เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 93 จานลายดอกเตาเย่าโจว

ตอนที่ 93 จานลายดอกเตาเย่าโจว

ตอนที่ 93 จานลายดอกเตาเย่าโจว


ตอนที่ 93 จานลายดอกเตาเย่าโจว

"กินข้าวก่อน! กินข้าวก่อนเลย!" เฉินหยางก็หิวโซมากจริงๆ เขาจึงเริ่มจัดการอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว

สวี่ชิงสั่งให้พนักงานเปิดไวน์แดงให้เฉินหยางหนึ่งขวด เฉินหยางโบกมือปฏิเสธแต่สวี่ชิงยังยืนกรานที่จะเปิดให้ได้

เฉินหยางกลืนเนื้อวัวลงคอแล้วถามขึ้น "พี่สวี่ ตกลงพี่ไปได้สมบัติอะไรมาครับ?"

สวี่ชิงหยิบจานใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋าข้างตัว

"ฉันดูแล้วเหมือนจะเป็นของเก่าจากเตาเย่าโจว แต่ก็ไม่ค่อยมั่นใจ เธอช่วยดูหน่อยสิว่าใช่ไหม?"

เฉินหยางเหลือบมองปราดเดียวดวงตาก็เป็นประกายทันที เขาถึงกับวางช้อนส้อมลงแล้วหยิบจานขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

จานเซรามิกใบนั้นเคลือบด้วยสีเขียวมะกอกตลอดทั้งใบ ขากลางนูนเล็กน้อย ภายในจานแกะสลักเป็นรูปดอกโบตั๋น สีสันดูงามสง่า อ่อนช้อยและภูมิฐาน

ทว่าข้อเสียเพียงอย่างเดียวที่น่าเสียดายคือ ตรงกลางจานมีรอยร้าวเส้นบางๆ ยาวประมาณ 4-5 เซนติเมตร

เฉินหยางอธิบายไปพิจารณาไป "เตาเย่าโจวเริ่มมีมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์ถัง และรุ่งเรืองถึงขีดสุดในช่วงปลายราชวงศ์ซ่งเหนือ เป็นหนึ่งในหกตระกูลเตาเผาที่ยิ่งใหญ่แห่งราชวงศ์ซ่ง และสิ้นสุดลงในยุคสาธารณรัฐจีน ตัวเตาตั้งอยู่ที่ตำบลหวงเป่า เมืองถงชวน มณฑลส่านซี สมัยก่อนเรียกว่าถงกวน พอถึงสมัยราชวงศ์ซ่งขึ้นตรงกับเมืองเย่าโจว จึงได้ชื่อว่า 'เตาเย่าโจว'"

"เครื่องเคลือบจากเตาเย่าโจวมีสีเขียวสดใสแต่ดูลุ่มลึกราวกับน้ำแข็งหรือหยก ลวดลายวิจิตรงดงาม แฝงด้วยความสง่างามและพริ้วไหว ผลงานที่สำเร็จออกมามักจะมีเอกลักษณ์ทางศิลปะแบบดั้งเดิมที่ดูองอาจ ดิบๆ และมีกลิ่นอายของท้องถิ่นที่เข้มข้น สีเขียวที่เปล่งประกายออกมานั้นสร้างบรรยากาศที่พอดิบพอดี ไม่ร้อนแรงเกินไปและไม่เงียบเหงาจนเกินไป"

"มันดูลุ่มลึกกว่าลายครามยุคหยวน หมิง และชิง รูปทรงที่ยิ่งใหญ่และสีสันที่จัดจ้านของถังซานไฉ (เครื่องเคลือบสามสีสมัยถัง) นั้นดูมีเสน่ห์ดึงดูดมากกว่าเครื่องเคลือบสมัยหมิงและชิงเสียอีก ผลงานส่วนใหญ่ของเตาเย่าโจวมักเป็นเครื่องเคลือบสีเขียว มีลวดลายการแกะสลักที่เฉียบคม และชิ้นงานเคลือบเย่าโจวแบบชิ้นนี้ มักจะถูกจัดอยู่ในยุคราชวงศ์จิน ซึ่งตัดกับสีเขียวคลาสสิกของเตาเย่าโจวอย่างชัดเจน ถือเป็นของที่หาได้ยากยิ่ง"

สวี่ชิงฟังไปพยักหน้าไปพลางถามต่อ "แล้วชิ้นนี้เป็นของแท้หรือเปล่า?"

"เป็นของแท้จากเตาเย่าโจวแน่นอนครับ แต่จานลายดอกโบตั๋นใบนี้ของคุณมันเสียหายขนาดนี้แล้ว แทบจะไม่มีมูลค่าเหลืออยู่เลย" เฉินหยางพลิกดูซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าเสียดายสุดขีด

สวี่ชิงเองก็พอจะรู้ข้อนี้ดี "ลองดูหน่อยสิ ว่าตอนนี้มันจะมีค่าสักเท่าไหร่?"

