- หน้าแรก
- ถูกเมียสวมเขา ผมเลยทำพันธสัญญามังกรมารเพื่อทวงคืน
- บทที่ 12 - ใครใช้ให้แกสนิทกับมัน!
บทที่ 12 - ใครใช้ให้แกสนิทกับมัน!
บทที่ 12 - ใครใช้ให้แกสนิทกับมัน!
ถนนเลียบแม่น้ำ ช่วงปลายน้ำ
ช่องระบายน้ำล้น
หลี่เทียนเช่อตะเกียกตะกายขึ้นมาจากน้ำ เขามองไปรอบๆ ก่อนเป็นอันดับแรก
จากนั้นก็ลากคนขับรถที่อยู่ด้านหลังขึ้นมาจากน้ำ
เขานั่งแหมะลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก
ก่อนจะหันไปมองคนขับรถ ใช้มือข้างเดียวคว้าข้อเท้าของอีกฝ่าย ลุกขึ้นยืนแล้วหิ้วร่างนั้นขึ้นมาเขย่าไม่หยุด
"แค่กๆ!"
เสียงไอติดๆ กันหลายครั้ง พร้อมกับน้ำในแม่น้ำที่ทะลักออกจากปากคนขับรถ
หลี่เทียนเช่อถึงได้วางเขาลงกับพื้น นั่งลงข้างๆ สายตาจับจ้องไปที่ผิวน้ำ
"ขอบใจนะ"
หลังจากลืมตาขึ้น คนขับรถก็มองหลี่เทียนเช่อแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
"ฉันไม่ได้ช่วยนายเพื่อให้มาขอบใจ ฉันอยากรู้เรื่องบางเรื่องต่างหาก" หลี่เทียนเช่อพูดเสียงเรียบ
ใบหน้าของคนขับรถซีดเผือด แต่พอได้ยินคำพูดของหลี่เทียนเช่อ แววตาของเขาก็ฉายแววอึดอัดใจออกมาวูบหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ขยับมือทั้งสองข้าง ยันพื้นแล้วฝืนลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก
"นายเดาถูกแล้ว แผนนี้ตั้งใจจะให้ตายกันจริงๆ"
คนขับรถพ่นลมหายใจออกมา ตอบเสียงแหบพร่า "มีคนอยากจะฆ่าประธานหลี่ แล้วก็เลือกจะลงมือวันนี้"
หลี่เทียนเช่อได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว หันไปมองเขา "พวกนายรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วเหรอ"
คนขับรถพยักหน้า "รู้สิ"
"รู้แล้วทำไมถึงยังมาโผล่เอาตอนนี้ แถมยังหาฉันมาสวมรอยเป็นเขาอีก" หลี่เทียนเช่อถาม
"เราต้องการหลักฐาน"
คนขับรถตอบเสียงเรียบ "ประธานหลี่ก็อยากจะกำจัดพวกมันมาตั้งนานแล้ว แต่ติดที่ไม่มีหลักฐาน อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนธรรมดา ก็เลยต้องบีบให้ผู้ถือหุ้นใหญ่ของพวกมันเป็นคนลงมือ"
หลี่เทียนเช่อชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด
"สรุปก็คือ นายเองก็รู้เรื่องนี้มาตั้งนานแล้วใช่ไหม" เขาถาม
"รู้สิ"
"รู้แล้วทำไมถึงยังมาอีก ไม่กลัวตายเหรอ"
"ฉันติดตามประธานหลี่มาตั้งแต่ปลดประจำการตอนอายุสามสิบ ตอนนั้นฉันได้เงินชดเชยมาแค่ไม่กี่หมื่น ที่บ้านเกิดเรื่องต้องใช้เงินด่วน ประธานหลี่ก็ให้เงินเดือนฉันปีละสามแสน"
"เมื่อวานนี้ เขายังโอนเงินไปให้ที่บ้านฉันอีกห้าล้าน"
คนขับรถพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ถ้าฉันไม่มา พวกมันก็ไม่มีทางเชื่อหรอก"
เขาปรายตามองหลี่เทียนเช่ออีกครั้ง "บวกกับหน้าตาของนายด้วย แผนนี้ถึงได้ดูแนบเนียนไงล่ะ"
