- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1285 - หายตัวไป
1285 - หายตัวไป
1285 - หายตัวไป
1285 - หายตัวไป
แสงอันมืดมิดของหม้ออสูรกลืนสวรรค์จางหายไป และสงบลงในไม่ช้า สิ่งนี้ทำให้ผู้คนเกิดความโล่งใจเป็นอย่างมาก เมื่ออาวุธเต๋าสุดขั้วทั้งสองชิ้นไม่ได้ปะทะกันอีกผู้คนจำนวนมากก็เริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง
เย่ฟ่านหยิบดวงดาวสีฟ้าขึ้นมาและแตะกลางหน้าผาก จากนั้นแผนที่ดวงดาวอันกว้างใหญ่ไพศาลที่จะนำทางไปสู่โลกมนุษย์ก็ปรากฏขึ้นในใจของเขา
วานรศักดิ์สิทธิ์ จักรพรรดิดำ และคนอื่นๆ ต่างก็รุมล้อมเข้ามาเช่นกัน เย่ฟ่านเพียงจดจำเส้นทางในการกลับโลกเท่านั้น ในเวลาต่อมาเขาก็มอบดาวสีฟ้าให้กับคนอื่นๆโดยไม่ลังเล
มีน้ำตาในดวงตาของจี้จื่อเยว่เมื่อมองดูดาวสีฟ้าบนฝ่ามือของตัวเอง นางรู้ว่าเย่ฟ่านจะต้องจากไป เขาได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วและตอนนี้ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เขาจะอยู่ที่นี่อีก
“ที่แท้มันก็ใช้แบบนี้…”
จักรพรรดิดำกระซิบ จากนั้นเขาก็บอกเล่าวิธีการเปิดใช้งานค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลของแท่นบูชาห้าสี เมื่อรวมกับแผนที่ที่ได้รับจากลูกแก้วสีฟ้านี้เขาก็สามารถกำหนดเส้นทางในการกลับบ้านให้เย่ฟ่านได้อย่างสมบูรณ์
“เหตุใดพิกัดของทุ่งดวงดาวเป่ยโต่วจึงไม่ถูกทิ้งไว้ข้างในด้วย?” ต้วนเต๋อสับสน
เย่ฟ่านก็ถอนหายใจ เขาพบดาวพิเศษเพียงสี่ดวงเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับเป่ยโตว หากในอนาคตเขาต้องการกลับมาที่นี่อีกครั้งก็ไม่รู้ว่าจะค้นหาเส้นทางได้อย่างไร
“อย่างน้อยต้องได้รับอะไรกลับไปบ้าง”
ตงฟางเย่มองไปยังห้องโถงกลาง จุดประสงค์ของพวกเขาในการมาที่นี่เพื่อช่วยเย่ฟ่านก็บรรลุผล พวกเขาพบทุกอย่างที่เย่ฟ่านต้องการแล้ว ตอนนี้สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือการแย่งชิงโชควาสนาให้กับตัวเอง
“ในห้องของกลางยังมีผู้ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้วสองสามคนกำลังต่อสู้กันเราควรหลีกเลี่ยงทางนั้น” ฉีลั่วกล่าว
จากนั้นทุกคนก็ติดตามเย่ฟ่านและจักรพรรดิดำมุ่งหน้าไปทิศทางหนึ่งอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้มีผู้คนไม่น้อยหลีกเลี่ยงพวกเขาด้วยความหวาดกลัว เย่ฟ่านเพิ่งฆ่าฮั่วอวิ๋นเฟยผู้สืบทอดของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมต่อให้เป็นคนปัญญาอ่อนก็ไม่กล้าขวางทางพวกเขา
“ข้อมูลเกี่ยวกับเต๋าของเซียนโบราณ!”