"ถ้าอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ราคาประมูลน่าจะอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านหยวน แต่ตอนนี้มันแทบจะกลายเป็นของเสียไปแล้ว อย่างมากที่สุดก็ไม่เกิน 2 แสนหยวนครับ"

สวี่ชิงได้ยินดังนั้นแทบจะกระอักเลือดออกมา

"สองล้านหยวนเลยเหรอ?" ของเก่าราคาสูงลิ่วขนาดนี้ กลับหลุดลอยไปต่อหน้าต่อตาเฉยๆ

เฉินหยางขมวดคิ้วพูดต่อ "ถ้าได้ปรมาจารย์ด้านการซ่อมแซมฝีมือฉกาจมาช่วยซ่อมให้ ก็น่าจะยังขายได้ราคาดีอยู่ เสียดายที่ตอนนี้ผมยังซ่อมของพวกนี้ไม่เป็น"

สวี่ชิงตาเป็นประกายขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวอีกครั้ง

"ต่อให้ซ่อมได้ ค่าซ่อมก็คงไม่ถูกแน่! ถึงตอนนั้นจานโบตั๋นใบนี้ฉันก็คงไม่ได้กำไรอะไรอยู่ดี"

"ถ้าได้ระดับปรมาจารย์ตัวจริงซ่อมจนสมบูรณ์ อย่างน้อยๆ ก็น่าจะต้องจ่ายค่าซ่อมสัก 3-5 แสนหยวนครับ"

สวี่ชิงถึงกับเดาะลิ้นด้วยความตกใจ

เฉินหยางประเมินไว้ที่ 2 ล้าน แต่ซ่อมเสร็จแล้วจะขายได้ราคานั้นหรือเปล่าก็ยังไม่รู้แน่นอน

เขาจึงพับเก็บความคิดเรื่องการซ่อมแซมไปทันที

เฉินหยางกล่าวเสริม "ในฐานะที่เย่าโจวเป็น 'อันดับหนึ่งในหกตระกูลเตาเผาสมัยซ่ง' และได้รับยกย่องว่าเป็น 'ที่สุดแห่งเครื่องเคลือบสีเขียวลายแกะสลัก' แต่ในหมู่คนทั่วไป กลับไม่มีชื่อเสียงโด่งดังเท่าลายครามสมัยหยวน หรือกระถางธูปสมัยหมิงเซวียนเต๋อเลย!"

"โดยเฉพาะเพลง 'ชิงฮัวฉือ' (ลายคราม) นั่นน่ะ ต่อให้คนที่ไม่รู้เรื่องของเก่าเลยสักนิด ก็ยังรู้ว่าเครื่องลายครามเป็นสมบัติของชาติ! และนี่ก็ทำให้ชาวบ้านทั่วไปเข้าใจผิดไปว่า มีแค่เครื่องลายครามเท่านั้นที่เป็นของเก่าระดับสมบัติชาติของจริง!"

"และดูเหมือนความเป็นจริงก็จะเป็นอย่างนั้น เครื่องลายครามยุคหยวนหรือถังซานไฉ ชิ้นหนึ่งราคาพุ่งไปหลายสิบล้านหรือเป็นร้อยล้านให้เห็นอยู่บ่อยๆ แต่ของจากเตาเย่าโจวที่จะไปถึงระดับสิบล้านได้นั้น มีน้อยยิ่งกว่าน้อย!"

สวี่ชิงเบะปาก "ดูท่าของระดับพรีเมียมคงมีไม่เยอะสินะ?"

เฉินหยางส่ายหัว "พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกครับ จริงๆ แล้วเครื่องเคลือบเย่าโจวไม่ได้ด้อยไปกว่าลายครามหรือถังซานไฉเลย แต่ไม่รู้ทำไม ราคาถึงไม่พุ่งขึ้นไปสักที" เฉินหยางแอบสงสัยในใจ

"แม้เย่าโจวจะรั้งตำแหน่งหนึ่งในหกเตาเผาที่ยิ่งใหญ่สมัยซ่ง แต่ของที่ตกทอดมาถึงปัจจุบันมีน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นของที่พวกขโมยขุดสุสานแอบขุดขึ้นมาขายกันเองเป็นการส่วนตัว!"

"ในบริษัทประมูลที่ได้มาตรฐาน ราคาเริ่มต้นของเย่าโจวมักจะไม่สูงนัก แต่สุดท้ายมักจะจบที่ราคาประมูลสูงกว่าราคาตั้งต้นสิบเท่าหรือหลายสิบเท่าเสมอ!"

สวี่ชิงเองก็มึนตึ้บพอๆ กัน

"ฉันก็เคยเห็นข่าวมาบ้าง เรื่องมันเป็นแบบนั้นจริงๆ! ตามหลักแล้ว ของยิ่งหายากราคาก็ควรจะยิ่งแพงสิ!"

ในเมื่อคิดไม่ตก เฉินหยางก็เลิกคิด "ผมคาดว่าในอนาคตราคาเครื่องเคลือบเย่าโจวน่าจะพุ่งขึ้นอีกมหาศาล จานใบนี้พี่จะเก็บไว้สะสมเองก็ได้ หรือจะปล่อยตอนนี้ก็ไม่เลวครับ!"

