เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1194 ลางร้ายร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ

1194 ลางร้ายร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ

1194 ลางร้ายร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ 


บทที่ 1194 ลางร้ายร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ

หม้อปราณปัฐพีต้นกำเนิดกำลังคำราม มันแช่ตัวเองอยู่ในแสงศักดิ์สิทธิ์อันร้อนแรงและถูกกระแทกไปรอบๆ แต่มันยังคงความแข็งแกร่งไม่ปรากฏรอยขีดข่วนทั้งยังดูดกลืนปราณสวรรค์พิภพโดยรอบอย่างบ้าคลั่ง

“หม้อใบนี้... น่าทึ่งมาก!” หลายคนที่อยู่ตรงนั้นประหลาดใจและตั้งตารอด้วยกัน

มีอักขระเก้าตัวถูกสลักอยู่บนผนังหม้อ พวกมันดูดซับกฎศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ในขณะนี้สภาพของมันราวกับเป็นทารกในครรภ์ศักดิ์สิทธิ์ที่กำลังดูดกลืนสารอาหารเพื่อหล่อเลี้ยงตัวเอง

อักขระเต๋าทั้งเก้าซึ่งเปลี่ยนตัวเองเป็นรูปสัตว์ต่างๆ เปล่งประกายแววเบาและมีชีวิตชีวาอย่างมาก

เย่ฟ่านก็ตกตะลึงเช่นกัน ทันใดนั้นเขาก็จำได้ว่านี่คือรัศมีแห่งความโกลาหลทั้งเก้าที่ประทับอยู่ในหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดในขณะที่เขาเผชิญกับคำสาปร่างศักดิ์สิทธิ์ครั้งแรก

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นพลังแห่งความโกลาหลมาก่อน แต่เวลานั้นมันพิเศษอย่างยิ่ง หลังจากที่สายฟ้าลึกลับทั้งเก้าโจมตีเขาอย่างบ้าคลั่งเขาได้ใช้หม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดปิดกั้นสายฟ้าเหล่านั้นและตรึงพวกมันไว้ที่ผนังหม้อ

“นี่คือการกำเนิดของทารกในครรภ์ศักดิ์สิทธิ์ หากเจ้าต้องการที่จะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ นี่เป็นก้าวแรกที่เจ้าต้องทำ เทพถือกำเนิดในหม้อ โดยมีพลังแห่งความโกลาหลเป็นเหมือนครรภ์มารดา!” จักรพรรดิดำกล่าว

“หากเจ้าต้องการอาวุธเต๋าสุดขั้วที่เป็นอาวุธแห่งชีวิตของตัวเองพลังแห่งความโกลาหลทั้งเก้านั้นคือสิ่งที่ขาดไม่ได้ เพราะพวกมันเป็นตัวแทนของความเป็นอมตะ มีเพียงใช้สิ่งนี้เท่านั้นอาวุธของเจ้าจึงจะไม่ถูกทำลายไปตลอดกาล” ต้วนเต๋อก็ดูเคร่งขรึมเช่นกัน

“ข้าสามารถสร้างหม้อระดับราชาที่นี่เลยได้หรือไม่?” เย่ฟ่านกล่าว

“นั่นไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด อาวุธแห่งชีวิตควรจะสอดคล้องกับตัวเอง เดินไปด้วยกันทุกย่างก้าว เหมือนแขนและขา ตอนนี้เจ้าเป็นเพียงเซียนเทียมขั้นสองเจ้าไม่ควรปล่อยให้อาวุธแห่งชีวิตนำหน้าของเจ้าไป” จักรพรรดิดำแนะนำ

“ใช่ มีเพียงต้องก้าวไปข้างหน้าพร้อมกันกับอาวุธเท่านั้นมันจึงจะเกิดการหลอมรวมของเต๋าแล้วทำให้เจ้ากลายเป็นหนึ่งเดียว” ต้วนเต๋อก็พยักหน้าอีกครั้ง

“พื้นที่ในระยะสิบวากลายเป็นสุญญากาศ และกฎทั้งหมดก็ถูกละลายหายไปด้วยลวดลายในหม้อ!”

