- หน้าแรก
- โกลาหลคนอ่านใจ
- บทที่ 6 น่าอนาถแท้! ถูกใส่ร้ายว่าลักเล็กขโมยน้อยอีกแล้ว
บทที่ 6 น่าอนาถแท้! ถูกใส่ร้ายว่าลักเล็กขโมยน้อยอีกแล้ว
บทที่ 6 น่าอนาถแท้! ถูกใส่ร้ายว่าลักเล็กขโมยน้อยอีกแล้ว
บทที่ 6 น่าอนาถแท้! ถูกใส่ร้ายว่าลักเล็กขโมยน้อยอีกแล้ว
วันต่อมา กู้ลั่วซีต้องการออกไปซื้อของข้างนอก
ครอบครัวสี่คนจึงออกไปเที่ยวด้วยกันโดยมีกู้ลั่วเซิงเดินตามหลังมาติดๆ ในขณะที่สามคนข้างหน้ากำลังพูดคุยกันอย่างมีความสุข กู้ลั่วเซิงกลับเดินตามไปเหมือนส่วนเกินที่ถูกลืม แต่นางหาได้ใส่ใจไม่ แถมยังพองลมจนแก้มป่องพลางครุ่นคิดว่าประเดี๋ยวจะหาอะไรลงท้องดี
【ติ๊ง! โฮสต์ ข้ามีข่าวดีจะบอก ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของท่าน ตอนนี้ท่านสามารถใช้แต้มแลกรับ 'บัตรกินเท่าไหร่ก็ไม่สิว' ได้แล้ว สามารถใช้งานได้ทันทีหลังจากเปิดใช้งาน ท่านต้องการเปิดใช้งานเลยหรือไม่?】
กู้ลั่วเซิงตาโตเป็นประกาย!
มีของดีพรรค์นี้อยู่บนโลกด้วยหรือนี่!
【เปิดใช้งาน! เปิดใช้งานเดี๋ยวนี้เลย! ลังเลเพียงวินาทีเดียวถือเป็นการไม่ให้เกียรติของอร่อย!】
【กุ้งลายเสืออบวุ้นเส้น? ไก่ผัดพริกเกลือ? หมูสามชั้นผัดพริกหยวก? หรือจะเป็นปลากะพงนึ่งซีอิ๊วดี! ฮือๆ... ทำไมของอร่อยมันถึงได้เยอะขนาดนี้กันนะ อยากกินไปหมดทุกอย่างเลย】
【แต่ก็ได้แค่คิดแหละ ข้าคงไม่มีสิทธิ์ได้กินของพวกนั้นหรอก】
【เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ไม่ใช่แล้ว ตอนนี้ข้าอยู่ในครอบครัวที่ร่ำรวยมหาศาลขนาดนี้ ข้าควรจะได้กินจนพุงกางสิถึงจะถูก!】
【ขอแค่ไม่บังคับให้ข้ากินผักใบเขียว จะเป็นสลัดผลไม้ข้าก็ยอม!】
ในชาติก่อน เพื่อที่จะลดน้ำหนักและควบคุมความอยากอาหาร กู้ลั่วเซิงแทบจะตัดขาดจากสิทธิ์ในการลิ้มรสอาหารเลิศรสไปเลย ช่างเป็นชีวิตที่น่าเวทนายิ่งนัก
ในเมื่อตอนนี้ได้รับของดีมาครอบครองแล้ว นางย่อมต้องจัดมื้อใหญ่ให้สำราญใจเสียหน่อยใช่ไหม
เมื่อเซี่ยจืออวิ๋นได้ยินรายชื่อเมนูอาหารที่ผุดขึ้นมาในหัวของกู้ลั่วเซิงไม่หยุดหย่อน นางก็ได้แต่ลอบทอดถอนใจ
ลูกสาวคนนี้ต้องตกระกำลำบากมามากเพียงใดกันนะ แม้แต่ข้าวปลาอาหารก็คงไม่เคยได้กินจนอิ่มหนำ
เฮ้อ ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
