- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 73 เครื่องเคลือบสามสีสมัยถัง (ถังซานไฉ่)
ตอนที่ 73 เครื่องเคลือบสามสีสมัยถัง (ถังซานไฉ่)
ตอนที่ 73 เครื่องเคลือบสามสีสมัยถัง (ถังซานไฉ่)
ตอนที่ 73 เครื่องเคลือบสามสีสมัยถัง (ถังซานไฉ่)
เซียวชิงเสวียนยังไม่ทันได้พูดอะไร เซียวหรูซานก็อุทานด้วยความตกใจว่า "ของชิ้นแค่นี้เนี่ยนะ มูลค่าสูงขนาดนั้นเลย? เพียงเพราะมันเคยเป็นของที่ฮ่องเต้เคยใช้เหรอ?"
เฉินหยางปรายตามองเขาแวบหนึ่งพลางแค่นเสียงหึ
"ถ้าของชิ้นใหญ่ขนาดนี้เป็นหยกเหอเถียนเนื้อซื่อหรือมรกต คุณคิดว่ามันควรจะมีค่าเท่าไหร่ล่ะ?"
เซียวหรูซานหน้าแดงวูบ
เฉินหยางกล่าวต่อว่า "แม้ขวดนัตถุ์จะเป็นของที่รับมาจากต่างชาติ แต่กลับมาเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุดด้วยฝีมือของช่างผู้เชี่ยวชาญในประเทศเรา ขนาดของมันเพียงแค่ห้าถึงหกเซนติเมตร แต่กลับแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ในความเล็กจิ๋ว มันรวบรวมงานฝีมือดั้งเดิมส่วนใหญ่ของประเทศเราเอาไว้ ขวดนัตถุ์ครอบคลุมทั้งเทคนิคการทำแก้วหลากสี , งานหยก, งานหล่ออัด และเทคนิคอื่นๆ เข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังมีรูปทรงที่ปรับเปลี่ยนไปตามวัสดุ ดูแล้วละลานตาไปหมด"
"ส่วนวัสดุที่ใช้ทำขวดนัตถุ์นั้น เรียกได้ว่าแทบจะทุกอย่างสามารถนำมาทำได้หมด แล้วยังผ่านการจินตนาการที่แปลกใหม่และการแกะสลักอย่างพิถีพิถันจากช่างฝีมือชั้นครู เรียกได้ว่ามูลค่าควรเมืองเลยทีเดียว"
เฉินหยางหยุดจังหวะเล็กน้อยก่อนจะเสริมว่า "การประเมินค่าของขวดนัตถุ์นั้นแตกต่างจากของเก่าทั่วไป ขั้นแรกต้องแยกแยะจริงปลอม จากนั้นค่อยประเมินความประณีต ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติของการตรวจวัตถุโบราณ แต่สำหรับขวดนัตถุ์ แค่แยกแยะคุณภาพของวัสดุและความประณีตก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ที่มาว่าจริงหรือปลอมเสมอไป"
"เพราะขวดนัตถุ์มีความล้ำค่าในตัวเองสูงมาก มูลค่าของมันอยู่ที่ระดับของวัสดุ ฝีมือการวาด และความละเอียดของงานช่าง ไม่เกี่ยวกับยุคสมัยที่ผลิตหรือตัวเจ้าของที่สร้างขึ้น"
"หากวัสดุนั้นหายากและล้ำค่าจริงๆ ประกอบกับงานช่างที่อัศจรรย์ ไม่ว่ามันจะผลิตขึ้นเมื่อไหร่ หรือมาจากมือใคร มันก็คือของชั้นยอด ในทางกลับกัน หากวัสดุและงานช่างอยู่ในระดับธรรมดา ต่อให้มาจากสมัยคังซีหรือยงเจิ้ง และถูกใช้งานโดยฮ่องเต้เอง มูลค่าก็ไม่ได้สูงนัก"
หวังเถี่ยสือเหงื่อตกโซมกาย แต่ยังคงฝืนทนยืนยันว่า "ถึงมันจะเป็นวัสดุทองแดงลงยาและงานช่างจะดูดีก็จริง แต่มันน่าจะเป็นของทำเลียนแบบในสมัยราชวงศ์ชิงตอนปลาย..."
