เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 อู๋สื่อกำลังจะพบพานกับความซวย

บทที่ 300 อู๋สื่อกำลังจะพบพานกับความซวย

บทที่ 300 อู๋สื่อกำลังจะพบพานกับความซวย


แม้เสียงจะแผ่วเบา แต่ความหมายของคำกล่าวนั้นกลับหนักอึ้งดั่งกาลเพลาหมื่นกัลป์!

ผู้คนที่นั่งอยู่ที่นี่ทุกคนต่างรู้ดีว่าโลกใบนี้กว้างใหญ่เพียงใด ปรากฏการณ์ที่มหาจักรพรรดิและจักรพรรดิโบราณในอดีตแสวงหาความพ่ายแพ้แต่กลับไม่พานพบผู้ใดสามารถต่อกรได้ ไร้คู่มือทั้งในสวรรค์และปฐพีนั้น ล้วนเป็นเพียงภาพลวงตา

ความจริงก็คือ นอกโลกยังมีโลก เหนือทะเลขอบเขตอันไร้จุดสิ้นสุด มีโลกใหญ่น้อยลอยล่อง มีเซียนแท้จริงผู้เป็นอมตะ มีราชันเซียนผู้เป็นนิรันดร์ และมีจักรพรรดิเซียนผู้สูงสุดแห่งสวรรค์หมื่นโลก!

จักรพรรดิเซียนผู้สูงสุดนั้น ทุกคนไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้เห็นอีกหรือไม่ แถมตามที่จักรพรรดิสวรรค์บอก ทั่วทั้งทะเลขอบเขตอันกว้างใหญ่ไพศาล ตอนนี้ไม่มีตัวตนระดับจักรพรรดิเซียนอยู่อีกแล้ว

ราชันเซียนจึงเป็นผู้ปกครองสูงสุด เป็นอมตะไม่ดับสูญ เฝ้ามองสายธารแห่งกาลเพลาอย่างเย็นชา ตนเป็นนิรันดร์ กาลเพลาไม่อาจทำอันตรายได้

ร่างกายเป็นอมตะ จิตวิญญาณไม่ดับสูญ แทบจะสังหารไม่ตาย พลังชีวิตแข็งแกร่งจนน่ากลัว การจะสังหารราชันเซียนได้ เว้นเสียแต่จะใช้วิธีพิเศษ หรือไม่ก็ต้องแข็งแกร่งกว่าราชันเซียน!

ถึงขั้นที่ว่าหากมีผู้ใดเอ่ยชื่อจริงของราชันเซียน พวกเขาก็จะรับรู้ได้ทันที จะเกิดนิมิตปรากฏขึ้น หากมีเจตนาร้าย ก็อาจถูกโจมตีผ่านนิมิตนั้นได้โดยตรงแม้อยู่ห่างไกลไร้ขอบเขต!

ความอัศจรรย์ต่างๆ นานาเหล่านี้ แทบจะเหนือจินตนาการของทุกคนไปแล้ว แต่ตอนนี้กลับได้ยินจากปากเมิ่งชวนว่า จะสังหารราชันเซียนให้ทุกคนดูเนี่ยนะ?

“หวงเทียน, เสินเหิน พวกเจ้าลองไปคลำหน้าผากนายท่านของพวกเจ้าดูสิ ว่าเขามีไข้หรือเปล่า”

จู่ๆ มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ก็หันไปกล่าวกับเด็กรับใช้ทั้งสองของเมิ่งชวนว่า:

“ถ้ามีไข้จนเพ้อ ก็แบกออกไปเผาซะเลย จัดแจงงานศพให้เรียบร้อย แล้วให้อู๋สื่อสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์แทนเถิด!”

“เหลวไหล!”

เมิ่งชวน หวงเทียน และเสินเหินยังไม่ทันได้อ้าปาก ก็มีเสียงตวาดด่ามหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ดังขึ้นเสียก่อน

“กู่ชาง ข้าขอเตือนเจ้า อย่าได้ลบหลู่จักรพรรดิสวรรค์!”

คนที่กล่าวก็คืออู๋สื่อนั่นเอง

“เป็นจักรพรรดิสวรรค์หนึ่งวัน ก็เป็นจักรพรรดิสวรรค์ตลอดชีวิต! จักรพรรดิสวรรค์ย่อมอยู่คู่โลกตลอดกาล!”

“จักรพรรดิสวรรค์จะเป็นอะไรไปได้อย่างไร!”

“ถ้าเจ้ายังกล่าวจาซี้ซั้วอีก ข้าจะจับเจ้าขังซะ!”