ฉีลั่ววิ่งไปข้างหน้าเมื่อเห็นอักขระมากมายเขียนไว้ในผนังของห้องโถงซึ่งมีผู้คนมากมายชุมนุมอยู่
หลังจากที่พวกเขามาถึงคนเหล่านั้นต่างก็ถอยกลับด้วยความหวาดกลัวทันที
ในที่แห่งนี้ ตัวอักขระโบราณทุกตัวเปล่งประกายด้วยแสงสีทอง เพียงกลิ่นอายของเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ที่แผ่ออกมาก็ทำให้ลมหายใจของทุกคนเร่งร้อนด้วยความตื่นเต้นแล้ว
หลายคนรีบจดจำอักขระเหล่านั้นไว้ในใจ แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่เข้าใจภาษาที่ถูกเขียนขึ้น แต่ขอเพียงแค่มีเวลาในการศึกษาสักเล็กน้อยมันจะต้องเป็นประโยชน์มากมายมหาศาลอย่างแน่นอน
หลังจากนั้นทุกคนก็ออกเดินทางต่อไป ในระหว่างนี้พวกเขาแย่งชิงจี้หยกโบราณชิ้นเล็กๆ จากเผ่าพันธุ์โบราณกลุ่มหนึ่งได้ หยกชิ้นนี้มีกลิ่นอายของครึ่งจักรพรรดิเข้มข้น มันจะต้องเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างแน่นอน
“มหาอำนาจของโลกต่างมุ่งมั่นที่จะครอบครองหม้อทองเหลืองสีเขียวให้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่มีเวลามาใส่ใจสมบัติเล็กน้อยเช่นนี้” ฉีลั่วกล่าว
“ขอแค่พวกเขาไม่ใช้อาวุธเต๋าสุดขั้วโจมตีกันก็พอแล้ว” ต้วนเต๋อกระซิบ
“เจ้าสองคนไปตามทางของเจ้าเถอะ ตอนนี้มหาอำนาจทุกแห่งกำลังแย่งชิงสมบัติกันอยู่ หากพวกเจ้าชักช้าเกรงว่าคนเหล่านั้นอาจสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างได้” ผู้อาวุโสตาบอดกล่าว
“ตกลงแล้ว แท่นบูชาห้าสีมีความสำคัญอย่างยิ่ง มันเป็นสิ่งที่พวกเจ้าปรารถนาจะครอบครองมากที่สุด” วานรศักดิ์สิทธิ์ก็กล่าวเช่นกัน
“น่าเสียดายที่ข้าไม่สามารถต่อสู้กับเหยากวงได้ ข้าอยากจะฆ่าเขาก่อนออกเดินทาง” เย่ฟ่านรู้สึกเสียใจมาก
“ไม่ต้องห่วง ข้าอยู่ที่นี่แล้ว เด็กน้อยนั่นเป็นเพียงผู้สืบทอดจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมแต่ข้าเป็นองค์ชายศักดิ์สิทธิ์ เจ้าคิดว่าข้าจะอ่อนแอกว่าเขาหรือไม่?” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าวด้วยความมั่นใจ
เย่ฟ่านพยักหน้า วานรศักดิ์สิทธิ์เป็นหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดเท่าที่เขารู้จัก เย่ฟ่านไม่เชื่อว่าวานรศักดิ์สิทธิ์จะพ่ายแพ้ให้กับคนรุ่นเดียวกัน
“เหยากวงนั้นฉลาดมาก ในตอนนี้ทั้งสองฝ่ายยังไม่ได้แสดงตัวเป็นศัตรูกันอย่างแท้จริง เขาจะไม่มีวันสร้างปัญหาให้กับพวกเรา”
ฉีลั่วกล่าว พฤติกรรมของเหยากวงนั้นลึกซึ้งชั่วร้ายอย่างยิ่ง แม้จะบ่มเพาะมานานหลายสิบปีแต่เขาก็ลงมืออย่างจริงๆจังๆเพียงไม่กี่ครั้ง
“ไม่ต้องกังวล ตระกูลของข้ามีกระจกแห่งความว่างเปล่าแล้ว ต่อให้เขาต้องการต่อสู้ยังยากที่จะเอาชนะข้าได้” จี้จื่อเยว่ไม่ได้มีความหวาดกลัวต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงแม้แต่น้อย
“ตอนนี้ข้ากำลังทบทวนความรู้ในอดีตอีกครั้ง บางทีในอนาคตอันใกล้ข้าอาจจะติดตามเจ้าไปด้วย!” จักรพรรดิดำกล่าวอย่างกล้าหาญ
“ข้าต้องไปตามเส้นทางของตัวเองแล้ว”
เย่ฟ่านดึงผังป๋อที่นิ่งเงียบอยู่ตลอดเวลาให้เดินเข้าไปในดินแดนลับที่เต็มไปด้วยหมอกควันปกคลุมอย่างหนาแน่น
“พวกเราจะส่งเจ้าที่ด้านหน้าแท่นบูชาห้าสี” สุนัขสีดำตัวใหญ่พึมพำ
หมอกสีเทาปกคลุมทุกสถานที่จนยากที่จะมองเห็นแม้กระทั่งนิ้วของตัวเอง เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปได้หลายลี้ในที่สุดก็มองเห็นภาพของแท่นบูชาห้าสีที่ค่อนข้างพร่ามัวตั้งอยู่ตรงหน้า
“พวกเจ้าถอยกลับไปได้แล้ว แท่นบูชาห้าสีนี้มีขนาดใหญ่ หากมันเปิดใช้งานอาจสร้างผลกระทบเป็นวงกว้างได้” เย่ฟ่านหันกลับมากล่าวกับทุกคน
จากนั้นทุกคนก็เข้ามาตบไหล่เย่ฟ่านและผังป๋ออย่างแรงเพื่อเป็นการกล่าวคำอำลา
จี้จื่อเยว่หลั่งน้ำตาอย่างเงียบๆ นางโบกมือให้เขาอย่างอ่อนโยน
เย่ฟ่านเพียงเช็ดน้ำตาให้กับนางอย่างแผ่วเบาเท่านั้น ตอนนี้เขากำลังออกเดินทางแล้วและไม่รู้ว่าจะมีโอกาสกลับมาที่นี่อีกหรือไม่ ดังนั้นเขาจึงไม่สามารถพูดอะไรมากได้
เย่ฟ่านและผังป๋อเดินเข้าไปในหมอกอย่างเงียบๆโดยไม่ได้พูดคุยอะไรกัน คำทำนายบอกว่าพวกเขากำลังจะมีโอกาสเดินทางกลับบ้านดูเหมือนจะเป็นจริงแล้ว
เย่ฟ่านทั้งเกิดความตื่นเต้นและเศร้าโศก ในขณะที่เขาหันกลับมามองจี้จื่อเยว่และคนอื่นๆ เป็นครั้งสุดท้ายใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างรุนแรง
“ผังป๋อ!”