เฉินหยางยังไม่ทันได้อธิบาย เซียวเทียนหลินก็ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ
"มันคือผลงานในสมัยเฉียนหลงแท้ๆ แน่นอน ขนาดช่วงเวลาของมันแกยังระบุไม่ถูก ก็ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นแล้ว!"
หวังเถี่ยสือถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก
หลิวอีเตาก็เหงื่อแตกพล่าน ร่างกายสั่นเทาไปหมด ในฐานะเพื่อนร่วมอาชีพ เขากลับมองไม่ออกเช่นกันว่านี่คือของจริง เขามีความรับผิดชอบที่ไม่อาจปฏิเสธได้ และเขากลัวเหลือเกินว่าเซียวเทียนหลินจะระเบิดอารมณ์ใส่หัวเขา
"คุณคิดว่าขวดนัตถุ์ใบนี้ไม่มีราคา ก็เลยเอามันไปวางไว้ในมุมอับ กะว่าถ้าใครตาถั่วมาถูกใจก็ขายๆ ออกไปซะ คุณถึงขั้นแอบภูมิใจในใจด้วยซ้ำว่า ถึงจะได้กำไรไม่มาก แต่อย่างน้อยก็ยังได้อะไรติดไม้ติดมือบ้าง"
เฉินหยางพูดเพียงสั้นๆ แต่กลับแทงใจดำอย่างรุนแรง
เซียวชิงเสวียนมองหวังเถี่ยสือด้วยสายตาตำหนิ หากขวดนัตถุ์ใบนี้ถูกขายออกไป ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้คนอื่นมาคว้าของดีราคาถูกไป และปู่ของเธอจะต้องสูญเสียเงินไปหลายล้านในพริบตา
เซียวจวินอู่และเซียวหรูซานมองหวังเถี่ยสือด้วยความโกรธแค้น สีหน้าดูหน้าแตกสุดๆ นึกไม่ถึงว่าผู้เชี่ยวชาญที่พวกเขาเชิญมาจะเป็นพวก "ราคาคุย"
เฉินหยางกล่าวต่อไปว่า "ไม่มีใครที่ไม่เคยทำผิดพลาด แม้แต่ปรมาจารย์นักประเมินที่มีชื่อเสียงโด่งดังมาหลายสิบปีก็มีช่วงเวลาที่ตาถั่วได้ แต่ความผิดพลาดเหล่านั้นมักจะเกิดขึ้นกับโบราณวัตถุที่หาได้ยากยิ่งเท่านั้น"
"แต่ขวดนัตถุ์ซึ่งเป็นของที่แพร่หลายในหมู่มวลชนขนาดนี้ ไม่ควรจะมองพลาดจริงๆ"
หวังเถี่ยสือคอตก ไม่สามารถโต้แย้งได้แม้แต่คำเดียว
หลังจากเฉินหยางพูดจบ เขาก็เริ่มเดินดูรอบๆ ร้านต่อ
หลิวอีเตาร่างกายสั่นสะท้าน จ้องมองเฉินหยางเขม็งแบบตาไม่กะพริบ
ทันใดนั้น เฉินหยางก็เดินไปที่ตู้ใบหนึ่ง แล้วประคอง รูปปั้นม้าถังซานไฉ่ ขึ้นมา เขาพินิจพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามว่า "รูปปั้นม้าถังซานไฉ่ตัวนี้ ใครเป็นคนรับเข้ามา?"
หลิวอีเตาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขากล้าเอาหัวเป็นประกันว่าถังซานไฉ่ตัวนี้เป็นของจริงแน่นอน บนใบหน้าเขาเริ่มมีรอยยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความมั่นใจ "ผมเอง! ตอนนั้นควักกระเป๋าจ่ายไปสามล้านกว่าหยวนเลยนะ!"