“ม่านพลังแห่งนี้รัศมีห้าร้อยลี้ และเต็มไปด้วยกฎของเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ หากหม้อของเจ้าถูกทิ้งไว้ที่นี่สองสามปีมันคงดูดกลืนกฎอันยิ่งใหญ่เข้าไปทั้งหมด และเมื่อเป็นเช่นนั้นความแข็งแกร่งของอาวุธเจ้าจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดเป็นที่ทราบได้!” ต้วนเต๋อกล่าวด้วยความตื่นเต้น

ทุกคนต่างประหลาดใจ นี่เป็นข้อเท็จจริงที่ทำให้จิตใจของทุกคนสั่นสะท้าน

หม้อไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหมือนกับทารกในครรภ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ยังไม่ถึงกำหนดคลอด อย่างไรก็ตามลวดลายที่เกิดจากพลังแห่งความโกลาหลนั้นมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ

“หากจะบอกว่าอาวุธชิ้นใดจะกลายเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นต่อไป ข้ามั่นใจอย่างเต็มที่ว่ามันจะต้องเป็นหม้อใบนี้อย่างแน่นอน ในอนาคตมันจะกลายเป็นสมบัติแห่งสวรรค์พิภพที่จะสืบทอดไปอีกนานหลายแสนปี” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าว

“เจ้าหนู ข้าขอเสนอความคิดบางอย่าง ดูจากรูปลักษณ์ของหม้อนี้มันอาจจะพัฒนาไปไกลยิ่งกว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วด้วยซ้ำ!” จักรพรรดิดำกล่าวทันที

“เจ้ามีความคิดอย่างไร?”

“หากวันหนึ่งในอนาคตเจ้าจะทะลวงเข้าสู่อาณาจักรเซียน เจ้าควรหนีมาที่นี่เพื่ออย่างน้อยหากเจ้าไม่สามารถรอดชีวิตจากทัณฑ์สวรรค์สมบัติของเจ้ายังคงจะพัฒนาต่อไปได้…”

จักรพรรดิดำกล่าวได้เพียงครึ่งเดียวก็ถูกทุกคนมองด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

“อย่าไปฟังเรื่องไร้สาระของมัน นี่คือโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับไม่มีใครรู้ว่าทัณฑ์แห่งสวรรค์จะมาถึงสถานที่แห่งนี้ได้หรือไม่ หากเป็นไปไม่ได้เจ้าจะสูญเสียโอกาสอันยิ่งใหญ่เพียงครั้งเดียว!”

“โอกาสในการบรรลุเซียนจะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวเท่านั้น เจ้าไม่สามารถเอาอนาคตของตัวเองมาล้อเล่น” แม้แต่วานรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังกล่าวเช่นนี้

“แต่นี่อาจเป็นวิธีเดียวที่อาวุธของเจ้าจะกลายเป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วโดยไม่จำเป็นต้องสนใจว่าเจ้าจะพิสูจน์เต๋าสำเร็จหรือไม่” จักรพรรดิดำถอนหายใจ

ตามที่กล่าวไว้ สวรรค์พิภพถูกใช้เป็นเตาหลอม และแก่นแท้เซียนหลายร้อยหลายพันคนในโลกใบนี้คือเปลวไฟที่ใช้หลอมอาวุธได้ดีที่สุด

ถ้าปล่อยหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดไว้ที่นี่เพื่อให้ดูดกลืนแก่นแท้ของเซียนเข้าไปจนหมด พลังของมันจะมากมายมหาศาลกว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน

นี่เป็นความคิดที่บ้าระห่ำอย่างแท้จริง นั่นก็เพราะโอกาสที่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะประสบความสำเร็จกลายเป็นเซียนนั้นแทบไม่มีโอกาสเป็นไปได้เลย

แม้แต่จักรพรรดิดำที่คบหากับเย่ฟ่านมาอย่างยาวนานก็ยังไม่คิดว่าเขาจะมีโอกาสประสบความสำเร็จในเรื่องนี้

“เป็นความคิดที่ดี แต่ข้าคิดว่าการปล่อยให้มันพัฒนาไปพร้อมกับข้าคงจะเป็นเรื่องที่ดีกว่า ไปกันเถอะข้าสัมผัสได้ว่าเขามาถึงแล้ว”

เย่ฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก สายตาของเขากวาดมองไปในทิศทางหนึ่งด้วยความหวาดหวั่นอย่างถึงที่สุด

ปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ยืนอยู่ในทิศทางนั้น และรัศมีอันน่าสะพรึงกลัวก็อบอวลไปในอากาศ สนามรบโบราณเริ่มสั่นสะเทือนราวกับสิ่งมีชีวิตโบราณที่กำลังเกิดขึ้นจากการหลับไหล!

“ต้าเฮยทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว มีเพียงค่ายกลเคลื่อนย้ายระดับจักรพรรดิเท่านั้นจึงจะพาเราออกจากที่นี่ได้” เย่ฟ่านกระซิบ

“เย่จื่อน้อย เจ้า…” หลี่เหอสุ่ยกรีดร้อง

“อาพี่เย่ เจ้าเป็นอะไร...” เอี๋ยนอี้ซีก็อุทานด้วยความตกใจ

ในเวลาเดียวกัน ต้วนเต๋อตอบสนองเร็วที่สุด เขาดึงเชือกที่ใช้มัดภูตผีออกมาและมัดมือเย่ฟ่านอย่างแน่นหนาและรวดเร็ว

เย่ฟ่านก้าวถอยหลัง ยื่นมือขวาออกไปข้างหน้าและกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นสะท้าน “ข้า…”

เขาแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ในขณะนี้หลังมือขวาของเขามีเส้นขนสีแดงงอกออกมาแล้ว เย่ฟ่านพยายามถอนเส้นขนเหล่านั้นออกมาแต่พวกมันได้ตรอกตรึงลงไปในผิวหนังของเขาราวกับจะคงอยู่ตลอดกาล

“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? เกิดอะไรขึ้น?” คนอื่นๆ ตกใจและไม่สามารถทำอะไรได้

“ข้ามีความรู้ความเข้าใจในทักษะด้านต้นกำเนิดสวรรค์อย่างยิ่ง แต่มันควรจะห่างจากขอบเขตปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์อีกพอสมควร…”

เย่ฟ่านตกใจเป็นอย่างมาก ในขณะเดียวกันเขาก็เริ่มเจ็บปวดไปทุกส่วนของร่างกาย จากนั้นเส้นขนสีแดงเริ่มงอกออกมาทั่วผิวหนังของเขาแม้แต่ใบหน้าก็ไม่ละเว้น

สภาพของเย่ฟ่านในตอนนี้ไม่แตกต่างอะไรจากสัตว์ประหลาดเส้นผมสีแดงที่เขามองเห็นเมื่อครู่

“ลางร้าย...เกิดในตัวข้าหรือ!” เย่ฟ่านตะโกน จากนั้นเขาก็กระตุ้นเลือดสีทองในร่างกายให้เผาผลาญความชั่วร้ายทั้งหมดออกไป

“บูม”

เปลวไฟสีทองลุกโชนขึ้นสู่ท้องฟ้า เส้นขนสีแดงทั้งหมดในร่างกายของเย่ฟ่านถูกเผาผลาญ อย่างไรก็ตามพวกมันได้งอกตัวเองกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว

“ใช้กลิ่นอายของอู่ซือปิดผนึกความชั่วร้ายไว้!” จักรพรรดิดำตะโกนก่อนจะเรียกแผนผังค่ายกลให้ปรากฏออกมาคุมขังเย่ฟ่านไว้

“หม้ออสูรกลืนสวรรค์ปราบปราม!” ต้วนเต๋อตะโกนเสียงดังก่อนจะใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์ครอบลงไปที่ศีรษะของเย่ฟ่าน

เลือดสีทองของเย่ฟ่านลุกโชน และในที่สุดผมสีแดงทั้งหมดก็ร่วงหล่นลงไปบนพื้นและไม่งอกกลับขึ้นมาอีก

อย่างไรก็ตามเขายังคงหอบหายใจอย่างหนักและมีความรู้สึกว่าลางร้ายเหล่านั้นยังคงแขวนอยู่ด้านบนและพร้อมจะลงมือโจมตีทันทีที่มีโอกาส

แน่นอนว่าเมื่อค่ายกลจักรพรรดิอู่ซือหายไปและหม้ออสูรกลืนสวรรค์ถูกต้วนเต๋อดึงกลับคืนมา ใบหน้าของเย่ฟ่านก็เต็มไปด้วยความอึดอัด จากนั้นเส้นขนสีแดงได้งอกขึ้นมาอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

“เย่จื่อ เจ้า…”

“หายนะของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ได้มาถึงแล้ว!”

ทุกคนทำอะไรไม่ถูกและไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ เว้นแต่พวกเขาจะปราบปรามเย่ฟ่านด้วยอาวุธเต๋าสุดขั้วและค่ายกลจักรพรรดิอู่ซือตลอดกาล

เย่ฟ่านนั่งสมาธิในความว่างเปล่าก่อนจะเริ่มเดินพลังศักดิ์สิทธิ์ไปในแนวทางของคัมภีร์หลายเล่ม ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์เต๋า คัมภีร์จักรพรรดินีตะวันตก คัมภีร์อมตะนิรันดร์กาลของตระกูลเจียง หรือแม้กระทั่งคัมภีร์สุริยันและจันทรา

ทุกครั้งที่เขาเริ่มฝึกฝนคัมภีร์เหล่านี้เช่นขนสีแดงก็จะหายไป แต่ทันทีที่หยุดพวกมันก็จะปรากฏขึ้นมากลายเป็นวงจรที่ดำเนินไปอย่างไม่จบไม่สิ้น สีหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนไปตลอดเวลา ความสงบสุข และความวิตกกังวลรวมอยู่ด้วยกัน

“เคี๊ยกๆๆๆ”

มีเสียงหัวเราะเย็นชาเหมือนแผ่นโลหะเสียดสีกันทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัวดังมาจากความมืด จากนั้นดวงตาสีแดงก่ำที่เต็มไปด้วยความโหดเหี้ยมก็จ้องมองเย่ฟ่านจากระยะไกล

“มาเถอะ...ปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์น้อย...ในปีต่อๆ ไป...ข้าจะมารับเจ้า…อีกครั้ง” เสียงที่เศร้าหมองและเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

“บูม”

ร่างของเย่ฟ่านสั่นเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นเขาได้กระตุ้นเลือดสีทองให้ขับไล่ความชั่วร้ายในร่างกายออกไปทั้งหมด และเส้นขนสีแดงไม่ได้ปรากฏขึ้นอีก

“บางที... เจ้าไม่จำเป็นต้องรอจนแก่เฒ่า… ในอนาคตอันใกล้นี้… ข้าจะกลับมาอีกครั้ง…”

เสียงที่ดังก้องมาจากระยะไกลทำให้แผ่นหลังของทุกคนหนาวเหน็บราวกับตกลงไปในหล่มน้ำแข็ง

นี่คือชะตากรรมของพวกเขาหรือเปล่า?

เช่นเดียวกับปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์คนอื่นๆ?

……….

จบบทที่ 1194 ลางร้ายร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว