- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1227 - ยักษ์ใหญ่ในเหวลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต
1227 - ยักษ์ใหญ่ในเหวลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต
1227 - ยักษ์ใหญ่ในเหวลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต
1227 - ยักษ์ใหญ่ในเหวลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต
ร่างนั้นพุ่งขึ้นมาจากเหวโบราณและปลดปล่อยแสงเก้าสีให้เบ่งบานไปทั่วท้องฟ้า ทาสแห่งความรกร้างดูเหมือนจะตระหนักถึงอันตรายร้ายแรง พวกเขาทุกคนกระโดดลงไปในหุบเหวไม่กล้าต่อต้านการโจมตีครั้งนี้แม้แต่น้อย
กลิ่นอายของจักรพรรดิโบราณ!
เย่ฟ่าน จักรพรรดิดำ และจี้จื่อเยว่ต่างก็หน้าซีดเผือด พวกเขารีบออกจากส่วนลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
คนผู้นี้ใคร?!
“เขาไม่มีทางเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่ ต้องมีใครสักคนใช้อาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน!”
ในขณะนี้ พวกเขาได้ค้นพบว่าทำไมบุคคลนั้นจึงสามารถใช้พลังแห่งกฎในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตได้ ปรากฎว่าเขามีอาวุธที่ท้าทายสวรรค์ชิ้นหนึ่งติดมือมาด้วย
“แม้ว่าจะมีอาวุธเต๋าสุดขั้ว แต่บุคคลนี้ต้องเป็นราชาเซียนหรือไม่ก็ราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างน้อย ไม่เช่นนั้นเขาจะต้านทานพลังแห่งความรกร้างของพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างไร!” จักรพรรดิดำกล่าว
ดวงตาที่ลุกเป็นไฟของวานรศักดิ์สิทธิ์ส่องแสงเจิดจ้า และเขาจ้องมองไปที่หุบเหวและพึมพำกับตัวเอง “นั่นคืออาวุธของจักรพรรดิโบราณ ข้าคุ้นเคยกับมันอย่างยิ่ง!”
ร่างที่แข็งแกร่งพุ่งเข้าสู่เหวอีกครั้ง ภายใต้อำนาจของพลังแห่งความรกร้างแม้แต่อาวุธเต๋าสุดขั้วที่เขาสวมใส่เป็นชุดเกราะก็ยังหม่นหมองไม่มีประกายสดใสเหมือนเดิม
หลายคนตกตะลึง อาวุธของจักรพรรดิโบราณล้วนมุ่งเน้นไปที่การโจมตี แต่สิ่งที่คนคนนี้สวมใส่กลับเป็นชุดเกราะซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน
“ผู้คนจากสันเขาเสิ่นคาน... พวกเขาต้องการค้นหายาศักดิ์สิทธิ์เก้าชนิด!”
วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว แม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นชุดเกราะที่เป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนั้น แต่เขารู้ดีว่ามีเพียงสันเขาเสิ่นคานเพียงแห่งเดียวที่มีอาวุธเต๋าสุดขั้วประเภทนี้อยู่
ในสมัยโบราณ ยาศักดิ์สิทธิ์เก้าชนิดโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าและหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เวลาผ่านไปหลายล้านปีพวกมันได้ปรากฏตัวขึ้นในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตของตงหวงอีกครั้ง
ในความเป็นจริง ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่กลุ่มของเย่ฟ่านที่พยายามค้นหายาศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น แต่ราชวงศ์อมตะโบราณหลายแห่งต่างทุ่มเทผู้คนและทรัพยากรเข้ามาแย่งชิงยาศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้อยู่ตลอดเวลาแต่ไม่เคยมีผู้ใดประสบความสำเร็จ
“การเปลี่ยนแปลงของหนอนไหมสวรรค์นั้นยิ่งใหญ่อย่างน่าเหลือเชื่อ อย่างไรก็ตามเนื่องจากมันเป็นอสูรโบราณจึงจำเป็นต้องใช้ยาศักดิ์สิทธิ์ที่จำเพาะเจาะจงเท่านั้นจึงจะทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้!” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว
อาวุธเต๋าสุดขั้วโบราณแห่งสันเขาเสิ่นคานมีพลังการป้องกันที่น่าอัศจรรย์และไม่มีใครเทียบได้ในโลก เหตุผลที่พวกเขากลายเป็นหนึ่งในราชวงศ์โบราณที่แข็งแกร่งที่สุด นั่นก็เพราะอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้
“นั่นคือ... องค์หญิงเสิ่นฉาน!”
เย่ฟ่านนึกถึงการชุมนุมในทะเลสาบหยก หญิงสาวที่ไม่มีใครเทียบได้คนนี้ทรงพลังมากพอที่จะสังหารราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ด้วยมือข้างเดียวเท่านั้น นางเคยบอกว่าอยากมาที่ดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตเพื่อมาค้นหายาศักดิ์สิทธิ์บางประเภท
“พี่วานรศักดิ์สิทธิ์ นี่คืออาสะใภ้ของเจ้า!” หลี่เหอสุ่ยกล่าว
เหตุผลที่องค์หญิงเสิ่นฉานฟื้นคืนชีพก็เพราะมีการพนันหินในเมืองศักดิ์สิทธิ์ จากนั้นวานรศักดิ์สิทธิ์ก็ค้นหาราชาโอสถเพื่อทำให้นางคืนชีพอีกครั้ง ไม่เช่นนั้นนางจะยังคงนอนอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์เช่นเดิม
“ข้ารู้ว่านางไม่เพียงแต่ต้องการล่ายามหัศจรรย์ทั้งเก้าเท่านั้น แต่นางยังต้องการให้ท่านอาของข้าแสดงท่าทีและเข้าร่วมฝ่ายของนางอีกด้วย!” วานรศักดิ์สิทธิ์ตื่นเต้นมาก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาได้เดินทางไปยังทะเลทรายตะวันตกหลายครั้งเพื่อฟื้นคืนความสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้าโต้วจ้าน อย่างไรก็ตามเขาไม่ทันได้เหยียบเข้าเขาพระสุเมรุด้วยซ้ำก็ถูกเหล่าหลวงจีนที่อยู่ที่นั่นขับไล่ออกมา
พระพุทธเจ้าโต้วจ้านนั่งสมาธิอย่างสันโดษบนเขาพระสุเมรุมาเป็นเวลากว่าพันปีแล้ว แม้แต่นักบวชที่เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังยืนยันหนักแน่นว่าพวกเขาไม่มีโอกาสเข้าพบพระพุทธเจ้าโต้วจ้านด้วยซ้ำ
แต่หลังจากที่ผู้คนจากสันเขาเสิ่นคานเดินทางไปที่เขาพระสุเมรุโดยตรงในที่สุดพระพุทธเจ้าโต้วจ้านก็อนุญาตให้คนนอกเข้าพบเป็นครั้งแรก!
“พระพุทธเจ้ากำลังจะมา!?” ผังป๋อรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในเวลานั้นเขาเดินเข้ามาและกล่าวว่า
“พี่วานรศักดิ์สิทธิ์ เจ้าไม่รู้หรอก คนที่ข้าชื่นชมมากที่สุดเมื่อตอนที่ข้าอยู่ในบ้านเกิดก็คือซุนอู้กง(ซุนหงอคง = วานรที่ตื่นรู้) ไม่รู้ว่าเขาเป็นท่านอาของเจ้าหรือไม่?”
วานรศักดิ์สิทธิ์ได้ยินสิ่งนี้ก็รู้สึกเก้ๆกังๆเล็กน้อย และไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไรดี
จากนั้นดวงตาที่ลุกโชนเหมือนกองไฟของเขาก็จ้องมองไปที่ส่วนลึกของดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตอีกครั้ง ท้ายที่สุดในขณะนี้ความเร็วขององค์หญิงเสิ่นฉานช้าลงเรื่อยๆ และมีท่าทีว่าจะพ่ายแพ้ได้ตลอดเวลา
“ปัง...”
เสียงโซ่ศักดิ์สิทธิ์ดังก้องออกมาจากเหวลึก เส้นผมของทุกคนตั้งตรงด้วยความหวาดกลัว ไม่ว่าพวกเขาจะยังอยู่ห่างไกลแต่ทุกคนรู้ดีว่าในสถานที่แห่งนั้นมีอสูรที่เป็นอมตะอย่างแท้จริงถูกขังอยู่มานานหลายแสนปีแล้ว
หากผู้คนไม่รู้ว่ามีอสูรอมตะขังอยู่ที่นี่ ในโลกนี้คงไม่มีผู้ใดเชื่อเรื่องสิ่งมีชีวิตอมตะที่แท้จริงอย่างแน่นอน
“บูม”
หมอกดำมหึมาพุ่งขึ้นมาทำให้หุบเหวโบราณถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีดำสนิทแห่งความรกร้างอีกครั้ง กลิ่นอายที่น่าสะพรึงกลัวนี้แม้แต่ผู้คนที่ยืนอยู่ในระยะไกลก็ยังสัมผัสถึงมันได้อย่างชัดเจน!
องค์หญิงเสิ่นฉานเป็นคนแรกที่แบกรับแรงกระแทกที่ระเบิดออกมา ร่างของนางปลิวกระเด็นออกจากดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตโดยไม่อาจควบคุมตัวเองได้
ถ้าไม่ใช่เพราะชุดเกราะของจักรพรรดิโบราณ ร่างของนางคงกลายเป็นฝุ่นละอองตั้งแต่แรกแล้ว!
“จบแล้ว ต่อให้หญิงสาวคนนั้นจะแข็งแกร่งมากเพียงใดแต่สุดท้ายพลังของนางยังห่างไกลจากขอบเขตของจักรพรรดิโบราณอย่างยิ่ง นางไม่มีทางทนรับการโจมตีของพลังแห่งความรกร้างได้!” จักรพรรดิดำกล่าว
“ปัง…”
เสียงโซ่เหล็กเย็นเคาะกับพื้นและทำให้ดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตสั่นไหวอย่างรุนแรง จากนั้นเงาสีดำพร่ามัวที่มีความสูงหลายร้อยวาได้ปรากฏตัวขึ้นเหนือหุบเหวนรก
ไม่มีใครรู้ว่าสิ่งมีชีวิตตัวนี้เป็นชายหรือหญิง มีรูปร่างเหมือนอสูรหรือมนุษย์ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกปกคลุมด้วยหมอกสีดำสนิท มีเพียงโซ่ขนาดใหญ่เท่านั้นที่ยังคอยล่ามร่างกายของเขาอยู่
“สิ่งมีชีวิตที่ออกมาจากเหวนั้นไม่ใช่ทาสแห่งความรกร้างอย่างแน่นอน!”
องค์หญิงเสิ่นฉานนอนอยู่บนพื้นและกระอักเลือดออกมาอย่างไม่สิ้นสุด ในตอนแรกการต่อสู้กับทาสแห่งความรกร้างหลายคนนางยังพอได้เปรียบอยู่เล็กน้อย แต่เมื่อเผชิญกับสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์ตัวนั้นนางก็ต้องพบกับความสิ้นหวังทันที
“น่ากลัวเกินไป หากไม่ได้รับการคุ้มครองจากชุดเกราะจักรพรรดิโบราณแห่งสันเขาเสิ่นคาน แม้แต่องค์หญิงเสิ่นฉานก็อาจถูกทำลายทั้งร่างกายและวิญญาณไปแล้ว!”
เย่ฟ่านกล่าวด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นราชาปราชญ์ศักดิ์สิทธิ์ใช้อาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างเต็มกำลัง ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่สามารถสร้างผลกระทบอะไรให้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหุบเหวโบราณได้เลย!
“องค์หญิงเสิ่นฉานแพ้แล้ว ไม่ว่าชุดเกราะของนางจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็ไม่มีทางต่อสู้กับสิ่งมีชีวิตตัวนั้นได้ ข้าคิดว่าต่อให้เป็นเสมือนจักรพรรดิมาเองอย่างมากสุดก็คงทำได้เพียงสู้เสมอกับเจ้าสิ่งมีชีวิตตัวนั้น!”
สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าวด้วยสีหน้าหวาดหวั่น มันติดตามจักรพรรดิอู่ซือเป็นเวลาหลายปีและมีความเข้าใจเกี่ยวกับพลังของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่มากที่สุด
“องค์หญิงกำลังตกอยู่ในอันตราย เราต้องช่วยนางออกมา!” วานรศักดิ์สิทธิ์อุทาน
ในขณะนี้ร่างที่พร่ามัวในหมอกสีดำนั้นกำลังก้าวเข้าหาองค์หญิงเสิ่นฉานอย่างช้าๆ องค์หญิงเสิ่นฉานไม่มีความสามารถที่จะลุกขึ้นยืนด้วยซ้ำ นางจะป้องกันตัวเองได้อย่างไร
“บูม”
จู่ๆ ก็เกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และในอีกทางหนึ่งของเขตต้องห้ามแห่งชีวิต พลังสุดขั้วที่ครอบงำโลกทั้งปัจจุบัน อดีต และอนาคตระเบิดออกมา คลื่นพลังของมันทำให้สีหน้าของทุกคนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง
“มันเป็นอาวุธของพ่อข้า!” วานรศักดิ์สิทธิ์อุทานด้วยความตื่นเต้น
เขตต้องห้ามแห่งชีวิตถูกกดดันด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว ยอดเขาขนาดใหญ่แตกออกจากกันและทำให้พื้นดินด้านล่างมีรอยแยกปรากฏขึ้นหลายพันลี้
ฉากนี้น่ากลัวเกินไปจริงๆ ในขณะนั้นกระบองเหล็กขนาดใหญ่ได้ฟาดลงบนพื้นและพลังของมันเพียงพอที่จะทำลายดินแดนทั้งหมดอย่างง่ายดาย!
ในอดีตและปัจจุบันใครจะกล้าทำเช่นนี้ในดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิต
ในที่สุดพระพุทธเจ้าโต้วจ้านก็มาถึงแล้ว! ภายใต้เสียงระเบิดที่สั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวเขย่าเย่ฟ่าน วานรศักดิ์สิทธิ์ และคนอื่นๆ ทำให้แก้วหูของพวกเขาได้รับความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
…………