เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว

บทที่ 40 พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว

บทที่ 40 พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว


บทที่ 40 พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว

กู่ลั่วซีปักใจเชื่อว่าบุรุษผู้นี้ต้องยอมอยู่ต่อเพราะเธออย่างแน่นอน

พวกผู้ชายก็เหมือนกันหมด ปากว่าตาขยิบ ข้างนอกทำเป็นนิ่งเฉย แต่ในใจกลับคิดอีกอย่าง

เธอทั้งโดดเด่นและเป็นถึงดาราดังระดับแถวหน้า มีผู้ชายคนไหนบ้างจะไม่หลงรักเธอ

ไม่แน่ว่าผู้ชายคนนี้อาจจะกำลังหาทางตามจีบเธออยู่ก็เป็นได้

เมื่อคิดได้เช่นนั้น กู่ลั่วซีก็ยิ่งรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น

"ฉันช่วยคุณกางเต็นท์นะคะ" กู่ลั่วซีเอ่ยปากอาสาด้วยความเต็มใจ

"ตามใจ" เยี่ยหนานเฉินตอบ

เขาเพียงแค่บังเอิญได้ยินผู้หญิงคนนี้พูดพล่ามไม่หยุดไม่หย่อน หากสามารถปลีกตัวออกไปจากเธอได้ในเวลานี้ก็คงจะดีไม่น้อย

"ถ้าอย่างนั้นก็กางไว้ข้างๆ เต็นท์ของฉันนะคะ จะได้สะดวกหน่อย" กู่ลั่วซีเอ่ยด้วยความดีใจ

กู่ลั่วเซิงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นฝ่ายชายรูปร่างสูงใหญ่หล่อเหลาคมคาย ส่วนฝ่ายหญิงก็มีใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความขัดเขิน

อืม พวกเขาก็มีส่วนเหมาะสมกันอยู่ประมาณร้อยละสามสิบ

กู่ลั่วเซิงไม่อยากทนดูภาพนั้นอีกต่อไปจึงเดินเลี่ยงออกมา

เต็นท์ของเธอมีคนกางเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอจึงไปนั่งพักผ่อนอยู่ริมทะเล

พูดกันตามตรง กู่ลั่วเซิงเองก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเธอถึงได้รู้สึกสูญเสียเช่นนี้

ไม่ถูกต้อง

เธอมาที่นี่เพื่อหาเงิน

จะไปใส่ใจกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นทำไมกัน

"ฉันต้องคิดหาวิธีหาเงินแล้วล่ะ" จู่ๆ กู่ลั่วเซิงก็ลุกขึ้นยืนจากพื้นและโพล่งคำพูดนี้ออกมาอย่างกะทันหัน

"คุณต้องการเงินอย่างนั้นหรือ" ในจังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนผมเผ้ามันเยิ้มคนหนึ่งเอ่ยถามกู่ลั่วเซิง

กู่ลั่วเซิงสะดุ้งตกใจ

"คุณ... คือใครคะ"

ชายคนนั้นหัวเราะอย่างเจ้าเล่ห์และหยาบโลน "พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว จากนี้ไปเธอไม่จำเป็นต้องทำงานหนักอีกต่อไปแล้ว ฉันสามารถช่วยเหลือเธอได้นะ"

กู่ลั่วเซิงรู้สึกเย็นยะเยือกไปทั้งตัว "ฉันหย่าร้างแล้วแถมยังมีลูกติดอีกสามคน ยิ่งไปกว่านั้นฉันยังถูกตรวจพบว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อีกด้วย คุณยังแน่ใจอยู่ไหมคะ"

เมื่อได้ยินดังนั้น ชายคนนั้นก็รีบก้าวถอยหลังไปสองก้าวทันที พลางเอ่ยว่า "เธอเป็นบ้าหรือเปล่า สภาพแบบนี้แล้วยังจะคิดมาอ่อยคนอื่นอีก"

กู่ลั่วเซิงเท้าสะเอวพลางส่งยิ้มหวาน "พี่ชายคะ~ ฉันเพิ่งรู้ตัวว่าฉันชอบพี่มากเลย พี่ดูเป็นคนเข้าใจโลกขนาดนี้ ในวันข้างหน้าพี่ต้องดูแลฉันและลูกๆ ของฉันเป็นอย่างดีแน่นอนใช่ไหมคะ"

"อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ!" ชายคนนั้นตกใจสุดขีดจนล้มคะมำลงกับพื้นดังโครม ก่อนจะรีบกระเสือกกระสนคลานหนีไปอย่างรวดเร็ว

กู่ลั่วเซิงเดาะลิ้นเบาๆ "คิดจะมาเอาเปรียบฉันอย่างนั้นหรือ ไม่ตักน้ำชะโงกดูเงาหัวตัวเองเสียบ้าง สภาพแบบนั้นเห็นแล้วเก็บไปนอนฝันร้ายแน่ๆ"

หลังจากกู่ลั่วเซิงเอ่ยจบ เธอก็หันหลังกลับไปชนเข้ากับแผงอกของบุรุษหนุ่มคนหนึ่งเข้าอย่างจังดังปึก

มันค่อนข้างแข็ง และสัมผัสได้ถึงไออุ่นจางๆ ผ่านเนื้อผ้า

"จมูกของฉัน" กู่ลั่วเซิงทำปากยื่นพลางเอามือกุมจมูกด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า

ยามที่กำลังจะเอ่ยปากต่อว่า เธอก็ต้องเงยหน้าขึ้นไปสบเข้ากับใบหน้าหล่อเหลาของตัวร้ายระดับบอส จนทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก

เธอกล้าสาบานว่าไม่ใช่เพราะตัวร้ายหล่อเหลาเกินไปหรอกนะ

"คุณมาทำอะไรที่นี่คะ ไม่ได้อยู่กับกู่ลั่วซีหรอกหรือ" กู่ลั่วเซิงเอียงคอพลางเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจ

"ทำไมฉันต้องอยู่กับเธอด้วยล่ะ" ชายหนุ่มย้อนถาม

จะเพราะอะไรอีก ล่ะ ก็เธอเป็นนางเอกอย่างไรเล่า ผู้ชายทั้งโลกต่างก็ต้องหมุนรอบตัวเธอทั้งนั้น

แต่ฉันแตกต่างออกไป ฉันคือคนที่จะต้องถูกทอดทิ้งในท้ายที่สุด

เยี่ยหนานเฉินถึงกับชะงักไป

"ฉันไม่รู้จักเธอ" เยี่ยหนานเฉินไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าเหตุใดเขาต้องเอ่ยปากอธิบาย

"ไม่รู้จักก็จริงอยู่ แต่คนเราก็สามารถตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็นได้นี่คะ..." กู่ลั่วเซิงผายมือออก

เยี่ยหนานเฉินทำสีหน้าฉงน

"อย่างเธอน่ะหรือ" เยี่ยหนานเฉินแค่นหัวเราะ "สายตาของฉันไม่ได้ย่ำแย่ขนาดนั้นหรอกนะ"

"เอ๊ะ หมายความว่าอย่างไรคะ"

กู่ลั่วเซิงกะพริบตาปริบๆ พลางนึกสงสัยว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่

"จมูกแบน ดวงตากลมโตขนาดเล็ก แถมยังมีหน้าผากโหนกนูนขนาดใหญ่ ทั้งหมดนั้นล้วนถูกปกปิดเอาไว้ด้วยการแต่งหน้าและการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า คนที่มีรูปร่างหน้าตาแบบนั้นฉันจะไปชอบลงได้อย่างไรกัน" น้ำเสียงของเยี่ยหนานเฉินช่างราบเรียบเฉยชา ทว่าถ้อยคำที่ใช้เหน็บแนมเธอนั้นกลับร้ายกาจยิ่งนัก

"คุณ... คุณดูออกด้วยหรือคะ" กู่ลั่วเซิงรู้สึกตกใจอยู่ไม่น้อย

นี่คือรูปร่างหน้าตาดั้งเดิมของกู่ลั่วซีจริงๆ แต่ในภายหลังเธอได้ผ่านการศัลยกรรมตกแต่งมาหลายต่อหลายครั้งเพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของตนเอง

พวกผู้ชายทั่วไปมักจะดูเรื่องพรรค์นี้ไม่ออกหรอก

อย่างน้อยเสิ่นเจ๋อก็ดูไม่ออก

"มันไม่ชัดเจนตรงไหนกัน ฉันไม่ได้ตาบอดนะ" ถ้อยคำของเยี่ยหนานเฉินยังคงเย็นชาเช่นเดิม