สวี่ชิงยิ้มขื่น "เฉินหยาง จานใบนี้เขาจะเอาแสนนึง เธอว่าคุ้มไหม?"

เฉินหยางได้ยินก็อึ้งไปเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าเขายังไม่ได้จ่ายเงิน จึงพยักหน้าตอบ "คุ้มสิครับ! ถึงตอนนี้จะดูเหมือนได้กำไรแค่แสนเดียว แต่ในอนาคตราคามันพุ่งแน่นอน!"

"การเล่นของเก่าจะหวังแค่ 'ส้มหล่น' (เจี่ยนโล่ว) ตลอดไม่ได้หรอกครับ ประเภทที่ว่าซื้อมาแล้วขายต่อได้กำไรเป็นร้อยเป็นพันเท่าน่ะ มันเป็นโอกาสที่ร้อยปีจะเจอสักหน! ทั้งชีวิตอาจจะเจอแค่ครั้งเดียวก็ได้!"

สวี่ชิงพยักหน้าเห็นด้วย

เฉินหยางถามต่อ "ใครเป็นคนขายให้พี่ครับ? มีแค่ชิ้นเดียวเหรอ?"

สวี่ชิงชี้ไปที่ชายร่างผอมแห้งที่ยืนอยู่นอกกระจก เขาอายุประมาณสามสิบต้นๆ สวมเสื้อเชิ้ตสีเทามอมแมม กำลังยืนมองซ้ายมองขวา และหันกลับมามองสวี่ชิงในร้านเป็นระยะๆ

"เมื่อกี้เขาถีบรถสามล้อขนเฟอร์นิเจอร์เก่าๆ พังๆ มาจอดอยู่ข้างๆ เตรียมจะตั้งแผง ฉันดูแล้วเหมือนจะเป็นของดี เขาเรียกราคาขาดตัวที่หนึ่งแสน ฉันตัดสินใจไม่ถูกเลยโทรหาเธอนี่แหละ"

เฉินหยางกวาดสายตามองชายคนนั้นอย่างไม่ใส่ใจ ทันใดนั้นรูม่านตาของเขาก็หดเกร็ง สายตาไปหยุดอยู่ที่เก้าอี้พังๆ ตัวหนึ่งข้างกายชายคนนั้น

"ออกไปดูหน่อยครับ!"

เขาลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอก สวี่ชิงรีบตามไปติดๆ

เมื่อชายคนนั้นเห็นสวี่ชิงเดินออกมา ก็รีบก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางลนลาน "เถ้าแก่ จะเอาจานใบนี้ไหมครับ?"

"เอา!" สวี่ชิงขี้เกียจพูดมากกับเขา ชายคนนั้นดีใจจนเนื้อเต้น

เฉินหยางทำเป็นไม่สนใจและแอบสำรวจเก้าอี้ไม้แดงทรงโบราณสภาพเก่าคร่ำคร่าตัวนั้น เก้าอี้ตัวนั้นมีขาเหลือแค่สามข้าง ส่วนขาอีกข้างไม่รู้หลุดหายไปไหนนานแล้ว

เก้าอี้เป็นสีแดงทั้งตัว ชำรุดทรุดโทรมอย่างหนัก พนักพิงก็หักพับ มันถูกทิ้งวางไว้อย่างไม่ใยดีบนพื้น

'เก้าอี้ไม้แดงสมัยราชวงศ์หมิง!' ดวงตาของเฉินหยางทอประกายวูบหนึ่ง

เขาหันไปมอง เห็นสวี่ชิงโอนเงินให้ชายคนนั้นเรียบร้อยแล้ว หมอนั่นดีใจจนหน้าบาน เฉินหยางก้าวเข้าไปถามอย่างเป็นกันเองว่า "พี่ชาย ที่บ้านพี่มีจานแบบนี้เยอะไหมครับ?"

ชายคนนั้นส่ายหัว "บรรพบุรุษทิ้งไว้ให้บ้างครับ แต่ไม่รู้หายไปไหนหมดแล้ว เจอแค่ใบเดียวเนี่ยแหละ..." สายตาเขาดูหลุกหลิก เหมือนพูดความจริงไม่หมด

เฉินหยางพยักหน้า "ถ้าเจออีก พี่ก็มาติดต่อเถ้าแก่คนนี้ได้เลยนะ!"

คุยไปคุยมาจึงรู้ว่าเขาชื่อ 'ฟ่านต้าหนิว' บรรพบุรุษเคยเป็นเศรษฐีมีฐานะ แต่พวกลูกหลานเอาแต่กินเที่ยวเล่นจนสมบัติมลายหายสิ้น จนต้องตกยากมาเร่ขายเฟอร์นิเจอร์กิน

"เก้าอี้ตัวนี้พี่ขายยังไง?"

ฟ่านต้าหนิวตาเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น "พันนึงครับ!"


จบตอนที่ 93

จบบทที่ ตอนที่ 93 จานลายดอกเตาเย่าโจว

คัดลอกลิงก์แล้ว