- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1176 - อันดับหนึ่งของโลก
1176 - อันดับหนึ่งของโลก
1176 - อันดับหนึ่งของโลก
1176 - อันดับหนึ่งของโลก
นี่คือหญิงสาวผมสีฟ้า ดวงตาสดใส ฟันขาว รูปร่างเพรียวบาง ผิวขาวราวกับหยก ความงามของนางยากที่จะมีใครทัดเทียมได้
ผมยาวสีฟ้าของฮั่วหลินเอ๋อห้อยอยู่ทางด้านหลังราวกับผ้าไหมอันงดงาม เส้นผมของนางถูกเรียงร้อยด้วยลูกปัดราวกับไข่มุกที่เปล่งประกายในท้องทะเล
ในฐานะทายาทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีสิ่งมีชีวิตโบราณตนใดกล้าแข่งขันกับนางดังนั้นทุกคนจึงทำได้เพียงแสดงความเคารพอย่างนอบน้อม
ความแข็งแกร่งของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณน่าทึ่งอย่างยิ่ง ในตอนแรกผู้คนตั้งใจจะคลายวงล้อมเพื่อเปิดโอกาสให้เขาออกจากที่นี่แล้ว แต่การปรากฏตัวของทายาทจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ทำให้เผ่าพันธุ์โบราณเปลี่ยนใจทันที
“ผู้อาวุโสท่านขายความลับของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณให้พวกเราหลายคนถึงขนาดนี้ ไม่ทราบว่าท่านทำเงินได้มากเพียงใด?” ฮั่วหลินเอ๋อกล่าวพร้อมกับจ้องมองไปยังวังโบราณที่อยู่ตรงหน้าเขา
“ไม่น้อยไม่มากประมาณต้นกำเนิดสวรรค์ห้าหมื่นจินเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบกับหัวของปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์สิ่งนี้ไม่นับเป็นอะไรได้เลย” ฉีลั่วกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ปัง”
ไม่มีใครกล้าตอแยสิ่งมีชีวิตระดับเซียน แม้แต่ฮั่วหลินเอ๋อก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเงียบๆ เท่านั้น
ในเวลานี้สิ่งมีชีวิตโบราณหลายสิบตนรวมทั้งยอดฝีมือจากศาลสวรรค์ต่างระดมทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองโจมตีเย่ฟ่านโดยไม่เปิดโอกาสให้เขาหลบหนีออกจากที่นี่ได้
“ในเมื่อพวกเจ้าอยากตาย ผู้แซ่เย่ต้องสนองอย่างถึงที่สุดแล้ว!”
เย่ฟ่านคำรามด้วยความโกรธ เขารู้ดีว่าในวันนี้ไม่สามารถออกจากที่นี่ในสภาพสมบูรณ์ได้อย่างแน่นอน เขาจำเป็นต้องฆ่าจนกระทั่งคนเหล่านี้เกิดความหวาดกลัวเท่านั้น
ภายใต้เสียงคำรามดังก้อง ร่างเย่ฟ่านถูกห่อหุ้มด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์สีทองและพุ่งเข้าหากลุ่มของสิ่งมีชีวิตโบราณที่อยู่ตรงหน้าด้วยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัว
จากนั้นการต่อสู้ที่ดุเดือดได้ระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง มียอดฝีมือระดับเซียนเทียมขั้นสองหลายสิบคนหมุนเวียนการโจมตีเข้าหาเขาในขณะที่อีกหลายร้อยคนคอยจับจ้องเพื่อฉวยโอกาสอยู่ด้านข้าง
แต่ในบรรดาผู้คนทั้งหมดเย่ฟ่านมีความหวาดหวั่นต่อบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลสวรรค์มากที่สุด นั่นก็เพราะอีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ในเงามืดและคอยโจมตีเขาในช่วงเวลาที่เสียเปรียบอยู่เสมอ
ในขณะนี้ฮั่วหลิงเอ๋อยังไม่ได้เข้าโจมตีเย่ฟ่านร่วมกับคนอื่น หนึ่งนั้นศักดิ์ศรีของนางค่อนข้างสูงส่งไม่อาจลงมือกับผู้ใดได้อย่างง่ายดาย อีกประการคือนางคิดจะใช้โอกาสนี้มองดูความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านให้แน่ชัดก่อน
“การป้องกันนั้นน่าทึ่งมากเทียบได้กับราชาผู้ยิ่งใหญ่!”
หลายคนตกตะลึงเป็นอย่างมาก ความแข็งแกร่งทางร่างกายของเย่ฟ่านอยู่ในระดับเดียวกันกับเซียนเทียมขั้นสามอย่างแน่นอน และมันเป็นเรื่องยากที่พวกเขาจะเอาชนะเย่ฟ่านจากการโจมตีรูปแบบปกติได้
“ฆ่า!”
ฝูงชนยังคงหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด หลายคนได้รับคำสั่งให้สังหารเย่ฟ่านโดยตรง คนเหล่านั้นประกอบด้วยบริวารของเทียนหวงจื่อ หยวนกู่ รวมทั้งยอดฝีมือจากศาลสวรรค์
เย่ฟ่านกระอักเลือดคำใหญ่และหัวใจของเขาเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บ คนเหล่านี้มีจำนวนมากมายนับไม่ถ้วน หากต่อสู้กันตัวต่อตัวเขาสามารถสังหารทุกคนได้อย่างง่ายดาย แต่ด้วยจำนวนที่มากมายถึงขนาดนี้มันเป็นเรื่องยากจริงๆ ที่เขาจะเอาตัวรอดได้
“ฆ่า!”