ทว่าในเวลานี้ กู่ลั่วเซิงกลับรู้สึกว่ามันช่างรื่นหูยิ่งนัก

"ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าคุณเป็นคนตาถึงทีเดียวนะคะ" มุมปากของกู่ลั่วเซิงหยักโค้งขึ้นเล็กน้อย "แล้วคุณคิดอย่างไรกับฉันล่ะคะ"

เยี่ยหนานเฉินเหลือบสายตามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างเนิบนาบว่า "ไม่ขี้เหร่"

กู่ลั่วเซิงไร้คำพูดใดๆ

เธอไม่ควรคาดหวังสิ่งดีๆ จากผู้ชายคนนี้เลยจริงๆ เขาไม่มีทางเอ่ยถ้อยคำไพเราะน่าฟังออกมาหรอก

สมกับที่เป็นตัวร้ายผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งอย่างแท้จริง

"คุณเองก็เหมือนกันนั่นแหละค่ะ" กู่ลั่วเซิงเอ่ยสวนกลับ

"ฉันรู้ดี" เยี่ยหนานเฉินตอบกลับอย่างสงบนิ่ง "เพราะผู้หญิงที่ตามจีบฉันน่ะ เข้าแถวยาวตั้งแต่ที่นี่ไปจนถึงประเทศฝรั่งเศสโน่นเลย"

กู่ลั่วเซิงคิดในใจว่า บางครั้งคนเราก็ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดจริงๆ

"ถ้าอย่างนั้นในเมื่อคุณไม่ได้ชอบกู่ลั่วซี แล้วเหตุใดคุณถึงยอมให้เธอช่วยกางเต็นท์ล่ะคะ" กู่ลั่วเซิงเอ่ยถามด้วยความเคลือบแคลงใจพลางนึกสงสัยว่าตัวร้ายกำลังคิดจะใช้เธอเป็นเหยื่อล่อหรืออย่างไร

ทว่าเยี่ยหนานเฉินยังคงมีท่าทีที่สงบนิ่งและผ่อนคลายพลางเอ่ยว่า "เธอเสียงดังหนวกหูเกินไป หา งานอะไรให้เธอทำเสียบ้าง อย่างน้อยก็ช่วยให้พวกเราได้อยู่อย่างสงบเงียบ"

ว้าว ช่างเป็นความคิดที่ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียมจริงๆ มิน่าเล่าถึงได้เป็นถึงตัวร้ายระดับบอส แม้แต่วิธีการแก้ปัญหาก็ยังล้ำลึกถึงเพียงนี้

"แต่เธอนั่นแหละ บังอาจมาบล็อกช่องทางการติดต่อของฉัน หมายความว่าอย่างไรกัน" ชายหนุ่มขยับกายเข้ามาใกล้

"เอ๊ะ มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรือคะ ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลยค่ะ บางทีอาจจะเป็นฝีมือของตั่วตั่วก็ได้นะคะ" กู่ลั่วเซิงเอ่ยตะกุกตะกัก พลางรีบโยนความผิดไปให้ตั่วตั่วในทันที

"ตั่วตั่วอย่างนั้นหรือ" ชายหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาแปรเปลี่ยนเป็นอันตรายยิ่งขึ้น

"ฉันเลี้ยงสุนัขไว้ตัวหนึ่งค่ะ มันฉลาดแสนรู้มากเลยนะคะ สามารถแอบเล่นโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตัวเองเลยล่ะค่ะ"

กู่ลั่วเซิงก้มหน้าลงต่ำ จมดิ่งอยู่กับความคิดของตนเองพลางเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจังเป็นที่สุด

เยี่ยหนานเฉินหัวเราะออกมา ทว่าแววตากลับไม่ได้มีความรู้สึกขบขันด้วยเลยแม้แต่น้อย "กู่ลั่วเซิง เธอคิดว่าฉันโง่มากหรืออย่างไร มีสุนัขที่ไหนเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นบ้าง"

กู่ลั่วเซิงเงยหน้าขึ้นมอง จากนั้นก็รีบคุกเข่าลงไปกอดขาของชายหนุ่มเอาไว้ "ฉันขอโทษค่ะ ฉันผิดไปแล้ว ฉันจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้วค่ะ เดี๋ยวฉันจะรีบปลดบล็อกให้คุณเดี๋ยวนี้เลยค่ะ"

ใครจะไปรู้ล่ะว่า... ตัวร้ายระดับบอสจะมาใส่ใจคนอย่างฉันมากมายขนาดนี้

เธอคิดว่าหลังจากที่เธอกลับบ้านไปเมื่อคราวก่อน พวกเธอก็คงจะไม่มีเรื่องให้ต้องติดต่อข้องแวะกันอีกแล้วเสียอีก

เยี่ยหนานเฉินหลุบสายตาลงต่ำ มองดูใบหน้าดวงน้อยที่แสร้งทำเป็นน่าสงสารนั้น

เขาย่อมรู้ดีว่ากู่ลั่วเซิงกำลังเสแสร้งแกล้งทำ

แม่นางน้อยคนนี้มีฝีมือการแสดงที่ยอดเยี่ยมเหลือเกิน

เขาโน้มกายลงมาเล็กน้อยพลางเชยคางของกู่ลั่วเซิงขึ้น "ฉันเป็นคนอารมณ์ไม่ค่อยดี หากมีครั้งต่อไป ฉันก็ไม่รังเกียจที่จะโยนเธอลงทะเลไปเป็นอาหารปลาหรอกนะ"

กู่ลั่วเซิงแทบจะร้องไห้โฮออกมาด้วยความรู้สึกอัดอั้นตันใจ

ทำไมใครๆ ก็พากันอยากให้เธอตายกันทั้งนั้นเลยนะ

"ฉันเข้าใจแล้วค่ะ" กู่ลั่วเซิงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย

เมื่อได้ยินเสียงของเซี่ยจือยวินร้องเรียกหา กู่ลั่วเซิงก็รีบลุกขึ้นยืนพลางปัดเศษทรายออกจากหัวเข่าแล้วเอ่ยว่า "คุณแม่กำลังตามหาฉันอยู่ค่ะ ฉันต้องขอตัวกลับไปก่อนนะวินาทีนี้"

เยี่ยหนานเฉินมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป

จู่ๆ เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง...

เมื่อสักครู่นี้เขาได้ยินเธอคิดในใจว่าผู้ชายทั้งโลกต่างก็พากันหลงรักนางเอก แล้วนางเอกที่เธอหมายถึงนั้นคือลู่ลั่วซีอย่างนั้นหรือ

ทุกคนจะพากันทอดทิ้งเธอ...

เยี่ยหนานเฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ พลางนวดคลึงหัวคิ้วเพื่อระงับอารมณ์อันปั่นป่วนภายในใจให้สงบลง

...

"พี่คะ เมื่อกี้พี่หายไปไหนมาหรือคะ แอบไปนัดพบกับผู้ชายคนไหนมาอีกแล้วใช่ไหมคะ" กู่ลั่วซีเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจในขณะที่กำลังพลิกเนื้อย่างบนเตาบาร์บีคิวไปมา

กู่ลั่วเซิงขี้เกียจที่จะร่วมแสดงละครตบตากับเธออีกต่อไป จึงเอ่ยว่า "ใช่แล้วล่ะ พอดีฉันเพิ่งไปเจอผู้ชายที่หล่อเหลาเอาการคนหนึ่งมา แถมเขายังบังเอิญชอบฉันเหมือนกันด้วย พวกเราเลยยืนพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งน่ะ"

"เอ๊ะ แต่พี่ก็มีคนรักอยู่แล้วไม่ใช่หรือคะ จะมีคนรักสองคนพร้อมกันในเวลาเดียวกันไม่ได้นะคะ คุณแม่คะ คุณแม่คิดเหมือนกันไหมคะว่า... เรื่องแบบนี้มันไม่ถูกต้อง" กู่ลั่วซีทำสีหน้าตื่นตระหนกตกใจตกใจเป็นที่สุด

กู่ลั่วเซิงลอบกลอกตาไปมา

แสร้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์ตายล่ะ

เธอน่ะเคยผ่านการหลับนอนกับผู้ชายมามากกว่าจำนวนเสื้อผ้าที่ฉันเคยเปลี่ยนเสียอีก

หากจะเอ่ยถามว่าชาเขียวยี่ห้อไหนรสชาติกลมกล่อมและตอแหลที่สุด ก็คงไม่มีใครสามารถเทียบเคียงเธอได้อีกแล้วละ

จบบทที่ บทที่ 40 พลังหนุนของเธอมาถึงแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว