เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1350 - ซากศพที่ฟื้นคืนชีพ

1350 - ซากศพที่ฟื้นคืนชีพ

1350 - ซากศพที่ฟื้นคืนชีพ


1350 - ซากศพที่ฟื้นคืนชีพ

เมื่อพวกเขามาถึงที่นี่ เย่ฟ่านและสัมผัสได้ถึงพลังแห่งสวรรค์พิภพที่แผ่ออกมาจากภูเขาที่พังทลาย ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าภูเขาเหล่านี้ถูกบดขยี้จากสายฟ้าแห่งสวรรค์ด้วยพลังอันน่าสะพรึงกลัวแล้ว

ทันทีที่เย่ฟ่านและคนอื่นๆ เข้ามาใกล้ พวกเขาก็เห็นแสงที่ส่องมาจากภูเขาสีม่วงอันร้อนระอุ ขอบแหลมคมแยกท้องฟ้าออกเป็นสองซีก

นี่เป็นการโจมตีอย่างกะทันหัน รวดเร็วและน่าสะพรึงกลัวซึ่งทำให้ผู้คนรู้สึกจมอยู่ในความสิ้นหวัง เย่ฟ่านดึงสหายทั้งสองคนออกจากการโจมตีครั้งนั้นและรีบหลบหนีไประยะไกลหลายร้อยลี้ทันที

แสงสีม่วงที่ลุกโชนแยกพื้นที่ ตัดเข้าไปในความว่างเปล่าและหายสาบสูญไปอย่างรวดเร็ว แต่ความผันผวนที่เหลืออยู่นั้นช่างน่ากลัว และพวกเขาก็หยุดความเคลื่อนไหวด้วยความตกใจ

“มันน่าทึ่งจริงๆ ทักษะของผู้อมตะที่แท้จริงช่างน่าเชื่อ สถานที่แห่งนี้ได้รับการบำรุงเลี้ยงโดยต้นไม้อมตะมาระยะหนึ่งแล้ว ดังนั้นภูเขามังกรนี้จึงกลายเป็นเทพเจ้าและมีชีวิตจิตใจเป็นของตัวเอง!”

ดวงตาของเย่ฟ่านเป็นประกาย เมื่อพิจารณาจากทักษะต้นกำเนิด คนที่สร้างสิ่งนี้จะต้องมีความลึกซึ้งในด้านทักษะต้นกำเนิดอย่างแน่นอน

เหล่าเหอและซุนหงอคงก็ตกตะลึงเช่นกัน ภูเขามังกรนี้แต่เดิมก็มีรูปร่างคล้ายคลึงกับมังกรอยู่แล้ว สาเหตุกระเพาะพวกมันล้วนเป็นซากศพของมังกรที่ตายไปนานนับล้านปี

อย่างไรก็ตามซากศพของมังกรเหล่านั้นดูเหมือนจะมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง จะไม่ให้พวกเขาเกิดความหวาดกลัวได้อย่างไร

บนภูเขามีกำแพงหินมากมายซึ่งทั้งหมดมีรูปร่างเหมือนเกล็ดละเอียดเชื่อมต่อกันและเปิดปิดเป็นครั้งคราว พวกมันเหมือนเกล็ดมังกรจริงๆ และภูเขาหลงซานทั้งหมดปลดปล่อยพลังชีวิตที่ไม่สิ้นสุดออกมา

“ซากศพที่ตายไปแล้วฟื้นคืนชีพกลับมา มันเป็นไปได้ด้วยหรือ!”

เหล่าเหอและซุนหงอคงเติบโตขึ้นมาในยุคที่โลกกำลังจะสิ้นสุดธรรมแล้ว ดังนั้นจึงมีความรู้ความเข้าใจมากมายที่พวกเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน

เย่ฟ่านเคยเห็นซากศพมีชีวิตกลับคืนมาอีกครั้งมากมายก็จริง แต่ซากศพที่มีขนาดใหญ่โตเหมือนภูเขาสามารถสร้างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมานั้น เขาเคยได้ยินเพียงในตำนาน

“แน่นอนว่าต้องใช้เวลาหลายล้านปีกว่าที่ภูเขาเหล่านี้จะสร้างวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาใหม่ได้ โชคดีที่วิญญาณนั้นกำลังหลับไหลอยู่ มันเพียงป้องกันไม่ให้พวกเรารบกวนการนอนกลางวัน”

เย่ฟ่านบอกให้ทุกคนระวังตัว นี่คือภูเขาสีเขียวที่มีพืชพรรณและหินเล็กๆ น้อยๆ อยู่ทุกหนทุกแห่ง หินพวกนี้ก็คือเกล็ดของมังกรตัวใหญ่

“ไม่ ร่างกายของมังกรเป็นสีเขียว ทำไมช่องว่างระหว่างเกล็ดมังกรเหล่านี้ถึงปล่อยปราณสีม่วงออกมา?” เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจและหยุดความเคลื่อนไหว

จากนั้นเขาลอยขึ้นไปในอากาศและมองไปข้างหน้าจากระยะไกล ภูเขามังกรแปดสิบเก้าตัวพังทลายลง และมีปราณรั่วไหลออกมาเล็กน้อย โดยมีสีสันต่างๆ ตั้งแต่สีดำไปจนถึงสีแดง

เย่ฟ่านสังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง แม้ว่ามังกรตัวนี้จะถูกเลี้ยงดูโดยมนุษย์ แต่การกระทำของผู้สร้างเป็นการฝ่าฝืนกฎแห่งสวรรค์ที่พบอย่างแน่นอน

ดังนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับสายฟ้าที่ฟาดกระหน่ำลงมาอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายพลังชีวิตของมันก็รั่วไหลออกมาอย่างไม่สิ้นสุด

“ระวังให้ดี เดิมทีสถานที่แห่งนี้ไม่มีอะไร แต่ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะมีจิตสังหาร”

เย่ฟ่านมุ่งหน้าขึ้นไปบนภูเขาและปลดปล่อยหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดให้ขวางอยู่ด้านหน้าและถือชิ้นทองเหลืองสีเขียวไว้ในมือ

ภายใต้ทักษะต้นกำเนิดของเขาค่ายกลปิดผนึกที่อยู่ในภูเขานี้ถูกลบล้างออกไปอย่างต่อเนื่อง

ต้องบอกว่าวิธีการของเย่ฟ่านไม่มีใครเทียบได้ ทักษะต้นกำเนิดของเขากำลังจะทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แล้ว ต่อให้เป็นดินแดนที่ลึกลับมากกว่านี้เขาก็ยังเดินเหินได้อย่างอิสระ

เดิมทีมังกรตัวนี้เป็นสิ่งมีชีวิตทรงพลังตั้งแต่ต้น และปราณสีม่วงที่ล้นออกมาจากแต่ละเกล็ดก็สามารถเปลี่ยนเป็นปราณกระบี่อันทรงพลังที่คอยฟาดฟันศัตรูไม่ให้บุกรุกเข้าไปข้างใน

เย่ฟ่านเปิดทางและมาถึงน้ำตกสีขาวกว้างใหญ่ น้ำตกลงไหลมาจากปากมังกร ดูเหมือนมีชีวิตและมีเสน่ห์ที่กลมกลืนกัน

“เขาไม่กลัวว่าโลงศพจะเปียกไปเพาะน้ำที่ไหลออกมาหรือ?” ซุนหงอคงใหญ่รู้สึกประหลาดใจ

เย่ฟ่านมองอย่างระมัดระวัง ต้องเข้าใจว่าการจะเก็บซากศพให้ได้นานที่สุดนั้นมันจะต้องอยู่ห่างไกลจากน้ำ นี่เป็นความรู้ที่ต่อให้เป็นคนธรรมดาก็ยังทราบ

ต่อให้เป็นซากศพระดับเซียนอมตะหากแช่อยู่ในน้ำตลอดทั้งปีทั้งชาติ สุดท้ายแล้วมันจะเหลือเพียงโครงกระดูกอมตะของเขาเท่านั้น

“เกล็ดของมังกรตัวนี้กำลังเคลื่อนไหว!” เหล่าเหออุทาน

หน้าผาของภูเขามังกรเขียวนี้สั่นสะเทือนราวกับชิ้นส่วนของเกล็ดมังกรเริ่มเปิดออก มีโลงศพแขวนอยู่ข้างในหลายสิบโลงปรากฏขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้โลงศพทั้งหมดซ่อนอยู่หลังเกล็ดมังกร

โลงศพรูปเรือโบราณพังทลายลงและเสียงกรีดร้องของภูตผีก็ดังกล้องไปทั้งสวรรค์พิภพ ในเวลาต่อมาสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดลักษณะคล้ายมนุษย์ได้พุ่งเข้าหาพวกเขาหลายสิบตน

“พวกมันเป็นตัวอะไร” ซุนหงอคงรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

คนเหล่านี้มีเกล็ดอยู่ทั่วร่างกาย พลังของพวกมันอยู่ในจุดสูงสุดของอาณาจักรแปลงมังกร และพลังแห่งความตายที่แผ่ออกมาจากร่างของพวกมันนั้นเห็นได้ชัดว่าคนเหล่านี้เป็นเพียงซากศพเท่านั้น

เหล่าเหอหยิบกระบี่บินออกมาพร้อมกับฟาดฟันออกไปอย่างเต็มกำลัง แต่ทันทีที่กระบี่ของเขาสัมผัสกับเกร็ดบนร่างกายของสัตว์ประหลาด ก็มีประกายไฟสาดกระจายออกมา

เหล่าเหอเป็นยอดฝีมืออาณาจักรแปลงมังกรที่เกือบจะเป็นผู้สูงสุดแล้ว ในโลกใบนี้ไม่มีผู้บ่มเพาะอาณาจักรแปลงมังกรคนใดสามารถต่อสู้กับเขาได้