อู๋สื่อมีสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงจริงจัง เขามองมหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ด้วยแววตาที่เจือปนความเจ็บปวดรวดร้าว

บรรยากาศในที่นั้นดูแปลกประหลาดพิกล ไม่มีผู้ใดคาดคิดเลยว่า มหาจักรพรรดิอู๋สื่อผู้ซึ่งภายนอกดูเย็นชา ไม่ค่อยยิ้มแย้ม และหันหลังให้ผู้คนเสมอ จะมีมุมแบบนี้กับเขาด้วย

จีเหลียนซิงพึมพำอะไรบางอย่างอุบอิบ แต่เธอจงใจปกปิดเอาไว้ คนในที่นั้นก็ไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่เลือนลางเหมือนจะเห็นว่าจีเหลียนซิงกล่าวออกไป

แค่สามพยางค์?

อู๋สื่อไม่สนใจหรอกว่าบรรยากาศในที่นั้นจะเป็นอย่างไร เขาจ้องมหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ตาเขม็ง เตรียมพร้อมลงมือจับกุมทันทีหากอีกฝ่ายอ้าปากกล่าวสิ่งใดออกมาอีก

ในเพลาเดียวกัน ในใจของอู๋สื่อก็แค้นเคืองเป็นอย่างมาก กู่ชางเอ๋ยกู่ชาง ปกติข้าก็ดีกับเจ้าไม่น้อย ขนาดตอนเจ้าจะบรรลุมหาจักรพรรดิ ข้ายังอุตส่าห์คลายการกดทับของมหาเต๋าเพื่อช่วยเหลือเจ้าเลย แต่มาวันนี้ เจ้าทำไม ทำไมเจ้าถึงเนรคุณข้าได้ลงคอ!

เจ้ามากล่าวให้ข้าสืบทอดตำแหน่งจักรพรรดิสวรรค์อยู่ที่นี่ นี่มันกะจะเอาชีวิตข้าเลยหรือไง!!?

ข้ายังทนได้ ข้ายังรอได้น่า!

ถึงแม้ข้าจะรอมาหลายหมื่นปีแล้วก็ตามทีเถิด...

“อู๋สื่อ ปกติเจ้าบอกข้าว่า...” มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ทำหน้าเหลอหลา มองอู๋สื่อ

“กล่าวบ้าอะไร!” อู๋สื่อขัดจังหวะมหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ทันควัน “ปกติข้าก็เอาแต่เก็บตัวบำเพ็ญเพียรกับพาสุนัขดำไปก้าวเดินเล่น ข้าไปกล่าวอะไรกับเจ้าตอนไหน!”

“เอาล่ะๆ”

เมิ่งชวนที่นั่งอยู่หัวโต๊ะส่งเสียงขัดจังหวะทั้งสองคน จากนั้นก็มองมหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์และอู๋สื่อด้วยใบหน้าเรียบเฉย

“อย่ามาเอะอะโวยวายกันตรงนี้”

อู๋สื่อพยักหน้า เป็นสัญญาณว่าเข้าใจแล้ว ขณะเดียวกัน ในใจของอู๋สื่อก็รู้สึกเศร้าสร้อย

อนาคตของข้า สงสัยต้องเจอเรื่องซวยอีกแน่ๆ เลย

ก็เพราะมหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์นั่นแหละ!

สายเลือดกายศักดิ์สิทธิ์นอกจากท่านบิดาของข้าแล้ว ก็ไม่มีผู้ใดดีสักคน! วันหน้าถ้ามีสายเลือดกายศักดิ์สิทธิ์เกิดมาอีก ข้าจะตีให้ตายเลยคอยดู!

ข้าจะสาปแช่งสายเลือดนี้! ให้พวกกายศักดิ์สิทธิ์กลายเป็นใบ้ให้หมดเลย!

อู๋สื่อรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย ชีวิตของเขาหลังจากเข้าร่วมแดนมรรคาก็มีแต่อุปสรรคขวากหนาม ซึ่งความดีความชอบครึ่งหนึ่งต้องยกให้มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์เลยทีเดียว!

“ท่านไปหาราชันเซียนมาจากไหน?”

จักรพรรดินีผู้อำมหิตเอ่ยถาม เธอไม่คิดว่าเมิ่งชวนกำลังกล่าวโอ้อวด บุรุษผู้นี้มีความมั่นคงเสมอ ไม่เคยทำศึกที่ไม่มีความมั่นใจ

“ตอนที่ไปเบิกเนตรร่างเขาและข้า ดันบังเอิญโผล่ไปอยู่ตรงหน้ารังของราชันเซียนแห่งความมืดมิดเข้า โดนตามล่ามาตั้งหมื่นปีแน่ะ”

เมิ่งชวนเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบาๆ น้ำเสียงแฝงความเย็นชา

ไอ้ราชันเซียนแห่งความมืดมิดตัวนั้น กัดไม่ปล่อยมาตั้งหมื่นปีเลยนะเว้ย!

ตอนนี้ทะเลขอบเขตไม่เหมือนยุคบรรพกาลวุ่นวายและก่อนหน้านั้นแล้ว ราชันเซียนสามารถข้ามผ่านได้อย่างง่ายดาย โชคดีที่เสี้ยวจิตวิญญาณของเมิ่งชวนอยู่ไกลจากโลกแห่งความมืดมิดนั้นพอสมควร ถึงได้ไม่ถูกจับตัวได้

แต่เมิ่งชวนก็พานพบระหว่างการสร้างร่างเขาและข้าว่า ทะเลขอบเขตแค่บางส่วนเท่านั้นที่เกิดความผิดปกติ ราวกับสูญเสียลักษณะพิเศษส่วนใหญ่ไป ในขณะที่ส่วนที่เหลือ ก็ยังคงเหมือนในอดีต เซียนแท้จริงข้ามผ่านได้ยากยิ่ง ราชันเซียนก็ยังหลงทางได้

พื้นที่ที่เกิดความผิดปกตินั้น ส่วนใหญ่ล้วนมีร่องรอยของความมืดมิดอยู่

พื้นที่ส่วนที่ผิดปกตินั้น ถูกเมิ่งชวนมองว่าเป็นป้อมปราการของพวกความมืดมิดไปแล้ว

“โดนตามล่ามาตั้งหมื่นปี? จักรพรรดิสวรรค์ ท่านยังมีชีวิตรอดมาได้อีกหรือ?”

มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์โพล่งออกมา เมิ่งชวนทนไม่ไหวอีกต่อไป เป็นคนดีๆ ทำไมถึงมีปากแบบนี้นะ?

มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์ถูกเมิ่งชวนโยนออกไปอีกครา กลับไปลอยคว้างอยู่บนท้องฟ้าที่เป็นที่ประจำของเขา

เหมือนเดิม เมิ่งชวนเปิดช่องทางการประชุมเฉพาะกิจให้เขา เพื่อให้เขาสามารถได้ยินเรื่องราวที่คุยกันในนี้ได้

เห็นท่าทางคล่องแคล่วของเมิ่งชวน ทุกคนก็ไม่รู้สึกแปลกใจอะไรแล้ว

“มั่นใจแค่ไหน จักรพรรดิสวรรค์?” ซุ่ยเหรินมองเมิ่งชวน เขาไม่อยากให้เมิ่งชวนเป็นอะไรไป ไม่ว่าจะเพื่อตน เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ หรือเพื่อตัวเมิ่งชวนเองก็ตาม

“เก้าสิบแปดเปอร์เซ็นต์” เมิ่งชวนยิ้มบางๆ

“พวกเจ้าอยากไปดูตอนสู้ไหมล่ะ?” เมิ่งชวนมองทุกคนแล้วถาม

“หืม? พวกเราไปได้ด้วยหรือ?” จีเหลียนซิงตาเป็นประกาย

“สู้กับราชันเซียน ท่านยังมีเพลามาดูแลพวกเราอีกเหรอ?”

“ข้ามีสหายอยู่คนหนึ่ง ภายในร่างกายของเขามีโลกใบหนึ่ง สามารถให้พวกเจ้าเข้าไปหลบได้” เมิ่งชวนตอบ

“นายท่าน สหายที่ว่านี่ คือตัวท่านเองใช่ไหมขอรับ?” เสินเหินกระซิบถาม

“หุบปากไปเลย!”

ทุกคนคุยกันต่ออีกสักพัก การประชุมก็จบลง จากนั้นเมิ่งชวนก็ให้ทุกคนเข้าไปในโลกที่แท้จริงเพียงหนึ่งเดียวภายในร่างกายของตน

อยู่ข้างในนี้ปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ หากคิดจะทำลายโลกที่แท้จริงนี้ มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น

นั่นคือเมิ่งชวนต้องตายเสียก่อน

“เข้ามากันได้เลย!” เมิ่งชวนร้องเรียกจักรพรรดินีผู้อำมหิตและอู๋สื่อที่อยู่ข้างหลัง ให้พวกเขาเข้าไปในร่างกายของตน

“รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้แฮะ” มหาจักรพรรดิกายศักดิ์สิทธิ์พึมพำ เขาถูกเมิ่งชวนปล่อยตัวลงมาแล้ว

หลังจากเหล่ามหาจักรพรรดิเข้าไปหมดแล้ว เมิ่งชวนก็ขยับตัวเล็กน้อย จากนั้นก็เปิดกลุ่มแชท ทักทายทุกคน

【สมาชิกกลุ่ม】 ไคลน์ โมเรตติ lv5: สวัสดีครับมหาจักรพรรดิ

“โอ๊ะ เลเวล 5 แล้วเหรอเนี่ย” เมิ่งชวนมองไคลน์ น่าจะเข้าร่วมหน่วยเหยี่ยวราตรี และกลายเป็นนักทำนายแล้วสินะ?

