เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 เฉินซูฟางคืนสินค้า

ตอนที่ 45 เฉินซูฟางคืนสินค้า

ตอนที่ 45 เฉินซูฟางคืนสินค้า


ตอนที่ 45 เฉินซูฟางคืนสินค้า

ผู้ชายคนนั้นเฉินหยางก็เคยเห็นเมื่อคืน เขาคือ หลินกั๋วต้ง คนที่อยู่ในร้านกาน้ำชาของหวังซุ่นถังและพยายามจะกดราคาซื้อชุดน้ำชา 4 ชุดนั้นนั่นเอง!

เฉินหยางกวาดสายตามองไปรอบๆ พลันเห็นเด็กสาวในชุดเดรสสีเหลืองอ่อนยืนอยู่ห่างจากเฉินซูฟางไปทางด้านหลังประมาณสิบกว่าเมตร เธอคนนั้นคือ เย่เสวี่ย

เธอดูเหมือนจะอับอายจนไม่กล้าสบตาใคร และดูเหม่อลอยไร้สมาธิอย่างเห็นได้ชัด

ในฝูงชนไม่เห็นเงาของเย่จวิ้นสยง เฉินหยางก็เข้าใจได้ทันที เฉินซูฟางก่อเรื่องน่าอายขนาดนั้นเมื่อคืน จนกลายเป็นตัวตลกให้คนทั้งเมืองนินทา และแน่นอนว่ามันลามไปถึงชื่อเสียงของตระกูลเย่ให้ตกต่ำลงด้วย

เรื่องนี้อย่าว่าแต่ระดับคุณนายไฮโซเลย ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็คงรับไม่ได้ ต้องมาขอคำชี้แจงให้ถึงที่สุด ส่วนเย่จวิ้นสยงนั้นห่วงศักดิ์ศรีคุณชายตระกูลเย่ของตัวเอง ย่อมไม่ยอมลงมาเกลือกกลั้วด้วยตนเองแน่

แม้เย่เสวี่ยจะเอือมระอาแม่ของเธอแค่ไหน แต่เธอก็เลี่ยงไม่ได้ที่ต้องพาแม่ที่ทำให้เธอขายหน้าคนนี้มาจัดการเรื่องราวให้จบ

"คุณชายหลิน ให้คำอธิบายมาเดี๋ยวนี้! สร้อยคอไข่มุกที่ฉันซื้อจากร้านคุณ พนักงานของคุณเอาหัวเป็นประกันว่ามันคือไข่มุกน้ำเค็มธรรมชาติแท้ๆ แต่เมื่อคืนกลับโดนตรวจเจอว่ามันคือไข่มุกน้ำจืดเพาะเลี้ยง!"

"นี่มันเข้าข่ายหลอกลวงผู้บริโภคชัดๆ! คืนเงินมาเดี๋ยวนี้!"

เฉินซูฟางถือกล่องกำมะหยี่ที่มีสร้อยเจ้าปัญหาอยู่ข้างใน เธอจ้องหลินกั๋วต้งเขม็งด้วยความโกรธแค้น

"ใช่! ต้องคืนเงิน! แล้วต้องชดเชยด้วย! ตามกฎหมายตอนนี้ต้อง 'ปลอมหนึ่งชดเชยสาม'!" ชายวัยกลางคนในฝูงชนตะโกนเสริมด้วยความเดือดปาล์

"เมื่อเดือนก่อนฉันซื้อกำไลหินโมรามา เมื่อคืนรีบเอาไปให้คนช่วยตรวจ ปรากฏว่าเป็นแค่โมราธรรมดา แต่ดันขายราคาเดียวกับโมราแดงใต้! นี่มันต้มตุ๋นชัดๆ! ฉันเชื่อมั่นในแบรนด์ของคุณถึงได้มาซื้อ แต่คุณกลับเห็นฉันเป็นไอ้โง่!"

หญิงร่างท้วมคนหนึ่งแทรกขึ้นมา "ของฉันก็เหมือนกัน! ฉันซื้อเจ้าแม่กวนอิมหยกดำมา เมื่อคืนให้ปรมาจารย์ตรวจดู กลายเป็นว่ามันคือหยกนิลธรรมดา! เอาปลามาปนกับมุกแบบนี้ มันจะมากเกินไปแล้วนะ!"

"พ่อค้าหน้าเลือดแบบนี้ ควรโดนปรับให้ล้มละลายไปเลย!"

คนอีกกว่าสามสิบคนรอบๆ ต่างส่งเสียงด่าทอเห็นพ้องตามๆ กัน

หลินกั๋วต้งเหงื่อไหลโชก รีบแก้ตัวพัลวัน "ทุกท่านครับ พวกเราเองก็เป็นผู้เสียหายเหมือนกัน! ไอ้พวกนักประเมินพวกนั้นมันห่วยเอง แยกของจริงของปลอมไม่ออก! ทำให้ชื่อเสียงของ 'ซิงเวี่ยน' เสียหายยับเยิน! พวกเราจะฟ้องร้องเอาผิดพวกมันให้ถึงที่สุดครับ!"