หลี่เทียนเช่อมองเขา ก่อนจะหันหน้าหนี "มีเงินนี่มันโคตรดีเลยเนี่ย ซื้อได้แม้กระทั่งชีวิต"
"ชีวิตนายก็ถูกซื้อมาเหมือนกันไม่ใช่หรือไง"
คนขับรถยิ้มบางๆ "แต่สุดท้ายนายก็รอดมาได้"
สีหน้าของหลี่เทียนเช่อเคร่งเครียด "นั่นเพราะฉันไม่รู้ต่างหากเว้ยว่าต้องมาขายชีวิต แถมยังเป็นการขายชีวิตด้วยวิธีบ้าๆ แบบนี้อีก"
ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับสืบทอดพลังจากมังกร ตัวเขากับชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ ในตอนนี้คงกลายเป็นศพจมอยู่ก้นแม่น้ำไปแล้ว
มีเงินมากแค่ไหนก็ไม่มีประโยชน์
"นายมีความกล้าหาญมาก เป็นคนหนุ่มไม่กี่คนที่มีทั้งความกล้า มีไหวพริบ แล้วก็ ... มีความสามารถมากเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย"
คนขับรถพูดขึ้น "เรื่องของนายฉันจะไม่ถาม วันนี้นายช่วยฉันไว้ ถือซะว่าฉันเป็นหนี้ชีวิตนายครั้งนึงก็แล้วกัน"
"วันหลังถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วย ก็โทรมาหาฉันได้เลย"
คนขับรถล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบโทรศัพท์ออกมา หน้าจอสว่างวาบ
หลี่เทียนเช่อชะงักไปเล็กน้อย รีบล้วงโทรศัพท์ของตัวเองออกมาบ้าง แต่กดอยู่นานก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
"โทรศัพท์นายนี่โคตรเจ๋งเลยว่ะ ซื้อมาเท่าไหร่ ไว้เดี๋ยวฉันไปซื้อมาใช้บ้างดีกว่า" หลี่เทียนเช่อวางโทรศัพท์ลงแล้วพูด
"ไม่แพงหรอก ฉันชอบใช้มือถือรุ่นคนแก่น่ะ"
คนขับรถขอเบอร์โทรศัพท์ของหลี่เทียนเช่อ จากนั้นก็ยื่นมือออกไป "ฉันชื่อหวังจวิน คนข้างนอกเรียกฉันว่าเหล่าจวิน ถ้าไม่รังเกียจ เรียกฉันว่าพี่จวินก็ได้"
หลี่เทียนเช่อยื่นมือออกไปจับ "หลี่เทียนเช่อ เป็นคนงานก่อสร้างในบริษัทพวกนายไง"
"อีกเดี๋ยวก็ไม่ใช่แล้วล่ะ"
หวังจวินฟื้นฟูเรี่ยวแรงกลับมาได้แล้ว ก็ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อย
"อย่ากลับไปหาประธานหลินเลย ราคาที่เธอจ่ายมันคือค่าซื้อชีวิตของนาย"
"แต่ในเมื่อนายรอดมาได้ ฉันรู้สึกได้เลยว่า ต่อไปนายจะต้องไม่เหมือนเดิมแน่ๆ"
เขาตบไหล่หลี่เทียนเช่อ ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปด้านข้าง กระโดดข้ามรั้วกั้น แล้วหายตัวไปในทันที
"วิ่งโคตรไวเลยว่ะ"
หลี่เทียนเช่อลุกขึ้นยืนบ้าง สะบัดน้ำออกจากตัว
"จะกลับไปไหนดีวะเนี่ย"
เขาจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิด
...
ไซต์งานก่อสร้าง แคมป์คนงาน
เอ้อร์โก่วนั่งกินข้าวอยู่ริมเตียง ตรงหน้ามีโทรศัพท์มือถือที่กำลังเปิดเล่นละครสั้นยอดฮิตอยู่
เขากำลังจะคีบเนื้อติดมันเข้าปาก แต่เนื้อยังไม่ทันเข้าปาก ก็ถูกมือปริศนาปัดกระเด็น
"พวกแก!"
