เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1256 - ตามหาหญิงงาม

1256 - ตามหาหญิงงาม

1256 - ตามหาหญิงงาม


1256 - ตามหาหญิงงาม

“ข้ามักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าทะเลทรายตะวันตกนั้นลึกลับมาก” มีร่องรอยการเคลื่อนไหวของพระพุทธเจ้าอยู่ทั่วโลก ใครล่ะที่จะทำให้เกิดความผิดปกตินี้หากไม่ใช่อมิตาภะ” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

“บางทีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งพุทธะอาจจะยังนอนหลับไหลอยู่บนเขาพระสุเมรุโดยไม่ได้ตายไปแล้วอย่างที่ผู้คนคิด?” เย่ฟ่านกล่าว

ทันใดนั้น วานรศักดิ์สิทธิ์ก็สะดุ้งและกล่าวว่า “ท่านอาของข้าคือผู้ที่มีความหยิ่งผยองอย่างยิ่ง เขาคือเสมือนจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุด แต่เขากลับยอมสยบต่อนิกายพุทธและกลายเป็นผู้พิทักษ์ธรรมรุ่นปัจจุบัน หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเขาค้นพบความลับข้อนี้ตั้งแต่แรก?”

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ ท่านอาของเจ้าเป็นเสมือนจักรพรรดิ ต่อให้ยืนอยู่ต่อหน้าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จริงๆ เขาก็ยังมีความสามารถที่จะต่อต้านได้ นับประสาอะไรกับการถูกกล่อมเกลา บางทีเขาอาจจะเลือกสิ่งนี้ด้วยตัวเอง” เย่ฟ่านกระซิบ

“บางทีข้าอาจจะคิดมากไป” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าวกับตัวเอง

หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็ลึกเข้าไปในพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองของทะเลทรายตะวันตกและเห็นเมืองโบราณแห่งหนึ่ง มันใหญ่โตและสง่างามมากจนทำให้พวกเขาตกตะลึงเล็กน้อย

กลิ่นอายความบริสุทธิ์ที่เป็นแบบฉบับของทะเลทรายตะวันตกกระจายอยู่ทั่วทั้งเมืองและทำให้ทั้งสองคนเกิดความตื่นเต้นเป็นอย่างมาก

“ไปต่อกันเถอะ ข้าอยากเข้าไปดูข้างใน” เย่ฟ่านกล่าว

สถานที่แห่งนี้เป็นเมืองพุทธที่มีชื่อเสียงในทะเลทรายตะวันตก มันเป็นเมืองที่ติดอันดับหนึ่งในยี่สิบเมืองที่มีชาวพุทธมากที่สุด

หากมีฐานการบ่มเพาะต่ำต้อยพวกเขาจะสัมผัสได้เพียงว่าเมืองแห่งนี้มีความยิ่งใหญ่และน่าอัศจรรย์เท่านั้น แต่สำหรับผู้ที่แข็งแกร่งเหมือนเช่นเย่ฟ่านเขาสามารถสัมผัสได้ถึงแสงแห่งพุทธะสีทองที่ส่องสว่างไปทั่วเมือง

ในขณะนั้นเย่ฟ่านก็ยืนขึ้นและกล่าวว่า “เจ้ายังจำได้ไหมว่าจักรพรรดิโบราณมีวิธีที่จะก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งความเป็นอมตะโดยอาศัยความศรัทธาของผู้คนนับพันล้าน ทะเลทรายตะวันตกดูเหมือนจะเป็นวิธีการนี้เช่นกัน?”

“มีผู้คนมากมายเพียงใดตลอดหลายล้านปีที่ผ่านมา คนเหล่านั้นล้วนศรัทธาในอามิตตาภะเพียงคนเดียว แล้วพลังแห่งความศรัทธาที่จักรพรรดิพุทธะคนแรกได้รับจะยิ่งใหญ่มากเพียงใด!”

วานรศักดิ์สิทธิ์สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ หากเป็นไปตามสิ่งที่พวกเขาคาดคำนวณ บางทีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งนิกายพุทธอาจมีขอบเขตที่ทรงพลังมากกว่าสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงหลายเท่า

“ด้วยวิธีการนี้หากจะบอกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้?!”