เฉินหยางเห็นท่าทางเหมือนอยากจะได้ความดีความชอบของเขาก็อดไม่ได้ที่จะเบะปาก
"สามล้านกว่าหยวน? นี่นึกว่าตัวเองซื้อของแท้มาจริงๆ เหรอ?"
หลิวอีเตาสีหน้าเปลี่ยนไปทันที "แกจะบอกว่าเป็นของปลอมงั้นเหรอ? เป็นไปไม่ได้! ฉันตรวจสอบหลายขั้นตอนมาก แม้แต่เครื่องมือวิทยาศาสตร์ต่างๆ ก็ใช้มาหมดแล้ว มันไม่มีทางเป็นของปลอมไปได้!"
เฉินหยางพูดอย่างไม่แยแสว่า
"เดี๋ยวนี้เทคนิคการทำของเลียนแบบถังซานไฉ่พัฒนาไปจนเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ใช้เครื่องมือตรวจสอบอย่างเดียวมันวัดอะไรไม่ได้หรอก ต้องพึ่งพาสายตาและประสบการณ์ของนักประเมินเท่านั้น!"
เซียวเทียนหลินโพล่งขึ้นมาทันที "เฉินหยาง เอามาให้ปู่ดูหน่อย!"
เฉินหยางประคองม้าถังซานไฉ่ไปวางตรงหน้าเซียวเทียนหลิน
เซียวเทียนหลินยกแววขยายขึ้นส่อง ดูซ้ายดูขวา สุดท้ายก็ทำได้เพียงหัวเราะขื่นๆ อย่างจนปัญญา "ถ้าเป็นปู่ ปู่ก็คงรับไว้เหมือนกัน! ดูไม่ออกจริงๆ!"
เซียวชิงเสวียนเดินเข้ามาดูใกล้ๆ ด้วยความสนใจ
ถังซานไฉ่ (เครื่องเคลือบสามสี) เป็นชื่อเรียกโดยรวมของเครื่องปั้นดินเผาเคลือบที่พบในสุสานสมัยราชวงศ์ถัง สีเคลือบมีทั้งเหลือง เขียว ขาว น้ำตาล น้ำเงิน และดำ แต่จะเน้นสีเหลือง เขียว ขาว เป็นหลัก จึงนิยมเรียกว่า "ถังซานไฉ่"
แต่บางชิ้นก็มีเพียงสีเดียว หรือสองสี หรือบางชิ้นก็มีสีสันซับซ้อนหลายสี แต่ทั้งหมดก็ถูกเรียกรวมๆ ว่าถังซานไฉ่
โดยทั่วไปแล้ว นอกจากเนื้อดินที่เป็นสีขาวแล้ว สีเหลือง สีเขียว และสีน้ำเงิน คือสีที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด และในเทคนิคการผสมสีทั้งสามนี้ ยังแฝงไปด้วยสุนทรียภาพทางศิลปะอย่างยิ่ง
ถังซานไฉ่ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์เครื่องปั้นดินเผาสมัยราชวงศ์ถัง ก่อนหน้านั้นจะมีเพียงเครื่องเคลือบสีเดียว หรืออย่างมากก็สองสีคู่กัน แต่พอเข้าสู่สมัยราชวงศ์ถัง สีเคลือบหลากสีแบบนี้ก็เริ่มมีมากขึ้น
เนื่องจากถังซานไฉ่ถูกขุดพบครั้งแรกและพบมากที่สุดที่เมืองลั่วหยาง จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อว่า "ลั่วหยางถังซานไฉ่"
รูปทรงของถังซานไฉ่มีความหลากหลายมาก โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นสี่ประเภทใหญ่ๆ คือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน, หุ่นจำลอง, หุ่นบุคคล และหุ่นสัตว์ ซึ่งในบรรดานั้นหุ่นสัตว์จะพบมากที่สุด ในจีนสมัยโบราณ ม้าเป็นพาหนะสำคัญที่ขาดไม่ได้ ในสนามรบต้องการม้า ชาวนาทำนาต้องการม้า การคมนาคมขนส่งก็ต้องการม้า ดังนั้นถังซานไฉ่ที่ขุดพบส่วนใหญ่จึงเป็นรูปม้า
รูปปั้นม้าถังซานไฉ่ในมือเฉินหยางตัวนี้ มีรูปร่างที่ดูปราดเปรียว แข็งแรง และอ้วนพี ดูมีชีวิตชีวาราวกับมีจิตวิญญาณ
"ชิงเสวียน คุณลองดูสิว่าตัวนี้จริงหรือปลอม?"
เซียวชิงเสวียนยิ้มพลางส่ายหน้า
"ฉันรู้แค่ว่าถังซานไฉ่เป็น 'หมิงชี่' (ของอุทิศ) สมัยราชวงศ์ถัง ที่ใช้เป็นของฝังศพสำหรับเชื้อพระวงศ์และเหล่าขุนนาง ส่วนจะดูว่าจริงหรือปลอมเนี่ย ฉันดูไม่เป็นหรอกค่ะ"
"ฉันเคยอ่านข้อมูลมาบ้าง เห็นว่าจำนวนถังซานไฉ่ที่ใช้ฝังศพเนี่ย จะถูกกำหนดตามยศถาบรรดาศักดิ์ของผู้ตายตอนยังมีชีวิตอยู่ ห้ามทำเกินเลยเด็ดขาด"
เฉินหยางพยักหน้า
"ถูกต้อง ตามระเบียบการใช้ของอุทิศในราชวงศ์ถัง ขุนนางระดับ 3 ขึ้นไปใช้ได้ 90 ชิ้น, ระดับ 5 ขึ้นไปใช้ได้ 60 ชิ้น และระดับ 9 ขึ้นไปใช้ได้ 40 ชิ้น หุ่นม้าและหุ่นคนต้องสูงไม่เกินหนึ่งฟุต ส่วนพวกวงดนตรี คนรับใช้ เครื่องแต่งกาย หรือของเล่นต่างๆ ก็ต้องเป็นไปตามตำแหน่งหน้าที่การงานตอนยังมีชีวิตอยู่ จะเพิ่มตามใจชอบไม่ได้"
"ในยุคของจักรพรรดิถังไท่จง, บูเช็คเทียน, ถังเกาจง และถังเสวียนจง ซึ่งเป็นช่วงที่อาณาจักรต้าถังรุ่งเรืองถึงขีดสุด อำนาจบารมีของฮ่องเต้อยู่เหนือสิ่งอื่นใด ไม่มีใครกล้าละเมิดกฎเกณฑ์"
"แต่หลังจากกบฏอันสื่อพละกำลังของต้าถังก็เริ่มเสื่อมถอย บารมีของราชวงศ์สั่นคลอน เกิดการแย่งชิงอำนาจจากเจ้าเมืองต่างๆ ที่ตั้งตัวเป็นใหญ่ในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นมหาเศรษฐีหรือชาวบ้านธรรมดาที่เคยผ่านความรุ่งเรืองเฟื่องฟูของต้าถังมาเกือบร้อยปี เมื่อต้องเผชิญกับแผ่นดินที่แตกสลายในพริบตา ทุกคนต่างรู้สึกว่าอนาคตมืดมนและหลงทาง"
"ผู้คนเริ่มใช้ชีวิตแบบหาความสุขใส่ตัวไปวันๆ ในช่วงเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นขุนนางผู้ใหญ่หรือพ่อค้า ต่างก็ใช้ถังซานไฉ่ฝังศพกันเป็นสิบเป็นร้อยชิ้น แม่ง... โยนกฎระเบียบพิธีการเหล่านั้นทิ้งไว้ข้างหลังหมดแล้ว"
จบตอนที่ 73