“แต่ระบบของโลกเร้นลับ พลังในช่วงแรกมัน...” เมิ่งชวนคิดๆ ดูแล้ว รู้สึกว่าลำดับขั้นช่วงแรกถึงช่วงกลางของโลกเร้นลับ เมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ แล้ว มันออกจะ...

ธรรมดาไปหน่อยนะ

【ผู้ดูแลระบบ】 เมิ่งชวน lv160: สวัสดีไคลน์น้อย

【สมาชิกกลุ่ม】 ลู่หมิงเฟย lv45: ตกใจแรง! มหาจักรพรรดิ เลเวลของท่านที่ไม่เคยขยับมาเป็นหมื่นปี ในที่สุดก็อัปเกรดแล้วงั้นเหรอ!!?

“ทำเป็นตื่นตะลึงไปได้” เมิ่งชวนเบ้ปาก ที่เลเวลไม่ขยับก่อนหน้านี้ เป็นเพราะแม้พลังรบจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังไม่บรรลุเป็นเซียน บัดนี้บรรลุถึงระดับตำนานแล้ว ย่อมไม่ใช่เลเวล 149 อีกต่อไป

“น่าเสียดายที่แค่บรรลุระดับตำนาน ถ้าข้าลอกคราบครบเก้าครั้งล่ะก็ คงไม่ใช่แค่เลเวล 160 หรอก”

เมิ่งชวนคาดว่า เมื่อตนลอกคราบครบเก้าครั้ง เลเวลก็จะพุ่งไปแตะเพดานสูงสุด เหมือนตอนที่อยู่ในช่วงวิถีมนุษย์แน่นอน

ระดับตำนาน ยังห่างไกลจากความสมบูรณ์แบบอีกมากนัก

【ผู้ดูแลระบบ】 กู่อี lv140: มหาจักรพรรดิทิ้งห่างพวกเราไปอีกแล้วสินะคะ

ในโลกมาร์เวล กู่อีมีสีหน้าเรียบเฉย รินน้ำเปล่าให้ตน

เมื่อบรรลุถึงระดับจักรพรรดิสวรรค์แล้ว การจะทะลวงขึ้นเป็นเซียนแท้จริง ก็ไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป หากไม่สามารถรู้แจ้งได้ ต่อให้ฝึกฝนอยู่ในลูปกาลเพลานานแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

แน่นอนว่า ตอนนี้กู่อีมีทิศทางแล้ว และกำลังเริ่มก้าวเดินไปข้างหน้า

【ผู้ดูแลระบบ】 เมิ่งชวน lv160: ฮ่าฮ่า ปรมาจารย์ก็ต้องตามทันแน่นอนอยู่แล้วล่ะครับ!

【ผู้ดูแลระบบ】 เมิ่งชวน lv160: เดี๋ยวข้าขอเปิดไลฟ์สดก่อน เดี๋ยวจะไปซัดกับคนซะหน่อย

【สมาชิกกลุ่ม】 ปี่ปี๋ตง lv59: กับผู้ใดคะ?

“ราชันเซียน!” เมิ่งชวนเปิดไลฟ์สด แล้วหันไปยิ้มให้ทุกคน เผยให้เห็นฟันขาวจั๊วะ

“ราชันเซียน?” ในโลกหนึ่งเจ้านิรันดร์ เมิ่งฉีชะงักไป มหาจักรพรรดิสามารถสู้กับราชันเซียนได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?

“ถ้าอย่างนั้นเรื่องของข้า...” ความคิดในใจเมิ่งฉีก็เริ่มผุดขึ้นมาอีกครา

“ไม่รีบๆ รอให้มหาจักรพรรดิจัดการศัตรูให้เสร็จก่อนเถิด”

เมิ่งฉีมีสีหน้าสุขุมเยือกเย็น ทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็งหมื่นปี

รอให้คุณปู่ เอ๊ย รอให้มหาจักรพรรดิทำธุระของตนให้เสร็จก่อนเถิด!

จบบทที่ บทที่ 300 อู๋สื่อกำลังจะพบพานกับความซวย

คัดลอกลิงก์แล้ว