ยามนี้ในใจของเซี่ยจืออวิ๋นเริ่มเกิดความรู้สึกปวดใจและสงสารบุตรสาวแท้ๆ ขึ้นมาเสียแล้ว
ในขณะเดียวกัน กู้ลั่วซีกลับสนใจเพียงเครื่องประดับราคาแพง นางดึงรั้งเซี่ยจืออวิ๋นให้ตรงไปยังร้านเพชรแบรนด์หรูที่สุดบนถนนสายนั้นทันที
“คุณแม่เจ้าคะ ดูเหมือนทางร้านจะมีของใหม่มาลงอีกแล้ว พวกเราเข้าไปดูกันเถิดเจ้าค่ะ” ดวงตาของกู้ลั่วซีจับจ้องไปที่เคาน์เตอร์ราวกับอยากจะกวาดซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้า
【เหอะ เพชรพลอยพวกนี้ แพงเกินไปแล้ว อย่าซื้อเลยจะดีกว่า】
กู้ลั่วเซิงรู้ดีว่าของพวกนี้ไม่ได้มีมูลค่าที่แท้จริงอะไรมากมาย เพียงก้าวเท้าออกจากร้านมูลค่าก็ลดฮวบลงทันที ยิ่งไปกว่านั้น ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า กระแสนิยมเพชรก็จะเริ่มจางหายไป เพราะทั้งใส่ยากลำบากและไม่ได้ดูสวยงามขนาดนั้น
【สู้เอาเงินไปซื้อกุ้งลายเสือมากินยังจะดีเสียกว่า】
เซี่ยจืออวิ๋นเริ่มเปรียบเทียบในใจทันที
คนหนึ่งคือลูกสาวตัวปลอมที่ใช้จ่ายเงินทองอย่างฟุ่มเฟือย ส่วนอีกคนคือลูกสาวแท้ๆ ที่รู้จักประหยัดมัธยัสถ์ แถมที่ผ่านมายังน่าจะอดมื้อกินมื้อมาตลอด...
เรื่องนี้... ลูกสาวในไส้ย่อมดีกว่าเห็นๆ
กู้ลั่วเซิงไม่ได้ชอบสิ่งของพวกนี้ นางจึงเลือกที่จะไปนั่งรอตรงเก้าอี้ใกล้ๆ พลางเท้าคางด้วยมือทั้งสองข้าง เริ่มใช้ความคิดอย่างหนักว่าจะกินอะไรดี เพราะมีแต่ของน่าทานจนเลือกไม่ถูก
ทันใดนั้นเอง ระบบก็ส่งเสียงเตือนขึ้นมา
【ยัยตะกละ ท่านกำลังมีปัญหาใหญ่แล้วล่ะ มีแหวนเพชรส่วนเกินหลุดเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของท่าน และท่านกำลังจะถูกใส่ร้ายเข้าให้แล้ว ที่สำคัญคือจะไม่มีใครเชื่อคำพูดของท่านเลยสักคน!】
โอ้ เหตุใดนางถึงได้ดวงกุดเช่นนี้หนอ
กู้ลั่วเซิงบ่นพึมพำในใจ: 【กู้ลั่วซียัดแหวนเพชรใส่กระเป๋าข้า แล้วหวังจะบอกว่าข้าเป็นคนขโมยงั้นหรือ ข้าควรจะตอกกลับอย่างไรดีนะ?】
ในขณะที่กู้ลั่วเซิงกำลังใช้ความคิด พนักงานในร้านก็พลันตะโกนขึ้นมา “แหวนเพชรที่ฉันเพิ่งวางไว้ตรงนี้หายไปแล้วค่ะ! คุณหนูกู้ เห็นมันบ้างไหมคะ?”
กู้ลั่วเซิงเบะปากอย่างนึกรำคาญ “คุณแม่จะซื้ออะไรให้ข้าก็ได้ทั้งนั้น เหตุใดข้าต้องไปเอาของของพวกเจ้าด้วยเล่า?”