ผลกระทบครั้งนี้รุนแรงมหาศาล ตอนนี้สินค้าทุกอย่างภายใต้แบรนด์ "ซิงเวี่ยน" และ "เซิ่งซื่อ" แทบจะขายไม่ออกเลยสักชิ้น

คนที่ซื้อของฟุ่มเฟือยเหล่านี้ได้ ถ้าไม่รวยก็ต้องมีอำนาจ หากต้องรับมือกับคนแค่หนึ่งหรือสองคน บริษัทเซิ่งซื่อและตระกูลหลินยังพอไหว แต่ถ้าต้องเป็นศัตรูกับเศรษฐีทั้งเมืองแบบนี้ มีหวังโดนขยี้จนไม่เหลือซากแน่

การเอาของเกรดต่ำมาหลอกขายเป็นของเกรดสูง หรือเอาของปลอมมาหลอกว่าเป็นของแท้ ถือเป็นอาชญากรรมทางกฎหมาย ก่อนที่หน่วยงานรัฐจะเริ่มลงดาบ เขาต้องรีบทำให้เรื่องใหญ่กลายเป็นเรื่องเล็ก และเรื่องเล็กกลายเป็นไม่มีเรื่องให้ได้

ถึงเขาจะรู้ว่าวิกฤตย่อมมีโอกาส หากจัดการเรื่องนี้ได้ดี นอกจากบริษัทจะไม่เจ๊งแล้ว อาจจะได้รับผลประโยชน์มหาศาลกลับมาด้วย

แต่การจะทำให้ประชาชนกลับมาเชื่อมั่นในบริษัทอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ภายในวันเดียว

ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ต้องใช้เวลาสร้างนานหลายปีหรือเป็นสิบปี แต่การจะทำลายมันน่ะ... วันเดียวก็เกินพอ

เฉินซูฟางและคนอื่นๆ แค่นหัวเราะ "นั่นมันเรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกับพวกเรา! ตอนนี้ฉันต้องการแค่คืนเงินและค่าชดเชย!"

"ทุกท่านวางใจได้ครับ สิ่งที่ทำให้ซิงเวี่ยนมัวหมองถือเป็นความผิดพลาดของพวกเรา เราขอยอมรับผิดชอบทั้งหมด! ใครที่เคยซื้อสินค้าของเราไป เพียงนำใบเสร็จมา เราจะคืนเงินให้เต็มจำนวน! และจะขอมอบของขวัญชดเชยให้ทุกท่านอีกคนละหนึ่งชิ้นด้วยครับ!"

หลินกั๋วต้งยอมลดตัวลงต่ำสุดๆ ร้านค้าทั้ง 8 สาขาทั่วเมือง สินค้าที่ต้องรับคืนมีมูลค่ารวมหลายพันล้าน บริษัทต้องขาดทุนย่อยยับ กำไรทั้งปีแทบจะหายวับไปกับตา แต่เขาไม่มีทางเลือกอื่น

ชื่อเสียงของบริษัทตกลงสู่จุดต่ำสุด ถ้าเขาดีลไม่จบ บริษัทอาจถึงขั้นล้มละลายได้เลย

พอเขานึกถึงชื่อ "เฉินหยาง" ขึ้นมา เขาก็โกรธจนกัดฟันกรอด ไอ้หมอนั่นอยู่ดีไม่ว่าดี จะเสนอหน้าไปประเมินสร้อยให้แม่ยายทำไมวะ?

มันคนเดียวแทบจะทำลายบริษัทของเขาทั้งบริษัท ดวงตาของเขาแทบจะพ่นไฟออกมาได้

เฉินซูฟางได้ยินแบบนั้น ใบหน้าก็เริ่มมีรอยยิ้มขึ้นมาบ้าง

"แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย!"

หลินกั๋วต้งรีบสั่งการให้ผู้จัดการและพนักงานจัดการคืนเงินให้เฉินซูฟางและคนอื่นๆ จากนั้นก็มอบของขวัญชดเชยตามมูลค่าสินค้าที่แต่ละคนซื้อไป

คราวนี้เฉินซูฟางได้รับสร้อยคอไข่มุกน้ำเค็มธรรมชาติของจริง ไข่มุกมีขนาดเท่าหัวแม่มือนิ้วก้อย สภาพไม่ได้สวยเลิศเลออะไร มูลค่าแค่ประมาณ 5 ล้านหยวน แต่เฉินซูฟางก็ยังยิ้มแก้มปริจนหุบไม่ลง

เย่เสวี่ยได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ท่าทางของแม่เธอตอนนี้ดูเหมือนชาวบ้านร้านตลาดที่ได้ผลประโยชน์นิดหน่อยก็ดีใจจนเนื้อเต้น ไม่มีสง่าราศีของคุณนายไฮโซเลยแม้แต่นิด แต่ดูเหมือนเฉินซูฟางจะไม่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ

ทุกคนได้รับของขวัญติดมือกลับไป แม้ในใจจะยังขุ่นเคืองอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้ติดใจเอาความต่อ เพราะถ้าจะดำเนินคดีตามกฎหมายจริงๆ กับคนเป็นร้อยแบบนี้ให้ชดเชยสามเท่า บริษัทเซิ่งซื่อคงล้มละลายทันที

คนเหล่านี้ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินมากนัก สิ่งที่พวกเขาห่วงคือ "หน้าตา" ในเมื่อบริษัทเซิ่งซื่อยิมยอมก้มหัวขอโทษ พวกเขาก็ยอมถอยก้าวหนึ่งเพื่อจบเรื่อง

"เฉินหยาง!"

เย่เสวี่ยเงยหน้าขึ้นมาบังเอิญเห็นเฉินหยางพอดี เธออุทานด้วยความดีใจสุดขีด

เฉินซูฟางหันมาเห็นเขาเข้าพอดี ทันใดนั้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วน

เฉินหยางไม่ได้มองเธอเลย เขาทำเพียงพยักหน้าทักทายเย่เสวี่ย

เย่เสวี่ยพอเห็นเซียวชิงเสวียนยืนอยู่ข้างกายเฉินหยาง ในใจของเธอก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที แต่บนใบหน้ายังคงประดับรอยยิ้มที่อ่อนหวานราวกับลมฤดูใบไม้ผลิ

"แกคือเฉินหยางงั้นเหรอ?" หลินกั๋วต้งพอได้ยินชื่อนี้ก็พุ่งตัวเข้ามาหาทันที

ดวงตาของเขาฉายแววอาฆาตราวกับสัตว์ป่าที่จ้องจะขย้ำเหยื่อ เขาจ้องมองเฉินหยางเขม็งพลางนึกในใจว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน แต่นึกไม่ออก

เฉินหยางยิ้มแล้วตอบ "ร้านเครื่องปั้นดินเผาเมื่อคืนไง!"

หลินกั๋วต้งตาสว่างทันที เมื่อคืนเขาเห็นแวบๆ นึกว่าเป็นแค่คนธรรมดาที่เดินผ่านไปมาเลยไม่ได้สนใจ แต่ไม่นึกเลยว่าไอ้หนุ่มท่าทางบ้านๆ คนนี้แหละ ที่ใช้แค่กระบวนท่าเดียวก็เกือบจะทำให้ตระกูลหลินล่มจม

"ดี! แกนี่มันดีจริงๆ! ฉันชอบคนหนุ่มรุ่นใหม่ที่มีความสามารถแบบแกนะ! มีลูกฮึด มีหัวคิด อนาคตไกลแน่ๆ!" แม้หลินกั๋วต้งจะพูดจายิ้มแย้ม แต่ใครๆ ก็ฟังออกว่าเขาโกรธจนแทบจะเคี้ยวฟันตัวเองแตก

เฉินหยางยิ้มตอบอย่างสุภาพ "ผมมันดีอยู่แล้วครับ เรื่องนี้ผมรู้ตัวดี ไม่ต้องให้คุณมาบอกหรอก! และผมก็รู้ด้วยว่าในอนาคตผมจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกใบนี้ เรื่องนี้ก็ไม่ต้องให้คุณมาคอยประจบประแจงด้วยเหมือนกัน!"

หลินกั๋วต้งเห็นเฉินหยางพูดจาเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความโอหังที่ปิดไม่มิด เขาก็แค่นเสียงหึออกมา

"ไอ้หนุ่ม ระวังหน่อยนะ ยิ่งปีนสูงเท่าไหร่ เวลาตกลงมาจะยิ่งตายศพไม่สวย!" เขาแก่กว่าเฉินหยางไม่กี่ปี แต่กลับทำท่าทางวางโตสั่งสอนเหมือนเป็นรุ่นพี่ใหญ่

เฉินหยางปรายตามองเขาอย่างเย็นชาพลางพูดดูถูกว่า "นกกระจอกอย่างแก จะมารู้จักอุดมการณ์ของพญาหงส์ได้ยังไง?"

เขาชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "อ้อ... แกว่าเป็นนกกระจอกยังสูงไปเลย อย่างแกน่ะเป็นได้แค่ 'นกกระจิบ' เท่านั้นแหละ! เลิกทำของปลอมหลอกคนได้แล้ว วันหน้าจะได้มีรำข้าวเหลือให้จิกกินบ้าง!"

ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างพากันหัวเราะลั่น

"แก... แกมัน..." หลินกั๋วต้งโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ สายตาที่เขามองเฉินหยางนั้นยิ่งเย็นยะเยือกและแดงฉานด้วยความอาฆาต


จบตอนที่ 45

จบบทที่ ตอนที่ 45 เฉินซูฟางคืนสินค้า

คัดลอกลิงก์แล้ว