อมิตาภะยังมีชีวิตอยู่ จิตใจของวานรศักดิ์สิทธิ์และเย่ฟ่านเดือดพล่านอย่างรุนแรง ไม่น่าแปลกใจเลยที่พระพุทธเจ้าโต้วจ้านเลือกที่จะเข้าร่วมนิกายพุทธด้วยความเต็มใจ เห็นได้ชัดว่าเขาก็ปรารถนาใช้วิธีการนี้บรรลุความเป็นอมตะเช่นกัน!

“นี่เป็นเพียงความคิดของข้า ไม่สามารถจริงจังได้ หากเขายังมีชีวิตอยู่จะไม่มีร่องรอยของเขาปรากฏขึ้นในโลกได้อย่างไร” เย่ฟ่านกล่าว แต่เขายังคงมีความสงสัยมากมายอยู่ในใจ

“จักรพรรดิโบราณไม่จำเป็นต้องบรรลุความเป็นอมตะในดาวดวงนี้ บางคนมาจากนอกอาณาจักร และแม้แต่ศากยมุนีก็ยังเดินทางมาจากดาวดวงเดียวกันกับเจ้า” วานรรู้สึกหนักใจ

ดาวโบราณดวงนี้มีความลับไม่รู้จบ ตลอดยุคสมัย มีผู้คนนับไม่ถ้วนที่มาเยือนและจากไป ไม่มีใครรู้ว่ามีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ที่นี่ สิ่งมีชีวิตจากนอกอาณาเขตจำนวนมากจึงแวะเวียนเข้ามาอย่างสม่ำเสมอ

“นั่นก็จริง”

เย่ฟ่านพยักหน้า เขาครุ่นคิดแต่ก็ยังส่ายหน้า เรื่องนี้มันน่าสงสัยเกินไป จักรพรรดิคนแรกของนิกายพุทธดำรงชีวิตอยู่ตั้งแต่ยุคโบราณ มันไม่มีทางที่เขาจะมีอายุเป็นล้านปีได้ เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลแม้แต่น้อย

“เจ้าไม่เชื่อหรือ ข้าคิดมาโดยตลอดว่าทะเลทรายตะวันตกนั้นลึกลับที่สุด ผู้คนที่อยู่ที่นี่หลายพันล้านคนต่างมีความศรัทธาต่อพระพุทธเจ้าองค์เดียว พลังแห่งความศรัทธานั้นเพียงพอที่จะยืดอายุเขาได้หลายแสนปี” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างเคร่งขรึม

มีคนบูชาพระพุทธเจ้ากันมากมายและเป็นเช่นนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณ ใครๆ ต่างก็สรรเสริญพระนามของพระอมิตาภะ พลังแห่งความศรัทธาอันยิ่งใหญ่นั้นไม่มีจักรพรรดิโบราณผู้ใดเปรียบเทียบได้ต่อให้เป็นจักรพรรดิอมตะก็ตาม

ข้างหน้ามีเพียงเมืองโบราณและมีพระพุทธรูปจำนวนนับไม่ถ้วนแม้กระทั่งตอนนี้เสียงสรรเสริญพุทธคุณก็ยังคงดังก้องอยู่ทุกหนทุกแห่ง

หลังจากที่เข้ามาในทะเลทรายตะวันตกเสียงเรียกอมิตาภะ หลอกหลอนความคิดของเย่ฟ่านอยู่ตลอดเวลาและแม้แต่ตัวเขาก็ยังท่องคำเหล่านี้ออกมาเป็นบางครั้งโดยไม่รู้ตัว

“คำพูดของเจ้าค่อนข้างมีเหตุผล หากผู้คนจำนวนมากยังคงท่องชื่อของเจ้าอยู่ตลอดเวลาต่อให้ผ่านไปนานนับล้านปีแล้วก็ตามมันก็มีโอกาสสูงมากที่เจ้าจะยังมีชีวิตอยู่” เย่ฟ่านกล่าว

“ด้วยเหตุนี้ ข้าจึงเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าอมิตาภะยังมีชีวิตอยู่และมีจะต้องทรงพลังอย่างน่าเหลือเชื่อ สิ่งมีชีวิตทั้งหลายล้วนสวดนามอมิตาภะอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยการเรียกชื่อของเขาซ้ำๆ แบบนี้มันจะต้องทำให้ร่างกายและวิญญาณของเขาเป็นอมตะไปแล้วอย่างแน่นอน”

“นิกายพุทธของทะเลทรายตะวันตกน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง ไม่น่าแปลกใจที่ต่อให้ศากยมุนีจะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้คนที่นี่ได้” เย่ฟ่านตระหนักถึงบางอย่างในใจ

“เจ้าคิดว่าเขายังอยู่บนเขาพระสุเมรุหรือไม่” วานรศักดิ์สิทธิ์มองไปทิศตะวันตกซึ่งเป็นที่ตั้งของเขาพระสุเมรุ

เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเองว่า “จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายในสมัยโบราณคืออู่ซือ และจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนสุดท้ายในยุคปัจจุบันคือจักรพรรดิชิง พวกเขาทั้งสองบรรลุการเป็นจักรพรรดิโบราณในดาวดวงนี้ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอามิตาภะไม่อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว”

“แต่ตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน พลังความคิดอันไร้ขอบเขตนี้สามารถทะลุทะลวงไปได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ดังนั้นไม่ว่าเขาจะไปอยู่ที่ดาวดวงใดสุดท้ายพลังแห่งความศรัทธาจากผู้คนในโลกนี้จะยังคงหล่อเลี้ยงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาอยู่ไม่ขาดสาย” วานรกล่าว

เย่ฟ่านกล่าวว่า “ตราบใดที่พวกเขายังเป็นมนุษย์ วันหนึ่งพวกเขาจะตาย จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆ ก็แข็งแกร่งพอๆ กับอามิตาภะ หากวิธีการนี้ทำให้ผู้คนได้รับความเป็นอมตะที่แท้จริงมันก็ไม่มีเหตุผลที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนอื่นๆจะไม่ทำตาม นั่นแสดงให้เห็นว่าวิธีการนี้ไม่แน่ว่าจะทำให้ผู้คนกลายเป็นอมตะได้อย่างแท้จริง”

“บางทีวิธีการสร้างความศรัทธาเช่นนี้อาจยากลำบากมากกว่าการเป็นอมตะด้วยซ้ำ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายคนอาจรู้สึกว่าวิธีการนี้เป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกวิธีการอื่น” วานรศักดิ์สิทธิ์วิเคราะห์ตามความคิดของตัวเอง

“ศาสนาพุทธเป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายซึ่งลึกลับที่สุด เราไม่ควรคาดเดาใดๆ สถานการณ์ของทะเลทรายตะวันตกลึกซึ้งมากกว่าที่พวกเราจะจินตนาการได้ ในเมื่อพวกเราไม่มีความตั้งใจจะขุดค้นเรื่องนี้ก็อย่าไปแต่ต้องดีกว่า” เย่ฟ่านเตือน

วานรศักดิ์สิทธิ์พยักหน้าอย่างครุ่นคิด เพราะเขาเพียงแวะมาที่นี่ก่อนจะออกเดินทางเท่านั้น พวกเขาไม่อยากตอแยสิ่งที่ไม่ควรตอแยเพราะมันอาจทำให้หนทางข้างหน้าของพวกเขาได้รับผลกระทบได้!

เขาพระสุเมรุมีขนาดใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าเย่ฟ่านและวานรศักดิ์สิทธิ์จะยังอยู่ห่างจากมันนับแสนลี้แต่พวกเขาก็สามารถมองเห็นเขาขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน

“เจ้าไม่ต้องกังวล ข้าคิดว่าอาของเจ้าค้นพบบางสิ่งบางอย่างแล้ว เขามองเห็นได้ชัดเจนกว่าเรา บางทีอาจเป็นเพราะเหตุนี้เขาจึงเลือกที่จะอยู่ที่นี่ก็ได้” เย่ฟ่านปลอบใจ