เย่ฟ่านตะโกน เขากระตุ้นทักษะซิงจื่อและวิ่งไปรอบๆ ผังป๋อจะหายไปราวกับว่าไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน ไม่มีร่องรอยของพลังปราณของเขาแม้แต่น้อย
“เกิดอะไรขึ้น?”
เมื่อฉีลั่วและคนอื่นๆ ได้ยินเสียงร้องพวกเขาก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ
จี้จื่อเยว่มีความกังวลอย่างมาก นางเป็นคนแรกที่ไปถึงตัวของเย่ฟ่าน และเมื่อมองไม่เห็นผังป๋อนางก็เกิดความตกใจอย่างถึงที่สุด
“อย่ากังวล เขาปลอดภัยและห่างไกลจากการได้รับอันตราย”
ชายชราตาบอดหยิบตะเกียงวิญญาณออกมาดู เปลวไฟซึ่งแสดงให้เห็นพลังชีวิตของผังป๋อยังคงลุกโชนไม่เปลี่ยนแปลง
“ด้วยสิ่งนี้ ข้าจะหาเขาเจอไหม?” เย่ฟ่านถาม
“ไม่ เรารู้แค่ว่าสถานการณ์ของเขาในตอนนี้เป็นอย่างไร แต่ไม่สามารถตามหาเขาได้?” ชายชราตาบอดกล่าว
“เขาหายตัวไปได้อย่างไร? มีบางสิ่งบางอย่างพาตัวเขาไปหรือไม่?”
“มาตามหากันเถอะ แต่เราต้องไม่ทำอะไรตามลำพัง”
ฉีลั่วเตือน ทุกคน จากนั้นพวกเขาก็เริ่มออกตามหาผังป๋อภายในหมอกหนา
“ผังป๋อ!”
เย่ฟ่านตะโกนตะโกนจนเสียงแหบแห้งแต่ผังป๋อดูเหมือนจะหายสาบสูญไปจากโลกราวกับว่าเขาไม่เคยปรากฏตัวที่นี่
“ข้าจะทำนายหาที่อยู่ของเขาเอง”
ชายชราตาบอดกล่าวพร้อมหยิบกระดองเต่าและกระดูก 2-3 ชิ้นออกมา หลังจากเขย่าไปมาอยู่เล็กน้อยเขาก็กล่าวว่า
“ทางทิศตะวันออก!”
พวกเขาลุกขึ้นไล่ตามไปแต่ยังทิศตะวันออกอย่างรวดเร็ว แต่หลังจากวิ่งไปกว่าครึ่งชั่วยามพวกเขาก็ยังไปไม่ถึงจุดหมาย
ต่อมาชายตาบอดเฒ่าก็ทำนายอีกครั้ง “เขาจากไปแล้ว ออกจากวิหารบรรพชนนี้ไปแล้ว!”
“นี่มันเรื่องอะไรกันแน่?” เย่ฟ่านสับสน
“เขาจากไปไกลกว่าล้านลี้แล้ว ดูเหมือนเขาจะจงใจหลบหนีไปด้วยตัวเอง” ชายชราตาบอดทำนายเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนหายใจออกมา
“เขาอยู่ในตงหวง” ชายชราตาบอดกล่าว
“มันไกลมาก ผังป๋อบ้าไปแล้วหรือไม่?” จักรพรรดิดำแยกเขี้ยว
“เจ้าสังเกตเห็นไหมว่าผังป๋อแทบไม่เอ่ยวาจาเลย เขาจะต้องมีอะไรบางอย่างในใจแต่ไม่บอกเรา” จี้จื่อเยว่ถอนหายใจออกมา
….