เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1330 - ของขวัญตอบแทน

1330 - ของขวัญตอบแทน

1330 - ของขวัญตอบแทน


1330 - ของขวัญตอบแทน

กว๋อเจินดูเหมือนคนเดินละเมอ ขาของเขาควบคุมไม่ได้ เขาล้มลงไปเพราะรู้สึกเวียนหัวและหมดเรี่ยวแรง

เมื่อเห็นเช่นนี้เย่ฟ่านก็ปลดปล่อยพลังวิญญาณของเขาให้ชอนใจไปทุกที่ พลังวิญญาณอันยิ่งใหญ่ของเขาครอบคลุมไปทั้งภูเขาและไม่มีสิ่งใดจะเล็ดล่อสายตาไปได้

“ทำได้ดีมาก คุณเป็นใครกันแน่?” แม้กระทั่งนักพรตชราที่กำลังบรรยายเต๋าก็ยังมองกว๋อเจินด้วยความประหลาดใจ

เมื่อกลุ่มคนหนุ่มสาวเห็นท่าทีของอาจารย์เป็นเช่นนี้พวกเขาทุกคนก็ไม่กล้าดูถูกกว๋อเจินอีก

กว๋อเจินเองก็ไม่เข้าใจ เขาตกตะลึงไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดีเขารู้สึกหลงทางไปขั่วขณะก่อนจะมองชิ้นส่วนโลหะในมือด้วยความสงสัย

“เกิดอะไรขึ้นกับคุณ? คุณขึ้นไปแท่นเต๋าได้อย่างไร?” กลุ่มคนหนุ่มสาวถามไถ่

เย่ฟ่านยังคงฉวยโอกาสนี้ตรวจสอบสถานการณ์ภายในวิหารโบราณที่อยู่ใกล้เคียง เขาพยายามค้นหาสัญลักษณ์ที่ผู้บ่มเพาะโบราณทิ้งไว้

“คุณคิดจะทำอะไร?”

ผู้อาวุโสหลายสิบคนยืนขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นเย่ฟ่านกำลังจะเดินเข้าไปในวิหารโบราณ

ภายในวิหารนี้มีบันไดที่ถูกสร้างขึ้นมาจากหยก มีสามสิบสามขั้นเช่นกัน แต่นี่เป็นเส้นทางที่ไม่มีผู้ใดสามารถปีนขึ้นไปได้ เพราะมันถูกจัดเตรียมไว้เพื่อผู้บ่มเพาะอาณาจักรแปลงมังกรขึ้นไปเท่านั้น

ซึ่งในโลกยุคปัจจุบันไม่มีคนที่แข็งแกร่งถึงขนาดนี้

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านไม่ได้สนใจ เขาก้าวขึ้นไปบนแท่นเต๋าซึ่งถูกซุกซ่อนอยู่ภายในวิหารโบราณ แม้ว่าจะมีผู้คนมากมายพยายามโจมตีขัดขวางแต่กลับไม่มีใครสร้างอันตรายให้เขาได้แม้แต่น้อย

“ใช่แล้ว นี่คือสภานที่ที่เก่อหงบรรยายเต๋า แท่นที่อยู่ด้านนอกเป็นเพียงของเลียนแบบเท่านั้น”

เย่ฟ่านพยักหน้ากับตัวเองหลังจากเข้าใจสถานการณ์ในเวลาต่อมาร่างของเขาก็ทะยานขึ้นไปบนแท่นเต๋าและค้นพบอักขระโบราณที่ถูกขีดเขียนไว้บนจุดสูงสุดของแท่น

“เขาขึ้นไป…บนบันไดหยกสามสิบสามขั้นได้ แม้แต่ผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ในสมัยโบราณก็ไม่มีความสามารถถึงขนาดนี้!”

กลุ่มคนหนุ่มสาวที่ติดตามเหล่าผู้อาวุโสเข้ามาในห้องโถงตกใจเป็นอย่างมาก สถานที่แห่งนี้พวกเขาเห็นมาหลายครั้งแล้วและรู้ดีว่าต่อให้เป็นอาจารย์ของพวกเขาก็ไม่สามารถก้าวขึ้นไปบนบันไดได้แม้แต่ครั้งเดียว

ทุกคนตกตะลึง ผู้บ่มเพาะธรรมดาๆ ที่ไม่รู้ว่าเป็นใครจากที่ไหนกลับเดินเล่นอยู่บนแท่นเต๋าของพวกเขาราวกับเป็นสวนหน้าบ้านของตัวเอง

เย่ฟ่านเดินลงบันไดหินทีละขั้น ครานี้ผู้คนมองเห็นได้ชัดเจน พวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่กล้าส่งเสียงตำหนิแม้แต่คำเดียว

เย่ฟ่านไม่สนใจแล้วเดินไปรอบๆแท่นเต๋า หลับตาฟังเสียงจากเมื่อหลายพันปีก่อน แม้จะมีตัวอักษรอยู่บ้างแต่เขาก็ต้องผิดหวังที่ไม่ได้มีเก้าญาณวิเศษลึกลับอย่างที่ตั้งใจ

“ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสเป็นใครมาจากไหน!”

นักพรตชราคุกเข่าลงบนพื้นพร้อมกับแสดงความเคารพต่อเย่ฟ่านราวกับเซียนผู้ยิ่งใหญ่

ในยุคนี้หายากมากที่จะเห็นผู้มีพลังเหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่สักคน เย่ฟ่านดูเหมือนจะหน้าสะพรึงกลัวมากกว่าคนเหล่านั้นด้วยซ้ำ

ผู้บ่มเพาะคนอื่นรีบคุกเข่าลงบนพื้น นี่คือเทพผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน พวกเขาไม่สามารถสร้างความขุ่นเคืองต่อเย่ฟ่านได้

พลังแบบนั้นเป็นของจริงพี่ไม่อาจปฏิเสธ มันยากที่จะจินตนาการว่าเขาบ่มเพราะตัวเองจนมีความแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?

การคาดเดาเกิดขึ้นในใจทุกคน

โลกกำลังเสื่อมโทรมแล้วทุกคนรู้เรื่องนี้ดี มันไม่มีทางที่จะมีใครแข็งแกร่งถึงขนาดนี้ได้

การปรากฏตัวของเย่ฟ่านทำให้ทุกคนหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

กว๋อเจินยิ่งเกิดความตกตะลึงมากที่สุด สหายร่วมทางเพียงคนเดียวของเขา จู่ๆ กลับกลายเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่ไปเสียแล้ว แม้กระทั่งกลุ่มยอดฝีมือที่ชุมนุมอยู่ในสำนักหลิงเป่าก็ยังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

หนุ่มสาวทั้ง 4 คนที่เคยปฏิเสธเย่ฟ่านใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด พวกเขาโขกศีรษะอยู่บนพื้นโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมองเย่ฟ่านด้วยซ้ำ

พวกเขารู้สึกเสียใจอย่างมากพี่ปล่อยโอกาสในการทำความรู้จักเย่ฟ่านไป แต่ก็ยังเป็นโชคดีไม่น้อยที่เย่ฟ่านดูเหมือนจะไม่ได้ใส่ใจมดแมลงอย่างพวกเขา

ทั้งสี่รู้สึกเกลียดตัวเอง มันสายเกินไปที่จะพูดอะไร ทุกคนทำได้เพียงขอบศีรษะเพื่อขอให้เย่ฟ่านเมตตา

“ลุกกันเถอะ”

เมื่อบรรยากาศสงบลง เย่ฟ่านก็ทอดถอนใจเบาๆ ดูเหมือนสถานที่แห่งนี้จะไม่มีสิ่งที่เขาต้องการ

“กระรอกสีม่วง!”

“กระรอกตัวน้อยที่มีลำตัวสีม่วงเหมือนเพชรคือ…สัตว์เลี้ยงของคนคนนั้น ผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติอันยิ่งใหญ่!”

ผู้คนมากมายเกิดความตกตะลึงยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองเห็นกระรอกน้อยบนหัวไหล่เย่ฟ่าน

ข่าวลือล่าสุดกล่าวว่าเผ่าวิหคมังกรแห่งต้าเซี่ยถูกล้มล้าง บรรพชนที่อยู่ในอาณาจักรสี่สุดขั้วถูกสังหารในการโจมตีเพียงครั้งเดียว

แม้กระทั่งวังใต้ดินของพวกเขาก็ยังถูกอีกฝ่ายขุดเอาไปด้วย!

มหาอำนาจในประเทศจีนต่างเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ต้องเข้าใจว่าโลกใบนี้กำลังเสื่อมทรามลงแล้ว ยอดฝีมืออาณาจักรสี่สุดขั้วนับได้ว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

คนที่สามารถฆ่ายอดฝีมืออาณาจักรสี่สุดขั้วได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวอาจจะเป็นเซียนอมตะในตำนานก็ได้

กระรอกสีม่วงที่แสนฉลาดและชายหนุ่มลึกลับคือผู้ที่สร้างความเศร้าโศกอย่างไม่รู้จบให้กับเผ่าพันธุ์วิหคมังกร ทุกคนรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี

พวกเขารีบแสดงความเคารพอีกครั้ง ชายหนุ่มคนนี้เป็นเทพสังหารที่ปราศจากความเมตตาอย่างแน่นอน ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างไม่กล้าระบายลมหายใจด้วยซ้ำ

เย่ฟ่านขอให้คนเหล่านี้ลุกขึ้นแล้วบอกกว๋อเจินว่ามิตรภาพของพวกเขายังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรต้องกังวล

เมื่อทุกคนได้ยินก็เข้าใจทันที เห็นได้ชัดเลยว่านี่คือคนสมัยใหม่ ไม่ใช่ผู้วิเศษที่รอดชีวิตจากสมัยโบราณ แต่มันยิ่งน่าตกใจมากกว่าเพราะเย่ฟ่านบ่มเพาะจนมาถึงขอบเขตปัจจุบันได้อย่างไร?

กว๋อเจินผ่อนคลายลงเป็นอย่างมาก คนทั้งสี่ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก เมื่อสบโอกาสทั้งสี่คนได้ถอนตัวจากไปทันที

นักพรตเต๋าชรามากกว่าสิบคนก้าวออกมาจากส่วนลึกของภูเขา คนเหล่านี้ล้วนเป็นยอดฝีมืออาณาจักรตำหนักเต๋าและสี่สุดขั้ว พวกเขาถือเป็นหนึ่งในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก แต่ในขณะนี้ทุกคนกำลังร้องขอให้เย่ฟ่านบรรยายเต๋าอย่างนอบน้อม

เย่ฟ่านไม่ได้ปฏิเสธคำขอของคนเหล่านี้ เขาก้าวขึ้นไปนั่งบนแท่นเต๋าและเริ่มบรรยายทักษะเต๋าที่สามารถฝึกฝนได้ง่าย จากนั้นเขาก็แกะสลักอักขระสีทองลงไปบนความว่างเปล่าเพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้

ท้องฟ้าเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์ ทุกถ้อยคำเปล่งประกายราวกับอักษรเทพ ผู้คนที่นั่งอยู่ด้านล่างต่างก็สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ

นี่คือเซียนอมตะในตำนานอย่างแน่นอน!

“ทักษะนี้ยังเหนือล้ำมากกว่าคัมภีร์บ่มเพาะหลิงเป่าที่ตกทอดมาในสำนักเรา”

นักพรตหลิงเป่าผู้เป็นเจ้าสำนักหลิงเป่าไม่สามารถสงบสติอารมณ์ลงได้

นี่คือคัมภีร์โบราณและความรู้แจ้งที่ปราชญ์โบราณทิ้งไว้ในศาลบรรพชนแห่งจงโจว เมื่อเย่ฟ่านถ่ายทอดมันออกไปย่อมสร้างความสั่นสะเทือนไปทั้งโลก

“ผู้อาวุโสโปรดติดตามพวกเราไปที่ดินแดนลับของสำนัก เรามีสมบัติจะมอบให้ท่าน”

เจ้าสำนักหลิงเป่าแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม เขาต้องการผูกสัมพันธ์เย่ฟ่าน แม้ว่ามันจะต้องแลกมาด้วยความลับของสำนักก็ตาม

เย่ฟ่านพยักหน้า นี่คือสิ่งที่เขาต้องการอยู่แต่แรกแล้ว เขามีความคาดหวังอย่างมากว่าของขวัญที่สำนักหลิงเป่ามอบให้จะเป็นเก้าญาณวิเศษลึกลับ

ในขณะเดียวกันสำนักหลิงเป่าก็ถือเป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก เขายังต้องการค้นหาความลับของเผ่าพันธุ์อสูรที่อาศัยอยู่ในโลกใบนี้!

……..

จบบทที่ 1330 - ของขวัญตอบแทน

คัดลอกลิงก์แล้ว