- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1382 - ปราบปรามอัศวินศักดิ์สิทธิ์
1382 - ปราบปรามอัศวินศักดิ์สิทธิ์
1382 - ปราบปรามอัศวินศักดิ์สิทธิ์
1382 - ปราบปรามอัศวินศักดิ์สิทธิ์
การต่อสู้ดำเนินมาหลายพันกระบวนท่า ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของพวกเขาก็สามารถบดขยี้สวรรค์พิภพได้อย่างเด็ดขาด นี่เป็นการประลองระหว่างผู้ทรงอำนาจมากที่สุดในโลกซึ่งไม่แตกต่างจากเทพเจ้า
ทุกคนตกตะลึง การต่อสู้เช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในรอบหลายพันปีที่ผ่านมา สำหรับทุกคน นี่คือการประลองระหว่างทวยเทพอย่างแท้จริง!
บนโลกนี้เมื่อเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่คู่ควร เย่ฟ่านไม่ได้ใช้ลูกศรสีดำ เขารู้สึกว่าชายที่อยู่ตรงหน้านั้นค่อนข้างเที่ยงธรรมดังนั้นเขาจึงต้องการพิสูจน์ผลแพ้ชนะกับฝ่ายตรงข้ามอย่างตรงไปตรงมา
“บูม”
ทันใดนั้นฝ่ามือสีดำขนาดใหญ่พุ่งลงมาจากท้องฟ้าและตบเข้าหาเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว ในที่สุดพระสันตะปาปาก็ทนไม่ไหว เขาเริ่มที่จะโจมตีเย่ฟ่านจากทิศทางที่คาดไม่ถึง
ในเวลาเดียวกัน ม้วนคัมภีร์ที่ทรงพลังสองม้วนถูกกางออกและปกคลุมเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว คนที่ลงมือคือชายชราร่างผอมสองคนซึ่งยืนอยู่ด้านหลังของพระสันตะปาปา
ในขณะนี้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ทำการกระทำที่ไม่มีใครคาดคิด เขาถือทวนมังกรและกระแทกพลังศักดิ์สิทธิ์อันล้นหลามเข้าหาฝ่ามือขนาดใหญ่อย่างบ้าคลั่ง!
“ปัง”
ท้องฟ้าถูกเจาะจนเป็นรอยแตกขนาดใหญ่ ทวนมังกรทุบฝ่ามือของพระสันตะปาปาให้แหลกสลายทันที
“ห้ามสอดแทรกการต่อสู้ของข้าอย่างเด็ดขาด ข้าหวังเพียงได้ต่อสู้เป็นครั้งสุดท้ายกับคนที่คู่ควรอย่างแท้จริง!”
อัศวินศักดิ์สิทธิ์คำรามด้วยความโกรธ เขาไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากพระสันตะปาปาอย่างเด็ดขาด
“บูม”
ในอีกด้านหนึ่ง เย่ฟ่านได้ใช้หมัดหกสังสารวัฏทุบทำลายคัมภีร์ทั้งสองเล่มโดยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกัน!
ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนี้ทำให้พระสันตะปาปาไม่สามารถรักษาจิตใจให้สงบได้อีกต่อไป สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจและนั่งลงบนบัลลังก์หินของตัวเองอีกครั้ง
เย่ฟ่านยิ้มที่มุมปากโดยไม่กล่าวอะไร พระสันตปาปาเป็นคนที่อันตรายและเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม อย่างไรก็ตามเมื่อเจอกับวีรบุรุษที่แท้จริงเช่นนี้เขาก็ทำได้เพียงนั่งมองการต่อสู้จากด้านข้างอย่างอับจนปัญญาเท่านั้น
“เล่อซาน!”
อัสวินศักดิ์สิทธิ์อยู่กับเต๋าในความว่างเปล่า ยืนพิงทวนศักดิ์สิทธิ์พร้อมกับปลดปล่อยรัศมีที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้ให้กวาดไปทั่วโลก
จากนั้นร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับสายฟ้า เขากระแทกทวนยาวลงมาจากข้างบนโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของเย่ฟ่าน
“ปัง”
เย่ฟ่านโบกมือ และป้องกันการโจมตีของอัศวินศักดิ์สิทธิ์ด้วยหมัดหกสังสารวัฏ คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวพุ่งผ่านความว่างเปล่าระหว่างสองคน เบื้องหน้าของพวกเขามีรอยแตกบนท้องฟ้าลุกลามออกไปหลายร้อยวา
การต่อสู้ระหว่างสองคนนั้นดุเดือดมากไม่มีใครสามารถละสายตาไปได้ พวกเขามองเห็นเพียงแสงสองดวงที่กระทบกัน
“หลู่”
ภายใต้เสียงที่ดังก้องทั้งสองคนพัวพันกันที่ปลายฟ้า คลื่นพลังไหลผ่านภูเขา บดขยี้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จนกลายเป็นที่ราบ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ห้าสิบลูกสว่างไสวด้วยปราณกระบี่นับร้อยนับพันและพวกมันก็ถูกทำลายลงในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ
เย่ฟ่านต่อสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ เขาแสดงญาณวิเศษออกมาหลายประเภทอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้นำอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วออกมาใช้เพราะรู้สึกว่ามันยังไม่ถึงช่วงเวลาที่จำเป็นที่สุด
ทันทีที่ทวนมังกรพุ่งออกมา ภูเขาและแม่น้ำก็พังทลายลง ดวงตาของอัศวินศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายด้วยความมั่นใจ
หากเป็นผู้บ่มเพาะระดับเดียวกันทั่วไปเผชิญกับการโจมตีครั้งนี้อีกฝ่ายไม่มีทางทนได้ และเขาไม่เชื่อว่าเย่ฟ่านจะป้องกันการโจมตีของเขาได้เช่นกัน
เย่ฟ่านต่อสู้อย่างสนุกสนาน เขาแสดงทักษะที่แข็งแกร่งทุกประเภทออกมาและทำให้สนามรบสั่นสะเทือนอย่างต่อเนื่อง
“บูม”
แรงระเบิดกวาดไปทั่วสนามรบ ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ห้าสิบลูกพังทลายลงกลายเป็นที่ราบ นี่คือหายนะอีกครั้ง อัศวินศักดิ์สิทธิ์แทงทวน เข้าหาเย่ฟ่านหลายหลายครั้งแต่เขาไม่สามารถไล่ตามทักษะซิงจื่อทันได้!
เย่ฟ่านส่งเสียงคำราม พลังโลหิตของเขาเดือดพล่าน ทุกเสียงคำรามที่ดังก้องออกมาจะสั่นสะเทือนร่างกายของผู้บ่มเพาะจากดินแดนตะวันตกในระยะไกลจนทำให้ร่างของพวกเขาระเบิดกลายเป็นหมอกเลือดทันที
สีหน้าของพระสันตะปาปาเปลี่ยนไปมาขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ห้าลูกก็ไม่สามารถปิดกันคืนพลังที่เกิดจากการต่อสู้กันของทั้งสองคนได้
หากสนามรบถูกขยายออกไป มันมีโอกาสสูงมากที่โลกใบเล็กนี้จะถูกทำลายจากการปะทะกันของพวกเขา
เย่ฟ่านต่อสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์โดยไม่สนใจสิ่งอื่น ในดวงตาของเขามีเพียงคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น
อัศวินศักดิ์สิทธิ์กวาดทวนมังกรของเขาออกไป ครานี้ตัวทวนเปล่งประกายด้วยแสงสีทอง ทักษะเต๋าของเขาเทียบกับเย่ฟ่านไม่ได้ อาจเป็นเพราะโลกใบนี้เสื่อมโทรมมากกว่าเป่ยโต้ว
อย่างไรก็ตามหากเทียบกันในด้านประสบการณ์การต่อสู้เขามีแต่จะเหนือกว่าเย่ฟ่านเท่านั้น
ในระหว่างการต่อสู้นั้นเย่ฟ่านหายสาบสูญไปในความว่างเปล่า เขากำลังใช้ทักษะความว่างเปล่าอันยิ่งใหญ่ของตระกูลจี้และโจมตีสังหารคู่ต่อสู้ของเขาจากทิศทางที่มองไม่เห็น
“บูม”
ทวนของอัศวินเทพนั้นเหมือนกับกิ่งไม้ขนาดใหญ่ที่ทิ่มแทงเข้าไปในท้องฟ้า คลื่นพลังทำลายล้างที่แข็งแกร่งราวกับอุกาบาตพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอย่างบ้าคลั่ง
“ปัง”
ในพริบตาเดียว ทั่วทั้งท้องฟ้าได้ปกคลุมไปด้วยจิตสังหาร จากนั้นโลกทั้งใบก็ดูเหมือนเวลาจะเคลื่อนตัวช้าลงชั่วขณะ
ในเวลานี้เขาค่อยๆยกทวนมังกรขึ้น ทวนมังกรที่แข็งแกร่งเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวอย่างที่ไม่มีสิ่งใดเทียบได้
การต่อสู้ครั้งนี้แม้ว่าอัศวินมังกรจะปลดปล่อยจิตสังหารอย่างเข้มข้นแต่กระบวนท่าของเขาไม่เคยโจมตีเข้าหาจุดตายของเย่ฟ่านแม้แต่ครั้งเดียว!
