- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1390 - หักหาญจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1390 - หักหาญจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1390 - หักหาญจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1390 - หักหาญจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
“บูม!”
เดิมที่ที่ไม่มีอะไรในจักรวาลที่ว่างเปล่า ตอนนี้มีทะเลสายฟ้าอันกว้างใหญ่ปรากฏขึ้น นี่คือทะเลสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นโดยสวรรค์!
ในชั่วพริบตาเย่ฟ่านก็ถูกฝังอยู่ในนั้นและเจอกับการทรมานของเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ รัศมีนั้นรุนแรงขนาดใหญ่เท่าการถูกอุกาบาตพุ่งชนนับร้อยครั้ง
นี่เป็นภาพที่งดงามซึ่งสามารถสั่นสะเทือนโลกได้ทุกยุคทุกสมัย
ภัพิบัติครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัวแม้กระทั่งในยุคเซียนโบราณ แสงแห่งการทดสอบนั้นยังทรงพลังมากกว่าบททดสอบของผู้ที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันหลายร้อยหลายพันเท่า
นี่คือทัณฑ์สวรรค์ของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ สวรรค์ไม่มีทางอนุญาตให้เย่ฟ่านประสบความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เพราะนั่นจะหมายความว่าความแข็งแกร่งของเขาจะมีมากกว่าสิ่งมีชีวิตระดับเซียนทันที
แม้สิ่งนี้จะเรียกว่าการทดสอบ แต่ในความเป็นจริงมันเป็นการทำลายล้างที่ไม่มีใครทนได้ แม้กระทั่งร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ผู้ที่สามารถประสบความสำเร็จในขั้นตอนนี้ก็มีไม่ถึงสามจากหมื่นคน
เย่ฟ่านกำลังต่อสู้กับหายนะอันใหญ่หลวงเพียงลำพังด้วยร่างกายของเขาเอง ผมเพ้ายุ่งเหยิง สายฟ้าที่ผ่านลงมานั้นไม่เพียงทรมานร่างกายของเขา แต่มันยังโจมตีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์โดยตรงอีกด้วย
การทำลายล้างครั้งใหญ่ แม้แต่ความว่างเปล่าของจักรวาลก็ถูกแยกออก สายฟ้าสีดำอันน่าสะพรึงกลัวปรากฏขึ้น
ร่างสีทองของเย่ฟ่านเปล่งประกายด้วยแสงอันล้ำค่า เขายอมรับการโจมตีด้วยสายฟ้าเพื่อที่จะผลักดันร่างกายของตัวเองให้ก้าวออกจากขอบเขตของความเป็นมนุษย์
หายนะที่ไร้ขอบเขตดูเหมือนจะมุ่งความสนใจไปที่เย่ฟ่านคนเดียว แสงของยุคโบราณและปัจุบันหลอมเป็นหนึ่งเดียวและมันทำให้ร่างกายของเขาเริ่มมีรอยแตกปรากฏขึ้น
ผิวของเย่ฟ่านเปล่งประกายด้วยแสงสีทอง พลุ่งพล่านด้วยพลังที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์โผล่ออกมาจากหน้าผากของเขา
เมื่อวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ปรากฏตัวออกมา เขาไม่เพียงไม่เกรงกลัวสายฟ้าเท่านั้นแต่ยังกลืนกินมันเข้าไปข้างในร่างกายอีกด้วย
แม้ว่าเหตุการณ์ทะเลสายฟ้าจะเกิดขึ้นอยู่ด้านนอกของจักรวาล แต่แสงที่เปล่งประกายทั่วดินแดนอันมืดมิดนั้นได้ส่องสว่างมาถึงโลกและผู้บ่มเพาะทุกคนต่างรู้ดีว่าเย่ฟ่านกำลังทำอะไร
พลังทำลายล้างซึ่งปรากฏขึ้นตอนนี้ทำให้ผู้บ่มเพาะทุกคนจิตใจสั่นสะท้าน ใครก็ตามที่มีฐานการบ่มเพาะอยู่ในอาณาจักรสี่สุดขั้วขึ้นไปต่างสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวนี้ได้อย่างชัดเจน
อย่างไรก็ตามเหตุการณ์นั้นเกิดอยู่ไกลมากเกินไป ทำให้ผู้คนจำนวนมากทำได้เพียงเฝ้าอธิษฐานว่าเย่ฟ่านจะรอดชีวิต
เพราะถ้าเขาพ่ายแพ้นั่นแสดงให้เห็นว่าจะไม่มีผู้บ่มเพาะคนใดสามารถก้าวไปยืนอยู่บนจุดที่เขาเคยยืนได้อีก
นี่คือภัยพิบัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่หลายล้านปีก่อน สำหรับพวกเขาเป็นการยากที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นอกดินแดน
“บูม!”
ทะเลสายฟ้าคำรามอย่างไม่สิ้นสุด หลังจากเวลาผ่านไปหลายวันในที่สุดทะเลสายฟ้าชุดแรกก็ผ่านพ้นไป
อย่างไรก็ตามในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจต่อมาสายฟ้าที่ก่อตัวขึ้นเป็นรูปของ ฝูซี หนี่ว่า เสินหนง…และเทพผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ก็เปล่งประกายอยู่เหนือศีรษะเย่ฟ่าน
สายฟ้าที่ก่อตัวเป็นเทพนั้นยังน่าสะพรึงกลัวมากกว่าสิ่งมีชีวิตสายฟ้าซึ่งเย่ฟ่านเคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน
เพราะสายฟ้าเหล่านี้อัดแน่นไปด้วยพลังแห่งเต๋าซึ่งไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าพลังทำลายล้างของมันจะแข็งแกร่งมากกว่าสายฟ้าชุดแรกหลายร้อยหลายพันเท่า!
นี่คือเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ของโลกใบนี้ เมื่อมันปรากฏขึ้นแล้วมันจะไม่มีวันล้มเลิกจนกว่าเย่ฟ่านจะเอาชนะมันได้ หรือไม่เขาก็ต้องถูกทำลายจนไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวของวิญญาณ
“บูม”
ในจักรวาลที่ว่างเปลา มีแสงไฟที่ลุกโชนระหว่างสายฟ้าที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์ ดวงดาวที่เย่ฟ่านยืนอยู่ถูกทำลายกลายเป็นฝุ่นผงกระจัดกระจายไปทั่ว
สายฟ้าที่ไม่มีสิ้นสุดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และเย่ฟ่านก็ต้องต่อต้านมันเพียงลำพัง เท้าของเขายืนอยู่ในอวกาศ ในขณะที่ศรีษะต้องปะทะกับสายฟ้านับหมื่นนับพันเส้น
ร่างเล็กสีทองที่อยู่หน้าเย่ฟ่านไม่ยอมอ่อนข้อ เขาพยายามนำสายฟ้าเหล่านั้นกลืนกินลงท้องและขัดเกลาพวกมันอย่างต่อเนื่อง
เย่ฟ่านตกอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากมากที่สุดในชีวิต ทุกพื้นที่ของร่างกายของเปล่งประกายเมื่อมีแสงของสายฟ้าที่ไม่มีสิ้นสุดระเบิดออกมา
แน่นอนว่าในกระบวนการนี้ร่างกายของเขาเกิดความเสียหายไม่สิ้นสุด อย่างไรก็ตามเขายังสามารถขัดเกลาร่างกายของตัวเองให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้นไปพร้อมกัน
แม้ว่าเย่ฟ่าจะสามารถทนต่อมันได้เวลานี้ แต่นี่เป็นเพียงสายฟ้าชุดที่สองเท่านั้น เขารู้ว่ายังมีทะเลสายฟ้าอันน่าสะพรึงกลัวมากที่สุดรอคอยอยู่
ในระยะไกลมีอุกกาบาตพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านมากมายนับไม่ถ้วน ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณของเขาถูกกระแทกซ้ำแล้วซ้ำเล่า เย่ฟ่านจำเป็นต้องอดทนอย่างหนักเขาถึงจะสามารถรอดชีวิตออกจากที่นี่ได้!
กลุ่มอุกาบาตหลายร้อยลูกหลังจากที่พุ่งชนร่างกายของเย่ฟ่านพวกมันก็แตกสลายไป แต่ในเวลาต่อมาอุกาบาตอีกหลายร้อยลูกก็ก่อตัวขึ้นในความว่างเปล่าอีกครั้ง
ลูกที่เล็กที่สุดยาวหลายร้อยวา ลูกที่ใหญ่ที่สุดมีขนาดครึ่งหนึ่งของพระจันทร์ พลังแห่งสวรรค์ไม่อนุญาตให้ผู้ใดท้าทายได้ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าร่างศักดิ์สิทธิ์
สีหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนแปลงไปอย่างรุนแรง เย่ฟ่านรู้ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ เขาไม่เคยคิดเลยว่าสวรรค์จะมอบโอกาสอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ให้เขาเป็นคนแรก
สายฟ้าที่ไม่สิ้นสุดพุ่งมาจากส่วนลึกของจักรวาล มันกว้างใหญ่อย่างไรขอบเขต อุกกาบาตทุกลูกมีแสงที่เปล่งประกายออกมาเหมือนกับดวงอาทิตย์
“แล้วข้าจะรอดชีวิตได้อย่างไร?”
