- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1182 - หมอดูศักดิ์สิทธิ์
1182 - หมอดูศักดิ์สิทธิ์
1182 - หมอดูศักดิ์สิทธิ์
1182 - หมอดูศักดิ์สิทธิ์
จักรพรรดิดำร่างกายสั่นสะท้านด้วยความกลัว มันไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์ร้ายแบบนี้
“นางเป็นตัวอะไร? ให้ตายเถอะ ข้าถูกนางกัด ข้าจะติดเชื้อหรือไม่?”
หลังจากที่จักรพรรดิดำสงบลงเล็กน้อยกระโดดลุกขึ้นยืนด้วยความโกรธและกล่าวว่า “หลายพันปีที่ผ่านมานี่เป็นครั้งแรกที่ข้าถูกกัด!”
จักรพรรดิดำคือผู้ที่กัดคนอื่นได้เร็วที่สุดเสมอมา ครั้งนี้เมื่อถูกจู่โจมอย่างกระทันหันมันย่อมไม่สามารถทำใจยอมรับได้
“นางผีเฒ่าตนนี้กัดข้า ข้าจะต้องแก้แค้น!” จักรพรรดิดำค่อนข้างอารมณ์เสียอย่างเห็นได้ชัด
“หยุดโวยวายได้แล้ว เรายังไม่ได้หลุดออกจากภาพลวงตา นี่ไม่ใช่ป่าหินแต่เป็นอุโมงค์ลับใต้ดินแห่งหนึ่ง” ชายชราตาบอดกล่าวว่า
หัวใจของเย่ฟ่านแข็งทื่อหลังจากมองพื้นที่โดยรอบด้วยดวงตาศักดิ์สิทธิ์เขาก็ค่อนข้างมั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยค่ายกลระดับเซียน
พวกเขาเข้าสู่โลกใต้ดินโดยไม่รู้ตัว หลังจากที่ใช้เตาหลอมเซียนทำลายค่ายกลอีกครั้งพวกเขาจึงเห็นว่าสถานที่แห่งนี้เป็นถ้ำโบราณแห่งหนึ่ง และมีหญิงชราถูกล่ามโซ่ไว้ที่นี่ให้ทำหน้าที่ปกป้องทางเข้า
“ข้ากล่าวไปแล้ว ฝ่ายตรงข้ามเป็นปรมาจารย์ค่ายกลผู้ทรงพลังเราไม่อาจปฏิบัติต่อเขาเหมือนเช่นคนทั่วไปได้” จักรพรรดิดำกล่าว
“นี่คือศพโบราณระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ มันกลายเป็นทหารหยินและถูกคุมขังที่นี่ พื้นที่ภูเขานี้ไม่ง่ายเลยจริงๆ” ชายชราตาบอดกล่าว
“ค่ายกลเคลื่อนย้ายอยู่ในห้องหินของหญิงชรา ซึ่งเป็นทางออกเพียงทางเดียวของพื้นที่โบราณ นางจะต้องถูกฆ่าเราจึงจะหนีออกจากถ้ำใต้ดินโบราณนี้ได้” จักรพรรดิดำกล่าว
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้า”
เอี๋ยนอี้ซีกล่าวพร้อมกับถือเตาหลอมเซียนไว้ในมือ แม้ว่าหญิงชราคนนี้จะเป็นซากศพระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ แต่นั่นก็เป็นเพียงความแข็งแกร่งทางร่างกายเท่านั้น นางไม่ได้มีทักษะเต๋าที่ทรงพลังอีกแล้ว
“ปัง”
หญิงชราผู้นี้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงชีวิตของนาง หลังจากที่นางแปลงร่างเป็นทหารหยินร่างกายของนางก็มีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองสิ่งมีชีวิตระดับเซียน
อย่างไรก็ตามเตาหลอมเซียนเป็นถึงอาวุธระดับครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วมันมีความสามารถในการฆ่านางอย่างแน่นอน
บูม!
เตาหลอมเซียนปลดปล่อยเพลิงสังหารออกไปทำลายร่างกายของหญิงชราอย่างเด็ดขาด ซากศพที่แข็งแกร่งนั้นไม่อาจต้านทานได้แม้เพียงครึ่งลมหายใจด้วยซ้ำ
ให้เวลาต่อมาทุกคนก็ก้าวเข้าไปในค่ายกลเคลื่อนย้ายและกลับสู่ด้านบนอีกครั้ง
“คราวนี้ข้าจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว” จักรพรรดิดำกล่าว พวกเขาไม่ได้กังวลอะไรมากนักเพราะมีเตาหลอมเซียนอยู่ในมือ
“อาวุธที่สร้างโดยจักรพรรดิเหิงอวี้นั้นได้ชื่อว่าเป็นอาวุธที่แข็งแกร่งที่สุดเสมอ อย่างไรก็ตามหากฝ่ายตรงข้ามสามารถควบคุมซากศพระดับราชาผู้ยิ่งใหญ่ให้ทำหน้าที่เฝ้าถ้ำได้มันก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะมีซากศพระดับเซียนที่แท้จริงหรือไม่” ชายชราตาบอดกล่าว
“ใต้ดินนี้มีเส้นเลือดมังกรบรรจบกัน เดี๋ยวข้าจะเป็นคนนำทางเอง” เย่ฟ่านกล่าว
หลังจากนั้นเขาก็เดินไปข้างหน้า โดยมีลวดลายเต๋าต้นกำเนิดสวรรค์กะพริบอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา แม้ว่าค่ายกลดวงตาแห่งนี้จะยังคงทำงานอยู่ตลอดเวลา แต่มันก็ไม่อาจทำให้เย่ฟ่านหลงทางได้
“เราใช้ความรู้ของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์ทำลายค่ายกลทั้งหมดที่นี่ได้หรือไม่?” หลี่เทียนกล่าว
“เจ้ามาถึงอาณาจักรปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แล้วหรือยัง?” ชายชราตาบอดถามด้วยความประหลาดใจ
“ยังมีหนทางอีกยาวไกล ข้าได้เห็นทักษะของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์รุ่นที่ห้าแล้ว เส้นทางนี้ยิ่งใหญ่อย่างยิ่งแม้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของอาณาจักรเซียนแต่เขาก็ยังมีพลังเทียบเท่ากับเสมือนจักรพรรดิได้เลย”
ในขณะนี้ภูเขาและแม่น้ำที่ปิดกั้นเส้นทางด้านหน้ามีเสียงระเบิดดังก้อง จากนั้นเส้นทางเล็กๆ ได้ทอดยาวอยู่ต่อหน้าของพวกเขา
ทุกคนไม่กล้าแสดงท่าทีหุนหันพลันแล่น เพราะค่ายกลที่อยู่ข้างหน้าลึกลับเกินไป พวกเขาไม่ใช่ปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์จึงไม่กล้าทำอะไรบุ่มบ่าม
“นี่เป็นค่ายกลของจักรพรรดิอี้เจี๋ย จักรพรรดิผู้ที่สามารถสอดส่องความลับแห่งสวรรค์!” จักรพรรดิดำรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง
จากนั้นจักรพรรดิดำก็เริ่มคายเครื่องไม้เครื่องมือออกมาจากปากและทำลายค่ายกลสังหารที่อยู่โดยรอบ อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะลงมือไปหลายชั่วยามแล้วแต่สีหน้าของจักรพรรดิดำกลับบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆ
“ชายชราคนนั้นมีทักษะการสร้างค่ายกลทรงพลังอย่างยิ่ง ดูเหมือนเขาจะได้เรียนรู้ทักษะทั้งหมดจากจักรพรรดิอี้เจี๋ยมาแล้ว!”
สุนัขสีดำตัวใหญ่ยืนสองขาพร้อมกับสวมกางเกงลายดอกไม้สีเขียวอ่อน อุ้งเท้าขนาดใหญ่ของมันเคาะหัวของตัวเองเบาๆ คล้ายกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
“ปัง”
อย่างไรก็ตามโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำอะไร พลังความกดดันในบริเวณใกล้เคียงซึ่งเกิดจากค่ายกลสังหารก็สลายไป เห็นได้ชัดว่าผู้สร้างค่ายกลนี้จงใจทำลายมันลงเอง
“เจ้ายอมรับความพ่ายแพ้แล้วหรือ?” จักรพรรดิดำส่งเสียงคำราม แต่ยังรู้สึกหวาดกลัวที่จะก้าวไปข้างหน้า
ไม่นานหลังจากนั้นมีเด็กน้อยอายุไม่ถึงสิบสองขวบขวบสองคนได้เดินเข้ามาแสดงความเคารพต่อพวกเขาด้วยท่าทางเขินอายและกล่าวว่า
“อาจารย์ของเราขอเชิญพวกท่านเข้าไปข้างใน”
เด็กน้อยคู่นี้เป็นชายและหญิง ทั้งสองคนสวมชุดนักพรตสะอาดสะอ้าน ใบหน้าของพวกเขาดูน่ารักน่าเอ็นดูเป็นอย่างมาก
“สองคนนี้…” ชายชราตาบอดอุทานด้วยความตกใจ
“มีอะไรผิดปกติ?” เย่ฟ่านคว้าตัวเขาไว้แล้วถามอย่างจริงจัง
“นี่คือทารกวิญญาณคู่หนึ่งที่เกิดมาเพื่อสอดส่องความลับแห่งสวรรค์ ต่อให้ค้นหานับแสนปีก็ยากจะมีทารกเช่นนี้ได้คนหนึ่งไม่คิดว่าชายชราคนนั้นจะค้นหาเด็กแบบนี้ได้ถึงสองคน ว่ากันว่าหากเด็กน้อยทั้งสองอยู่ร่วมกันต่อให้เป็นภัยพิบัติแห่งสวรรค์พิภพพวกเขาก็สามารถค้นหาทางแก้ได้” ชายชราตาบอดกล่าวอย่างตื่นเต้น
เด็กทั้งสองมีความน่ารักน่าชังอย่างมาก ใบหน้าของพวกเขาค่อนข้างคล้ายคลึงกันดูท่าน่าจะเป็นพี่น้องคู่นึง
“อาจารย์ของเราขอเชิญพวกท่านเข้าไปข้างใน” พวกเขากระซิบ
“มันเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อจริงๆ ที่สามารถรวบรวมทารกวิญญาณทั้งคู่ได้” ชายชราตาบอดกล่าวชื่นชม
ข้างหน้าไม่มีพระราชวังที่ใหญ่โตอะไร มันเป็นเพียงดินแดนอันกว้างขวางและมีทิวทัศน์ค่อนข้างงดงามในบริเวณโดยรอบ
ลึกเข้าไปในป่าไผ่มีกระท่อมมุงจากหลายหลังถูกปลูกไว้อย่างสงบ เจ้าของสถานที่แห่งนี้เห็นได้ชัดว่าไม่ชอบความวุ่นวายของโลกเขาจึงปลีกตัวมาอาศัยอยู่ในสถานที่รกร้างแห่งนี้
หน้ากระท่อมมุงจาก มีนักพรตผมขาวนั่งสมาธิอยู่บนฟูก เมื่อเขาเห็นกลุ่มคนแปลกหน้าก้าวเข้ามาเขาก็ลุกขึ้นยืนและกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ยินดีต้อนรับแขกผู้มีเกียรติจากแดนไกล ข้ารู้ว่าทำไมพวกเจ้าจึงมาที่นี่!”
“แน่นอนว่าเจ้ารู้ เจ้าวางอุบายสังหารเราอยู่หลายครั้ง และตอนนี้ถึงเวลาที่เราจะแก้แค้นแล้ว” สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าว
“คนที่เจ้ามองหาคือบิดาของเด็กทั้งสองคนนี้ และเขาเสียชีวิตไปเมื่อสองปีที่แล้ว” นักพรตเฒ่าถอนหายใจ
เด็กชายและเด็กหญิงคู่นั้นมีดวงตาเศร้าโศก พวกเขาใช้ชายเสื้อเช็ดน้ำตาของตัวเองอย่างเงียบๆ และไม่ได้พูดอะไร
“เจ้าล้อเล่นกับใคร มันจะบังเอิญขนาดนี้ได้อย่างไร?” จักรพรรดิดำไม่เชื่อ
“ข้าไม่รู้ว่าจะโกหกอย่างไร มีบางสิ่งในโลกนี้ที่ไม่สามารถบรรยายให้ชัดเจนได้ และความลับบางอย่างก็ไม่สามารถเปิดเผยได้ ไม่อย่างนั้นเจ้าจะถูกสวรรค์ลงโทษ” หมอดูกล่าวอย่างเศร้าใจ
ชายชราตาบอดพยักหน้า เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้ดังนั้นเขาจึงเข้าใจคำพูดของนักพรตเฒ่ามากที่สุด
“ข้ากำลังจะถูกลงโทษ หลังจากที่พวกเจ้าจากไปทัณฑ์แห่งสวรรค์จะมาถึงทันที ข้าเปิดเผยความลับของสวรรค์มากเกินไปแล้ว มันไม่มีทางที่สวรรค์จะละเว้นชีวิตของข้า ข้าเพียงปรารถนาให้พวกเจ้าดูแลเด็กน้อยทั้งสองคนให้ดี อย่าให้พวกเขาเผชิญกับความคับแค้นอีก”
เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ต่างตกตะลึง พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าการมาที่นี่เพื่อแก้แค้นกลับต้องทำหน้าที่ดูแลลูกศิษย์ให้กับหมอดูศักดิ์สิทธิ์คนนี้แทน
“อาจารย์อย่าทิ้งพวกเราไป ท่านพ่อตายไปแล้ว...ท่านก็จะจากพวกเราไปอีกหรือ?” เด็กทั้งสองร้องเสียงดัง
หมอดูศักดิ์สิทธิ์เป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียน ตลอดช่วงชีวิตอันยาวนานของเขาเคยมีศิษย์หลายสิบคนแต่กลับไม่มีผู้ใดมีจุดจบที่ดีได้ ในขณะนี้มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องกลับคืนสู่เต๋าผู้ยิ่งใหญ่
“เป็นความผิดของข้าเอง ข้าสนใจแต่คุณสมบัติของพวกเขา แต่ข้าไม่ได้ใส่ใจกับนิสัยของพวกเขา พวกเขาไม่ได้มีคุณธรรมและเคร่งครัดกับตัวเองมากพอ เมื่อพวกเขาล่วงรู้ความลับแห่งสวรรค์ทุกคนก็รีบเปิดเผยมันออกมาโดยไม่กลัวว่าสวรรค์จะลงโทษ” หมอดูศักดิ์สิทธิ์กล่าวด้วยความสะท้อนใจอย่างถึงที่สุด
บิดาของเด็กเหล่านี้เป็นศิษย์คนเล็กของเขาที่มีพรสวรรค์สูงสุดนับตั้งแต่ที่เขาเคยเจอ
เนื่องจากเขาได้รับผลประโยชน์มากมายจากนิกายหยินหยางดังนั้นเขาจึงใช้การทำนายอย่างบ้าคลั่งเพื่อล่าตัวเย่ฟ่านให้กับนิกายหยินหยาง