พนักงานรีบกล่าวขอโทษทันที “ขออภัยด้วยค่ะคุณหนูกู้ ฉันไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่เมื่อครู่ฉันเพิ่งจะนำแหวนวงนั้นออกมาให้พวกคุณดูเป็นกลุ่มเดียว และนั่นเป็นของใหม่ประจำฤดูกาลที่ราคาสูงมาก... หากมันหายไป ฉันคงต้องถูกไล่ออกแน่ๆ ค่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง เมื่อครู่... ข้าเห็นพี่หญิงดูท่าทางจะชอบมันมากเลยนะเจ้าคะ” กู้ลั่วซีชำเลืองมองกู้ลั่วเซิง “คุณแม่เจ้าคะ ลูกเองก็เคยได้ยินคนอื่นพูดมาเหมือนกัน เห็นว่าเมื่อก่อนพี่หญิงเคยมีประวัติไม่ค่อยดี ชอบหยิบฉวยของคนอื่น...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น กู้ลั่วเซิงก็ยอมไม่ได้อีกต่อไป
“ไม่ได้นะ เรื่องแบบนี้ต้องมีหลักฐาน เจ้าจะมากล่าวหาข้าส่งเดชไม่ได้ ข้าไม่เคยขโมยของใครทั้งนั้น!”
กู้ลั่วซีแสร้งทำท่าหวาดกลัว “พี่หญิง เหตุใดต้องขึ้นเสียงดังเช่นนั้นด้วยเล่า น้องเพียงแค่ได้ยินคนอื่นเขาพูดมา หากมันไม่ได้เกิดขึ้นจริงก็แล้วไปเถิด อย่ามาลงอารมณ์กับน้องเลยนะเจ้าคะ ท่าทางร้อนรนของพี่เช่นนี้ คนที่ไม่รู้ความจริงอาจจะคิดว่าพี่ขโมยไปจริงๆ ก็ได้”
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ พวกเราทุกคนลองเปิดกระเป๋าออกมาเช็กดู จะได้หมดข้อสงสัย” กู้ลั่วซีกล่าวด้วยท่าทางไร้เดียงสา
“ได้สิ อยากดูก็ดูไป คนบริสุทธิ์ใจย่อมไม่มีอะไรต้องกลัว” มุมปากของกู้ลั่วเซิงยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
คิดจะใส่ร้ายนางงั้นหรือ?
ฝันไปเถอะ!
วันนี้แหละ นางจะรอดูว่ากู้ลั่วซีจะมีลูกไม้อะไรมาเล่นงานนางอีก
ตัวประกอบในร่างเดิมอาจจะถูกใส่ร้ายจนถึงแก่ความตาย แต่นางในวันนี้จะขอทวงความยุติธรรมกลับคืนมาเอง
เมื่อกล่าวจบ ทั้งคู่ต่างก็นำสิ่งของในกระเป๋าออกมาวาง
“ข้าบอกแล้วไงว่าไม่ได้ขโมย” กู้ลั่วเซิงผายมือพร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
กู้ลั่วซีเลิกคิ้วขึ้น นางก้าวเท้าไปข้างหน้าแล้วเปิดช่องลับในกระเป๋าของกู้ลั่วเซิงออกโดยตรง “แล้วนี่คืออะไรกันเจ้าคะ?”
“อ้อ? แหวนเพชรที่หายไปเข้าไปอยู่ในนั้นได้อย่างไรกันนะ? จะว่าไป... ข้าเองยังไม่รู้เลยว่ากระเป๋าใบนี้มีช่องลับอยู่ด้วย เหตุใดน้องหญิงถึงได้รู้ดีกว่าเจ้าของกระเป๋าเสียอีกเล่า หรือจะเป็น... เจ้านั่นแหละที่เป็นคนแอบเอามันไปใส่ไว้?”
กู้ลั่วเซิงกะพริบตาคู่งามพลางเอ่ยด้วยท่าทางใสซื่อ
กู้ลั่วซีคิดว่าตัวเองแสดงละครเก่งอยู่คนเดียวหรือไง? ในฐานะอดีตเจ้าของรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยม ฝีมือการแสดงของนางย่อมอยู่ในระดับสูงสุด ไม่ได้ด้อยไปกว่ากู้ลั่วซีเลยแม้แต่น้อย
“จะเป็นไปได้อย่างไรกัน น้องจะทำเรื่องแบบนั้นไปเพื่ออะไร คุณแม่เจ้าคะ... ท่านย่อมรู้จักตัวตนของลูกดีที่สุด” กู้ลั่วซีหันไปมองเซี่ยจืออวิ๋นด้วยสายตาตัดพ้อ
สีหน้าของเซี่ยจืออวิ๋นดูสับสนวุ่นวาย เมื่อก่อนนางอาจจะมั่นใจ แต่นามนี้... นางเริ่มไม่แน่ใจเสียแล้ว
“วงนี้แหละค่ะที่หายไป ไม่นึกเลย... ว่าจะเป็นคุณหนูจริงๆ ที่หยิบไป หน้าตาก็ดูสะสวยแท้ๆ ไม่คิดเลยว่าจะทำเรื่องพรรค์นี้ลับหลังคนอื่น” พนักงานในร้านอดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นใส่ด้วยความดูแคลน สายตาที่มองกู้ลั่วเซิงเปลี่ยนเป็นรังเกียจทันที
“นั่นสิเจ้าคะพี่หญิง ถ้าพี่อยากได้ก็บอกพวกเราตรงๆ ก็ได้ เหตุใด... ถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วย” กู้ลั่วซีรีบผสมโรงซ้ำเติมทันที
กู้ลั่วเซิงแทบจะหลุดขำเมื่อเห็นการแสดงอันจอมปลอมของกู้ลั่วซี
“พวกเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดได้นะ จะได้รู้กันไปเลยว่าข้าเป็นคนขโมยจริงหรือไม่” กู้ลั่วเซิงยังคงเยือกเย็นและไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้จะถูกใส่ร้าย
ต้องขอบคุณประสบการณ์การถูกใส่ร้ายนับครั้งไม่ถ้วนในกองถ่ายเมื่อชาติก่อนที่ช่วยขัดเกลาสภาวะจิตใจของนางให้แกร่งกล้าได้ถึงเพียงนี้
“เสียใจด้วยค่ะ พนักงานคนอื่นตรวจสอบดูแล้ว มุมนั้นเป็นจุดบอดของกล้องพอดี ไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยค่ะ” พนักงานร้านกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“คุณหนูนี่ฉลาดไม่เบาเลยนะคะ รู้จักเลือกจุดหลบมุมกล้องตอนลงมือเสียด้วย” พนักงานคนเดิมจิกกัดซ้ำ
ให้ตายเถอะ หากเป็นเจ้าของร่างเดิมคงถูกใส่ร้ายจนร้องไห้ขี้มูกโป่งไปแล้วแน่ๆ โชคดีที่จิตวิญญาณข้างในถูกเปลี่ยนเป็นนางเสียก่อน
กู้ลั่วซีหลุกหลิกสายตามองไปที่มารดา “คุณแม่เจ้าคะ อย่าไปตำหนิพี่หญิงเลยนะเจ้าคะ เมื่อก่อนพี่เขาอาจจะทำจนติดเป็นนิสัย เลยอาจจะคิดไม่ได้ว่าพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องที่เลวร้าย”
เซี่ยจืออวิ๋นหันไปมองสามีด้วยความลำบากใจ
สัญชาตญาณของเซี่ยจืออวิ๋นบอกว่ากู้ลั่วเซิงไม่ได้ทำ แต่นางกลับไม่มีหลักฐานใดๆ มายืนยันได้เลย
“เหอะ ข้าว่าแล้วว่าร้านนี้มันเชื่อถือไม่ได้ โชคดีที่ข้ามีหลักฐานติดตัวมาด้วย” กู้ลั่วเซิงหัวเราะเบาๆ
กู้ลั่วซีหรี่ตาลง “พี่หญิง การพูดปดเป็นสิ่งไม่ดีนะเจ้าคะ ในเมื่อกล้องวงจรปิดที่นี่ดูไม่ได้ แล้วพี่จะมีหลักฐานมาจากไหนกัน?”
กู้ลั่วเซิงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ... นางเตรียมการมาเป็นอย่างดีแล้ว!