เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1320 - วิหคมังกร

1320 - วิหคมังกร

1320 - วิหคมังกร


1320 - วิหคมังกร

“พวกเจ้าเข้าใจว่าตัวเองสืบทอดมรดกจากเซียนโบราณมาก็จะสามารถทำอะไรก็ได้?”

เย่ฟ่านยกมือขึ้นและคว้าร่างกายของชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่ชายมันเป็นเรื่องเข้าใจผิดเท่านั้น ผมยินดีจะชดใช้ให้ทุกอย่าง!”

เหตุการณ์เมื่อครู่นี้มันทำให้เขาโกรธมาก แต่เขาก็ยังคิดว่าภายใต้การคุ้มครองของบรรพชนเขาจะรอดปลอดภัยอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับลงมืออย่างโหดร้ายนั่นแสดงให้เห็นว่าชีวิตของเขาไม่มีความปลอดภัยอีกแล้ว

“เสี่ยวซ่งใจดีพอที่จะช่วยเจ้า แต่เจ้าต้องการฆ่ามัน เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าเหตุการณ์ครั้งนั้นจะทำให้เจ้าลงเลยแบบนี้?”

เย่ฟ่านตบชายหนุ่มลงไปบนพื้นและทำให้กระดูกทั่วร่างของเขาแหลกละเอียดเป็นผุยผง

แน่นอนว่าเขาไม่ได้ใช้กำลังใดๆ มิฉะนั้นแม้แต่ภูเขาแห่งนี้ก็ยังยากจะปิดกั้นพลังที่เกิดจากการโจมตีของเขาได้

“อา...”

ชายหนุ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ด้วยการที่กระดูกของเขาแหลกละเอียดไปแล้ว เขาจึงไม่สามารถขยับตัวได้แม้แต่น้อย

เลือดที่ไหลทะลักออกมาจากปากของชายหนุ่มมีสีม่วงแฝงอยู่ด้วยเห็นได้ชัดว่าเขาไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา

การที่ชายหนุ่มคนหนึ่งสามารถก้าวเข้าสู่อาณาจักรน้ำพุวิญญาณได้ด้วยวัยนี้ย่อมเพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าเขาเป็นผู้ที่มีพรสวรรค์สูงส่งเป็นอย่างมาก

ไม่น่าแปลกใจที่ตระกูลอมตะแห่งจิ่วเจียงจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเขา

“สหายเต๋าโปรดหยุดก่อน ทุกอย่างสามารถพูดคุยได้!”

ชายชราตำหนักเต๋าก้าวไปข้างหน้าด้วยความกังวล เขายังไม่เห็นชัดเจนว่าอาวุธวิเศษฝ่ามือของเย่ฟ่านคืออะไร แต่เขารู้ดีว่าความแข็งแกร่งนี้เกินกว่าที่เขาจะต่อต้านได้อย่างแน่นอน

“ตระกูลอมตะแห่งจิ่วเจียงทรงพลังมากหรือ? เช่นนั้นมาดูกันว่านิ้วของข้าและตระกูลของเจ้าอะไรจะแข็งแกร่งกว่า” เย่ฟ่านพูดอย่างเย็นชา

เย่ฟ่านชี้นิ้วออกไปอีกครั้งและทำลายทะเลแห่งความทุกข์ของชายหนุ่มที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ฐานการบ่มเพาะที่เขาฝึกฝนมานานกว่า 20 ปีถูกทำลายลงในครั้งเดียว

“อ๊า…”

ชายหนุ่มกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดแต่ไม่สามารถทำอะไรได้

“เจ้า... รังแกคนอื่นมากเกินไป!”

ชายชราในอาณาจักรสะพานวิญญาณคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ชายหนุ่มที่นอนอยู่บนพื้นคือหลานชายของเขา การที่หลานชายของเขาถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาแบบนี้ย่อมไม่แตกต่างอะไรจากการฉีกหน้าของเขาที่เป็นปู่ไปด้วย

“ข้ารังแกคนอื่นมากเกินไปหรือ? หลานชายของเจ้าเกือบจะฆ่าเสี่ยวซง ข้ามาที่นี่เพื่อขอคำอธิบาย แม้ว่าข้าจะอยากตัดหัวพวกเจ้าทุกคนแต่ข้าก็ยังพยายามทำใจเย็นเพื่อให้เจ้าส่งเจ้าหนูนี่ออกมาดีๆ อย่างไรก็ตามในเมื่อพวกเจ้าต้องการทดสอบความอดทนของข้าเช่นนั้นพวกเจ้าก็จงพินาศไปพร้อมกัน” เย่ฟ่านโยนชายหนุ่มไป

“คุณปู่ช่วยฆ่าเขาที ชีวิตของผมจบสิ้นแล้ว!”

