว่าบ้านพักหลังเล็กที่ใช้เตาถ่านของคนงานทั่วไปหลายร้อยเท่า

แต่พอเข้าบ้านมา รองผู้จัดการจางก็เห็นลูกชายนอนแผ่หลับตาอยู่บนโซฟา สายตาจ้องเขม็งไปที่โทรทัศน์ที่กำลังฉายซีรีส์ต่างประเทศเรื่อง The Man from Atlantis (มนุษย์สมุทร) เจ้าลูกชายคนนี้ดูอย่างเคลิบเคลิ้มจนไม่สนใจแม้แต่ตอนที่พ่อมันกลับมาบ้าน

"หนีกลับก่อนเวลาอีกแล้ว!" รองผู้จัดการจางดูนาฬิกาแล้วพูดอย่างไม่สบอารมณ์

จางเซี่ยงตั่งไม่อยากละสายตาจากจอ เขาตอบกลับโดยไม่หันมามองว่า: "หนีกลับอะไรกัน คนอื่นในห้องทำงานกลับก่อนผมอีก ผมเนี่ยทำตัวกลมกลืนกับฝูงชนที่สุดแล้ว อีกอย่าง ที่ห้องทำงานมันจะไปมีอะไรน่าสนใจ ไปถึงก็มีแต่ชงชาอ่านหนังสือพิมพ์ แถมโทรทัศน์ก็ไม่มี พ่อไปหางานที่มันน่าเบื่อแบบนั้นให้ผมทำได้ไง เปลี่ยนงานให้ผมหน่อยได้ไหม?"

น่าเบื่อ?

งานที่เงินดี งานน้อย ใกล้บ้าน ที่คนอื่นเขาแทบจะเหยียบกันตายเพื่อเข้าไปทำ แต่ไอ้ลูกคนนี้ดันบ่นว่าน่าเบื่อ?!

รองผู้จัดการจางฮึดฮัดด้วยความโมโหที่ไม่มีที่ระบาย จนเมียแก่ของเขาเดินมารับเสื้อนอกไปแขวน พร้อมกับถามขึ้นมาว่า: "วันนี้เด็กรายย่อยที่จะมาเช่าบ้านนั่นไปหาคุณหรือยัง?"

พอได้ยินคำถามนี้ จางเซี่ยงตั่งเลิกสนใจซีรีส์ทันที เขารีบลุกพรวดขึ้นมาจากโซฟาแล้วถามว่า: "เฮ่อหมิงจูไปหาพ่อที่ห้องทำงานแล้วเหรอ? พ่อไม่ได้แกล้งรังแกเธอใช่ไหม?"

เห็นท่าทางไม่เอาถ่านของลูกชายแล้ว รองผู้จัดการจางก็ยิ่งโมโหจนไฟลุก

"เขาน่ะเป็นลูกคนงานเหมืองที่ไม่มีทั้งพ่อทั้งแม่ แต่เก่งกว่าแกเป็นร้อยเท่า! แกยังจะมีหน้าไปห่วงเขาอีกเหรอ?! ตัวแกเองน่ะสมควรโดนห่วงมากกว่า!"

จบตอนที่ 34

จบบทที่ ตอนที่ 34: เช่าบ้านสำเร็จแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว