- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1178 - ความสุขของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1178 - ความสุขของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1178 - ความสุขของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
1178 - ความสุขของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่
ชายตัวน้อยร่างสีทองปลดปล่อยปราณปฐพีต้นกำเนิดให้ครอบคลุมเข้าหาร่างกายของบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลสวรรค์ พลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวบทขยี้ร่างกายของอีกฝ่ายจนแหลกละเอียดเหลือเพียงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่กำลังหลบหนีอย่างทุลักทุเล
เย่ฟ่านไม่สามารถไล่ตามเขาไปได้ ร่างกายของเขากำลังจะถูกศัตรูโจมตี เขาจำเป็นต้องดึงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองกลับสู่ร่างกายโดยเร็วที่สุด
เมื่อเย่ฟ่านกลับมา เขาก็กระตุ้นร่างกายด้วยทักษะซิงจื่อและหลบหลีกการโจมตีของคู่ต่อสู้ได้อย่างหวุดหวิด คนที่ลงมือโจมตีนั้นคือเซียนเทียมระดับสามที่ไม่เคยปรากฏตัวมาก่อน
คนพวกนี้มีลักษณะไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป แต่เขายืนอยู่ในกลุ่มของสิ่งมีชีวิตโบราณดังนั้นเขาย่อมไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน
นี่คือชายที่บรรลุระดับเซียนเทียมขั้นสามได้สำเร็จแต่ไม่ได้มาจากเผ่าพันธุ์โบราณที่ทรงอำนาจ อย่างไรก็ตามอายุของเขาห่างไกลจากคำว่าชายหนุ่มแล้ว ดังนั้นเย่ฟ่านจึงไม่รู้ว่าความสำเร็จของอีกฝ่ายอยู่ไกลแค่ไหนบนเส้นทางนี้
เย่ฟ่านไม่กล้าประมาทคนเช่นนี้อย่างแน่นอน ต้องเข้าใจว่าจักรพรรดิโบราณทุกคนล้วนมีความพิเศษอย่างยิ่ง ในอดีตพวกเขามาจากเผ่าพันธุ์เล็กๆ และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ
หลังจากคนผู้นั้นลงมือล้มเหลวร่างของเขาก็กลืนเข้าไปในความว่างเปล่าและหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย ในขณะเดียวกันกลุ่มสิ่งมีชีวิตโบราณระดับเซียนเทียมขั้นสองหลายคนต่างก็หลั่งไหลเข้าหาเย่ฟ่านเพื่อเปิดโอกาสให้ชายคนนั้นหลบหนี
“มีโอกาสเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!”
ในเวลานี้เบื้องบนศีรษะของเย่ฟ่านมีทะเลแห่งความทุกข์สีทองปรากฏขึ้น นี่คืออวตารแห่งร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ ในเวลาต่อมาดอกบัวสีเขียว ราชาอมตะหลินจิ่วเทียน รวมทั้งภูเขาและแม่น้ำอันงดงามได้ปรากฏอยู่เหนือทะเลแห่งความทุกข์สีทองนั้น
นี่เป็นอวตารที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่ปล่อยความศักดิ์สิทธิ์อันประเมินค่าไม่ได้ และพลังแห่งเต๋าอันแข็งแกร่งนั้นได้บิดเบือนพื้นที่โดยรอบให้พังทลายลงอย่างรุนแรง
เซียนเทียมระดับสองทั้งสิบสองคนที่พยายามปิดล้อมสังหารเย่ฟ่านเข้ามาถูกทำลายกลายเป็นหมอกเลือดทันที
เย่ฟ่านไม่คิดจะลงมืออีกต่อไป ร่างของเขาวูบไหวกลายเป็นกระแสแสงที่พุ่งออกจากสนามรบด้วยความเร็วอย่างน่าเหลือเชื่อ
“ปัง”
ในกระบวนการนี้ยอดฝีมือระดับเซียนเทียมขั้นสองนับสิบคนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดต่างลงมือโจมตีเย่ฟ่านด้วยความบ้าคลั่ง
“อา...”
ร่างของอีกห้าคนถูกฉีกเป็นชิ้นๆ โดยที่เลือดของพวกเขากระจายไปทั่วท้องฟ้า
“ตัง!”
ปราณปฐพีต้นกำเนิดโหมกระหน่ำไปข้างหน้าราวกับกระแสน้ำ ในขณะเดียวกันค้อนทองคำม่วงซึ่งเป็นอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วในมือของเย่ฟ่านก็ทุบเข้าหาร่างของเซียนเทียมขั้นสามคนหนึ่งจนแหลกละเอียดเหลือเพียงวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาเท่านั้นที่ยังหลบหนีได้
ในสถานการณ์ตอนนี้มียอดฝีมือนับร้อยคนที่ถูกฆ่าตายในมือของเย่ฟ่าน นี่คือโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่อย่างแท้จริง และมันแทบจะทำให้ความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านพุ่งทะยานกลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในบรรดาผู้คนรุ่นเยาว์ของยุคปัจจุบัน
เย่ฟ่านใช้แส้ศักดิ์สิทธิ์ในมือข้างหนึ่งหวดกระหน่ำไปรอบทิศทางและบดขยี้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของผู้คนอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดเขาก็หลุดออกจากการล้อมที่แน่นหนาและหลบหนีออกจากการไล่ล่าของผู้คนได้สำเร็จ
ในการต่อสู้ครั้งนี้เย่ฟ่านไม่ได้ล้มลง มิหนำซ้ำเขายังสังหารผู้คนมากมายนับไม่ถ้วนฝ่าเป็นเส้นทางโลหิตโดยที่ไม่มีผู้ใดกล้าขวางกั้น
การต่อสู้ครั้งนี้พลิกความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะการบ่มเพาะโดยสิ้นเชิง เย่ฟ่านเพียงคนเดียวสามารถสังหารยอดฝีมือระดับเซียนเทียมขั้นสองมากมายสุดคณานับ ในขณะที่เซียนเทียมขั้นสามหลายคนร่างกายก็ถูกทุบตีจนแหลกละเอียดไม่อาจต้านทานได้
ฉีลั่วเป็นคนแรกที่ไล่ตามเย่ฟ่านออกไป จากนั้นฮั่วหลินเอ๋อก็ขยับตัวโดยทิ้งเงาสีน้ำเงินไว้ข้างหลัง
ไม่มีใครคิดว่าเย่ฟ่านจะกล้าหาญถึงขนาดนี้ เขากระอักเลือดสีทองออกมาและล้มลงอยู่ที่ด้านหน้าถนนเส้นหนึ่งของเมืองศักดิ์สิทธิ์
หลายคนตกใจ เขาต้องการทำอะไร เขาหลบหนีออกมาได้แล้วแต่กลับมาล้มลงอยู่ตรงนี้? เหตุใดไม่พยายามหลบหนีออกจากเมืองศักดิ์สิทธิ์
เย่ฟ่านลุกขึ้นยืนและเคลื่อนไหวด้วยทักษะซิงจื่อเพื่อหลบหนีเข้าไปในลานพนันหินของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวน
คนที่ไล่ตามเขาต่างตกตะลึง ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ ไม่มีใครกล้าเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงกับเซียนผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มนุษย์
เย่ฟ่านทักทายเซียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนแล้วเขาก็นั่งสมาธิลงที่ด้านหน้าประตูและเริ่มใช้พระสูตรนิพพานเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บของตัวเอง
ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนเลือดสีทองพลุ่งพล่านราวกับมหาสมุทร พลังศักดิ์สิทธิ์สีทองของเย่ฟ่านโหมกระหน่ำขึ้นสู่ท้องฟ้า หลายช่วยยามต่อมาบาดแผลที่กระจายอยู่ทั่วร่างกายของเขาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย
เย่ฟ่านลืมตาขึ้นอีกครั้ง จากนั้นเขาก็เปลี่ยนเป็นสวมเสื้อชุดใหม่ คราบเลือดและสิ่งสกปรกทุกอย่างที่เกาะอยู่รอบตัวของเขาถูกพลังศักดิ์สิทธิ์เผาผลาญออกไปทั้งหมดทันที
เย่ฟ่านสวมชุดสีขาวและเดินไปที่ด้านหน้าประตูลานพนันหินของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนพร้อมกับประสานมือคารวะต่อชายชราคนนั้น
“ข้าได้รบกวนการบ่มเพาะของผู้อาวุโสอยู่บ่อยครั้งจึงละอายใจอย่างมาก นี่คือน้ำพุวิญญาณแห่งดินแดนต้องห้ามแห่งชีวิตซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนอย่างลึกซึ้งขอผู้อาวุโสจงรับไว้”
เย่ฟ่านหยิบขวดหยกที่บรรจุน้ำพุวิญญาณออกมาและประคองให้กับชายชราอย่างนอบน้อม
“ข้าไม่ได้กลิ่นแบบนี้มานานแล้ว”
เสียงของเซียนผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความผันผวนแห่งอารมณ์ สุดท้ายเขาได้หยิบขวดโหลเล็กๆ ออกมาเพื่อให้เย่ฟ่านชงชาทันที
ชาแห่งการรู้แจ้ง!
ในโลกอำพรางสวรรค์นี้ชาแห่งการรู้แจ้งคือสมุนไพรศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ความล้ำค่าของมันแม้แต่ยาเซียนมังกรยังไม่อาจเปรียบเทียบได้
เย่ฟ่านรีบไปต้มน้ำ การดื่มชาไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่การที่เขาจะมีโอกาสได้ดื่มชากับเซียนผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์นั้นต่อให้ใช้เวลานานนับพันปีโอกาสเช่นนี้ก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้
น้ำพุศักดิ์สิทธิ์กำลังเดือด เย่ฟ่านเหลือบมองกระปุกชาและหยิบใบชาออกมาเพียงสองใบก่อนจะใส่ลงหม้อด้วยความระมัดระวัง ทันใดนั้นกลิ่นหอมก็อบอวลไปในอากาศ
ไม่รู้ว่ามีผู้คนที่เฝ้ามองเหตุการณ์นี้มากมายเท่าใด หลังจากที่พวกเขาเห็นเย่ฟ่านกำลังชงชาแห่งการรู้แจ้งด้วยน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ทุกคนก็รู้สึกอิจฉาจนดวงตาแดงก่ำ
ในเวลานี้ ทุกคนในเมืองศักดิ์สิทธิ์เริ่มรู้สึกเวียนหัว แม้แต่ชนเผ่าโบราณก็รู้สึกหนาวสั่นไปตามสันหลัง ดูเหมือนความสัมพันธ์ของเย่ฟ่านและเซียนเผ่าพันธุ์มนุษย์จะมีความลึกซึ้งมากกว่าที่พวกเขาคิด
ในที่สุดฉีลั่วก็ปรากฏตัวขึ้น เข้าไปในลานพนันหินของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ซวนและทักทายต่อชายชราตามธรรมเนียม
เย่ฟ่านใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อทดสอบว่าฉีลั่วเป็นเซียนแล้วหรือไม่ และการที่อีกฝ่ายสามารถตามเข้ามาในลานพนันหินแห่งนี้ได้ก็เพียงพอที่จะพิสูจน์แล้วว่าผู้เฒ่าคนนี้ต่อให้ไม่เป็นเซียนก็อยู่ไม่ไกลจากอาณาจักรนั้นแล้ว
ฉีลั่วมีท่าทางเคร่งขรึมในขณะที่เดินเข้ามาในห้อง ท่าทางของเขาทำให้เย่ฟ่านอยากเตะออกไปสักเท้า
“เจ้าหนู เจ้ามาทำอะไรที่นี่ เจ้ายังไม่มองเห็นอำนาจอันยิ่งใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าหรือ ข้าสามารถมอบให้เจ้าได้ทุกอย่าง” ฉีลั่วตรงไปตรงมามาก
“เราไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อย่าพยายามทำให้ข้าเป็นพวกเดียวกันกับท่าน” เย่ฟ่านส่ายหน้า เขาจะไม่ยอมเอาชีวิตของตัวเองไปผูกไว้กับศาลสวรรค์ที่ทุกคนต่างเกลียดชังอย่างแน่นอน
“วังสวรรค์ถูกทำลายไปนานแล้ว เราไม่ต้องการที่จะฟื้นฟูมัน เราแค่ต้องทำลายวังอเวจีและพิภพเท่านั้น ที่เหลือขึ้นอยู่กับเจ้า” ฉีลั่วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา
ในเวลาเดียวกัน เขาก็โค้งคำนับเซียนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนด้วยความเคารพก่อนจะหยิบถ้วยชาจากมือของเย่ฟ่านและจิบชาแห่งการรู้แจ้งอย่างซาบซึ้ง
กลิ่นหอมของชาลอยอยู่ในอากาศและฟุ้งกระจายไปไกล ทิ้งให้ผู้คนเกิดความรู้สึกค้างคาอย่างไม่รู้จบ
“การใช้น้ำพุศักดิ์สิทธิ์เพื่อชงชาแห่งการรู้แจ้งมันเป็นความสุขสำราญที่มีเพียงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นที่เคยได้ลิ้มลอง”
ฉีลั่วเกือบจะมึนเมา อย่างไรก็ตามเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าเซียนแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนซวนเขาไม่กล้าทำตัวเสียมารยาท
กลิ่นหอมของชาอบอวลไปในอากาศและลอยไปตามถนนโบราณอันเงียบสงบ ทำให้ผู้คนเกิดความมึนเมาตามไปด้วย
เย่ฟ่านนั่งสมาธิอยู่ด้านหน้าประตูอย่างเงียบๆ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาดื่มชาแห่งรู้แจ้ง แต่คราวนี้มันแตกต่างจากเหตุการณ์ครั้งก่อนโดยสิ้นเชิง เพราะตอนนี้ความรู้สึกซาบซึ้งที่เขาได้รับมีมากมายอย่างที่ในอดีตไม่เคยสัมผัส