- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1212 - ข้ายังไม่ได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ
1212 - ข้ายังไม่ได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ
1212 - ข้ายังไม่ได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ
1212 - ข้ายังไม่ได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ
“ปัง!…”
ภายใต้เสียงระเบิดที่ดังก้องสนามรบร่างทั้งสองดูเหมือนจะถูกแยกออกจากกันพร้อมกับอักขระเต๋าที่กระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า
หลังจากการระเบิดครั้งใหญ่โลกวิญญาณไม่ได้มีความมืดมนอีกต่อไป แสงศักดิ์สิทธิ์ที่เปล่งประกายเปลี่ยนโลกนี้ให้กลับสู่ความสว่างไสวอีกครั้ง
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่านควบคุมหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเขาปิดกั้นอำนาจกฎของโลกวิญญาณ เย่ฟ่านถือปฐพีต้นกำเนิดพุ่งไปข้างหน้าโดยไม่เปิดโอกาสให้หยวนกู่สามารถดิ้นรนได้อีกแล้ว
ช่วงเวลาถูกแช่แข็ง พื้นที่ทั้งหมดดูเหมือนถูกย่อส่วนลง มีเพียงเย่ฟ่านที่ถือหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดพุ่งไปข้างหน้า และแส้ศักดิ์สิทธิ์ในมือของเขาฟาดหวดลงที่ศีรษะของหยวนกู่อย่างไร้ความปรานี
ในช่วงเวลาวิกฤตนั้นร่างของหยวนกู่ดูเหมือนจะถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ เขาเฝ้าดูแส้ของเย่ฟ่านหวดกระหน่ำเข้ามาก่อนจะส่งเสียงกรีดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
“บูม!”
ในที่สุดเขาก็ทำลายโลกวิญญาณของตัวเองเพื่อให้กฎแห่งเต๋าทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณโดยรอบสูญสลายไป อย่างไรก็ตามก่อนที่เขาจะมีโอกาสเคลื่อนไหว แส้ศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่านก็กระแทกลงมาแล้ว
“ปัง…”
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหยวนกู่ถูกทุบตีอย่างรุนแรง แม้ว่าเขาจะใช้ทวนเหล็กกล้าปิดกั้นการโจมตีครั้งนี้ได้สำเร็จ แต่วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขายังคงมีรอยแตกร้าวลุกลามไปครึ่งตัว
“ทักษะของเจ้าหมดสิ้นเพียงเท่านี้สินะ หลังจากนี้คือคราวของข้าบ้าง!”
หยวนกู่ตะโกนด้วยความโกรธพร้อมกับควบคุมโซ่แห่งกฎให้พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ศีรษะของเย่ฟ่าน
โซ่แห่งกฏเหล่านี้เป็นเหมือนมังกรที่พาดผ่านท้องฟ้า พวกมันส่งเสียงคำรามทำให้สวรรค์พิภพสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น ข้ายังมีทักษะอีกมากที่สามารถบดขยี้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าได้อย่างง่ายดาย”
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์สีทองของเย่ฟ่านปลดปล่อยปราณปฐพีต้นกำเนิดออกมาเพื่อปิดกั้นโซ่แห่งกฎของหยวนกู่เพื่อรอโอกาสตอบโต้อีกครั้ง
“เฉียง”
“เฉียง” ...
โซ่ทุกเส้นดังขึ้นเจาะความว่างเปล่าและพยายามโจมตีเย่ฟ่านอย่างบ้าคลั่ง
“พังทลาย…”
โซ่กฎนับร้อยปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า นี่เป็นทักษะลับต้องห้ามของจักรพรรดิหยวน โซ่แต่ละเส้นถูกสร้างขึ้นมาจากกฎแห่งสวรรค์พิภพ ไม่ต้องพูดถึงการโจมตี แม้เพียงสัมผัสกับกฎประเภทนี้อย่างแผ่วเบาก็ทำให้ร่างกายสูญสลายได้แล้ว!
การถูกโซ่พวกนี้ระดมโจมตีอย่างบ้าคลั่งแทบจะทำให้ความหวังของผู้คนดับสูญโดยสิ้นเชิง อย่างไรก็ตามหยวนกู่เป็นเพียงเซียนเทียมขั้นสามเขายังไม่สามารถแสดงพลังที่แท้จริงของมันออกมาได้
แน่นอนว่าเย่ฟ่านย่อมใช้ข้อบกพร่องนี้ในการหลบหลีกจากการโจมตีของโซ่แห่งกฎ ทุกครั้งที่การโจมตีของอีกฝ่ายมาถึงเขาจะเคลื่อนไหวด้วยทักษะซิงจื่อและรอดพ้นหายนะไปได้อย่างเฉียดฉิวตลอดเวลา
“เจ้า …”
หยวนกู่ตกตะลึง เขาเคยใช้ทักษะนี้กับราชาผู้ยิ่งใหญ่ในตระกูลมาแล้ว แต่อีกฝ่ายยังไม่สามารถหลบหนีจากการไล่ล่าของโซ่แห่งกฎประเภทนี้ได้
อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านดูเหมือนจะไม่ได้ใช้ความพยายามอะไรเลย เขาหลบหลีกการโจมตีด้วยการขยับเท้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“เจ้าจะหลบได้สักกี่ครั้ง?!”
หยวนกู่คำรามด้วยความโกรธและเร่งเร้าพลังศักดิ์สิทธิ์อย่างสุดกำลัง
อย่างไรก็ตามโซ่แห่งกฎของเขาสามารถทำลายสวรรค์พิภพได้ แต่ไม่อาจเข้าใกล้เย่ฟ่านได้แม้แต่น้อย
วิญญาณศักดิ์สิทธิ์สีทองวูบไหวอยู่กลางท้องฟ้า เย่ฟ่านเคลื่อนไหวราวกับภูตพรายและไม่มีอันตรายประเภทใดสามารถคุกคามเข้าใกล้วิญญาณของเขาได้เลย
“เฉียง”
“เฉียง”
“เฉียง”
เย่ฟ่านควบคุมแส้ศักดิ์สิทธิ์ฟาดกระหน่ำเข้าหาหยวนกู่อย่างรวดเร็ว ในขณะเดียวกันทวนเหล็กของหยวนกู่ยังคงพยายามทิ่มแทงเข้าหาเย่ฟ่านอย่างต่อเนื่อง
“ปัง!”
ในขณะที่หยวนกู่พลั้งเผลอหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดของเย่ฟ่านก็ตกลงมาจากท้องฟ้าและกระแทกทวนเหล็กของเขาให้เบี่ยงเบนออกไป
“ปุ๊”
วิญญาณของเย่ฟ่านใช้แส้ศักดิ์สิทธิ์ฟาดหวดลงที่ศีรษะของหยวนกู่และทำลายวิญญาณของอีกฝ่ายลงครึ่งหนึ่งทันที
“อา…”
หยวนกู่กรีดร้องอย่างน่าสยดสยอง เขาพยายามประกอบวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองกลับคืนมาอีกครั้ง ในขณะเดียวกันเขาได้เรียกให้โซ่แห่งกฎพุ่งเข้าหาร่างกายที่แท้จริงของเย่ฟ่านเพื่อถ่วงเวลาของอีกฝ่ายไว้
เย่ฟ่านไม่มีทางเลือกอื่น เขาได้แต่ควบคุมวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองพุ่งกลับเข้าหาร่างกายเพื่อปิดกั้นการโจมตีจากโซ่แห่งกฎทั้งหมด
“บูม”
เมื่อวิญญาณและร่างกายกลับมารวมกันอีกครั้งดวงตาที่เคยปิดลงของเย่ฟ่านก็เปล่งประกายด้วยความสดใส เขายังไม่ได้ลงมือเคลื่อนไหวเพียงจ้องมองหยวนกู่ที่กำลังประกอบร่างของตัวเองอย่างทุลักทุเล
จนถึงตอนนี้การต่อสู้ของพวกเขาผ่านไปหลายหมื่นกระบวนท่าแล้ว ในเวลานี้พระอาทิตย์กำลังตกดินและแสงสีแดงฉานได้สาดส่องไปทั่วพื้นพิภพ
“หยวนกู่พ่ายแพ้แล้ว เมื่อไม่มีอำนาจจากโลกวิญญาณเขาจะไม่มีความสามารถในการต่อสู้กับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณได้อีกต่อไป”
ทุกคนตกตะลึง ตอนนี้หยวนกู่ได้แสดงทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาออกมาทั้งหมดแต่ยังคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฟ่าน เมื่อพวกเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้งความตายจะต้องเกิดขึ้นกับหยวนกู่ไม่ช้าก็เร็ว
จี้จื่อเยว่อุทานด้วยความดีใจเมื่อเห็นเย่ฟ่านตื่นขึ้นอีกครั้ง การต่อสู้ภายในโลกวิญญาณก่อนหน้านี้นางไม่อาจมองเห็นความเคลื่อนไหวของพวกเขาได้ ดังนั้นจิตใจของนางจึงเต็มไปด้วยความกดดันเสมอมา
“หยวนกู่คนนี้แม้ว่าจะเป็นทายาทของจักรพรรดิโบราณ แต่เขายังคงไม่อาจเป็นคู่ต่อสู้ให้เย่จื่อน้อยได้!”
หลี่เหอสุ่ยกำหมัดแน่น ในอดีตเขาถูกบริวารของหยวนกู่และเทียนหวงจื่อไล่ล่าจนเกือบตาย ความพ่ายแพ้ของอีกฝ่ายย่อมทำให้เขาเกิดความตื่นเต้นยินดีอย่างถึงที่สุด
“จบแล้วสินะ…”
บุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงกล่าวอย่างเย็นชา เส้นผมสีทองของเขาโบกสะบัดไปพร้อมกับชุดสีขาวที่สง่างาม
ที่ด้านข้างซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมของเผ่าอสูร นักพรตมังกรแดง ยิ้มอย่างมีความสุข และเอี๋ยนหรูอวี้ก็เฝ้าดูอย่างเงียบๆ แต่ดวงตาของนางยังคงเปล่งประกายอย่างตื่นเต้น
ปรมาจารย์ดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายคนเริ่มสนทนากันอย่างคึกคัก ผลลัพธ์การต่อสู้ครั้งนี้ปรากฏอย่างชัดเจนแล้ว ทักษะลับของหยวนกู่นั้นน่ากลัวอย่างยิ่ง แต่สุดท้ายมันยังคงไม่อาจทำอันตรายต่อเย่ฟ่านได้!
ในเวลานี้ เย่ฟ่านยืนอยู่บนที่ราบซีเซี่ยด้วยท่าทางสงบ เวลาผ่านไปนานพอสมควรแต่หยวนกู่ยังไม่สามารถประกอบร่างของตัวเองได้เสร็จสิ้น
สิ่งนี้เพียงพอที่จะยืนยันแล้วว่าพลังศักดิ์สิทธิ์ของหยวนกู่กำลังจะหมดลงแล้ว ในขณะที่ความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านยังคงเต็มเปี่ยมเช่นเดิม!
สิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์โบราณสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ผลลัพธ์การต่อสู้ครั้งนี้ทำให้พวกเขาได้รับความอัปยศอดสูอย่างถึงที่สุด โดยเฉพาะผู้คนจากทะเลสาบหยวนหูที่จมอยู่ในความเงียบงันไม่สามารถพูดอะไรได้
“ในอดีตจักรพรรดิหยวนคือผู้ที่ทรงพลังมากที่สุดในบรรดาจักรพรรดิโบราณทุกคน อย่างไรก็ตามเรารู้ดีว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณแข็งแกร่งมากแค่ไหน เมื่อเขาบรรลุเต๋าได้สำเร็จเขามีความสามารถที่จะต่อสู้กับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ!”
ชายหนุ่มจากทะเลสาบหยวนหูคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยความไม่ยินยอมพร้อมใจ เขาพยายามชี้ให้ทุกคนเห็นว่าร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณนั้นเป็นสิ่งที่แปลกประหลาด
การที่หยวนกู่พ่ายแพ้นั้นไม่ใช่ว่าสู้เย่ฟ่านไม่ได้ แต่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณต่างหากที่ทำให้เย่ฟ่านแข็งแกร่งถึงขนาดนี้
เมื่อได้ยินคำพูดของชายหนุ่มคนนั้นสิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์โบราณทั้งหมดต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน เสียงตะโกนของพวกเขาทำให้ที่ราบซีเซี่ยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง!
“ฮ่าๆๆ...”
ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็แหงนหน้ามองท้องฟ้าพร้อมกับหัวเราะเสียงดังลั่น ไม่ว่าจะเป็นเส้นผมหรือเสื้อผ้าของเขาต่างโบกสะบัดอย่างรุนแรง
เสียงหัวเราะของเขาทำให้ที่ราบซีเซี่ยเงียบงันลงอีกครั้ง สายตาของทุกคนต่างจับจ้องอยู่ที่เย่ฟ่านซึ่งยืนอยู่ใจกลางสนามรบอย่างองอาจกล้าหาญ
“ข้ายังไม่ได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการพิสูจน์เต๋า!”
เย่ฟ่านกล่าวเพียงประโยคเดียว แต่คำพูดของเขากลับสั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพทำให้สีหน้าของสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งหมดเปลี่ยนไปทันที
“เขายังไม่ได้เป็นเซียนเทียมขั้นสาม!”
ผู้คนตกตะลึงอย่างถึงที่สุด เย่ฟ่านเป็นเพียงเซียนเทียมขั้นสองแต่กลับสามารถเอาชนะหยวนกู่ซึ่งเป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้!
สายเลือดจักรพรรดิโบราณพ่ายแพ้อย่างยับเยินโดยไม่มีข้อแก้ตัวใดๆทั้งสิ้น!
………