“ข้าก็หวังเช่นนั้น ในอดีตตอนที่มายังทะเลทรายตะวันตกข้าไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เมื่อฐานการบ่มเพาะสูงขึ้นมันทำให้ข้าเกิดความหวาดกลัวและไม่ต้องการมาที่นี่อีก” ดวงตาสีทองของวานรศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายแวววาว

พวกเขาทั้งสองเดินทางต่อไปบนถนน วานรศักดิ์สิทธิ์ต้องการไปที่วัดต้าเล่ยหยินในขณะที่เย่ฟ่านกำลังสอบถามวัดโบราณที่อันเหมียวอี้อาศัยอยู่ ข้อมูลที่พวกเขาได้รับคือมันยังคงเป็นทิศทางเดียวกัน

“นิกายพุทธเชื่อเรื่องชีวิตหลังความตายและปลูกฝังเส้นทางแห่งอนาคตไว้ ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงมุ่งเน้นในการทำดีและสรรเสริญพุทธคุณอยู่ตลอดเวลา เจ้าคิดว่าสักวันหนึ่งพระอมิตาภะพุทธเจ้าจะปรากฏตัวหรือไม่?” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าวอย่างจริงจัง

“ใครจะบอกเรื่องในอนาคตได้?”

เย่ฟ่านยิ้มอย่างขมขื่น เขาคิดเรื่องนี้ แต่เขาไม่อยากกล่าวถึงมัน โดยเฉพาะในทะเลทรายตะวันตก เพียงแค่เขาคิดถึงคำว่าอามิตาภะจิตใจของเขาก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงแล้ว เย่ฟ่านเชื่อมั่นว่ามันเกิดขึ้นจากอำนาจของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

“แล้วเป็นไปได้ไหมที่ศากยมุนีจะเป็นพระอมิตาภะกลับชาติมาเกิดจริงๆ? หรือว่าแท้ที่จริงแล้วเขาเป็นมารอย่างที่นิกายพุทธกล่าวหา?” วานรศักดิ์สิทธิ์พึมพำ

“พอก่อน! เราจะพูดเรื่องนี้อีกครั้งหลังจากออกจากทะเลทรายตะวันตก” เย่ฟ่านหยุดเขา

วานรศักดิ์สิทธิ์ไอแห้งๆ และหยุดการสนทนาชั่วคราว

เย่ฟ่านกำลังมองหาอันเหมียวอี้โดยหวังว่าจะได้พบนางเป็นครั้งสุดท้ายก่อนออกเดินทาง แต่มีวิหารอยู่ทั่วทะเลทรายตะวันตกและมีผู้บ่มเพาะนิกายพุทธอยู่นับพันล้านคน

โดยฐานการบ่มเพาะของเขาในตอนนี้การจะมองหาอันเหมียวอี้เพียงคนเดียวย่อมไม่แตกต่างอะไรจากการงมเข็มในมหาสมุทร

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านยังมีเงื่อนงำในการค้นหานางอยู่บ้าง นั่นก็เพราะนิกายพุทธแม้จะนับถือพระพุทธเจ้าองค์เดียวกันแต่พวกเขาก็มีหลายคำสอน

ซึ่งแน่นอนว่าตำหนักสราญรมย์ก็เป็นหนึ่งในสาขาของนิกายพุทธเช่นกัน คำสอนของพวกเขาค่อนข้างสุดโต่งน่าตกตะลึงอย่างยิ่ง เย่ฟ่านเชื่อว่าคำสอนเช่นนี้ย่อมไม่มีทางแพร่หลายอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านเดาว่าตั้งแต่อันเมี่ยวอี้มาถึงทะเลทรายตะวันตก นางจะต้องค้นหารากเหง้าของตำหนักสราญรมย์อย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นสาขาแรกที่เย่ฟ่านค้นหาก็คือ “ศราวกาย” ซึ่งเป็นสาขาที่มุ่งเน้นศึกษาเกี่ยวกับ “อารมณ์” ดั้งเดิมของมนุษย์

……..

จบบทที่ 1256 - ตามหาหญิงงาม

คัดลอกลิงก์แล้ว