ชายหนุ่มตะโกนอย่างปวดร้าว ดวงตาของเขากลายเป็นสีแดงก่ำจากความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด

เมื่อเห็นสิ่งนี้ เย่ฟ่านก็ยิ้มเบาๆ เขาดีดนิ้วออกไปอีกครั้งและทำลายกะโหลกศีรษะของชายหนุ่มจนกลายเป็นเนื้อบดอย่างง่ายดาย

“ในตอนแรกข้าละเว้นชีวิตของเจ้าแล้ว แต่ในเมื่อเจ้ายังไม่รู้สำนึกเจ้าก็ไม่ควรได้รับความเมตตาจากข้าอีกต่อไป”

สีหน้าของทุกคนในห้องโถงเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เช่นเดียวกับชายชราในอาณาจักรตำหนักเต๋า ในที่สุดเขาก็ตระหนักได้ว่าเย่ฟ่านคนนี้ไม่ได้ใช้อาวุธชนิดใด ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงออกมาเป็นพลังที่มาจากฐานการบ่มเพาะล้วนๆ

“ไม่ว่าเจ้าจะเป็นใคร วันนี้เจ้าจะตาย เจ้ากล้าเข้ามาสร้างความวุ่นวายในตระกูลอมตะแห่งจิ่วเจียง พวกเราที่สืบเชื้อสายมาจากวิหคมังกรจะไม่ทนรับต่อความอัปยศเช่นนี้” ชายชราในอาณาจักรตำหนักเต๋าตะโกน

ชายหนุ่มที่เสียชีวิตนั้นเป็นผู้สืบทอดที่มีพรสวรรค์สูงสุดของเผ่าพันธุ์วิหคมังกรของพวกเขา ความอัปยศอดสูนี้หากพวกเขาไม่ตอบโต้กลับไปพวกเขาจะไม่สามารถยืนหยัดอยู่ในโลกนี้ได้อีก

เย่ฟ่านไม่ต้องการพูดเรื่องไร้สาระ เขาโบกมือเบาๆ และปลดปล่อยเปลวเพลิงออกมาจากแขนเสื้อเพื่อเผาผลาญร่างกายของชายชราในขอบเขตตำหนักเต๋าให้กลายเป็นเถ้าถ่านอย่างง่ายดาย

ทุกคนอ้าปากค้างและตกตะลึงต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั่นคือบรรพชนผู้แข็งแกร่งของพวกเขา แต่สุดท้ายบรรพชนที่พวกเขามองว่าเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่กลับไม่สามารถต่อต้านการโบกมือของชายหนุ่มคนนี้ได้แม้แต่ครั้งเดียว

“เด็กที่ไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนใดกล้าเข้ามาสร้างความปั่นป่วนในตระกูลของข้า?”

หญิงชราที่ถือไม้เท้าศรีษะของวิหคมังกรปรากฏตัวขึ้น ผิวกายของนางเหี่ยวย่น เส้นผมขาวโพลน เห็นได้ชัดว่ามีอายุหลายร้อยปีแล้ว

“บรรพชน!”

ทุกคนรีบวิ่งไปข้างหน้าและคุกเข่าลงอย่างนอบน้อม ชายชราที่อยู่ในขอบเขตสะพานวิญญาณโขกศรีษะและกล่าวด้วยความกลัว

“ท่านย่าอย่าเพิ่งลงมือ เด็กน้อยคนนี้มีบางสิ่งแปลกๆ เขาอาจเป็นสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณ”

เย่ฟ่านนั่งอยู่ในห้องโถงและจ้องมองหญิงชราด้วยความสงสัยเล็กน้อย หญิงชราคนนี้อยู่ในอาณาจักรสี่สุดขั้ว ซึ่งนับได้ว่าเป็นผู้บ่มเพาะของโลกมนุษย์ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็น

“เผ่าพันธุ์วิหคมังกรของเราอยู่ในจิ่วเจียงมานานหลายหมื่นปี เรายืนหยัดอยู่ที่นี่อย่างแข็งแกร่งมาโดยตลอด เจ้าเป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่งกลับกล้ามาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย หรือเจ้าสะกดคำว่าตายไม่เป็นจริงๆ!”

หญิงชราโบกไม้เท้า ทันใดนั้นห้องโถงก็เต็มไปด้วยความมงคล ความสุกใสอันน่าสะพรึงกลัว จากนั้นกงล้อสีทองก็ฟาดฟันเข้าหาเย่ฟ่านซึ่งนั่งอยู่ที่ใจกลางของห้องโถง

กงล้อนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากพลังโลหิตที่อยู่ในสายเลือดของสัตว์อสูร เช่นเดียวกับทักษะจักรพรรดิอสูรเก้าบาดแผลของผังป๋อ เย่ฟ่านมองทุกอย่างด้วยความใจเย็นและไม่ได้ปิดกั้นการโจมตีแต่อย่างใด

ปัง!