เอ้อร์โก่วโกรธจัด ลุกพรวดขึ้นเตรียมจะด่าทอ
แต่พอมองเห็นหน้าอีกฝ่าย สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตึงเครียดทันที "ไอ้แซ่หลิว แกจะทำอะไร"
เมื่อวานหวังเต๋อกุ้ยไม่ได้กลับมา
ทางไซต์งานแต่งตั้งให้ต้าหลิวเป็นหัวหน้าคนงานคนใหม่ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ตอนนี้ไซต์งานแห่งนี้ ต้าหลิวเป็นคนคุมอำนาจแต่เพียงผู้เดียว
ต้าหลิวสวมเสื้อเชิ้ตลายดอก มองเขาด้วยแววตาเรียบเฉย
"หลี่เทียนเช่อล่ะ วันนี้ไม่ได้กลับมาเหรอ" เขากวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วถามขึ้น
"แกคิดว่าไงล่ะ เมื่อคืนก่อนมันเสี่ยงตายขนาดนั้น ก็ต้องพักผ่อนอยู่บ้านสักสองวันสิ แกจะถามทำไม"
ถึงแม้เอ้อร์โก่วจะไม่พอใจหลิวกงเซิงเอามากๆ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ อยู่ใต้ชายคาคนอื่นก็ต้องยอมก้มหัว
ใครใช้ให้หมอนี่กลายเป็นคนคุมงานไปแล้วล่ะ
"ทางบริษัทมีรางวัลมาให้ บอกว่าเมื่อคืนก่อนหลี่เทียนเช่อทำผลงานได้กล้าหาญมาก ช่วยบริษัทกอบกู้ความเสียหายไว้ได้ ก็เลยจะตบรางวัลให้ซะหน่อย ในเมื่อมันไม่มา งั้นก็ช่างเถอะ"
หลิวกงเซิงพูดจบ หันหลังเตรียมจะเดินจากไป
"เดี๋ยวก่อนสิ"
เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้น ก็รีบวางชามข้าวแล้ววิ่งตามไป "รางวัลอะไร แกคงไม่ได้คิดจะอมไว้เองหรอกนะ"
เขารู้จักนิสัยของหลิวกงเซิงดี หมอนี่ไม่ค่อยกินเส้นกับหลี่เทียนเช่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ได้เป็นหัวหน้าคนงานอีก
เรื่องอมเงินรางวัลเนี่ย หมอนี่ทำได้หน้าตาเฉยแน่นอน
หลิวกงเซิงหยุดเดิน หันมามองเอ้อร์โก่ว "ทำไม แกอยากจะรับแทนมันงั้นเหรอ"
เอ้อร์โก่วชะงักไปนิดนึง "ก็ได้นะ ฉันรู้ว่าบ้านเทียนเช่ออยู่ที่ไหน แกเอามาให้ฉันสิ เดี๋ยวฉันเอาไปส่งให้มันเอง"
หลิวกงเซิงหรี่ตาลง "ฉันจะเชื่อใจแกได้ยังไง แกจะไม่หุบไว้เองเหรอ"
เอ้อร์โก่วได้ยินก็โกรธจนหน้าดำหน้าแดง "แกอย่ามาใส่ร้ายคนอื่นมั่วๆ นะ แกคิดว่าทุกคนจะสันดานเหมือนแกหรือไง จะให้ก็ให้ ไม่ให้ก็ไม่ต้องให้ ..."
"เอาล่ะๆ ให้แกก็ได้ แต่ต้องถ่ายคลิปวิดีโอไว้เป็นหลักฐานด้วยนะ ว่าแกเป็นคนเอาไป ตกลงไหมล่ะ" หลิวกงเซิงทำหน้าไม่ใส่ใจ
"ถ่ายก็ถ่ายสิ ใครกลัวกัน"
"ของอยู่ไหนล่ะ"
"อยู่ตรงนู้น ได้เยอะเลยล่ะ หลี่เทียนเช่อนี่ดวงดีชะมัด ถ้ารู้งี้เมื่อคืนก่อนฉันลงไปเองซะก็ดี ..."
หลิวกงเซิงพาเอ้อร์โก่วเดินทะลุแคมป์คนงาน มาจนถึงโซนเทปูนที่หยุดงานตอนพักเที่ยง
เอ้อร์โก่วมองซ้ายมองขวา แล้วถามขึ้น "ของอะไร ทำไมแกต้องพาฉันมารับไกลถึงที่นี่ด้วย"
หลิวกงเซิงไม่ได้ตอบ แต่จู่ๆ ก็มีเงาร่างหลายสายโผล่พรวดออกมาจากมุมตึก เข้ามาล้อมกรอบเอ้อร์โก่วเอาไว้
"พวกแกจะทำอะไร"
เอ้อร์โก่วมองไปที่คนพวกนั้น "เหล่าอู๋ เสี่ยวหยาง พวกแกจะทำอะไร"
ในจำนวนคนพวกนี้ มีสองคนที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาดี เป็นคนงานที่มักจะทำงานด้วยกันในไซต์งานบ่อยๆ
ปกติแล้วก็สนิทสนมกับหลิวกงเซิงอยู่พอสมควร
"เอ้อร์โก่ว แกจะทำตัวติดกับไอ้สวะหลี่เทียนเช่อนั่นไปทำไมวะ"
หลิวกงเซิงแสยะยิ้มเหี้ยม "มันจะให้ผลประโยชน์อะไรแกได้ ขนาดเมียตัวเองยังโดนหวังเต๋อกุ้ยฟันเลย คนแบบมันจะไปได้ดีสักแค่ไหนกันเชียว"
เอ้อร์โก่วได้ยินดังนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป "แล้วมันไปหนักหัวแกตรงไหนวะ ไอ้แซ่หลิว แกอย่าคิดว่าได้เป็นหัวหน้าคนงานแล้วจะวิเศษวิโสนะเว้ย ข้าไม่ได้ติดหนี้อะไรแก แกไม่ต้องมาขู่ข้า!"
"แถมตอนนี้มันเป็นสังคมที่อยู่ภายใต้กฎหมาย พวกแกกล้าทำอะไรบ้าๆ ตำรวจไม่ปล่อยพวกแกไว้แน่!"
ต่อให้เขาจะโง่แค่ไหน ก็ดูออกว่าบรรยากาศตอนนี้มันไม่ปกติแล้ว
เขาแค่ไม่เข้าใจว่าหลี่เทียนเช่อกับหลิวกงเซิงไปบาดหมางกันตอนไหน
แล้วทำไมถึงต้องมาหาเรื่องเขาด้วย
"ตำรวจงั้นเหรอ ตำรวจจะตามเรื่องเก่งแค่ไหน ก็คงตามมาไม่ถึงเรื่องที่แกทำงานพลาดจนตกลงไปในเครื่องโม่ปูนหรอกมั้ง"
หลิวกงเซิงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
"แถมพวกเราทุกคนก็เป็นพยานด้วย แกจะมาสาดโคลนใส่พวกเราเพียงเพราะแกไม่พอใจฉันเป็นการส่วนตัวไม่ได้หรอกนะ"
คนอื่นๆ พากันหัวเราะร่วนตามไปด้วย
เรื่องชกต่อยกันในไซต์งานจนพิการเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไป
บางทีพูดจาไม่เข้าหูกัน วันต่อมาคนคนนั้นก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย หาไม่เจอเป็นสิบๆ ปีก็ถือเป็นเรื่องปกติ
เอ้อร์โก่วถึงกับอึ้งกิมกี่ เขามองดูคนพวกนั้นพลางเดินถอยหลังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"พวกแกอย่าทำอะไรบ้าๆ นะ ฉันขอบอกไว้ก่อน ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะเว้ย พวกแก ..."
เขายังพูดไม่ทันจบ ก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนีทันที
แต่มีคนสองคนดักรออยู่ก่อนแล้ว พวกมันกระโจนเข้าใส่ ล็อกตัวเอ้อร์โก่วไว้ซ้ายขวาจนล้มลงไปกองกับพื้น แล้วกดทับตัวเขาไว้อย่างแรง
"หลิวกงเซิง ไอ้ชาติหมา! มึงตายไม่ดีแน่ กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!"
เอ้อร์โก่วเงยหน้าขึ้นมา ตะโกนด่าทอด้วยดวงตาแดงก่ำ
"รู้ไหมว่าทำไมฉันถึงต้องเล่นงานแก"
หลิวกงเซิงเดินเข้ามา ก้มหน้ามองเอ้อร์โก่ว "ไอ้โง่หลี่เทียนเช่อนั่น เมื่อคืนก่อนมันกลับไปจับชู้ที่บ้าน แล้วก็หักขาขวาของหวังเต๋อกุ้ยไปข้างนึง"
เอ้อร์โก่วเบิกตากว้าง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"หลี่เทียนเช่อซ่อนตัวไปแล้ว เถ้าแก่หวังหาตัวมันไม่เจอ ได้ยินมาว่าแกสนิทกับมันที่สุด ก็เลยสั่งให้ฉันมาหักขาแกข้างนึงแทน"
"แล้วก็จะส่งคลิปไปให้หลี่เทียนเช่อดู"
"ถ้ามันยังมุดหัวซ่อนตัวอยู่อีก ก็จะหั่นชิ้นส่วนบนตัวแกส่งไปให้มันดูวันละชิ้น"
หลิวกงเซิงทำหน้าเยาะเย้ย "ความจริงเรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับแกเลย แต่ใครใช้ให้แกเสือกสนิทกับหลี่เทียนเช่อล่ะ ถือซะว่าซวยไปก็แล้วกัน"
เขาโบกมือสั่ง "อุดปากมันไว้ อย่าให้มันร้องเสียงดังล่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะแห่กันมา"
"ไอ้ชาติหมามึง ..."
เอ้อร์โก่วเพิ่งจะอ้าปาก ผ้าขี้ริ้วสกปรกๆ ก็ถูกยัดเข้าไปในปากทันที
จากนั้นร่างของเขาก็ถูกกดแนบไปกับพื้น แล้วถูกลากตรงไปยังเครื่องโม่ปูนที่กำลังทำงานอยู่
เครื่องโม่ปูนส่งเสียงดังกึกก้อง ฟันเฟืองหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง ประกายไฟกระเด็นกระดอน
ดวงตาของเอ้อร์โก่วแดงฉาน จ้องมองหลิวกงเซิงเขม็งพลางส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ
แสงไฟแลบกระเด็นใส่หน้าเอ้อร์โก่ว คนหลายคนเข้ามารุมล้อม จับแขนขาของเขาไว้แน่น แล้วยกขาขวาของเขาเตรียมจะยัดเข้าไปในใบมีดของเครื่องโม่!
"ฟิ้ว!"
"ตู้ม!"
เงาดำสายหนึ่งลอยละลิ่วเข้ามา กระแทกเข้ากับใบมีดอย่างจัง!
"แคร่ก!" เสียงแตกหักดังสนั่น!
ใบมีดเครื่องโม่แตกกระจาย ทำเอาทุกคนในที่นั้นหน้าถอดสีไปตามๆ กัน
ทุกคนหันขวับไปมองพร้อมกัน
ก็เห็นดอกสว่านโลหะขนาดมหึมาเสียบคาอยู่ในเครื่องโม่ปูน ควันดำลอยคลุ้ง
"ใครหน้าไหนมันอยากจะฆ่ากู เสนอหน้าออกมาสิวะ กูมาแล้ว"
เมื่อได้ยินเสียง ทุกคนก็หันกลับไปมอง
ก็เห็นชายคนหนึ่งถือท่อนเหล็ก ปรากฏตัวขึ้นที่ทางเข้าไซต์งาน
"หลี่เทียนเช่อ"
สีหน้าของหลิวกงเซิงเปลี่ยนไปทันที
[จบแล้ว]