- หน้าแรก
- ยอดคนสวน ป่วนตลาดโลก
- บทที่ 2 จะทำงานไปทำไม
บทที่ 2 จะทำงานไปทำไม
บทที่ 2 จะทำงานไปทำไม
บทที่ 2 จะทำงานไปทำไม
หล่อนดูไม่ประหลาดใจกับฐานะของหลินเม่ยเลยแม้แต่น้อย
ทั้งยังไม่สนด้วยซ้ำว่าหลินเม่ยจะเป็นพี่สาวของตนหรือไม่
เมื่อเห็นอีกฝ่ายสงบเสงี่ยมถึงเพียงนี้ หลินเม่ยเกือบจะระแวงว่าตนเองทักคนผิดเสียแล้ว
หล่อนกล่าวอย่างแบ่งรับแบ่งสู้ว่า "ฉันเป็นพี่สาวของเธอ เป็นพี่สาวคนโต ชื่อหลินเม่ย"
อันที่จริง ทันทีที่ได้เห็นอิงหว่าน หล่อนก็เริ่มปักใจเชื่อไปกว่าครึ่ง
แม้จะยังไม่มีผลตรวจดีเอ็นเอยืนยัน แต่ใบหน้าของอิงหว่านนั้นเหมือนกับมารดาของพวกเธอเหลือเกิน
ในบรรดาพี่น้องทั้งหมด หล่อนเคยคิดมาตลอดว่าน้องสาวคนที่สามเหมือนแม่ที่สุด แต่ไม่คาดคิดเลยว่าอิงหว่านคนนี้จะดูละม้ายคล้ายคลึงยิ่งกว่า
ทว่าบุคลิกท่าทางของทั้งคู่กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดูราวกับเป็นคนละขั้ว
อิงหว่านไม่ได้ปริปากพูด จนกระทั่งผู้ใหญ่บ้านเดินหัวเราะร่วนออกมาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ว่า "อิงหว่านเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะครับ แกไม่ค่อยพูดค่อนจาเท่าไหร่"
แต่หลินเม่ยกลับสัมผัสได้ว่าอิงหว่านไม่ใช่แค่คนเงียบขรึม ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเพียงแค่ไม่ใส่ใจหล่อนเลยมากกว่า
ขณะที่กำลังสนทนา หล่อนเห็นอิงหว่านหยิบกล่องใบเล็กออกมาจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ เปิดออกแล้วหยิบลูกอมกลมสีขาวเข้าปาก น้ำเสียงของอีกฝ่ายใสกระจ่างและดูนุ่มนวลทว่ากลับราบเรียบเย็นชาจนเกินไป "มีธุระอะไรหรือเปล่าคะ ฉันมีงานต้องทำอีกเยอะ"
สีหน้าของหลินเม่ยชะงักไปครู่หนึ่ง
หล่อนส่งยิ้มให้คนอื่นรอบข้างพลางเอ่ยว่า "รบกวนทุกคนออกไปข้างนอกก่อนได้ไหมคะ ฉันอยากจะคุยกับอิงหว่านเป็นการส่วนตัวสักหน่อย"
ผู้ใหญ่บ้านและผู้อำนวยการต่างพยักหน้ารับ แล้วพากันเดินออกจากห้องปล่อยให้ทั้งสองอยู่กันตามลำพัง
เมื่อมองไปทางอิงหว่าน น้ำเสียงของหลินเม่ยก็ดูร้อนรนขึ้นเล็กน้อย "อิงหว่าน พี่อยากให้เธอกลับไปด้วยกัน เรื่องมันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ถึงเวลาที่เธอควรจะกลับไปกราบไหว้บรรพบุรุษเสียที พี่ถามผู้ใหญ่บ้านมาแล้ว ท่านปู่ที่เก็บเธอมาเลี้ยงก็เสียชีวิตไปเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เธอไม่เหลือญาติที่นี่แล้ว จะอยู่ที่นี่ต่อไปทำไม กลับไปกับพี่เถอะนะ"
อิงหว่านตอบกลับว่า "ทุกคนในหมู่บ้านนี้คือครอบครัวของฉันค่ะ"
หลินเม่ย "..."
