เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5: คนดีที่หนึ่งเลย

บทที่ 5: คนดีที่หนึ่งเลย

บทที่ 5: คนดีที่หนึ่งเลย


หูของซุ่ยซุ่ยขยับยุกยิก เธอเดินไปที่หน้าต่างเพื่อรดน้ำต้นไม้อย่างเบามือ ใบของต้นกล้วยไม้ดินแผ่ขยายออกอย่างผ่อนคลาย "แม่หนูน้อยคนนี้น่ารักจังเลย"

ซุ่ยซุ่ยคลี่ยิ้ม "พี่กล้วยไม้ก็สวยเหมือนกันค่ะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ใบของกล้วยไม้ก็ชะงักไป ก่อนจะเริ่มสั่นไหวอย่างบ้าคลั่ง "แม่หนู ฟังฉันรู้เรื่องด้วยเหรอ?"

ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าเบาๆ แล้วชะโงกหน้าเข้าไปกระซิบ "พี่กล้วยไม้คะ ในบริษัทของพ่อมีคนไม่ดีอยู่หรือเปล่าคะ?"

"มีสิ มี! นิสัยเสียสุดๆ ไปเลยด้วย!" เมื่อได้พบกับคนที่สื่อสารกันรู้เรื่องเป็นครั้งแรก ต้นกล้วยไม้ก็ดีใจจนเนื้อเต้นและรีบเล่าทุกอย่างที่รู้ให้ฟัง

"คนไม่ดีคนนั้นก็คือ..."

ทันทีที่เฮ่อหวยชวนเดินเข้ามา เขาก็เห็นแม่หนูน้อยกำลังบ่นพึมพำอยู่กับกระถางกล้วยไม้ ใบหน้าเล็กๆ นั้นดูขุ่นเคืองอยู่บ้าง แถมยังกำหมัดแน่นอย่างเอาเรื่อง

อารมณ์ของเขาดีขึ้นมากในพริบตา ชายหนุ่มเดินเข้าไปบีบแก้มยุ้ยๆ ของเธอ "ใครทำอะไรให้หนูโกรธเนี่ย?"

เมื่อเห็นเขามา ซุ่ยซุ่ยก็รีบดึงให้เขานั่งลง ใบหน้าเล็กๆ ขึงขังจริงจังขณะเอ่ยว่า "คุณพ่อคะ หนูมีเรื่องจะบอก ในบริษัทของพ่อมีคนไม่ดีอยู่ค่ะ"

เฮ่อหวยชวนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย "ใครกัน?"

ซุ่ยซุ่ยตอบ "เขาชื่อกวนอี้หมิงค่ะ"

นั่นคือผู้ช่วยที่เขาไว้ใจที่สุด และยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยมหาวิทยาลัย พวกเขาสนิทสนมกันมากในช่วงที่ยังเรียนอยู่

รอยยิ้มบนใบหน้าของเฮ่อหวยชวนค่อยๆ จางหายไป เขารี่ตาลง "ใครบอกหนู?"

ต้นกล้วยไม้สั่นใบระริกพลางร้องเตือน "ยัยหนู อย่าบอกเขานะ ระวังเถอะ เดี๋ยวเขาก็จับเธอไปทดลองหรอก"

มนุษย์น่ะร้ายกาจจะตาย และมนุษย์ที่อยู่ตรงหน้าเธอก็โหดเหี้ยมเป็นพิเศษเลยด้วย

ทว่าวินาทีต่อมา เสียงใสแจ๋วของซุ่ยซุ่ยก็ดังก้องไปทั่วห้องทำงาน "พี่กล้วยไม้เป็นคนบอกหนูค่ะ!"

เมื่อมองตามทิศทางที่เธอชี้ เฮ่อหวยชวนก็ขมวดคิ้ว "หนูหมายถึงกล้วยไม้ต้นนี้น่ะเหรอ?"

ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าหงึกๆ อย่างแรง แถมยังยกนิ้วโป้งให้เขาด้วย "คุณพ่อเก่งที่สุดเลย"

"คุณพ่อคะ หนูจะบอกให้นะ คนไม่ดีคนนั้นแอบเข้ามาขโมยของในห้องทำงานของพ่อ แล้วเอาไปขายให้บริษัทหอยนางรมเซิ่งฮ่าวหมดเลยค่ะ"

"หอยนางรม?" เฮ่อหวยชวนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "เซิ่งฮ่าว?"

อ้อ ใช่แล้ว ชื่อนี้แหละ!

ซุ่ยซุ่ยตบแปะที่หัวตัวเอง "นั่นแหละค่ะ! คุณพ่อรีบไปจับเขาเร็วเข้า!"