เย่ฟ่านคำรามด้วยความโกรธ ร่างของเขาพุ่งไปข้างหน้าและปะทะกับอุกกาบาตเหล่านั้นโดยไม่มีความเกรงกลัว
ภัยพิบัติจากสวรรค์เคลื่อนตัวเข้าทำลายเย่ฟ่านโดยไม่หยุดพัก เมื่อเขาพบกับจุกกำเนิดของอุกกาบาต เย่ฟ่านเหยียดแขนออก พร้อมกับกระแทกหมัดสังสารวัฏบทขยี้ก้อนเมฆซึ่งเป็นต้นกำเนิดของสายฟ้ารอบที่สองทันที
“ฟึบ”
อย่างไรก็ตามร่างของเย่ฟ่านกลับถูกสายฟ้ารูปร่างมนุษย์เรานั้นลงมือโจมตี ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และสายฟ้าสีดำที่ฟาดเข้ามาก็แทบจะฉีกร่างกายของเราเป็นชิ้นๆ
ผู้ที่ลงมือตอนนี้คือจักรพรรดิฝูซีซึ่งเป็นเทพบิดรแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์
เย่ฟ่านถูกโจมตีหลายครั้งจนร่างกายของเขานั้นเกือบจะแตกร้าว ทุกครั้งที่สายฟ้าสีดำพุ่งออกมาพลังของมันแทบจะบดขยี้จักรวาลให้พังพินาศ
เย่ฟ่านเกิดความสงสัยในใจว่า เหตุใดสายฟ้าจึงมีรูปร่างเหมือนบรรพชนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้ ต้นกำเนิดของสายฟ้าเหล่านั้นมีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์หรือไม่?
“มันคือร่องรอยของเต๋าที่ทิ้งไว้โดยผู้ที่เคยพิสูจน์เต๋าในอดีตใช่หรือไม่?”
เย่ฟ่านกำลังพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ก็สันนิษฐานของเขามีความสมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
“บูม!”
เย่ฟ่านปล่อยให้ตัวเองคิดอยู่ในภวังค์ไม่ได้แล้ว เพราะตอนนี้สายฟ้าสีดำของจักรพรรดิฝูซีปะทะกับร่างกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“การตัดเต๋าคือการเอาชนะเต๋าของโลกนี้ อย่างไรก็ตามไม่เคยมีผู้ใดปราบปรามจนเต๋ายอมสยบได้!”
ดวงตาของเย่ฟ่านเฉียบคม มองตรงไปเห็นกับแสงที่คล้ายเปลวไฟเจิดจ้าในส่วนลึกของท้องฟ้าอย่างน่าทึ่ง
“บูม”
เย่ฟ่านเริ่มปล่อยหมัดเพื่อจัดการกับอุปสรรคทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นฝูซี หรือบรรพชนคนอื่นๆ
เพราะไม่ว่าอย่างไรเทพสายฟ้าเหล่านั้นก็ต้องลงมืออยู่แล้ว การทำให้ทุกอย่างจบๆ ไปตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมมากที่สุด
เย่ฟ่านเดินทางข้ามดินแดนมาเพียงลำพังเพื่อต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้มามากมาย และประสบกับหายนะที่คนธรรมดาไม่อาจจจินตนาการได้
หากเป็นคนอื่นที่ต้องการรอด พวกเขาก็แค่เอาชนะกับความทุกข์ยาก แต่เย่ฟ่านไม่ใช่
ไม่ต้องพูดถึงสายฟ้าที่เขากำลังเผชิญหน้านั้นแข็งแกร่งมากกว่าสายฟ้าของผู้คนทั่วไปหลายร้อยหลายพันเท่า เขายังต้องการทำลายพวกมันให้สิ้นซากอีกด้วย
เป็นเพราะเหตุนี้ที่หายนะของเย่ฟ่านจึงทรงพลังมากกว่าสายฟ้าของคนโบราณด้วยซ้ำ ความแข็งแกร่งของมันไม่เป็นรองสายฟ้าที่กระทำต่อผู้ซึ่งก้าวเข้าสู่อาณาจักรเซียน
ตอนนี้ภัยพิบัติในความว่างเปล่ายิ่งทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อสายฟ้าของจักรพรรดิฝูซีถูกทำลาย จักรพรรดิคนอื่นๆ ก็เริ่มลงมือโจมตีเย่ฟ่านทันที
จักรพรรดิทุกคนที่กำลังโจมตีเย่ฟ่านอยู่ตอนนี้นำอาวุธประจำชีวิตของพวกเขาออกมาใช้งานแล้ว นั่นทำให้ความเจ็บปวดที่เย่ฟ่านได้รับยังรุนแรงมากกว่าเดิมอย่างเทียบกันไม่ได้
“นั่นคืออะไร” เย่ฟ่านแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“บูม”
แสงที่เจิดจ้าพุ่งจากระยะไกลเจาะเข้าไปที่หน้าอกของเย่ฟ่าน ควันสีเขียวเล็กน้อยลอยขึ้น ส่องกลิ่นไหม้ออกมา
………..