หล่อนขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะถามอิงหว่านว่า "ปีนี้เธออายุยี่สิบสี่แล้วใช่ไหม เคยเรียนมหาวิทยาลัยหรือเปล่า เรียนจบหรือยัง"
ในข้อมูลของอิงหว่าน หล่อนไม่เห็นรายละเอียดเกี่ยวกับการศึกษาเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยเหตุนี้คนตระกูลหลินจึงลงความเห็นว่าหล่อนคงอาศัยอยู่ในชนบทมาตั้งแต่เด็กและไม่ได้เข้าโรงเรียน พวกเขาเห็นว่าเป็นเรื่องน่าอับอายจึงส่งหล่อนผู้เป็นพี่สาวคนโตที่ไม่ค่อยได้รับความรักเท่าใดนักมาตรวจสอบสถานการณ์
แต่ตัวหลินเม่ยเองก็มีความลำบากใจที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ไม่ว่าจะอย่างไรหล่อนต้องโน้มน้าวให้อิงหว่านยอมกลับไปยังตระกูลหลินให้ได้
ในที่สุดสีหน้าของอิงหว่านก็เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย หล่อนดุนกระพุ้งแก้มคล้ายกับกำลังแสยะยิ้ม "ฉันเรียนจบแล้วค่ะ"
หลินเม่ยระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็ยังมีการศึกษา มิน่าล่ะบุคลิกท่าทางของน้องสาวคนนี้ถึงได้ดูดีไม่น้อย หล่อนจึงถามต่อว่า "จบจากมหาวิทยาลัยไหนล่ะ แล้วเรียนคณะอะไร"
หล่อนจำเป็นต้องถามให้ชัดเจน เพื่อให้ตระกูลหลินใช้เป็นเกณฑ์ตัดสินว่าลูกสาวคนนี้โดดเด่นพอหรือไม่
อิงหว่าน "คุณพูดมากเกินไปแล้วค่ะ"
หลินเม่ย "..."
หล่อนยังคงประเมินอีกฝ่ายต่ำไป น้องสาวคนนี้เข้าถึงยากกว่าที่จินตนาการไว้มากนัก
ตอนที่ได้ยินว่าหล่อนเป็นพี่สาวก็ไม่มีท่าทีหวั่นไหวทางอารมณ์เลยสักนิด และตอนนี้ยังมารำคาญว่าหล่อนพูดมากอีก
หล่อนคิดเอาเองว่าอิงหว่านถูกปู่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก และปู่คนนี้ก็เพิ่งเสียไปเมื่อปีก่อน การที่ต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวมาตลอดจึงเป็นธรรมดาที่จะมีนิสัยเย็นชากว่าคนทั่วไป
หล่อนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสารอิงหว่านขึ้นมา
หล่อนกล่าวด้วยความอาลัยอาวรณ์ว่า "อิงหว่าน อย่าหาว่าพี่สาวคนนี้พูดมากเลยนะ แต่เธอต้องรู้ว่าปีนี้เธออายุยี่สิบสี่แล้ว ถ้าเธอกลับไปตระกูลหลินกับพี่ เธอจะได้รับการส่งเสริมที่ดีกว่านี้ มีเครือข่ายสังคมที่จะช่วยให้หางานดีๆ ทำได้ ลำพังแค่ดักดานอยู่ในชนบทแบบนี้จะมีอนาคตที่สดใสได้อย่างไรกัน"
อิงหว่าน "..."
ในที่สุดทางการก็อนุญาตให้หล่อนพักผ่อนได้หนึ่งปี แล้วทำไมหล่อนจะต้องอยากทำงานด้วยเล่า