- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 69 ชายหนุ่มที่ป่วยหนักจนเกินเยียวยา
ตอนที่ 69 ชายหนุ่มที่ป่วยหนักจนเกินเยียวยา
ตอนที่ 69 ชายหนุ่มที่ป่วยหนักจนเกินเยียวยา
ตอนที่ 69 ชายหนุ่มที่ป่วยหนักจนเกินเยียวยา
"โบราณวัตถุล้ำค่าขนาดนั้น จะไม่กลายเป็นสมบัติล้ำค่าประจำพิพิธภัณฑ์มณฑลไปเลยเหรอ? พวกคุณที่พิพิธภัณฑ์เมืองยอมได้ยังไง?" เฉินหยางรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แม้เรื่องนี้จะไม่เกี่ยวกับเขาโดยตรง แต่เขาก็เป็นคนค้นพบมันขึ้นมา
เจ้าซิงเหอมีท่าทางฉุนเฉียวแต่ก็แฝงความจนใจ ทว่าแววตากลับมุ่งมั่นอย่างยิ่ง
"ท่านผู้อำนวยการเก่าป่วยหนัก พักรักษาตัวอยู่ที่ปักกิ่ง ฉันไม่อยากไปรบกวนท่าน ตอนนี้อำนาจตัดสินใจอยู่ที่รองผู้อำวยการ ซึ่งฉันกับเขาก็ไม่ค่อยถูกกันเท่าไหร่ ปล่อยให้เขาเอาไปก่อนเถอะ รอท่านผู้อำนวยการกลับมาเมื่อไหร่ ฉันต้องไปทวงคืนแน่นอน! สมบัติของพิพิธภัณฑ์เมืองเรา จะปล่อยให้พวกนั้นยึดไปเป็นของตัวเองได้ยังไง?"
พิพิธภัณฑ์ไหนได้ครอบครองโบราณวัตถุระดับชาติแบบนี้ ไม่เพียงแต่จะยกระดับชื่อเสียงของพิพิธภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังเป็นการเพิ่มบารมีส่วนตัวที่ส่งผลต่อการเลื่อนตำแหน่งด้วย ไม่มีใครยอมยกผลงานชิ้นโบแดงนี้ให้คนอื่นง่ายๆ หรอก
แต่เฉินหยางกลับไม่คิดเช่นนั้น เขาไม่รู้ว่าผู้อำนวยการเก่าจะกลับมาเมื่อไหร่ กว่าจะถึงตอนนั้น หินกลองเหล่านั้นคงกลายเป็นสมบัติของพิพิธภัณฑ์มณฑลไปโดยชอบธรรมแล้ว
"เฉินหยาง ตราประทับที่เธอเจอเมื่อวานน่าเสียดายจริงๆ พวกเราไม่มีวาสนาแม้แต่จะได้เห็นด้วยตาตัวเองเลย!" หลี่ฉงโหลวเปลี่ยนประเด็น
เจ้าซิงเหอถอนหายใจ "นั่นสิ แม่หนูตระกูลเซียวนั่นเงินหนาจริงๆ ไม่รู้ว่ามีเบื้องหลังยังไง? ดูจากทะเบียนรถแล้วมาจากเมืองเอกของมณฑล ไม่รู้ว่าเป็นลูกหลานผู้ทรงอิทธิพลคนไหน พวกเราคงได้แต่เก็บของที่เธอไม่สนใจเท่านั้นแหละ!"
"เธอคือผู้ดูแล 'อัญมณีเซวียนเซวียน' ครับ! และเธอก็คือดีไซเนอร์ที่ชื่อเซวียนเซวียนด้วย!" เฉินหยางยิ้มตอบ
ทั้งคู่ถึงกับอุ้ง "อัญมณีเซวียนเซวียน? เธอคือเซวียนเซวียนงั้นเหรอ?"
ชื่อเสียงของอัญมณีเซวียนเซวียนนั้นโด่งดังมาก ต่อให้เป็นคนที่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้ก็ยังต้องเคยได้ยินผ่านหู ส่วนชื่อของดีไซเนอร์เซวียนเซวียนนั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของเครื่องประดับระดับท็อปในประเทศไปนานแล้ว
เธอใช้ความสามารถของตัวเองผลักดันให้อุตสาหกรรมอัญมณีในชื่อของเธอเข้าสู่ตลาดสากล มีชื่อเสียงโด่งดังในยุโรปและอเมริกา จนเหล่าผู้ดีมีอำนาจต่างต้องหันมาจับตามอง
"คุณปู่ของเธอชอบของเก่าครับ ในเมื่อเธอเจอแล้ว ย่อมไม่ปล่อยให้หลุดมือแน่นอน!"
เฉินหยางคุยกับทั้งคู่ต่ออีกพักใหญ่ พอออกจากร้านกู่หวานไจ๋ เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากเซียวชิงเสวียน
"เฉินหยาง นายอยู่ไหน? คุณปู่ของฉันตื่นเต้นจนนอนไม่หลับทั้งคืนเลย ถ้านายว่าง ตอนนี้พานายกับตราประทับมาหาคุณปู่ฉันหน่อยได้ไหม!"
พอรู้ตำแหน่งของเขา เซียวชิงเสวียนจะขับรถมารับด้วยตัวเอง แต่เฉินหยางปฏิเสธ เขาโบกแท็กซี่ตรงไปยังตึกเย่เจว๋ทันที พอถึงหน้าตึกก็เห็นเซียวชิงเสวียนยืนรออยู่นานแล้ว
ทั้งคู่ขึ้นไปเอาตราประทับแล้วกลับลงมาที่รถ เซียวชิงเสวียนขับรถมุ่งหน้าไปยังเมืองชิงอวิ๋นซึ่งเป็นเมืองเอกของมณฑลด้วยตัวเอง
"เฉินหยาง ขอโทษทีนะที่ฉันไม่ได้บอกว่าบ้านฉันอยู่ที่เมืองเอก!" เซียวชิงเสวียนอธิบายขณะขับรถ
เฉินหยางยิ้ม "มันเกี่ยวกันด้วยเหรอครับ? คุณก็เคยเปรยๆ ไว้แล้วนี่นา อีกอย่าง ทะเบียนรถคุณก็บอกอยู่ทนโท่ ใครไม่รู้ก็บ้าแล้ว!"
เซียวชิงเสวียนชะงักไป เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
เธอกังวลว่าถ้าไม่พูดความจริงเฉินหยางจะโกรธ พอเห็นแบบนี้ก็โล่งอกไปที
จากเมืองปินไห่ไปยังเมืองชิงอวิ๋นใช้เวลาเดินทางไม่ถึง 3 ชั่วโมง
ระหว่างทาง เฉินหยางเปลี่ยนมาขับรถแทนเซียวชิงเสวียน เขาทำใบขับขี่ไว้ตั้งแต่ตอนเรียนแต่ไม่ได้พกติดตัวมา พอใกล้จะเข้าเขตเมืองชิงอวิ๋น เขาก็สลับให้เซียวชิงเสวียนกลับมาขับต่อ
รถแล่นผ่านย่านใจกลางเมืองที่พลุกพล่าน เลี้ยวไปมาจนเข้าสู่ย่านวิลล่าหรูทางทิศตะวันตก และในที่สุดก็เข้าไปในอาณาเขตคฤหาสน์ส่วนตัว
คฤหาสน์นี้มีพื้นที่กว้างขวางมาก มีวิลล่าหลายหลังตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่และสนามหญ้าเขียวขจี เซียวชิงเสวียนจอดรถที่หน้าวิลล่าหลังใหญ่ที่สุด
ทันทีที่ทั้งคู่ลงจากรถ ก็มีชายหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากตึก เขาสวมเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว แต่ใบหน้าเหลืองซีด เดินเหินดูไร้เรี่ยวแรง ดูปราดเดียวก็รู้ว่าร่างกายถูกทำลายด้วยเหล้ายาปลาปิ้งและกามราคะ เขาสำรวจเฉินหยางด้วยสายตาดูถูก "อ้าว น้องเล็ก พากิ๊กเด็กกลับมาบ้านเหรอ?"
เซียวชิงเสวียนขมวดคิ้วมุ่น แค่นเสียงหึ "พี่รอง มันเกี่ยวอะไรกับพี่?"
เฉินหยางรู้สึกไม่สบอารมณ์กับท่าทางของหมอนี่ เขาปรายตามองแล้วพูดเรียบๆ "เมื่อคืนพี่ลุยมา 5 นางเลยสินะ ถึงตอนนี้จะรู้สึกว่าตัวเองเป็นฮีโร่สุดๆ แต่ตอนนี้เริ่มรู้สึกหวิวๆ ข้างในแล้วใช่ไหม? ถ้าไม่กินยาคงกู้ศักดิ์ศรีคืนมาไม่ได้แล้วล่ะสิ?"
"ตอนนี้พี่อายุแค่ยี่สิบกว่าๆ แต่ร่างกายพังไปถึงแปดสิบแล้วนะ พี่อยู่ไม่ถึงสามสิบหรอก"
เซียวหรูไห่ โกรธจัด เอื้อมมือจะมากระชากคอเสื้อเฉินหยาง "ไอ้หนู แกพูดว่าไงนะ?" ปีนี้เขาอายุ 29 แล้ว ถ้าตามที่มันพูด เขาเหลืออายุขัยอีกแค่ปีเดียวงั้นเหรอ?
เซียวชิงเสวียนตวาด "หยุดนะ พี่จะทำอะไร?"
เซียวหรูไห่ดูจะเกรงใจน้องสาวคนนี้อยู่บ้าง จึงยอมหดมือกลับอย่างไม่เต็มใจ
เฉินหยางหัวเราะเบาๆ "ไม่เชื่อก็ช่างเถอะ! น่าเสียดาย เพิ่งเสวยสุขได้ไม่กี่ปี หลังจากนี้คงไม่มีโอกาสแล้ว เหลือเวลาอีกปีเดียว ก็ใช้ให้คุ้มแล้วกันนะ!"
เซียวหรูไห่โกรธจนหน้าเขียว เดินสะบัดก้นออกไปอย่างหัวเสีย
พวกคนใช้ในบ้านต่างมองเฉินหยางด้วยสายตาแปลกๆ และซุบซิบนินทากัน
เซียวชิงเสวียนพาเฉินหยางเดินเข้าตึก
"เฉินหยาง ที่นายพูดเมื่อกี้ เรื่องจริงเหรอ?"
เฉินหยางพยักหน้ายิ้ม "แน่นอนครับ ผมไม่เคยโกหก!"
สีหน้าของเซียวชิงเสวียนดูสับสนไปวูบหนึ่ง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
ทั้งคู่เดินเข้าไปในโถงชั้นหนึ่ง เห็นชายชราวัยเจ็ดสิบกว่าคนหนึ่งนั่งอยู่ที่โซฟา สวมชุดมวยไทเก๊กสีขาว แม้ใบหน้าจะมีริ้วรอยตามวัย แต่ดวงตากลับเป็นประกาย มีพลัง ไม่มีท่าทางแก่ชราหนังตาตกเลยสักนิด
เซียวชิงเสวียนรีบวิ่งเข้าไปอ้อนพลางดึงมือท่าน "คุณปู่!"
เซียวเทียนหลิน มองเธอด้วยความเอ็นดู พลางลูบหลังมือหลานสาวด้วยรอยยิ้ม
"อื้ม! ยัยหนู หายหน้าหายตาไปตั้งเดือนสองเดือนเลยนะ!"
เซียวชิงเสวียนเขินเล็กน้อย รีบบอกว่า "คุณปู่คะ คนนี้คือเฉินหยางที่หนูเคยเล่าให้ฟังค่ะ!"
เฉินหยางก้าวไปข้างหน้า โค้งคำนับ "สวัสดีครับคุณปู่เซียว!"
เซียวเทียนหลินจ้องมองเฉินหยางด้วยสายตาแหลมคมพลางพยักหน้า "คนหนุ่ม พลังงานล้นเหลือ ดี! ดีมาก!"
"คุณปู่ชมเกินไปแล้วครับ" เฉินหยางแสดงท่าทางเขินอายเล็กน้อย
"นั่งสิ! เฉินหยาง นั่งก่อน! มาที่นี่ก็ทำตัวตามสบายเหมือนบ้านตัวเองนะ" ท่านตบที่นั่งข้างๆ ตัวเอง
เฉินหยางนั่งลงข้างท่าน พลันมีคนใช้ยกน้ำชา เครื่องดื่ม และผลไม้นานาชนิดมาเสิร์ฟ
เซียวชิงเสวียนรินชาให้ทุกคน พอเซียวเทียนหลินรู้ว่าหลานสาวกับเฉินหยางได้รู้จักกับปรมาจารย์เครื่องปั้นดินเผาสีม่วงระดับชาวบ้าน และยังเปิดโรงงานด้วยกัน ท่านก็กล่าวชมเชยไม่ขาดปาก
เฉินหยางเปิดกล่องข้างตัว แล้วนำตราประทับหยกออกมาวางตรงหน้าเซียวเทียนหลิน
ทันทีที่เห็นตราประทับ เซียวเทียนหลินถึงกับตาค้าง
เมื่อวานแม้จะเห็นรูปถ่ายมาแล้ว แต่พอได้เห็นของจริง ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับ เพราะเหตุนี้ การดูของเก่าผ่านรูปหรือวิดีโอจึงเชื่อถือไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์
ต้องเห็นของจริง ดูเนื้องาน ลวดลาย วัสดุ และเทคนิคการแกะสลัก หรือแม้แต่ต้องได้สัมผัสด้วยมือ ถึงจะตัดสินได้ว่าเป็นของแท้หรือของปลอม
และถึงกระนั้น ขนาดปรมาจารย์ที่คลุกคลีอยู่ในวงการมาหลายสิบปียังมีพลาดพลั้งดูผิดได้เลย
ใครที่บอกว่าดูของแท้ของปลอมผ่านรูปถ่ายได้น่ะ ต้มตุ๋นร้อยเปอร์เซ็นต์
จบตอนที่ 69