บริษัทเซิ่งฮ่าวที่ชนะการประมูลในครั้งนี้ก็คือเซิ่งฮ่าวจริงๆ

และยังเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของเครือบริษัทเฮ่ออีกด้วย

เฮ่อหวยชวนมองซุ่ยซุ่ย สลับกับต้นกล้วยไม้ที่หุบใบเงียบกริบราวกับหนูไร้เสียง จู่ๆ เขาก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป

เมื่อเขาจากไป ต้นกล้วยไม้ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ใบของมันแผ่กางออกอีกครั้งพลางเอ่ย "ยัยหนู ทำไมเธอถึงบอกเขาทุกอย่างเลยล่ะ? วันหลังก็อยู่ห่างๆ เขาไว้หน่อยนะ เขาไม่ใช่คนดีหรอก"

พูดจบ มันก็เห็นซุ่ยซุ่ยกำลังถลึงตาใส่ตนอย่างดุดัน

ซุ่ยซุ่ยยืนเท้าสะเอว "พ่อของหนูเก่งที่สุด! พ่อหนูเป็นคนดีมากๆ! หนูไม่เล่นกับพี่แล้ว!"

พูดจบ แม่หนูน้อยก็กระทืบเท้าด้วยความขุ่นเคืองแล้ววิ่งออกไป

เดี๋ยวก่อน เมื่อกี้ใครกันนะที่เพิ่งบอกว่าพวกเราเป็นเพื่อนซี้ที่สุดในโลก?

ตาบอดหรือเปล่าเนี่ย? เฮ่อหวยชวนเนี่ยนะคนดี? นั่นเป็นเพราะเธอยังไม่เคยเห็นตอนที่เขาจับคนโยนลงทะเลเป็นอาหารปลาต่างหากล่ะ

ฉันก็ไม่เล่นกับเด็กโง่เหมือนกันแหละ เชอะ!

ซุ่ยซุ่ยพุ่งตัวออกไปราวกับลูกปืนใหญ่จิ๋ว เธอหันมองซ้ายขวา พอเจอเฮ่อหวยชวนก็รีบวิ่งตรงดิ่งไปหาเขาทันที

ทันทีที่เธอผลักประตูเปิดออก ก็เห็นเขาเตะเข้าที่ข้อเข่าของใครบางคน จนคนๆ นั้นล้มลงไปกองกับพื้นในทันที

ต้นกล้วยไม้สั่นใบแล้วพูดว่า "นั่นแหละกวนอี้หมิง เห็นไหมล่ะ? พ่อของเธอออกจะดุร้าย"

ที่แท้เขาก็คือคนเลวคนนั้นนี่เอง

ซุ่ยซุ่ยตระหนักถึงความจริงข้อนี้ เธอชูหมัดเล็กๆ ขึ้นแกว่งไปมาแล้วพุ่งเข้าไปหาพร้อมร้อง "ย้ากๆๆ! กล้ารังแกคุณพ่อหนูเหรอ! กล้าทำให้คุณพ่อหนูโกรธเหรอ! หนูจะตีแก!"

เธอปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน ปล่อยหมัดรัวๆ ทั้งเตะทั้งต่อย แต่กลับสร้างความเสียหายให้ตัวเองมากกว่าศัตรูเสียอีก เธอเป่ามือเล็กๆ ที่แดงเถือกด้วยใบหน้าเหยเก ริมฝีปากเบะออกอย่างน่าสงสารขณะที่น้ำตารื้นขึ้นมาคลอเบ้า

เจ็บจังเลย

มุมปากของเฮ่อหวยชวนกระตุก ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาด้วยสีหน้าพูดไม่ออก

เด็กคนนี้นี่จริงๆ เลย

แม้จะคิดเช่นนั้น แต่ริมฝีปากของเขากลับโค้งขึ้นเล็กน้อย ทว่าเมื่อสายตาตวัดไปมองกวนอี้หมิง ใบหน้าของเขาก็กลับมาทะมึนทึงอีกครั้ง

เขาให้คนไปสืบเรื่องของหมอนี่ตามที่ซุ่ยซุ่ยบอก และก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายเป็นหนอนบ่อนไส้จริงๆ

"พูดมา ทำแบบนี้ทำไม?"

เขาลากเก้าอี้มานั่งลง มองต่ำลงไปยังผู้ทรยศด้วยสายตาเหนือกว่า

กวนอี้หมิงคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าสมเพช เมื่อได้ยินเช่นนั้น จู่ๆ เขาก็หลุดหัวเราะออกมา

เขาเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายแล้วพูดว่า "เพราะเซิ่งฮ่าวบอกว่า ตราบใดที่ฉันยอมขายเทคโนโลยีหลักให้พวกเขา พวกเขาก็จะให้ฉันเป็นซีอีโอ"

"เฮ่อหวยชวน ฉันไม่ได้ด้อยไปกว่าแกเลย การทำงานให้แกก็เป็นแค่งาน ฉันอยากเป็นเจ้านายตัวเองบ้าง"

เฮ่อหวยชวนหัวเราะลั่นในทันที "ไอ้การ 'เป็นเจ้านาย' ที่แกพูดถึง คือการเอาของของฉันไปทำเงินงั้นเหรอ?"

สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชาเยียบเย็น "หน้าแกหนาเท่ากำแพงเมืองเลยไหมล่ะ? คงหนาพอแหละ"

ซุ่ยซุ่ยพยักหน้าเงียบๆ ใช่ๆ มือของเธอแทบจะหักอยู่แล้วตอนที่ตีเขาเมื่อกี้

เดิมทีเฮ่อหวยชวนเต็มไปด้วยความเดือดดาล ทว่าเมื่อหางตาเหลือบไปเห็นแม่หนูน้อยกำลังพงกหัวหงึกๆ ราวกับนกหัวขวาน ดูท่าทางเด๋อด๋า ความโกรธของเขาก็มลายหายไปในพริบตา

เขาเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เคาะนิ้วเป็นจังหวะ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น "ก็ได้ แกอยากเป็นเจ้านายใช่ไหม? งั้นก็เชิญเลย"

อะไรนะ?

กวนอี้หมิงตกตะลึง ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปล่อยเขาไปง่ายๆ แบบนี้

ซุ่ยซุ่ยเองก็คาดไม่ถึงเช่นกัน เธอกะพริบตาปริบๆ เห็นไหมล่ะ เธอบอกแล้วว่าคุณพ่อของเธอใจดีมากๆ เป็นคนดีสุดๆ

เฮ่อหวยชวนไม่แม้แต่จะปรายตามองเขา "ไสหัวไป"

กวนอี้หมิงตะเกียกตะกายลุกขึ้น พยายามยืดหลังให้ตรง "เฮ่อหวยชวน ฉันจะยิ่งใหญ่กว่าแกให้ได้"

เฮ่อหวยชวนไม่ได้มองเขาเลยด้วยซ้ำ เขาจับมือเล็กๆ ที่แดงเถือกของซุ่ยซุ่ยขึ้นมาและบ่นอย่างไม่พอใจ "หนูนี่จับสุ่มสี่สุ่มห้าไปเรื่อย ไม่กลัวมือสกปรกหรือไง?"

ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นของโสโครกอย่างไรอย่างนั้น

ใบหน้าของกวนอี้หมิงแดงก่ำด้วยความอับอายและเคียดแค้น เขาแค่นเสียงขึ้นจมูกแล้วก้าวยาวๆ จากไป

เขาจะจำความอัปยศในวันนี้ไว้ให้ดี!

ผู้ช่วยอีกคนรีบวิ่งเข้ามาถาม "ท่านประธานเฮ่อครับ พวกเราจะทำยังไงต่อไปดีครับ?"

ในช่วงที่ AI กำลังเป็นกระแสมาแรง บริษัทของพวกเขาได้พัฒนาหุ่นยนต์การแพทย์ขึ้นมา เพียงแค่สแกนก็สามารถระบุความผิดปกติในส่วนต่างๆ ของร่างกาย จับชีพจร และสั่งยาได้ โดยผสมผสานทั้งการแพทย์แผนจีนและแผนปัจจุบันเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีหลักชิ้นนี้กลับถูกกวนอี้หมิงนำไปขายให้กับบริษัทเทคโนโลยีเซิ่งฮ่าว

พวกนั้นรีบชิงเปิดตัวตัดหน้าไปก่อนอย่างเอิกเกริก แถมยังทุ่มเงินมหาศาลไปกับการทำการตลาด ตอนนี้มีคนสั่งจองเข้ามาเป็นจำนวนมากจนคิวรอยาวไปถึงปีหน้าแล้ว

แต่ถึงกระนั้น เฮ่อหวยชวนก็ยังคงท่าทีไม่รีบร้อน "แจ้งทุกคนไปว่าช่วงนี้ทำงานกันหนักมาก ให้ทุกคนหยุดพักร้อนแบบรับเงินเดือนเต็มจำนวนได้ครึ่งเดือน"

อะไรนะ?

ผู้ช่วยคิดว่าตัวเองหูฝาด แต่เฮ่อหวยชวนกลับเงยหน้าขึ้นและพูดว่า "ไม่ไปเหรอ? งั้นก็อยู่ทำโอทีต่อไปแล้วกัน"

ผู้ช่วยรีบวิ่งออกไปโดยไม่พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว

เฮ่อหวยชวนมองมือของซุ่ยซุ่ย "ยังเจ็บอยู่ไหม?"

ซุ่ยซุ่ยส่ายหน้าอย่างรู้ความ "ไม่เจ็บแล้วค่ะ"

เธอเอียงคอเล็กๆ มองเขาด้วยความชื่นชม "คุณพ่อเป็นคนดีจริงๆ ด้วยค่ะ!"

เฮ่อหวยชวนเลิกคิ้ว

เขาเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

อย่างเช่น ถึงแม้กวนอี้หมิงจะหักหลังเขา แต่เขาก็อุตส่าห์ตัดสินใจเลือกสถานที่ฝังศพให้อีกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว

บนโลกใบนี้จะไปหาคนที่ใจดีกว่าเขาได้จากที่ไหนอีกล่ะ?

คงไม่มีอีกแล้วล่ะ

จบบทที่ บทที่ 5: คนดีที่หนึ่งเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว