- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1299 - ล่าจระเข้
1299 - ล่าจระเข้
1299 - ล่าจระเข้
1299 - ล่าจระเข้
เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก ปราณกระบี่สีแดงฉานนั้นฟาดฟันร่างของบรรพชนจระเข้จนทำให้เลือดไหลนองเป็นท้องธาร
สัญลักษณ์เต๋ามากมายครอบคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า พวกมันเปลี่ยนตัวเองเป็นกระบี่หลายร้อยเล่มที่คอยเฉือนเลือดเนื้อของบรรพชนจระเข้ราวกับต้องการทรมานให้เขาตายอย่างช้าๆ
เซียนผู้เฒ่าคนนี้มีความแตกฉานในด้านคัมภีร์สุริยันและจันทราอย่างลึกซึ้ง น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถประสานคัมภีร์ทั้งสองเล่มเข้าด้วยกันได้ ไม่เช่นนั้นเขาคงกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว
สิ่งที่ช่วยยืนยันให้เห็นว่าเขาเป็นหนึ่งในผู้ที่ทรงพลังมากที่สุดในโลกก็คือ เซียนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้เป็นเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างแน่นอน แต่เขากลับถูกทิ้งไว้ในรังหมื่นมังกรซึ่งเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเผ่าพันธุ์โบราณ
ราชาบรรพชนของรังหมื่นมังกรนั้นเป็นถึงเสมือนจักรพรรดิที่ทรงพลังอย่างยิ่ง แต่เขากลับไม่มีความกล้าที่จะนำเซียนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ออกจากดินแดนบรรพชนของตัวเอง
ในความเป็นจริงเขาไม่กล้าเข้าใกล้ต้นกำเนิดสวรรค์ที่บรรจุร่างของเซียนผู้ยิ่งใหญ่คนนี้ด้วยซ้ำ
เซียนผู้เฒ่าคนนี้ฝึกฝนคัมภีร์สุริยันจันทราจนรู้แจ้ง น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถประสานมันเข้าด้วยกันได้
และการที่เขาพยายามผสานคัมภีร์ทั้งสองเล่มอย่างต่อเนื่องสุดท้ายมันได้ทำให้เขาเสียสติกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง
เขาคือเซียนโบราณที่ถูกขนานนามว่ามนุษย์ปีศาจ เขาไม่เพียงสังหารเผ่าพันธุ์โบราณไปมากมายนับไม่ถ้วนเท่านั้น แม้แต่เมนุษย์ที่ถูกเขาสังหารทิ้งก็มีมากมายมหาศาลไม่สามารถนับได้
นี่คือเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่จะกลายเป็นคนปกติเมื่ออยู่ในช่วงเวลากลางวัน ร่างกายของเขาเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์มีความสง่างามราวกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
อย่างไรก็ตามเมื่อถึงช่วงเวลากลางคืนร่างของเขากลับถูกปกคลุมไปด้วยไอปีศาจ เขากลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั่วร้ายโดยสมบูรณ์และสังหารทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
เย่ฟ่านและคนอื่นๆ คาดเดาว่าความบ้าคลั่งของเขาน่าจะเกิดขึ้นจากการที่เขาพิสูจน์เต๋าเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ไม่ประสบผลสำเร็จ
ฟันเฟืองที่สะท้อนกลับนั้นแทนที่จะสังหารเขาไปเหมือนเช่นเซียนผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ มันกลับทำให้เขาเป็นเพียงชายบ้าคลั่งคนหนึ่งแทน
กล่าวอีกนัยหนึ่งคือเขามีความแข็งแกร่งจนแม้แต่ฟันเฟืองแห่งโชคชะตายังไม่สามารถสังหารเขาได้ คนผู้นี้อยู่ใกล้ขอบเขตจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จนแทบจะแยกกันไม่ออกด้วยซ้ำ
ในขณะนี้กระบี่ทุกเล่มของเขาเต็มไปด้วยกฎเกณฑ์แห่งสวรรค์พิภพ มันฟาดฟันร่างกายของบรรพชนจระเข้จนทำให้เขาจมอยู่ในความสิ้นหวังโดยสมบูรณ์
ในขณะนี้ในหอดูดาวบนโลกมีผู้คนมากมายมองเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่างพร่ามัว พวกเขาคาดคำนวณว่าดาวอังคารกำลังเผชิญกับฝนดาวตกครั้งใหญ่ และนี่เป็นสถานการณ์ที่ร้ายแรงอย่างยิ่ง
ข้อมูลลับนี้กระจายไปทั่วโลกผ่านหลายประเทศ พวกเขาเชื่อว่าเหตุการณ์ครั้งนี้อาจส่งผลกระทบครั้งใหญ่ต่อโลกมนุษย์ ดังนั้นทุกประเทศจึงจับตาดูฝนดาวตกครั้งใหญ่บนดาวอังคารด้วยความเป็นกังวล
เย่ฟ่านไม่รู้เรื่องทั้งหมดนี้และไม่มีความสนใจด้วยซ้ำ เขาถูกดึงดูดโดยการต่อสู้ที่อยู่ตรงหน้า
พลังศักดิ์สิทธิ์ของบรรพชนจระเข้นั้นทรงพลังมากจนเขาสามารถฟันดาวโบราณอิงหลัวให้ขาดเป็สองท่อนได้อย่างแน่นอน แต่กลับต้องดิ้นรนด้วยความสิ้นหวังเพียงอย่างเดียว
เซียนโบราณคนนี้น่าสะพึงกลัวอย่างยิ่ง เขามีความสามารถเพียงพอที่จะสังหารบรรพชนจระเข้ได้อย่างง่ายดาย แต่ดูเหมือนเขาจะเต็มไปด้วยความสนุกสนานที่ได้ทรมานอีกฝ่ายให้ตายอย่างช้าๆ
ไม่ว่าบรรพชนจระเข้จะเคลื่อนตัวไปในทิศทางใดเลือดของเขาจะไหลนองไปทั่วพื้น เขากรีดร้องด้วยความสิ้นหวังและดิ้นรนหลบหนีโดยไม่มีความสามารถที่จะต่อต้านแม้แต่น้อย!
บรรพชนจระเข้หวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เขาอยากจะหนีจากดาวอังคารและฉีกชั้นบรรยากาศเพื่อออกไปข้างนอก!
“อ๊ะ”
อย่างไรก็ตาม เซียนโบราณไม่ได้ให้โอกาสนั้นแก่เขา เพราะทันทีที่บรรพชนจระเข้เปิดชั้นบรรยากาศออก กฎที่แข็งแกร่งก็รวมตัวกันกลายเป็นฝ่ามือสีแดงฉานปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า
ฝ่ามือที่น่าสะพรึงกลัวนั้นลากบรรพชนจระเข้ลงมาในดาวอังคารและไม่เปิดโอกาสให้เขาหลบหนีไปที่ใดได้
เซียนผู้ยิ่งใหญ่สูดลมหายใจและดูดกลืนแก่นแท้ของดวงอาทิตย์เข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง ร่างของเขาที่ยืนอยู่เหนือท้องฟ้าเปล่งประกายสดใสอย่างไม่สิ้นสุด
“แคร็ก!”
ยิ่งเขาใช้พลังศักดิ์สิทธิ์มากเท่าใดโซ่สีแดงฉานที่มัดอยู่บนร่างกายของเขาก็ยิ่งถูกทำลายมากขึ้นเท่านั้น
เขาเป็นเหมือนราชาปีศาจที่ปลดพันธนาการของตัวเอง และเมื่อโซ่ถูกทำลายมากขึ้นเรื่อยๆ พลังที่โหมกระหน่ำออกมาจากร่างกายของเขายิ่งสร้างความสิ้นหวังให้กับบรรพชนจระเข้มากกว่าเดิม
บรรพชนจระเข้พยายามเปิดประตูมิติขึ้นภายในดาวอังคารและหลบหนีออกไปนอกโลก แต่สุดท้ายไม่ว่าเขาจะดิ้นรนแค่ไหนฝ่ามือสีแดงข้างนั้นยังคงลากเขากลับออกมาได้อย่างง่ายดาย
ในขณะนี้เซียนโบราณดูเหมือนจะสนุกมากพอแล้ว เขายื่นมือขึ้นไปบนท้องฟ้าและรวบรวมเอาแก่นแท้ของสุริยัน จันทรา และดวงดาวเข้ามารวมกันในไม้เท้ากระดูกสีขาวของเขา
บรรพชนจระเข้กรีดร้องและหนีเอาชีวิตรอด ในตอนที่เขาสังหารหลวงจีนซึ่งเป็นอาจารย์ของศากยมุนีเมื่อครู่นี้มีความสง่างามมากเพียงใด
หลังจากนั้นไม่นานทุกอย่างก็ถูกทำลายลงโดยสิ้นเชิง เขาเป็นเพียงหนอนน่าสมเพชที่กำลังดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
“เจิ้ง”
เซียนโบราณฟาดกระบองกระดูกลงมาจากท้องฟ้าและทุบร่างของบรรพชนจระเข้จนทำให้เกิดเสียงกระดูกแตกหักดังขึ้นอย่างชัดเจน
“เจ้าสารเลว!”
บรรพชนจระเข้ตะโกนลั่นร่างของเขาพังทลายลงทีละนิ้ว ในขณะที่ปากของเขาก็กระอักเลือดออกมาอยู่ตลอดเวลา
สุดท้ายวิญญาณของจระเข้โบราณสีทองขนาดเล็กได้โผล่ออกมาจากหน้าผากของเขา วิญญาณนั้นพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย
เซียนผู้เฒ่าจ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเย็นชา ในตอนนี้เขาถือว่าบรรพชนจระเข้เป็นเหยื่อของเขาอย่างสมบูรณ์ มันไม่มีทางที่เขาจะปล่อยอีกฝ่ายให้หลบหนีได้
เซียนผู้ยิ่งใหญ่กวาดกระบองกระดูกของเขาไปในความว่างเปล่า รอยแตกสีดำสนิทลุกลามออกไปไกลหลายพันลี้และทำให้วิญญาณของบรรพชนจระเข้ถูกดึงกลับเข้าสู่ดาวอังคารอีกครั้ง
จากนั้นเซียนผู้ยิ่งใหญ่ได้ใช้กระบองของเขาฟาดหวดบรรพชนจระเข้อย่างต่อเนื่องและทำให้บรรพชนจระเข้จำเป็นต้องกลับเข้าสู่ร่างกายของตัวเองอีกครั้ง
เย่ฟ่านตกตะลึงและไม่อยากจะเชื่อสายตาของเขา บรรพชนจระเข้ตัวนี้มีความสามารถเพียงพอที่จะทำลายระบบสุริยะจักรวาลได้อย่างง่ายดาย
ก่อนหน้านี้ไม่นานเขาเพิ่งสังหารเสมือนจักรพรรดิที่เป็นอาจารย์ของศากยมุนีพุทธเจ้า แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่ลมหายใจเขากลับต้องดิ้นรนอย่างสิ้นหวังโดยไม่มีโอกาสต่อต้านแม้แต่น้อย!
ในเวลานี้เซียนเฒ่าใช้กระบองหวดศีรษะของบรรพชนจระเข้เป็นครั้งสุดท้ายและทำให้กะโหลกศีรษะซึ่งเป็นกระดูกเต๋าที่แข็งแกร่งที่สุดแหลกละเอียดเป็นผุยผง
ร่างของบรรพชนจระเข้มีเลือดหยดลงมาจากท้องฟ้า ศีรษะของเขาแหลกละเอียดโดยสมบูรณ์ แม้แต่กระดูกทั่วร่างกายก็ดูเหมือนจะถูกป่นไปแล้ว
เขารู้ดีว่าตัวเองไม่อาจรอดชีวิตได้ คำพูดของหลวงจีนเฒ่าที่บอกว่ากรรมของเขาสิ้นสุดแล้วดูเหมือนจะเป็นความจริง!
เย่ฟ่านตกตะลึงและแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น เขารู้ดีว่าเซียนผู้เฒ่าที่ถูกขังอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์แข็งแกร่งอย่างมาก แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะทรงพลังถึงขนาดนี้!
บรรพชนจระเข้นอนคว่ำอยู่บนพื้น เขาดิ้นรนอย่างรุนแรงแต่เซียนเฒ่าได้ใช้กระบองกระดูกพลิกตัวเขาขึ้นมาก่อนจะทุบร่างกายของเขาอย่างเมามัน
เกิดอะไรขึ้นที่นี่? บรรพชนจระเข้ไม่อยากจะยอมรับความจริง! เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจะมีใครสามารถทำร้ายเขาได้มากมายถึงขนาดนี้
ในอดีตเขามีพลังเพียงพอที่จะแยกดวงดาวด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น แม้กระทั่งเสมือนจักรพรรดิที่เป็นพระพุทธเจ้าโบราณเขาก็ยังสามารถฆ่าทิ้งได้
บรรพชนจระเข้กรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ เขาเป็นเซียนอสูรที่อยู่ยงคงกระพัน แต่สุดท้ายเขากลับต้องมาตายเช่นนี้
หลังจากนั้นเป็นเวลานาน ในที่สุดเย่ฟ่านก็รู้สึกตัวและอดไม่ได้ที่จะมองขึ้นไปบนท้องฟ้า จระเข้โบราณตัวนี้ปฏิบัติต่อเขาเหมือนมดปลวก
แต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับต้องพบเจอกับคนที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกเหมือนเป็นมดปลวกเช่นกัน
บรรพชนจระเข้คำราม ภูเขาและแม่น้ำก็พังทลาย ไม่ทราบว่ามีภูเขากี่ลูกที่ถูกทำลายจากความโกรธเกรี้ยวของเขา
เขาไม่เต็มใจที่จะยอมรับจริงๆ หลังจากมีชีวิตอยู่มานาน เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในเทพที่แข็งแกร่งที่สุด เขาไม่ควรเพราะเจอกับจุดจบเช่นนี้
“ปัง!”
เซียนผู้เฒ่าดูเหมือนจะเกิดความรำคาญต่อเสียงกรีดร้องของบรรพชนจระเข้ เขาใช้กระบองกระดูกหวดลงไปที่ศีรษะจระเข้ยักษ์และทำให้เสียงกรีดร้องนั้นสงบลงทันที
…….