เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1417 - มุ่งหน้าสู่ท่านบูชาห้าสี

1417 - มุ่งหน้าสู่ท่านบูชาห้าสี

1417 - มุ่งหน้าสู่ท่านบูชาห้าสี


1417 - มุ่งหน้าสู่ท่านบูชาห้าสี

หลายวันผ่านไปพวกเขาก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง เย่ฟ่านขี่อาชาเพลิงซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตสายเลือดมังกรและทำให้เทพสวรรค์เผิงไหลรู้สึกอิจฉาเป็นอย่างมาก

เขาสอบถามถึงต้นกำเนิดอาชาเพลิงตัวนี้และเมื่อรู้ว่ามันมาจากคุนหลุนเขายิ่งให้ความสนใจมากขึ้น

"ไม่ทราบว่าภูเขาสวรรค์อีกสองลูกเมื่อเปรียบเทียบกับเผิงไหลมันเป็นอย่างไรบ้าง?” เย่ฟ่านถามเทพสวรรค์เผิงไหล

“ผู้ปกครองของเขาเหยียนหงส์เป็นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์โบราณที่มีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองข้าแม้แต่น้อย อย่างไรก็ตามผู้คนในโลกนี้ไม่ค่อยรู้จักเขาเหยียนหงมากนัก”

“ส่วนเขาหยิงโจวก็ถูกปกครองโดยสิ่งมีชีวิตโบราณจำนวนมาก หากพูดถึงบรรพชนของพวกเขาคิดว่าพี่เย่อาจเคยได้ยินเรื่องของคนผู้นี้มาบ้าง”

“โอ้ รายละเอียดเป็นเช่นไร?” เย่ฟ่านถาม

“ว่ากันว่าคนผู้นี้เป็นทายาทของจักรพรรดิโบราณนามของเขาคือสวีฝู”

เมื่อได้ยินสิ่งนี้เย่ฟ่านก็เกิดความประหลาดใจเป็นอย่างมาก นี่คือหนึ่งในคนโบราณที่มีชื่อเสียงมากที่สุด ผู้คนต่างขนานนามให้เขาว่าเป็นปรมาจารย์โอสถแห่งแคว้นฉี

พลังของสวีฝูไม่ได้มีความโดดเด่นมากนัก แต่ครั้งหนึ่งเขาเคยนำกองเรือออกค้นหายาแห่งความเป็นอมตะให้กับจิ๋นซีฮ่องเต้ นั่นทำให้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังมานานนับพันปี

ตามที่เทพสวรรค์เผิงไหลกล่าว คนผู้นี้ไม่สามารถค้นหายาเซียนพบ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ากลับไปที่ภาคกลางของโลกได้

อย่างไรก็ตามทายาทของเขาได้ค้นพบมรดกของเฟิ่งหวงและกลายเป็นเซียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งหยิงโจวจนกระทั่งตายไปเมื่อหลายปีก่อน

ถึงอย่างนั้นมรดกของเฟิ่งหวงยังคงทำให้หยิงโจวมีสิ่งมีชีวิตระดับราชาอมตะมากมาย

สวีฝูเป็นผู้บ่มเพาะที่มีชื่อเสียงก่อนราชวงศ์ฉินด้วยซ้ำ เนื่องจากเขามีอายุยืนยาวอย่างมากจักรพรรดิฉินจึงต้องการวิธีที่จะทำให้ตัวเองเป็นอมตะจากสวีฝู

สวีฝูเป็นผู้บ่มเพาะดังนั้นชีวิตของเขาย่อมยืนยาวมากกว่าผู้คนทั่วไป แต่ต่อให้บอกจักรพรรดิฉินถึงเรื่องนี้อีกฝ่ายซึ่งแก่ชราจนเกือบจะสิ้นพระชนม์แล้วย่อมไม่สามารถเริ่มต้นการบ่มเพาะได้

สุดท้ายสวีฝูได้ค้นคว้าอยู่ในราชสำนักฉินหลายปีจนกระทั่งพบคัมภีร์โบราณหลายเล่มซึ่งมีการกล่าวอ้างถึงเก้าญาณวิเศษลึกลับเรื่องนี้ทำให้สวีฝูเกิดความสนใจเป็นอย่างมาก

หลายปีต่อมาเขาและลูกหลานหลายพันคนเดินทางออกทะเลเพื่อค้นหาเก้าญาณวิเศษลึกลับที่ขาดหายไปซึ่งน่าจะอยู่ในภูเขาหยิงโจว

แต่เขากลับใช้ข้ออ้างในการค้นหายาแห่งความเป็นอมตะเพื่อยืดอายุของจักรพรรดิฉิน ด้วยวิธีนี้ทำให้เขาได้รับกองเรือขนาดใหญ่พร้อมกับลูกเรือจำนวนมากเพื่อออกทะเล

ผู้คนเล่าลือว่าสวีฝูล่องเรือไปถึงประเทศญี่ปุ่นและกลายเป็นบรรพชนของประเทศญี่ปุ่นนับตั้งแต่นั้น แต่ในความเป็นจริงสวีฝูได้ค้นหาภูเขาหยิงโจวจนพบ และในปัจจุบันผู้ปกครองภูเขาหยิงโจวยังคงเป็นลูกหลานของเขา

“ว่ากันว่ามีน้ำพุแห่งความตายอยู่ในภูเขาหยิงโจว เทพสวรรค์เคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่?”

อาชาเพลิงกล่าว แม้ว่าในนามแล้วมันจะเป็นเพียงอสูรพาหนะของเย่ฟ่าน แต่ด้านความแข็งแกร่งมันก็เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่ง ดังนั้นมันย่อมมีศักดิ์ศรีเทียบเท่าเทพสวรรค์แห่งเผิงไหลเช่นกัน

“นี่เป็นเพียงตำนานโบราณเท่านั้น ไม่มีใครเคยเห็นน้ำพุแห่งความตายจริงๆ ข้าคิดว่าต่อให้โลกใบนี้อาจเคยมีน้ำพุแห่งความตายอยู่แต่เราจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คงเก็บพวกมันติดมือไปด้วยเมื่อพวกเขาออกจากโลกใบนี้ไป” เทพสวรรค์ส่ายหน้า

ภูเขาสวรรค์ทั้งสามซึ่งซ่อนอยู่ใต้ทะเลนี้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ในยุคโบราณจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จากดวงดาวต่างๆ ล้วนเคยมาเยี่ยมเยือนสถานที่แห่งนี้

อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงของโลก สิ่งมีชีวิตระดับเซียนล้วนอพยพออกไปหมดเพื่อป้องกันไม่ให้ฐานการบ่มเพาะตกลงมา

แม้ว่าภูเขาสวรรค์จะได้รับผลกระทบในเรื่องนี้เพียงน้อยนิด แต่เหล่าสิ่งมีชีวิตระดับเซียนล้วนไม่กล้านำชีวิตของตัวเองเข้ามาเสี่ยง

ในที่สุดเทพสวรรค์ก็นำทางเย่ฟ่านไปยังพื้นที่ทะเลลึกของโลกใต้สมุทร นี่เป็นสถานที่รกร้างที่แม้แต่ราชาผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่คิดจะเข้าไป

“นี่คือวังมังกรโบราณหรือ?” จางชิงหยางและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง

วังแห่งนี้ยิ่งใหญ่อลังการมาก แม้ว่าตอนนี้จะพังทลายไปแล้ว แต่ก็สามารถจินตนาการถึงความรุ่งโรจน์และความยิ่งใหญ่ในอดีตได้

เสาของวังนี้ล้วนมีขนาดหลายหมื่นวา เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่สร้างไว้ให้มนุษย์อาศัยอยู่อย่างแน่นอน

สถานที่แห่งนี้กว้างใหญ่และเชื่อมต่อกันอย่างงดงาม แม้จะผ่านไปนานหลายพันปีแต่ก็ยังมีพื้นที่บางส่วนที่ยังคงมั่นคงไม่พังทลายลงมา

เป็นที่น่าสงสัยอย่างยิ่งที่อัญมณีจำนวนมากยังคงสลักอยู่ตามห้องโถงโดยไม่มีใครหยิบฉวยไป

ในส่วนลึกที่สุดของพระราชวังใต้ท้องทะเลแห่งนี้ เทพสวรรค์ชี้ไปยังทิศทางหนึ่งแล้วกล่าวว่า "ข้างหน้านี้อันตรายมาก ข้าสามารถชี้ทางให้พวกเจ้าได้เท่านั้นข้าไม่ต้องการพาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายด้วย"

สถานที่ที่เทพสวรรค์ชี้ไปนั้นเป็นเสาขนาดใหญ่ที่เปล่งประกายด้วยแสงขาวนวลราวกับถูกสร้างขึ้นมาจากผลึก แม้จะมองจากระยะไกลทุกคนก็พอจะตระหนักได้ว่าสถานที่แห่งนั้นต้องเป็นที่เก็บสมบัติอย่างแน่นอน

ที่ใจกลางของสถานที่เก็บสมบัตินั้นมีป้ายหินสีขาวบริสุทธิ์ มันเหมือนกับป้ายสุสานซึ่งน่าจะเป็นหลุมศพของใครสักคน

เทพสวรรค์กล่าวว่าแท่นบูชาห้าสีเคยตั้งอยู่ในตำแหน่งนั้น ในปัจจุบันชิ้นส่วนของมันพังทลายจากการถูกยอดฝีมือในยุคโบราณขุดค้นออกไปติดตั้งที่อื่น

หากเย่ฟ่านต้องการก่อสร้างพวกมันขึ้นมาอีกครั้งเขาจำเป็นต้องมีแผนผังที่ถูกต้อง ในขณะเดียวกันมันยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีด้วย

หม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดหอหุ้มร่างกายของทั้งกลุ่มเดินเข้าไปข้างใน เย่ฟ่านขอบคุณเทพสวรรค์จากนั้นเขาก็นำเหล่าลูกศิษย์ร่วงลึกเข้าไปข้างใน

เมื่อถึงสถานที่ลึกลับแห่งหนึ่งเขาก็หยิบลูกเกาทัณฑ์สีดำสนิทออกมามอบให้กับอาชาเพลิง

“อย่าย้อนกลับไปหาเผิงไหล ซ่อนตัวอยู่ที่นี่และรอข้ากลับมา” เย่ฟ่านตักเตือน

อาชาเพลิงรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่บ้าง มันมีความรู้สึกว่าสถานที่ที่เย่ฟ่านจะเดินทางไปนั้นต้องมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ แม้ว่ามันจะเต็มไปด้วยอันตรายแต่อาชาเพลิงก็อยากทดลองด้วยตัวเองสักครั้ง

อย่างไรก็ตามตลอดหลายปีที่ผ่านมาพวกเขาเป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน อาชาเพลิงรู้ดีว่าหากไม่มีมันคอยปกป้องอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นๆ จะต้องได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านเดินเข้าไปข้างในด้วยความระมัดระวัง เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าในสถานที่แห่งนี้มีค่ายกลสังหารจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่พร้อมจะฉีกร่างกายของเขาออกเป็นชิ้นๆ

ความแวววาวของผลึกไหลไปรอบๆ ราวกับโลกแห่งความฝัน สถานที่แห่งนี้งดงามสมกับที่เป็นวังของมังกรโบราณ สิ่งเดียวที่ดูไม่สอดคล้องกับทัศนียภาพโดยรอบคือกองหินห้าสีที่อยู่ตรงกลาง

เย่ฟ่านมาที่นี่เพื่อแท่นบูชาห้าสีนี้เอง แม้ว่าเขาจะมีแผนผังในการสร้างแท่นบูชาขึ้นมาอีกครั้ง แต่แท่นบูชาเดิมที่พังทลายเช่นนี้หากคิดจะสร้างขึ้นใหม่ไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่สิบปี

“นี่ไม่ใช่สุสาน แต่เป็นผนึกโบราณ!”

เมื่อเขาเข้ามาใกล้และเดินไปรอบๆ แท่นบูชาห้าสีดวงตาเย่ฟ่านก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

สุสานและผนึกโบราณนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง สุสานใช้เป็นสถานที่กลบฝังของสิ่งมีชีวิตที่ตายไปแล้ว แต่ผนึกโบราณนั้นทำหน้าที่ปิดผนึกบางสิ่งบางอย่างอยู่ภายใน มันอาจจะตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ก็ได้!

มีสัญญาณเตือนในใจของเย่ฟ่าน และใช้ทักษะซิงจื่อถอยกลับอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า แต่ถึงอย่างนั้นคลื่นที่ระเบิดออกมาจากผนึกยังคงกระแทกร่างกายเย่ฟ่านอย่างแรง

หัวใจของเขาตกตะลึง นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ของสิ่งมีชีวิตระดับเซียนอย่างแน่นอน มิหนำซ้ำคนผู้นี้ยังมีความแข็งแกร่งมากกว่าเซียนทั่วไปหรือเขาอาจเป็นราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เลยก็ได้

เย่ฟ่านไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเรื่องนี้ เขาไม่คิดเลยว่าเทพสวรรค์แห่งเผิงไหลจะหลอกล่อเขามาที่นี่เพื่อให้สิ่งมีชีวิตระดับเซียนจัดการ

"บูม..."

พระราชวังโบราณปลดปล่อยคลื่นสีแดงฉานปิดกั้นเส้นทางไม่ให้เย่ฟ่านสามารถหลบหนีได้

ในระยะไกลเทพสวรรค์เผิงไหลมีใบหน้าที่เย็นชาและขยับมือของเขาเพื่อควบคุมค่ายกลสังหารให้ไล่ล่าเย่ฟ่านอย่างต่อเนื่อง

“แท่นบูชาห้าสีคือสมบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดข้าจะมอบให้เจ้าได้อย่างไร เจ้ารออยู่ที่นั่นแหละรอข้าฆ่าม้ามังกรตัวนี้และลูกศิษย์ของเจ้าก่อน ถึงตอนนั้นข้าจะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าเอง!”

เทพสวรรค์มีสีหน้าเย็นชาอย่างถึงที่สุด เขาต้องกล้ำกลืนความโกรธแค้นกว่าจะหลอกล่อเย่ฟ่านมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้

แต่สิ่งที่แปลกยิ่งกว่ากลับเป็นรอยยิ้มสดใสที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าเย่ฟ่าน

"เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังวางกับดักอยู่ที่นี่หรือ ในเมื่อเจ้าชอบเล่นมากนักข้าก็จะเล่นเป็นเพื่อนเจ้าให้หนำใจ จากนั้นค่อยส่งศพของเจ้ากลับไปที่เผิงไหล”

“ฮ่าๆๆ นั่นต้องขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะเอาชีวิตรอดจากเซียนอสูรได้หรือไม่…” เทพสวรรค์หัวเราะอย่างมีความสุข "ส่วนตอนนี้ข้าจะฆ่าม้ามังกรสารเลวตัวนี้ก่อน!”

จบบทที่ 1417 - มุ่งหน้าสู่ท่านบูชาห้าสี

คัดลอกลิงก์แล้ว