กงล้อศักดิ์สิทธิ์สีทองปะทะกับศีรษะของเย่ฟ่านอย่างรุนแรง แต่ร่างกายของเย่ฟ่านแข็งแกร่งเทียบได้กับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับเซียนด้วยซ้ำ

เขาย่อมไม่จำเป็นต้องต่อต้านการโจมตีของผู้บ่มเพาะอาณาจักรสี่สุดขั้วและปล่อยให้กงล้อของหญิงชรากระแทกเข้าหาร่างกายของเขาตรงๆ

ร่างกายของเย่ฟ่านถูกเผาไหม้ไปด้วยเปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตามสีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย หลังจากปล่อยให้เปลวไฟเผาไหม้อยู่ชั่วครู่เขาก็ยกมือขึ้นเพื่อดับไฟที่กำลังลุกโชน

“นี่คือสิ่งมีชีวิตโบราณ!” มีคนกลืนน้ำลายด้วยความกลัว

“เขาอายุเท่าไหร่ มีคนที่แข็งแกร่งแบบนี้ในโลกด้วยหรือ?” ทุกคนหวาดกลัวจับใจ

“จบแล้ว นี่เป็นหายนะจริงๆ นี่คือเซียนโบราณที่ไม่สามารถยั่วยุได้!”

หลายคนคุกเข่าลงกับพื้น ใบหน้าของพวกเขาซีดขาวไร้สีเลือด

พวกเขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งเช่นนี้มาก่อน ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะต้องเป็นเซียนในตำนานอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้า และคนเหล่านี้ยังคงคุกเข่าโดยไม่กล้าเงยหน้าขึ้นด้วยซ้ำ

“ในตอนแรกข้ายังคิดจะปล่อยให้พวกเจ้าอาศัยอยู่ในจิ่วเจียงต่อไป แต่ในเมื่อพวกเจ้ายังไม่รู้สำนึกเช่นนั้นภูเขาลูกนี้ก็มอบให้เป็นสมบัติของผู้อื่นเถอะ?”

เย่ฟ่านโบกมือเพื่อลบร่างกายและวิญญาณของหญิงชราให้หายสาบสูญไปจากโลกอย่างไร้ร่องรอย การกระทำของเขายังน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าตอนที่เขาฆ่าชายชราจากอาณาจักรตำหนักเต๋าด้วยซ้ำ

เมื่อเห็นการกระทำนี้ชายชราในอาณาจักรสะพานวิญญาณก็รีบโขกศรีษะด้วยความกลัว

“ผู้อาวุโสโปรดยกโทษให้ข้าด้วย โปรดยกโทษให้ข้าด้วย”

เย่ฟ่านเหลือบมองชายชราอย่างเย็นชาก่อนจะชี้นิ้วออกไปอีกครั้ง

“ในเมื่อเจ้ารู้สำนึกแล้วข้าจะละเว้นชีวิตของเจ้า”

หลังจากที่แสงวาบวับหายไปร่างของชายชราก็นอนอยู่บนพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรง ฐานการบ่มเพาะที่เขาสั่งสมมาเป็นเวลานานนับร้อยปีถูกลบล้างออกไปทั้งหมด

“วันนี้ข้าไม่อยากฆ่าใคร หากพวกเจ้ามอบตัวชายหนุ่มคนนั้นออกมาตั้งแต่แรกเรื่องราวทั้งหมดคงไม่เกิดขึ้น” เย่ฟ่านกล่าว

ผู้คนทั้งหมดเกิดความหวาดกลัวจนไม่สามารถพูดอะไรได้

เย่ฟ่านไม่ต้องการสังหารผู้คนมากเกินไป ดังนั้นเขาจึงผลักดันทุกคนที่อยู่ในห้องออกจากภูเขาให้หมด จากนั้นมือขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าและเจาะลึกเข้าไปในภูเขาพร้อมกับยกพระราชวังโบราณแห่งหนึ่งขึ้นมา

“ไม่น่าแปลกใจที่มีผู้บ่มเพาะที่สามารถเข้าสู่อาณาจักรสี่สุดขั้วได้…”

เย่ฟ่านพยักหน้าเมื่อเห็นหมอกสีม่วงไหลทะลักออกมาจากพระราชวังโบราณ นี่คือมรดกที่ตกทอดมานานนับหมื่นปีมันเป็นต้นกำเนิดพลังชีวิตของภูเขาแห่งนี้

………

จบบทที่ 1320 - วิหคมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว