- หน้าแรก
- ระบบซุปตาร์ เปิดฉากมาผมก็ถลุงเงินเก็บเร่อปาจนเกลี้ยง
- บทที่ 7 ก่อตั้งบริษัทเพื่อลงทุนกับหนิงฮ่าว
บทที่ 7 ก่อตั้งบริษัทเพื่อลงทุนกับหนิงฮ่าว
บทที่ 7 ก่อตั้งบริษัทเพื่อลงทุนกับหนิงฮ่าว
หนิงฮ่าว
ผู้กำกับที่นำศิลปะแห่งการเปลี่ยนทุนสร้างน้อยนิดให้เป็นกำไรมหาศาลมาใช้จนถึงขีดสุด
ทว่าหนิงฮ่าวยังไม่ได้แสดงพรสวรรค์นั้นออกมาให้เห็น เส้นทางการเป็นผู้กำกับของเขาจึงเต็มไปด้วยความยากลำบาก
เนื่องจากเขายังไม่มีชื่อเสียง จึงแทบไม่มีนักลงทุนคนไหนยอมออกทุนให้ ประกอบกับความจริงที่ว่าภาพยนตร์ของเขามักใช้นักแสดงหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ยิ่งทำให้คนอยากลงทุนด้วยน้อยลงไปอีก
ดังนั้น ในเวลานี้ แม้หนิงฮ่าวจะมีบทภาพยนตร์ชั้นดีอย่าง "เครซี่สโตน" อยู่ในมือ แต่เขากลับหานายทุนไม่ได้ และไม่สามารถเปิดกล้องถ่ายทำได้เสียที
"ทำไมการหาเงินลงทุนสักก้อนมันถึงได้ยากเย็นขนาดนี้นะ? บทก็ออกจะดี ทำไมถึงไม่มีใครเห็นค่ามันเลย?"
"ไม่ได้ ต่อให้ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ฉันก็จะต้องสร้างหนังเรื่องนี้ให้ได้"
ในขณะนั้น หนิงฮ่าวกำลังระบายความอัดอั้นให้ภรรยาฟัง พร้อมกับคิดไปด้วยว่าจะไปหยิบยืมเงินจากใครดี
จังหวะที่หนิงฮ่าวหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อจะโทรไปยืมเงินเพื่อน ก็มีสายเรียกเข้าพอดี
"หืม? ใครกันเนี่ย?"
"ไม่ได้บันทึกชื่อไว้ซะด้วย โทรผิดหรือเปล่านะ?"
เมื่อมองดูเบอร์โทรศัพท์บนหน้าจอ หนิงฮ่าวก็รู้สึกแปลกใจมาก เพราะนี่คือเบอร์สำหรับคุยงาน ไม่มีใครโทรมาหรอกเว้นแต่จะรู้จักเขาและต้องการคุยเรื่องงานจริงๆ
แต่เบอร์นี้ไม่ใช่คนรู้จัก เพราะไม่มีการบันทึกชื่อไว้ หนิงฮ่าวจึงสงสัยอย่างยิ่งว่าใครกันที่โทรเข้าเบอร์ทำงานของเขา
ด้วยความสงสัย หนิงฮ่าวจึงกดรับสายแล้วถามออกไป
"สวัสดีครับ ผมหนิงฮ่าว ไม่ทราบว่านั่นใครครับ?"
เมื่อเห็นว่ามีคนรับสาย หลินเซียวก็รีบพูดขึ้นทันที
"สวัสดีครับ ผู้กำกับหนิง ผมชื่อหลินเซียว เป็นประธานบริษัทการลงทุนไอ่ตี้แคปปิตอล ขออภัยที่โทรมาอย่างกะทันหันนะครับ พอดีผมได้ยินมาว่าคุณกำลังระดมทุนสำหรับภาพยนตร์เรื่องใหม่"
"ผมได้อ่านบทแล้ว และผมก็ชอบหนังเรื่องนี้มาก เลยอยากจะถามว่าคุณยังต้องการเงินลงทุนอยู่ไหมครับ? ถ้าต้องการ คุณจะพิจารณาให้ผมร่วมลงทุนได้หรือเปล่า? ผมยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการลงทุนทั้งหมดที่คุณต้องการเลย"
ถึงแม้หลินเซียวจะรู้ดีว่าตอนนี้ผู้กำกับหนิงกำลังกลุ้มใจเรื่องเงินลงทุนจนผมแทบจะร่วงหมดหัว แต่เขาก็ยังคงถามหนิงฮ่าวด้วยน้ำเสียงหยั่งเชิง เพื่อให้ดูไม่จู่โจมจนเกินไป และป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายคิดว่าหลินเซียวจงใจไปสืบเรื่องของเขามา
หนิงฮ่าวตาสว่างขึ้นมาทันที และตอบกลับไปด้วยความดีใจ
"อ่า ประธานหลินนี่เอง ข่าวไวมากเลยนะครับ!"
"ผมกำลังเตรียมตัวสำหรับหนังเรื่องใหม่จริงๆ และพวกเราก็กำลังขาดแคลนทุนทรัพย์อยู่พอดี ไม่ทราบว่าประธานหลินยินดีจะลงทุนกับพวกเราสักเท่าไหร่ครับ?"
แม้หนิงฮ่าวจะไม่เคยได้ยินชื่อไอ่ตี้แคปปิตอลมาก่อน แต่เขาก็คิดว่าในเมื่อได้ชื่อว่าเป็น 'บริษัทการลงทุน' ก็คงจะต้องเป็นบริษัทใหญ่ระดับหนึ่งแน่ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ในเมื่อเขากำลังต้องการเงินทุนอย่างเร่งด่วน เขาจึงไม่มีกะจิตกะใจจะมามัวคิดว่าหลินเซียวรู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังเตรียมสร้างหนังและขาดแคลนเงินทุน
หนิงฮ่าวถึงขั้นไม่ได้เอะใจเลยด้วยซ้ำตอนที่หลินเซียวบอกว่าเคยอ่านบทแล้ว
หลินเซียวส่งยิ้มพลางกล่าวว่า
"ผู้กำกับหนิง เมื่อกี้ผมไม่ได้บอกไปหรอกเหรอครับว่าผมจะดูแลเรื่องเงินทุนให้ทั้งหมดตามที่คุณต้องการ? ผมคาดหวังกับหนังเรื่องนี้ไว้สูงมากเลยนะ"
คำพูดของหลินเซียวทำเอาหนิงฮ่าวดีใจจนแทบเนื้อเต้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมชายหนุ่มปลายสายถึงเต็มใจลงทุนในหนังเรื่องใหม่ของเขา แถมยังใจป้ำเรื่องเงินขนาดนี้
แต่ตอนนี้ เพื่อให้ได้เงินลงทุนมา เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แค่มีคนยอมลงทุนด้วยก็ดีใจจนลืมความกังวลอื่นๆ ไปจนหมดสิ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม แม้หลินเซียวจะยืนยันว่ายินดีจ่ายส่วนที่ขาดให้ทั้งหมด แต่หนิงฮ่าวก็ยังแอบหวั่นใจอยู่ลึกๆ เขากลัวว่าชายหนุ่มคนนี้จะคิดว่าหนังของเขาต้องการเงินลงทุนแค่หนึ่งหรือสองล้านเท่านั้น ถึงได้กล้าพูดแบบนั้นออกมา
หนิงฮ่าวจึงลองหยั่งเชิงดูอีกครั้ง
"คุณหลินครับ จะเรียกว่าขาดทุนทรัพย์ก็คงไม่ถูกนัก เพราะเราไม่มีเงินลงทุนเลยแม้แต่แดงเดียว ดังนั้น หากคุณหลินต้องการจะเป็นนายทุนแต่เพียงผู้เดียว อาจจะต้องใช้เงินถึงแปดล้านหยวนเลยนะครับ คุณคิดว่ายังไงครับ?"
หลินเซียวนึกไม่ถึงว่าตัวเลขที่หนิงฮ่าวเสนอมาจะแตกต่างจากเป้าหมายของระบบ ทำเอาเขาชะงักไปครู่หนึ่ง หรือว่าเขาจะได้ผลตอบแทนหกร้อยเปอร์เซ็นต์ก็ต่อเมื่อลงทุนสิบล้านเท่านั้น?
เมื่อหาคำตอบไม่ได้ หลินเซียวจึงเลิกคิดฟุ้งซ่านและเลือกที่จะเชื่อระบบ
"ไม่มีปัญหาครับผู้กำกับหนิง ผมจะให้คุณสิบล้าน เอาไปใช้ตามสมควรเลย ผมจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการถ่ายทำมากนัก ทุกอย่างในกองถ่ายเป็นสิทธิ์ขาดของคุณ"
"ผมมีหน้าที่แค่ออกเงินลงทุน จากนั้นก็รอให้คุณสร้างหนังออกมาให้ดี และทำกำไรให้ผมเยอะๆ ก็พอครับ"
สิบล้านให้เอาไปใช้ได้ตามใจชอบ แถมยังไม่เข้ามาก้าวก่ายการถ่ายทำเนี่ยนะ?
นี่ไม่ใช่นายทุนแล้ว นี่มันพ่อพระชัดๆ พ่อของหนิงฮ่าวคนนี้เลย!
ไม่น่าเชื่อเลยว่าหนิงฮ่าวคนนี้จะได้พบกับนายทุนในตำนาน แถมฟังจากเสียงก็ยังดูอายุน้อยมาก หรือว่าเขาจะเป็นทายาทเศรษฐีระดับท็อปกันนะ?
ไม่อย่างนั้น คนที่อายุยังน้อยแค่นี้จะมาก่อตั้งบริษัทของตัวเองและร่ำรวยมหาศาลแบบนี้ได้ยังไง?
ถ้ามีนายทุนแบบนี้ อย่าว่าแต่สร้างหนังดีๆ เพื่อหาเงินให้เขาเลย หนิงฮ่าวยอมถวายชีวิตให้ยังได้
จ่ายเงินให้มากกว่าที่ขอ แถมยังไม่แทรกแซงการสร้างหนังอีก นายทุนแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับพ่อบังเกิดเกล้าของผู้กำกับเลยไม่ใช่หรือไง?
เมื่อได้ยินคำพูดของหลินเซียว แวบหนึ่งหนิงฮ่าวถึงกับแอบคิดไปว่าชายหนุ่มคนนี้รู้สึกสนใจในตัวเขาเป็นการส่วนตัวหรือเปล่า แต่พอมองเงาตัวเองในกระจก เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปทันที
"คุณหลิน คุณแน่ใจนะว่าพูดว่าลงทุนสิบล้าน?" หนิงฮ่าวถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
หลินเซียวตอบกลับอย่างหนักแน่น "ครับ สิบล้าน"
เมื่อได้ยินคำตอบยืนยันของหลินเซียว หนิงฮ่าวก็สูดลมหายใจเข้าลึก ตามมาด้วยความปีติยินดีอย่างล้นพ้น
ฮ่าๆๆ เป็นเรื่องจริงสินะ! ฉันได้เจอนายทุนแบบนี้จริงๆ ด้วย! หนิงฮ่าวคนนี้คือผู้ถูกเลือกอย่างแท้จริง!
ฉันมันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว บทหนังที่ฉันเขียนทำให้นายทุนยอมจ่ายเงินให้มากกว่าจำนวนเงินลงทุนที่ตั้งไว้แต่แรกเสียอีก
แต่พูดก็พูดเถอะ คุณหลินคนนี้ตาถึงจริงๆ ไม่เหมือนกับพวกนายทุนหน้าโง่ก่อนหน้านี้ที่ไม่รู้เลยสักนิดว่าหนังของฉันมันยอดเยี่ยมแค่ไหน
"ฮ่าๆๆ คุณหลิน คุณช่างมีวิสัยทัศน์ที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
จากนั้น ทั้งสองคนก็หารือเกี่ยวกับรายละเอียดการลงทุนเล็กน้อย และหนิงฮ่าวก็ยังได้แนะนำหนังที่เขากำลังจะสร้างให้หลินเซียวฟังด้วย
เมื่อเห็นว่าหลินเซียวยืนยันความตั้งใจที่จะลงทุนในหนังของเขาแล้ว หนิงฮ่าวก็เริ่มใจร้อนและอยากจะถามหลินเซียวว่าพวกเขาสามารถเซ็นสัญญาได้เมื่อไหร่ เพราะเขากำลังร้อนเงินเพื่อนำไปเปิดกล้องถ่ายทำจริงๆ
หนิงฮ่าวจึงเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามขึ้นมาก่อน
"เอาล่ะครับคุณหลิน ในเมื่อคุณตัดสินใจลงทุนแล้ว ไม่ทราบว่าคุณสะดวกให้เราเซ็นสัญญากันเมื่อไหร่ดีครับ?"
"พูดตามตรงนะครับคุณหลิน ผมเตรียมทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว ขาดก็แต่เงินทุนนี่แหละครับ ทันทีที่เงินเข้า ผมก็สามารถเปิดกล้องได้ทันที ไม่ยอมให้เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวเลยล่ะครับ"
หลินเซียวได้ยินดังนั้นก็ระบายยิ้มออกมา "ในเมื่อผู้กำกับหนิงใจร้อนขนาดนี้ ทำไมเราไม่เซ็นสัญญากันวันนี้เลยล่ะครับ จะได้ไม่ต้องหาวันอื่นด้วย เซ็นปุ๊บ ผมจะได้โอนเงินให้ผู้กำกับหนิงโดยตรงเลย"
ดวงตาของหนิงฮ่าวเบิกโพลงด้วยความยินดีเมื่อได้ยินแบบนั้น "ดีเลยครับ ดีมาก! งั้นคุณหลินสะดวกไปเจอกันที่ไหนดีครับ? หลังจากเซ็นสัญญาแล้ว ผมจะต้องขอชนแก้วกับคุณหลินสักหน่อยแล้ว"
หลินเซียวครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "ผู้กำกับหนิงเป็นคนเลือกสถานที่ได้เลยครับ"
หนิงฮ่าวจึงเสนอชื่อร้านอาหารแห่งหนึ่งขึ้นมา "ถ้าอย่างนั้นเราไปเจอกันที่ภัตตาคารเฟิงอวิ๋นก็แล้วกันครับ ไปถึงแล้วก็โทรหาผมได้เลย"
"ตกลงครับ แล้วเจอกันที่นั่น"
"แล้วเจอกันครับ"
สิ้นเสียงตอบรับ หลินเซียวก็วางสายไป