- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 50 งานศิลปะราคาแพงระยับที่ซื้อมาแค่ห้าพัน
ตอนที่ 50 งานศิลปะราคาแพงระยับที่ซื้อมาแค่ห้าพัน
ตอนที่ 50 งานศิลปะราคาแพงระยับที่ซื้อมาแค่ห้าพัน
ตอนที่ 50 งานศิลปะราคาแพงระยับที่ซื้อมาแค่ห้าพัน
"คุณปู่เย่ ผอ.เจ้า คุณหลี่ครับ... ถ้าเราไม่มองที่ชื่อสลัก พวกคุณมีใครแยกออกไหมว่าใบไหนคือผลงานของไป๋ซงซีกันแน่?"
เฉินหยางหัวเราะเบาๆ ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้ววางกาน้ำชาของเขาคู่กับกาน้ำชาของกัวไห่ชวน
"จริงด้วย..." เย่เทียนหนานและอีกสองคนถึงกับหน้าแดงวาบด้วยความละอาย ถ้าไม่นับเรื่องชื่อสลัก พวกเขาแยกไม่ออกจริงๆ แถมกาน้ำชาที่เฉินหยางนำมาให้นั้น ในแง่ของฝีมือดูเหมือนจะเหนือกว่าอยู่กรายๆ เสียด้วยซ้ำ
"นี่คือผลงานของคนไร้ชื่อเสียง แต่กลับสามารถปั้นกาน้ำชาจื่อซาระดับปรมาจารย์ออกมาได้!" เฉินหยางยิ้มบางๆ
หลี่ฉงโหลวส่ายหน้าทันที "เป็นไปไม่ได้! ถ้าคนคนนี้สามารถทำผลงานระดับเดียวกับปรมาจารย์ไป๋ได้ง่ายๆ ขนาดนี้ เขาไม่มีความจำเป็นต้องไปแอบอ้างชื่อใครเลย! แค่เปิดตัวในนามตัวเอง สร้างชื่อเสียงให้กลายเป็นปรมาจารย์แห่งยุค ไม่ได้ทั้งเงินทั้งกล่องมากกว่าเหรอ?"
เย่เทียนหนานและเจ้าซิงเหอพยักหน้าเห็นด้วยอย่างต่อเนื่อง เป็นใครก็คงทำแบบนั้น
ส่วนหวงซานไฉหน้าเสียอย่างหนัก เหงื่อเย็นไหลโชกไปทั้งตัว ความจริงแล้วไป๋ซงซีคือลูกพี่ลูกน้องห่างๆ ของเขา ไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ลับนี้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่มีทางได้สิทธิ์ผูกขาดงานของไป๋ซงซีมาขายหรอก
ในใจเขาเริ่มหวาดวิตก ไม่รู้ว่าคนที่เฉินหยางรู้จักน่ะ บังเอิญมีงานชุดนี้หลุดมาแค่ชุดเดียว หรือว่าสามารถผลิตออกมาได้เรื่อยๆ? ถ้าเป็นอย่างหลัง ตำแหน่งของไป๋ซงซีจะไม่สั่นคลอนเหรอ? ตลาดของเขาจะไม่โดนแย่งไปหมดเหรอ?
ถึงตอนนั้น กาน้ำชาของเขาจะเลิกเป็นของที่ "หาได้ยากยิ่ง" และร่วงหล่นลงมาจากแท่นบูชาอันสูงส่ง จนสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดไปทั้งหมด
เจ้าซิงเหอมองเฉินหยาง แล้วจู่ๆ ก็ถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้ใจจะขาด
"เฉินหยาง ชุดน้ำชาชุดนี้... คงจะหมดเงินไปไม่น้อยเลยใช่ไหม?"
ชุดน้ำชาลายกระรอกกับองุ่นที่เฉินหยางนำมา ไม่เพียงแต่ฝีมือจะกดชุด "หย่งเหมย" ของพ่อลูกตระกูลกัวจนมิด แต่มันยังมาเป็นเซ็ต 10 ชิ้น มากกว่าของตระกูลกัวถึง 3 เท่า ราคาจึงประเมินได้ยากมาก
ถ้าเป็นผลงานของปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียง อย่างน้อยต้องมีร้อยล้านหยวนขึ้นไป ถ้าเป็นฝีมือไป๋ซงซีเอง อย่างต่ำต้องมี 300-400 ล้านหยวน แต่ในเมื่อคนปั้นเป็นช่างฝีมือชาวบ้านไร้ชื่อ ต่อให้ราคาจะต่ำลงมาหน่อย ก็น่าจะอยู่ที่หลักล้านหรือหลักสิบล้านอยู่ดี
เย่เสวี่ยและฉินหนานเองก็มองเฉินหยางด้วยความสงสัย พวกเธอรู้ดีว่าฐานะของเฉินหยางไม่ดี แล้วเขาไปเอาของล้ำค่าราคาแพงหูฉี่แบบนี้มาจากไหน?
