เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1303 - สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปและผู้คนก็เปลี่ยนไป

1303 - สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปและผู้คนก็เปลี่ยนไป

1303 - สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปและผู้คนก็เปลี่ยนไป


1303 - สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปและผู้คนก็เปลี่ยนไป

เช้าตรู่อุณภูมิทางเหนือลดต่ำลง ต้นไม้ไร้ใบและพื้นที่โดยรอบเป็นสีขาวโพลน

เมื่อแสงยามเช้าเริ่มส่องสว่าง เมืองที่เย่ฟ่านมาถึงนั้นเต็มไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง ตึกที่สูงตะหง่านท่ามกลางแสงแดดส่อง เรืองรองราวกับว่าตึกนี้ถูกสร้างด้วยทอง

เย่ฟ่านเต็มไปด้วยความแปลกใจกับเมืองที่เขาเคยอาศัยอยู่เป็นเวลาหลายปี ตอนนี้เขาไม่คุ้นเคยกับมันอีกต่อไป

“จะหาพวกเขาได้ที่ไหน?”

เย่ฟ่านกังวลเล็กน้อย กลัวว่าจะไม่ได้เจอพ่อแม่อีก เขาผ่านความยากลำบากมาทุกรูปแบบ เสี่ยงชีวิตและกลับมาที่นี่อีกครั้งหลังจากผ่านไป 20 ปี

เขามองเห็นบ้านของเขาจากระยะไกล สถานที่นั้นเหมือนได้จัดระเบียบใหม่และเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

เขาไปที่ชานเมือง เพราะพ่อแม่ของเขานั้นไม่ชอบความวุ่นวาย เพราะเหตุนี้พวกเขาจึงปฏิเสธข้อเสนอที่จะอยู่กับเย่ฟ่านตั้งแต่แรก

“สถานที่แห่งนี้ก็เปลี่ยนไปเช่นกัน…”

เย่ฟ่านตกใจเมื่อเขามาถึงบ้านพ่อแม่ ในอดีตสถานที่ที่สงบสุขถูกแทนที่ด้วยผู้คนหลั่งไหลไปมา อาคารตึกสูงตั้งตะหง่าน ดินแดนที่เคยเป็นชานเมืองถูกเปลี่ยนเป็นเมืองใหญ่ไปแล้ว

เขาไม่เห็นร่องรอยในอดีต มันไม่เหมือนกับเมืองที่เขาเคยอยู่เมื่อ 20 ปีก่อนอีกต่อไป

เขายืนเงียบอยู่นาน จากนั้นก็ขึ้นไปดาดฟ้าของอาคารแห่งหนึ่งและมองออกไปไกลๆ สิ่งเดียวที่ยังคงอยู่คือทะเลสาบ มันถูกขยายให้ใหญ่ขึ้นและรอบข้างมีสวนสาธารณะที่ผู้คนกำลังออกกำลังกายในตอนเช้า

ในอดีตพ่อของเย่ฟ่านชอบตกปลาอยู่ที่นั่น

เย่ฟ่านมาที่ริมทะเลสาเห็นชายชราที่กำลังรำไทเก๊ก เขาจึงหยุดและยืดกล้ามเนื้อบางส่วน

“เฮ้ พ่อหนุ่ม เก่งมาก เก่งกว่าฉันด้วยซ้ำ ฉันฝึกรำไทเก๊กมาสี่สิบปีแล้ว” ชายชรารู้สึกประหลาดใจ

“ผมขอถามอะไรหน่อยสิ สถานที่แห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมาใหม่กี่ปีแล้ว ผู้คนที่เคยอยู่ที่นี่หายไปไหนหมด?” เย่ฟ่านถามขณะฝึกรำไทเก๊ก

“คนในท้องถิ่นขายบ้านให้กับบริษัทใหญ่ที่เข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์เมื่อสิบปีก่อนทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว ในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยเป็นเมืองที่สงบสุข แต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย” ชายชราถอนหายใจ

เขากับภรรยาตั้งใจมาที่นี่เพื่ออาศัยอยู่ในช่วงบั้นปลายอย่างสงบสุขและเข้าใกล้กับธรรมชาติ แต่สุดท้ายพื้นที่แห่งนี้ก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นตึกสูงอีกครั้ง

“แล้วบ้านของคนที่ไม่ยอมย้ายออกล่ะ ทำไมถึงถูกทุบไปด้วย?”

“ไม่มีทางเลือก นี่เป็นความเห็นของสภาเมือง เมื่อทางการต้องการให้พวกเขาขายที่ดินพวกเขาจะทำอะไรได้” ชายชรากล่าว

“คุณจำได้ไหม เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว มีชายชราสองสามคนชอบมาตกปลาที่นี่” เย่ฟ่านถามชายชราในตอนที่กำลังรำไทเก๊กช้าๆ

“จริงหรือ ฉันย้ายมาที่นี่ทีหลัง ทะเลสาบแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ดีจริงๆ มันคุ้มกับการที่ได้ย้ายมาแม้จะผิดคาดไปบ้างตอนที่พวกเขาสร้างตึกขึ้น”

“ถ้าเป็นอย่างนั้น คุณได้ไปตกปลาที่สวนบ้างไหม” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“แขนขาของฉันอ่อนแรง เพียงวิ่งกลับไปกลับมาก็ใช้เวลาสองชั่วโมงแล้ว”

“แล้วคุณเคยเห็นคนแบบนี้บ้างไหม…” เย่ฟ่านบรรยายลักษณะของพ่อ

“เหมือนจะเคยเห็น เขาไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆ ได้ยินมาว่าเขาเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่เคยอยู่ที่นี่ แต่มีเรื่องเกิดขึ้นกับครอบครัวเขาดังนั้นเขาจึงไม่ได้มาที่นี่หลายปีแล้ว”

“คุณรู้ไหมว่าเขาไปอยู่ที่ไหน”

“เขาย้ายออกไปก่อนที่จะสร้างสถานที่นี้ เขาต้องการเปลี่ยนสภาพแวดล้อมเพื่อไม่ให้เสียใจกับเหตุการณ์นั้น”

เย่ฟ่านถอนหายใจเมื่อได้ยินเรื่องนี้ มันยากจริงๆในการตามหาพ่อแม่ แต่โชคดี ที่ชายชราบอกว่ายังมีคนที่ยังอยู่ที่นี่เป็นเพื่อนบ้านเก่าสองสามคน

“ฉันขอถามหน่อยหนุ่มน้อย คุณใส่ชุดซ่งหรือชุดฮั่น แล้วซื้อมาจากไหน มันดูดีมากเมื่อคุณฝึกไทเก็กในชุดนั้น ฉันอยากได้บ้าง”

ก่อนที่เย่ฟ่านจะจากไป ชายชราจับมือของเขาถามเขาเกี่ยวกับชุดโบราณที่เขาสวมอยู่

“ผมได้มันมาจากเป่ยโต่ว(หมู่ดาวกระบวยหรือดาวหมีใหญ่)…” เย่ฟ่านสับสนและตอบโดยไม่รู้ตัว

“ห้างสรรพสินค้าเป่ยโต่วอยู่ไกลไหม แขนขาของฉันอ่อนแรงถ้ามันอยู่ไกลเกินไปฉันอาจไปไม่ถึง”

“ไกลนิดหน่อย …”

เย่ฟ่านตื่นาจากความคิดอย่างรวดเร็ว จึงตั้งสติ แล้วบอกลาชายชรา

ก่อนออกเดินทางชายชราเตือนว่าผมของเขายาวเกินไป ตอนนี้เป็นยุคสมัยใหม่ของประเทศจีน แต่แต่ผู้สูงอายุยังคงไม่ชอบชายหนุ่มที่ไว้ผมยาวอยู่ดี

อย่างไรก็ตามเมื่อ 20 ปีผ่านไปผู้คนจำนวนมากเริ่มแต่งตัวคอสเพลย์ออกมาเดินท่องเที่ยวกันแล้วดังนั้นจึงไม่ค่อยมีใครสนใจชุดของเย่ฟ่านมากนัก

เย่ฟ่านเข้าออกชุมชนต่างๆ สำรวจผู้คนด้วยพลังวิญญาณแต่กลับไม่พบเพื่อนบ้านสักคน

ครึ่งวันผ่านไป เขาไม่ได้อะไรเลย เขาเหนื่อยยิ่งกว่าการต่อสู้เอาชีวิตรอด

เขาเอนหลังบนม้านั่งริมถนน เหนื่อยล้าทั้งกายและใจ มองท้องฟ้าอย่างว่างเปล่า ไม่สามารถรอได้อีกต่อไป เขาต้องการพึ่งพาพลังเหนือธรรมชาติเพื่อค้นหาที่อยู่ของพ่อแม่

“ลุง ลุงซื้อชุดโบราณนี้มาจากไหน” เด็กน้อยอายุสี่ห้าขวบกระพริบตาด้วยความสงสัย

“ซื้อมาจากดาวเป่ยโต้ว” เย่ฟ่านตอบไร้สาระออกไป

“คนโกหก!” เด็กน้อยโกรธย่นจมูกและกระพริบตา แต่เขายังคงมีความหวังและกล่าวว่า

“คุณบอกผมได้ไหม ผมจะให้แม่ซื้อให้”

“จิงซวน ทำอะไรน่ะ”

หญิงสาวคนหนึ่งมาจากระยะไกลเรียกเด็กน้อยแล้วพาไปที่รถ

“มันเชยมาก เสื้อผ้านอกกระแสเมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วยังดูดีกว่านี้เลย” หญิงสาวเอ็ดเด็กน้อย ขึ้นรถแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านตกตะลึง

“แต่เดี๋ยวก่อน”

“ผู้หญิงคนเมื่อกี้ดูคุ้นๆ เธอดูเหมือนใคร?” จู่ๆ เย่ฟ่านก็สะดุ้งตื่นเมื่อเขาพยายามนึก

ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นและไล่ตามรถไปอย่างรวดเร็ว

บนโลกทุกวันนี้เต๋าถูกปราบปราม และการฝึกฝนของเขาดูเหมือนจะสูญเสียไปอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เย่ฟ่านกำลังจะตัดเต๋าเพื่อเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ เขาจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากนัก

หลังจากออกจากถนนย่านการค้าแล้วเขาก็ตามรถไปในย่านที่มีสภาพแวดล้อมค่อนข้างดี

เด็กน้อยกล่าวว่า “แม่ครับ ถ้าแม่ไม่ซื้อชุดโบราณให้ ผมก็จะไม่ไปกับแม่” เด็กน้อยทำหน้ามุ่ย

“เด็กดี จะใส่เสื้อผ้าแบบนั้นได้ยังไงล่ะ มันน่าเกลียด” หญิงสาวเกลี้ยกล่อมลูกชายของเธอให้ลงจากรถเมื่อถึงบ้าน

“คุณคือลูกสาวของลุงหลิวใช่ไหม?” เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้า

“ลุงก็อยู่ที่นี่ด้วย แม่ครับผมอยากได้ชุดนี้” เด็กน้อยตะโกน

“คุณเป็นใคร...?” หญิงสาวตกใจ มีชายแปลกหน้าไล่ตามมาจึงทำให้เธอไม่สบายใจเล็กน้อย

เย่ฟ่านมั่นใจว่านี่คือหลิวเฉียน ลูกสาวของลุงหลิวเพื่อนบ้านเก่าของเขา เขาจากไปในตอนที่เธอยังเด็ก หญิงสาวคนนี้มีอายุเพียงหกหรือเจ็ดขวบ ตอนนี้เธอโตขึ้นมาก เหมือนกับป้าหลิวในตอนนั้น ตอนนี้เธอกลายเป็นแม่คนแล้ว

เมื่ออีกฝ่ายจำเขาไม่ได้เย่ฟ่านก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก เขาจึงเดินจากไปเงียบๆ

จากนั้นไม่นาน เย่ฟ่านก็ตัดผมออก ไปห้างสรรพสินค้าเพื่อหาเสื้อผ้าที่ทันสมัย

เดิมทีเขาคุ้นเคยกับการสวมชุดของเป่ยโต่ว แต่ตอนนี้เมื่อเขาลองสวมชุดเก่าเขารู้สึกอึดอัดเล็กน้อย รู้สึกว่ามือและเท้าถูกมัดไว้ เคลื่อนไหวไม่สะดวกมากนัก