อย่างไรก็ตามการโจมตีของเขาไม่สามารถสร้างรอยขีดข่วนบนผิวหนังให้กับสัตว์ประหลาดอาณาจักรแปลงมังกรเหล่านี้ได้แม้แต่น้อย

เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ สัตว์ประหลาดเหล่านี้น่าทึ่งมาก พวกมันเป็นเพียงซากศพที่หลอมกลืนไปกับภูเขา หากออกไปข้างนอกพวกมันจะไม่มีทางมีชีวิตรอดได้

แน่นอนว่านี่เป็นเพียงการฟื้นคืนชีพของศพเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่ผู้คนจะกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ระดับชั้นชีวิตของพวกมันยังห่างไกลจากเซียนค่อนข้างมาก ต่อให้ฟื้นคืนชีพกลับมาก็ยากที่จะมีสติได้

“เจ้าทั้งสองติดตามอยู่ด้านหลังของข้าทุกฝีก้าว”

พูดจบเย่ฟ่านก็กระแทกกำปั้นออกไปข้างหน้าพร้อมกับบดขยี้ร่างกายของสัตว์ประหลาดเหล่านั้นจนกลายเป็นหมอกเลือดสาดกระจายไปทุกทิศทาง

เหล่าเหอและซุนหงอคงได้ยินสิ่งนี้และไม่กล้าที่จะละเลย พวกเขารู้ว่าเย่ฟ่านเป็นยอดฝีมือที่แทบจะทัดเทียมกับเซียน ดังนั้นพวกเขาจึงติดตามเย่ฟ่านอย่างใกล้ชิด

ในระหว่างนี้มีสัตว์ประหลาดกระโจนลงมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน ร่างกายพวกมันทรงพลังอย่างยิ่ง บางตัวถึงกับอยู่ในขอบเขตเซียนเทียมขั้นสองด้วยซ้ำ

เย่ฟ่านไม่มีเวลาเล่นกับสัตว์ประหลาดเหล่านี้ เขาใช้หมัดหกสังสารวัฏทำลายศีรษะของพวกมันจนพังพินาศ

เมื่อสัตว์ประหลาดเหล่านั้นล้มตายลงบนพื้นเย่ฟ่านก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก พวกมันทั้งหมดสวมเสื้อผ้าของคนรับใช้แต่กลับมีร่างกายแข็งแกร่งเหมือนเพชร!

แล้วผู้ที่มีระดับสูงกว่านี้จะไม่เป็นสิ่งมีชีวิตระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่และเซียนโบราณเลยหรือ!

เย่ฟ่านโบกหมัดอย่างต่อเนื่อง และปราณสีทองได้สาดส่องไปทั่วขุนเขา ไม่ว่าศัตรูจะมีมากเท่าไรพวกมันทั้งหมดล้วนถูกเย่ฟ่านทุบตีจนแหลกละเอียด

“เทียนหยวนผนึกปีศาจ!”

เย่ฟ่านใช้ทักษะต้นกำเนิด และแสงหลายสิบดวงถูกยืมมาจากภูเขามังกรและพวกมันได้เฉกกระชากร่างของซากศพที่พยายามจะปิดล้อมเข้ามาทั้งหมด

โลกกลับสู่ความเงียบงัน ไม่มีเสียงน้ำตก ไม่มีเสียงกรีดร้อง แต่เย่ฟ่านไม่ได้ก้าวไปข้างหน้าเขายืนนิ่งและกวาดสายตาไปรอบๆอย่างระมัดระวัง

“ทำไมข้าถึงรู้สึกว่าเสื้อผ้าของปีศาจเหล่านี้ค่อนข้างคุ้นเคย มันเหมือนเสื้อของนักพรตจากสำนักกระบี่ซูซาน” ซุนหงอคงกล่าว

“ใช่ พวกเขาทุกคนล้วนเกิดในยุคของแคว้นฉู่” เหล่าเหอพยักหน้าและกระซิบเบาๆ

“โฮก...”

ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องโหยหวนดังมาจากระยะไกล โลงศพผลึกที่แขวนอยู่บนหน้าผาเปิดออก จากนั้นซากศพของนักพรตสองคนก็พุ่งออกมาจากโรงศพและบินเข้าหาเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว

ศีรษะของพวกเขาขาวโพลนเหมือนหิมะ เห็นได้ชัดว่าพวกเขามีความแก่ชราอย่างมาก อย่างไรก็ตามพวกเขาทุกคนนั้นมีใบหน้าที่อ่อนเยาว์ราวกับเด็กทารก

เพียงสิ่งนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่านักพรตทั้งสองมีฐานการบ่มเพาะที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง

…….

จบบทที่ 1350 - ซากศพที่ฟื้นคืนชีพ

คัดลอกลิงก์แล้ว