เฉินหยางยิ้มกว้าง พร้อมชูนิ้วห้านิ้วจากมือขวา
"ห้าสิบล้านหยวนเหรอ?" หลี่ฉงโหลวลองหยั่งเชิงถาม
กัวเป่ารุ่ยและกัวไห่ชวนใจกระตุก ถ้าเฉินหยางซื้อมาในราคา 50 ล้านหยวนจริงๆ พวกเขาก็แพ้ยับเยินน่ะสิ?
แขกเหรื่อคนอื่นเริ่มถอนหายใจโล่งอก 50 ล้านหยวนสำหรับงานศิลปะชุดนี้ ถือว่าคุ้มค่าทุกหยวน
"คุณหลี่ครับ คุณให้เกียรติผมเกินไปแล้ว คุณคิดว่าผมเป็นคนที่มีปัญญาควักเงิน 50 ล้านหยวนออกมาได้งั้นเหรอ?"
ทุกคนเริ่มได้สติ เออจริงด้วย
เจ้าซิงเหอและเย่เทียนหนานมองหน้ากันลอกแลก
"ห้าแสนหยวน?" เจ้าซิงเหอโพล่งออกมา เขาข้ามตัวเลขห้าล้านไปเลย เพราะเขาคิดว่าด้วยฐานะเฉินหยางตอนนี้ ยังไงก็ไม่มีทางจ่ายเงินล้านได้
ห้าแสนหยวนแม้จะไม่ใช่น้อยๆ แต่ถ้ากัดฟันสู้ หลายคนก็พอจะรวบรวมเงินมาได้
เฉินหยางยิ้มแล้วส่ายหน้า ทุกคนในงานถึงกับสูดหายใจเข้าลึกๆ ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาพร้อมกันในหัว คงไม่ใช่... ห้าหมื่นหยวนหรอกนะ?
ห้าหมื่นหยวนซื้อชุดน้ำชาจื่อซา 10 ชิ้นที่ฝีมือเทียบเท่าไป๋ซงซีได้เนี่ยนะ? ไอ้หมอนี่มันจะดวงดีเกินไปแล้ว
ทุกคนต่างพากันอิจฉาตาร้อน
เฉินหยางเห็นปฏิกิริยาของทุกคนก็รู้ทันทีว่าพวกเขาคิดอะไร เขาจึงส่ายหน้าขำๆ แล้วพูดว่า "ห้าพันหยวนครับ!"
"ห้าพันหยวน!" เย่เทียนหนาน, หลี่ฉงโหลว, เจ้าซิงเหอ และคนอื่นๆ ถึงกับตาถลน ใบหน้าของแต่ละคนเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ ทุกคนรู้ดีว่าเฉินหยางไม่มีความจำเป็นต้องโกหกเรื่องราคา
เวลาเรา "เก็บลาภ" ได้ ยิ่งราคาต่ำเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะมันแสดงถึงสายตาอันเฉียบแหลม
แต่เวลาให้ของขวัญผู้ใหญ่ ยิ่งราคาสูงเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะมันแสดงถึงความจริงใจ
เฉินหยางต่อให้โง่แค่ไหน ก็คงไม่ทำเรื่องผิดพลาดระดับอนุบาลแบบนี้แน่
"หะ... ห้าพัน?" กัวเป่ารุ่ยและกัวไห่ชวนแทบจะกระอักเลือด ทั้งคู่หันไปถลึงตาใส่หวงซานไฉอย่างเคียดแค้น
แต่หวงซานไฉไม่ได้สังเกตปฏิกิริยาของทั้งคู่เลยแม้แต่น้อย เขารู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว ในใจเกิดวิกฤตครั้งใหญ่ ถ้าช่างฝีมือชาวบ้านที่เฉินหยางเจอ สามารถผลิตกาน้ำชาแบบนี้ออกมาได้เรื่อยๆ ชื่อของไป๋ซงซีก็จะไร้ค่าทันที
และเขาก็จะไม่ได้ผลประโยชน์มหาศาลจากเรื่องนี้อีกต่อไป
หลินกั๋วต้งหน้าเย็นชา ในใจรู้สึกเสียดายอย่างบอกไม่ถูก เขาจึงแค่นยิ้มเย็น "เฉินหยาง แกเก็บลาภมาในราคาห้าพันหยวนเนี่ยนะ มันเกินไปหน่อยมั้ง! นี่มันงานศิลปะที่มีมูลค่าหลักหลายสิบล้านหรือร้อยล้านเลยนะ!"
ในใจเขาคิดทันทีว่า เดี๋ยวพอจบงานวันเกิด เขาจะรีบไปที่ร้านกาน้ำชาที่เฉินหยางไปซื้อมาทันที
เฉินหยางหัวเราะเบาๆ ปรายตามองหลินกั๋วต้ง แล้วกวาดสายตามองไปรอบโถง คำพูดของหลินกั๋วต้งเริ่มได้ผล แขกเหรื่อหลายคนมองเฉินหยางด้วยสายตาดูแคลน แม้การเก็บลาภจะเป็นความสามารถส่วนตัว แต่ของราคาหลายสิบล้านดันไปซื้อเขามาแค่ห้าพัน มันดู "ไร้ศีลธรรม" เกินไปหน่อย
เฉินหยางยิ้มเรียบๆ "คุณชายใหญ่หลิน คุณคงเข้าใจอะไรผิดไปอย่างหนึ่ง ผมไม่ได้ไป 'เก็บลาภ' แต่ผมไป 'ซื้อ' ชุดน้ำชามาครับ! คุณปู่ท่านนั้นเขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีชื่อเสียง ขายราคาแพงไม่ได้ เขาก็เลยเต็มใจขายให้ผมในราคาห้าพันหยวนเองครับ!"
"เชี่ย! มีคนโง่ขนาดนั้นด้วยเหรอวะ? ต่อให้ขายราคาประเมินไม่ได้ ก็ไม่น่าจะขายทิ้งถูกๆ แบบนี้!" ฝูงชนเริ่มส่งเสียงเซ็งแซ่
"นี่มันยิ่งกว่าขายถูกอีก นี่มันให้เปล่าชัดๆ!"
"ทำไมฉันไม่เจอโชคดีแบบนี้บ้างวะ!"
"ต่อให้แกไปเจอ แกดูออกไหมล่ะ? มันไม่มีชื่อไป๋ซงซีสลักไว้ แกจะกล้าซื้อไหม?"
หลี่ฉงโหลวและเจ้าซิงเหอมองเฉินหยางด้วยสายตาเป็นประกาย ทั้งคู่ฉุกคิดถึงเรื่องเดียวกันขึ้นมาได้ แต่ยังไม่ได้โพล่งออกมา
กัวเป่ารุ่ยหน้าซีดเผือด ร่างกายโงนเงนจนกัวไห่ชวนต้องรีบเข้าไปพยุง
"ท่านเย่ครับ พอดีที่บริษัทผมมีธุระด่วนกะทันหัน ต้องรีบกลับไปจัดการ! งานเลี้ยงของท่าน ผมคงอยู่ร่วมต่อไม่ได้แล้วครับ!" กัวเป่ารุ่ยหาข้ออ้างขอตัวลา
เย่เทียนหนานและคนอื่นๆ รู้ดีว่าเขายังไม่เป็นลมล้มพับไปตรงนี้ก็นับว่าบุญโขแล้ว เงิน 98 ล้านหยวน ซื้อกาน้ำชามูลค่า 5,000 หยวนมา เป็นใครก็คงแทบคลั่ง
เย่เทียนหนานกล่าวปลอบใจสองสามประโยค ก่อนที่กัวเป่ารุ่ยจะรีบเดินจากไปโดยมีลูกชายพยุง
เซียวชิงเสวียนมองเฉินหยาง ดวงตาเป็นประกายวับ หรือว่าเขาจะวางแผนเรื่องทั้งหมดนี้ไว้ล่วงหน้าแล้ว?
หลังจากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายนี้ ของขวัญจากคนสำคัญคนอื่นๆ ที่ตามมาก็แทบจะไม่ได้รับความสนใจจากฝูงชนอีกเลย
เย่เทียนหนานกล่าวขอบคุณแขกเหรื่อทุกคนที่มาร่วมงานอย่างเป็นทางการ จากนั้นงานเลี้ยงก็เริ่มขึ้น เฉินหยางเลือกนั่งลงที่โต๊ะตัวหนึ่งซึ่งมีแต่คนหนุ่มสาวอีก 7 คน ทุกคนพอเห็นว่าได้นั่งร่วมโต๊ะกับเฉินหยางต่างก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
จังหวะนั้น เย่เสวี่ยเดินเข้ามาแล้วกระซิบที่ข้างหูเขา "เฉินหยาง คุณปู่เชิญคุณไปที่โต๊ะหลักค่ะ!"
เฉินหยางชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นเดินตามเย่เสวี่ยไปยังโต๊ะประธานท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาของแขกทั้งงาน
เซียวชิงเสวียนและฉินหนานเองก็ถูกคนในตระกูลเย่เชิญให้มานั่งที่โต๊ะหลักเช่นกัน
เย่เทียนหนานนั่งที่ตำแหน่งประธาน โดยมีหลี่ฉงโหลวและเจ้าซิงเหอนั่งขนาบซ้ายขวา นอกจากนี้ยังมีคนอีกสองคนที่เฉินหยางไม่รู้จักนั่งอยู่ด้วย
"เฉินหยาง, ยัยหนูชิงเสวียน, ยัยหนูฉินหนาน มาๆ นั่งลงเถอะ!" เย่เทียนหนานทักทายด้วยรอยยิ้ม
จบตอนที่ 50