เย่ฟ่านรู้ดีว่าผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ไม่มีเจตนาจะสังหารเขาตั้งแต่แรก อีกฝ่ายเพียงต้องการต่อสู้อย่างสุดกำลังเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลให้เย่ฟ่านไม่ได้นำอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมาทุกฝ่ายตรงข้ามให้กลายเป็นหมอกเลือดตั้งแต่กระบวนท่าแรก
ในการปะทะกันหลังจากนั้นคลื่นพลังที่ระเบิดออกมาแทบจะทำให้ทุกคนที่อยู่รอบๆล้มลงบนพื้น มีเพียงพระสันตะปาปาคนเดียวเท่านั้นที่ยังยืนหยัดและจ้องมองการต่อสู้อยู่ได้
อย่างไรก็ตามสีหน้าของพระสันตะปาปาเริ่มบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็เพราะเขารู้ดีว่าต่อให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้รับชัยชนะเขาก็จะไม่ฆ่าคู่ต่อสู้อย่างแน่นอน!
และเมื่ออัศวินศักดิ์สิทธิ์เสียชีวิตจะไม่มีใครสามารถปราบปรามเย่ฟ่านได้อีก สิ่งนี้ทำให้พระสันตะปาปาเกิดความหวาดกลัวอย่างมาก
“ปัง!”
มีเสียงระเบิดดังออกมาจากใจกลางสนามรบอีกครั้ง ระลอกคลื่นพลังระเบิดออกมาระหว่างทั้งสอง แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในทุกทิศทาง
ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ห้าสิบลูกและวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งสิบสองแห่งส่งเสียงโครมคราม แม้ว่าพวกมันจะถูกทำลายกลายเป็นซากปรักหักพังไปแล้วแต่คลื่นที่ปะทุออกมายังทำให้ความหวังที่จะกอบกู้พวกมันกลับสู่สภาพเดิมพังทลายไปด้วย
“บูม!”
เย่ฟ่านโจมตีอย่างต่อเนื่อง ปะทะเข้ากับทวนมังกร เหยียบบนร่องรอยของสวรรค์พิภพ เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ต่อสู้กับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้ซึ่งยืนอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรเซียนเทียมขั้นสาม
ฝ่ามือสีทองของเขาปะทะกันกับทวนมังกรอย่างบ้าคลั่ง เย่ฟ่านจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเขาปะทะกับอัศวินศักดิ์สิทธิ์ไปกี่หมื่นกระบวนท่าแล้ว
สุดท้ายเมื่อการต่อสู้ดำเนินมาถึงวันที่สาม เย่ฟ่านซึ่งมีพลังทางร่างกายอย่างไร้ขีดจํากัดก็หมดความอดทน เขาเร่งความเร็วการโจมตีมากขึ้นเรื่อยๆจนในที่สุดอัศวินศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่สามารถตามทัน
ปัง!
เย่ฟ่านตบชุดเกราะของอัศวินศักดิ์สิทธิ์และส่งร่างของอีกฝ่ายจมลงไปในพื้นดิน
การโจมตีของเย่ฟ่านทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ และฝ่ามือนี้ได้ทำให้อัศวินศักดิ์สิทธิ์กระอักเลือดกำใหญ่ไม่สามารถลุกขึ้นได้อีกต่อไป
……….