เมื่อกลับเข้าชุมชน ไม่นานก็เห็นชายชราคนหนึ่งกำลังเดินเล่น นั่นคือลุงหลิว อายุเกือบแปดสิบปีแล้ว เขาแก่กว่าแต่ก่อนมาก แต่ร่างกายยังคงแข็งแรง

เย่ฟ่านเปลี่ยนรูปลักษณ์ของเขาเล็กน้อย ไม่เช่นนั้นมันจะน่าตกใจเกินไปอาจจะทำให้ชายชรากลัว

“เพื่อนบ้านเก่าๆ ต่างแยกย้ายกันไป...” ลุงหลิวกล่าว

กว่าสิบปีที่แล้ว พ่อแม่ของเย่ฟ่านย้ายออกจากที่นี่ พวกเขาไม่ได้ออกจากเมือง พวกเขาแค่อยู่อีกเขตหนึ่ง

“คุณยังติดต่อกันอยู่ไหม”

“ไม่ จู่ๆ ฉันก็ขาดการติดต่อไปเมื่อสิบปีก่อน”

หัวใจของเย่ฟ่านจมลง ร่างกายสั่นไหว แต่ไม่ช้าก็สงบลง เขาเตรียมใจสำหรับเรื่องนี้ไว้แล้ว

“เมื่อก่อนฉันเชื่อว่ามีเทพเจ้าในโลกนี้”

“คุณอยากจะพูดอะไร?”

“แน่นอนมันคือภูเขาไท่ แม้ว่าเบื้องบนจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับแต่มีคนไม่น้อยที่เห็นพวกเขาด้วยตาของตัวเอง เด็กน้อยตระกูลเย่ผู้น่าสงสารเขาถูกเซียนมังกรทั้งเก้าตัวพาไปยังโลกอื่น”

ชายชราพูดคุยเกี่ยวกับหลายสิ่งหลายอย่างในปีนั้น เย่ฟ่านเงียบด้วยความรู้สึกผสมปนเปในใจ

เขาออกจากที่นี่และมาที่เขตซือโฉว ที่เขาพบคือที่อยู่ใหม่หลังจากที่พ่อแม่ของเขาย้ายออกไป ที่นี่เป็นชานเมืองที่มีสภาพแวดล้อมดีมาก มีทั้งภูเขาและแม่น้ำ

เมื่อก่อนสถานที่แห่งนี้รกร้างมาก แต่ตอนนี้ผู้คนจำนวนมากหนีออกจากเมืองและเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อพักผ่อน

ข้างหน้ามีลานบ้านเก่าแก่อีกหลังหนึ่งจากศตวรรษที่ผ่านมา เก่าแก่แต่มีเสน่ห์มาก มันล้อมรอบด้วยพื้นที่ป่าไม้ขนาดใหญ่และทะเลสาบ

ไม่ว่าจะมองอย่างไรมันก็ดูคล้ายกับสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ในอดีต

“แม่ พ่อ ผมกลับมาแล้ว!”

มีเพียงความเงียบ เย่ฟ่านตัวสั่นและมองไปยังประตูที่ล็อคอยู่ ความหนาวเย็นวิ่งผ่านร่างกายของเขา

เขาเข้าไปในห้องดูเหมือนไม่มีคนอยู่มาเป็นเวลานาน ฝุ่นที่ปกคลุมทำให้เขายิ่งหวาดกลัวมากขึ้น

หลังจากเดินดูรอบๆอย่างละเอียดแล้วพบว่าไม่มีใครทำความสะอาดหรือเข้ามาเป็นเวลานาน ในที่สุดเขาก็พบสมุดบันทึกในห้องนอน เขาสุ่มเปิดมันและเห็นประโยคที่ทำให้เขากังวล

“ฉันเห็นเสี่ยวฟานอีกครั้งในภวังค์ เห็นเขากลับมาแล้ว แต่เมื่อตื่นขึ้นมา ฉันไม่พบอะไรเลย มีเพียงน้ำตาบนใบหน้าเท่านั้น!”

“แม่ พ่อ!” เย่ฟ่านตะโกนพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา

………….

จบบทที่ 1303 - สิ่งต่างๆ เปลี่ยนไปและผู้คนก็เปลี่ยนไป

คัดลอกลิงก์แล้ว