เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 40 กาน้ำชาจื่อซา

ตอนที่ 40 กาน้ำชาจื่อซา

ตอนที่ 40 กาน้ำชาจื่อซา


ตอนที่ 40 กาน้ำชาจื่อซา

หวงซานไฉยังคงประดับรอยยิ้มอันอ่อนโยนไว้บนใบหน้า

"ผมเชื่อว่าชุดกาน้ำชาจื่อซาชุดนี้ จะต้องช่วยส่งเสริมให้เถ้าแก่กัวมีเงินทองไหลมาเทมา และรุ่งเรืองเฟื่องฟูอย่างแน่นอนครับ!"

ทันทีที่แผ่นหลังของเขาหายวับไป กัวเป่ารุ่ยก็กำหมัดแน่น ส่วนกัวไห่ชวนนั้นดวงตาแดงก่ำด้วยความโกรธ

"ของนี่อย่างมากก็มูลค่าแค่ 70 ล้าน แต่มันกลับขูดรีดเราเพิ่มไปเกือบ 30 ล้าน! ไอ้หมอนี่มันโลภไม่มีที่สิ้นสุดจริงๆ!"

กัวเป่ารุ่ยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์

"เดิมทีฉันนึกว่าจะประมูลของดีๆ ในงานได้ ก็เลยกะว่าจะไม่เอาไอ้กาน้ำชานี่แล้ว แต่ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามแผน แถมงานวันเกิดไอ้แก่เย่ก็ใกล้เข้ามาทุกที เวลามันบีบคั้น เราเลยไม่มีทางเลือกนอกจากต้องยอมรับเงื่อนไขมัน"

"ไว้มีโอกาสเมื่อไหร่ ข้าจะเอาคืนให้สาสมเลยคอยดู!"

กัวเป่ารุ่ยคำรามราวกับสัตว์ป่าที่จ้องจะขย้ำคน

ขณะเดียวกัน หวงซานไฉที่เดินพ้นบ้านตระกูลกัวออกมาก็พึมพำอย่างลำพองใจ "ของทุนห้าพัน... ขายได้เกือบหนึ่งร้อยล้าน! ฮ่าๆ"

...

เฉินหยางกำลังจะเดินเข้าหมู่บ้านของตัวเอง ทันใดนั้นก็ได้รับสายจากเย่เสวี่ย

"เฉินหยาง ถึงบ้านหรือยังคะ?" เสียงของเย่เสวี่ยนั้นอ่อนหวานนุ่มนวลเป็นพิเศษ

"ถึงหน้าหมู่บ้านแล้วครับ กำลังจะเดินเข้าไป"

"เฉินหยาง ภาพวาดของถังป๋อหู่ที่คุณช่วยฉันประมูลมาน่ะ คุณปู่ตื่นเต้นจนหุบยิ้มไม่ได้เลย ท่านชมไม่ขาดปากเลยว่าคุณเป็นคนเก่งที่หาตัวจับยากจริงๆ!"

"คุณปู่ฝากฉันมาเชิญคุณ ให้มาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของท่านด้วยนะ! แล้วท่านยังย้ำมาเป็นพิเศษด้วยว่า 'ห้าม' เอาของขวัญอะไรมาทั้งนั้น! เพราะคุณได้นำของที่ท่านอยากได้ที่สุดมามอบให้ท่านเรียบร้อยแล้ว"

ทั้งคู่คุยกันต่ออีกสองสามประโยคก่อนที่เฉินหยางจะวางสาย

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย 'คุณท่านเย่ถึงกับเอ่ยปากเชิญเราไปงานวันเกิดเองเลยเหรอ? แบบนี้เราจะไม่เตรียมของขวัญอะไรไปเลยได้ยังไง?'

ถึงแม้ผู้อาวุโสจะพูดแบบนั้น และเขาก็เชื่อว่าท่านพูดจากใจจริง

แต่ความจริงภาพวาดใบนั้นถือเป็นของขวัญจากเย่เสวี่ยที่มอบให้คุณปู่ของเธอเอง ส่วนเขาเป็นเพียงคนช่วยประเมินและประมูลให้เท่านั้น

ตระกูลเย่แม้จะไม่ใช่เศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองปินไห่ แต่ก็เป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลขนาดที่ว่า 'ถ้าพวกเขากระทืบเท้า เมืองทั้งเมืองก็สั่นสะเทือน' การได้ดองหรือสานสัมพันธ์กับตระกูลระดับนี้ เป็นสิ่งที่เหล่านักธุรกิจและผู้มีอำนาจมากมายโหยหา

แต่เขาก็เป็นแค่ไอ้หนุ่มจอมกระจอกที่ไม่มีชื่อเสียงเรียงนาม กลับได้รับเกียรติอันยิ่งใหญ่ขนาดนี้เชียวหรือ?

ต่อให้ไม่นับเรื่องผลประโยชน์ทางสังคม แค่เห็นแก่คำชวนของเย่เสวี่ย เขาก็ปฏิเสธไม่ลงจริงๆ

"แล้วเราจะส่งอะไรเป็นของขวัญดีล่ะ? เงินในตัวตอนนี้ก็มีไม่เท่าไหร่ จะมีโอกาสไป 'เก็บตก' (เลี่ยนโหล่ว) ของล้ำค่าราคาถูกได้อีกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้" เฉินหยางก้มหน้าครุ่นคิด

"ด้วยฐานะและระดับของตระกูลเย่ พวกเขาไม่ขาดแคลนของขวัญอะไรทั้งนั้น ต่อให้เราส่งของมูลค่าเป็นร้อยล้านไปให้ พวกเขาอาจจะไม่ชายตามองด้วยซ้ำ"

"แต่ด้วยฐานะและทรัพย์สินที่ผมมีตอนนี้ ควรจะให้อะไรดีนะ ถึงจะดูไม่กระจอกเกินไป และก็ไม่ต้องถึงขั้นฝืนตัวทำเกินกำลัง?"

เฉินหยางจมอยู่ในภวังค์ความคิด เขาไม่ได้เดินเข้าหมู่บ้านแต่กลับเดินทอดน่องไปตามทางเท้า ทันใดนั้นภายใต้แสงไฟริมถนน เขาเห็นชายหนุ่มอายุประมาณ 21-22 ปี นั่งเฝ้าแผงลอยเล็กๆ มีผ้าสีแดงปูอยู่บนพื้น บนนั้นมีเพียงชุดเครื่องน้ำชาจื่อซาเพียงชุดเดียว

เฉินหยางก้มลงปรายตามอง มันคือกาน้ำชาจื่อซาสีแดงเข้ม (จูหนี่)

ชุดเครื่องน้ำชานี้ประกอบด้วย กา 1 ใบ โถใส่ใบชา 1 ใบ ถ้วย 4 ใบ และจานรอง 4 ใบ ทุกชิ้นถูกแกะสลักเป็นลวดลาย "กระรอกกับพวงองุ่น"

เฉินหยางอาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญเรื่องกาน้ำชาจื่อซามากนัก แต่เขารู้ว่าลวดลายกระรอกและองุ่น เป็นผลงานคลาสสิกของเครื่องปั้นดินเผา และเป็นลายมงคลดั้งเดิม

เถาองุ่นที่แผ่ขยายและลูกองุ่นที่ดกพราว สื่อถึงการมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง ครอบครัวรุ่งเรือง เป็นผลไม้มงคลในใจของผู้คน

ส่วน "หนู" (กระรอกถูกจัดอยู่ในตระกูลเดียวกับหนู) ตรงกับปีนักษัตร "ชวด" (จื่อ) สื่อถึงการมีบุตรมาก อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ของ "พังพอนพ่นทรัพย์" ในมือของเทพเจ้าแห่งโชคลาภตามความเชื่อพุทธแบบทิเบต จึงเป็นตัวแทนของความมั่งคั่ง

เมื่อหนูมาคู่กับองุ่น ในวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนจึงหมายถึง "ลูกดกโชคดี เก็บเกี่ยวพูนสุข มั่งมีศรีสุข"

และในสายตาคนทั่วไป กระรอกดูน่ารักน่าเอ็นดูมากกว่าหนูบ้าน การใช้กระรอกสื่อสารจึงดูสง่างามและเป็นทางการมากกว่า ดังนั้นการรวมตัวของกระรอกและองุ่นจึงยิ่งเป็นมงคลทวีคูณ

เฉินหยางดวงตาเป็นประกาย กาน้ำชาจื่อซาเป็นงานศิลปะชื่อดังระดับโลกจากเมืองอี๋ซิง ตั้งแต่เริ่มประดิษฐ์ขึ้นในสมัยราชวงศ์หมิงและแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน ก็มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปีแล้ว

กระรอกและพวงองุ่นบนเครื่องน้ำชาชุดนี้ดูมีชีวิตชีวามาก ความงดงามและกลิ่นอายของมันดูเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ไม่ใช่ผลงานจากช่างฝีมือชั้นต่ำหรือสินค้าด้อยคุณภาพที่ผลิตจากโรงงานสายพานทั่วไป

กาน้ำชาจื่อซาที่ดีจากอี๋ซิง ต้องมีความงามของ "ความประณีต , พลัง, จิตวิญญาณ และท่วงทำนอง" ซึ่งกาน้ำชาใบนี้สื่อสารออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ ต่อให้ไม่นับว่าเป็นงานศิลปะ รูปทรงของมันก็ดูยิ่งใหญ่ อิ่มเอิบ เป็นของล้ำค่าที่หาได้ยาก

ชายหนุ่มเจ้าของแผงเห็นเฉินหยางดูสนใจ จึงเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม "คุณผู้ชาย สนใจซื้อกาน้ำชาจื่อซาไหมครับ?"

เฉินหยางพยักหน้า เขาเอื้อมมือไปประคองกาน้ำชาใบนั้นขึ้นมาดูอย่างละเอียด มันเป็นงานระดับปรมาจารย์แน่นอน แต่ประหลาดตรงที่ไม่มีตราประทับของปรมาจารย์ท่านใดเลย

ปกติแล้วอาจารย์ที่ทำกาน้ำชาจื่อซา เมื่อแกะสลักผลงานเสร็จ จะต้องสลักชื่อตัวเองไว้ที่ผนังด้านในของกา ซึ่งเปรียบเสมือนตราประทับส่วนตัว

นอกจากจะกันการปลอมแปลงแล้ว การสลักชื่อยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้งานศิลปะชิ้นนั้นด้วย

"กาน้ำชาใบนี้ใครเป็นคนทำเหรอ? ทำไมถึงไม่มีชื่อผู้สร้างล่ะ?"

แววตาของชายหนุ่มหม่นแสงลงทันที เขาคอตกและเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงอัดอั้น "พวกคุณที่เรียกตัวเองว่าพวกเสพงานศิลปะเนี่ย เวลาซื้อของมองหาแต่ชื่อคนดังหรือไง? มีแต่พวกที่ถูกเรียกว่าปรมาจารย์เท่านั้นเหรอ ถึงจะสร้างงานศิลปะที่แท้จริงได้?"

เฉินหยางอึ้งไปครู่หนึ่ง ชายหนุ่มคนนี้ดูเด็กกว่าเขาปีสองปี แต่คำพูดของเขากลับฟังดูมีเหตุผลอย่างยิ่ง

"ขอโทษที! ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น!"

"ผมแค่เห็นว่ากาน้ำชาใบนี้ฝีมือเหมือนมาจากยอดฝีมือมาก แต่กลับไม่มีชื่อทิ้งไว้ ก็เลยรู้สึกแปลกใจน่ะ!"

ชายหนุ่มมองเขาด้วยความประหลาดใจ "คุณมีความรู้เรื่องกาน้ำชาจื่อซาอยู่บ้างจริงๆ สินะ!"

เฉินหยางยิ้มบางๆ พลางชวนคุยจนรู้ว่าเขาชื่อ หวังป๋อเหวิน

"นี่คือดินจูหนี่ (ดินแดงละเอียด) ใช่ไหม?"

พอได้ยินเรื่องความรู้เกี่ยวกับจื่อซา หวังป๋อเหวินก็ร่ายยาวทันที "ใช่ครับ นี่คือจูหนี่ ซึ่งเป็นเกรดพรีเมียมที่สุดในบรรดาดินแดง"

ดินจูหนี่โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 โทน แดงอมเหลือง, เหลืองอมแดง และแดงอมม่วง แม้จูหนี่จะมาจากดินแดง (หงหนี่) แต่ก็ต่างกันตรงที่จูหนี่มีอัตราการหดตัวสูงกว่าดินแดงปกติถึงสองเท่า หลังจากเผาเสร็จจะเป็นสีแดงสดอมประกายส้ม และปั้นขึ้นรูปยากมาก

ในสมัยโบราณมีคำกล่าวว่า "ถ้าเป็นจูหนี่แท้ ต้องมีรอยย่น" แต่ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ ข้อจำกัดนี้แทบจะหายไปแล้ว

หวังป๋อเหวินอธิบายให้เขาฟังอย่างออกรสร่วมครึ่งชั่วโมง จนเฉินหยางมีความรู้เรื่องจื่อซาเพิ่มขึ้นมาก

"แล้วชุดน้ำชาชุดนี้ คุณขายเท่าไหร่?"

"ห้าพัน!"

หวังป๋อเหวินชูมือขึ้นข้างหนึ่ง

เฉินหยางรวบรวมสมาธิ ใช้เนตรทิพย์จ้องมอง ทันใดนั้นก็มีอักษรสีแดงปรากฏขึ้นเหนือเครื่องน้ำชา

【กาน้ำชาจื่อซาของแท้】

【ยุคสมัย ผลิตขึ้นเมื่อ 3 เดือนก่อน】

【ราคา 5,000 ↑】

เฉินหยางขมวดคิ้วเล็กน้อย หลังตัวเลขราคาดันมีเครื่องหมาย "ลูกศรชี้ขึ้น" หมายความว่ายังไง? หรือจะบอกว่าห้าพันคือราคาต่ำสุด และยังมีโอกาสพุ่งสูงขึ้นไปอีกในอนาคต?

ที่ผ่านมา คำแจ้งเตือนไม่เคยปรากฏเครื่องหมายแบบนี้มาก่อนเลย

นี่คือผลงานระดับเทพที่ดูประณีตไร้ที่ติ แต่กลับเพิ่งสร้างเสร็จเมื่อ 3 เดือนก่อนงั้นเหรอ?

เฉินหยางรู้ดีว่ากาน้ำชาจื่อซาต่างจากของเก่าประเภทภาพวาดหรือเครื่องลายครามทั่วไป ที่ยิ่งเก่ายิ่งแพง

เพราะกาน้ำชาจื่อซาในตัวเองคืองานศิลปะ แม้จะเป็นผลงานของอาจารย์ยุคปัจจุบัน ก็สามารถขายได้ในราคามหาศาล

แต่ทำไมผลงานระดับนี้ถึงขายถูกจัง? หรือว่าอาจารย์ผู้สร้างไม่สนใจเรื่องเงินทองกันแน่?


จบตอนที่ 40

จบบทที่ ตอนที่ 40 กาน้ำชาจื่อซา

คัดลอกลิงก์แล้ว