เย่ฟ่านดูเหมือนจะบ้าคลั่งอย่างถึงที่สุดแล้ว ในขณะนี้เขาระดมการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดออกไปอย่างต่อเนื่อง และไม่ว่าศัตรูคนนั้นจะเป็นใครทันทีที่เข้าสู่รัศมีการโจมตีของเขาเย่ฟ่านจะฉีกร่างของอีกฝ่ายออกเป็นชิ้นๆ อยากไร้ความปรานี
บุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลสวรรค์ยังคงลอบโจมตีอยู่บ่อยครั้ง ในกระบวนการนี้แม้ว่าเย่ฟ่านจะดูเหมือนเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง แต่ในความเป็นจริงเขาตั้งใจจะสังหารคนผู้นี้เป็นลำดับแรก
“แช่แข็งสามพันลี้!”
ทันใดนั้นหญิงงามในชุดสีขาวตะโกนเบาๆ นางคือร่างศักดิ์สิทธิ์บุปผาน้ำแข็งแห่งเผ่าโหวอวิ๋น นางเกิดมาพร้อมกับความสามารถในการใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ประเภทน้ำแข็ง ดังนั้นการโจมตีของนางจึงทั้งหนักหน่วงและแหลมคม
“ข้ากำลังรออยู่เลย!” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ปัง!”
เย่ฟ่านกระแทกหมัดหกสังสารวัฏซึ่งเป็นทักษะระดับจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทำลายปราการน้ำแข็งที่หญิงสาวจากเผ่าโหวอวิ๋นโจมตีเข้ามา
“ปุ๊”
“ปุ๊…”
ยอดฝีมือระดับเซียนเทียมขั้นสองสิบเอ็ดคนร่างกายแหลกละเอียดในการโจมตีเพียงครั้งเดียว เลือดของพวกเขาสาดกระจายไปทั่วท้องฟ้าดูน่าขยะแขยงอย่างยิ่ง!
ผลลัพธ์ที่น่าตกใจนี้ทำให้ผู้คนตกตะลึงเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามคำสั่งที่ทุกคนได้รับมานั้นไม่อนุญาตให้พวกเขาถอยหลังกลับ ดังนั้นหลายคนจึงเริ่มใช้อาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองแล้ว
“ฆ่า!”
เย่ฟ่านตะโกนอีกครั้ง ร่างของเขาวูบไหวราวกับภูตพราย เขาสังหารยอดฝีมือที่อยู่ทางซ้ายก่อนจะปรากฏตัวอีกครั้งทางด้านขวา ร่างของเขาอาบไปด้วยเลือดของทั้งศัตรูและตัวเอง
“อา...”
เสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง เซียนเทียมขั้นสองอีกเก้าคนเสียชีวิตอย่างอนาถ ในการต่อสู้ครั้งนี้เย่ฟ่านเริ่มได้รับบาดเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ศัตรูซึ่งตายอยู่ในมือของเขาก็ไม่รู้ว่ามีมากมายเท่าใดแล้ว
เมื่อเห็นฉากนี้หลายคนตัวสั่นด้วยความกลัว ความแข็งแกร่งของพวกเขาไม่ได้แตกต่างอะไรจากผู้คนที่ตายไปก่อนหน้านี้ และหากพวกเขาเข้าต่อสู้กับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณผู้ยิ่งใหญ่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาจะกลายเป็นเพียงซากศพที่ตายอยู่ในสนามรบ
“โจมตีร่วมกัน เขาได้รับบาดเจ็บแล้ว!” มีคนตะโกนเสียงดังเพื่อปลุกใจทุกคนให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ เขาไม่มีทางรอดชีวิตไปได้”
หญิงสาวจากเผ่าพันธุ์โหวอวิ๋นยิ้มอย่างน่ากลัว ใบหน้าของนางซีดขาวราวหิมะ และแขนของนางมีเกล็ดหิมะที่ละเอียดอ่อนคล้ายกับชุดเกราะปรากฏขึ้น
“ข้าคิดถึงเลือดของเผ่าพันธุ์มนุษย์เหลือเกิน ว่ากันว่าในบรรดามนุษย์ทั้งหมดนั้นไม่มีเลือดของผู้ใดเทียบกับร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณได้?” หญิงสาวกล่าวด้วยความกระตือรือร้น
เย่ฟ่านจวนเจียนจะล้มลงได้ตลอดเวลา ในบรรดาผู้คนทั้งหมดที่รุมโจมตีเขาไม่เพียงประกอบด้วยเซียนเทียมขั้นสองเท่านั้น แต่ยังมีเทียนเทียมขั้นสามอีกหลายคนด้วย
และหากปล่อยเวลาล่วงเลยไปมากกว่านี้รับรองว่าจะมีเซียนเทียมขั้นสามหลั่งไหลเข้ามาไม่หยุด เมื่อถึงตอนนั้นมันจะกลายเป็นหายนะสำหรับเขาอย่างแน่นอน
“ฆ่า”
เย่ฟ่านคำรามและต่อสู้ด้วยความบ้าคลั่ง ร่างของเขาตัดผ่านความว่างเปล่าและปรากฏตัวอยู่ด้านข้างของหญิงสาวจากเผ่าพันธุ์โหวอวิ๋น
“กร๊อบ!”
ภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของหญิงสาวคนนั้น เย่ฟ่านบดขยี้กะโหลกศีรษะของนางไปพร้อมกับวิญญาณศักดิ์สิทธิ์โดยไม่มีความลังเล
อย่างไรก็ตามการโจมตีของเย่ฟ่านในครั้งนี้ได้ทำให้แผ่นหลังของเขาเปิดโล่งจนเปิดโอกาสให้ยอดฝีมือหลายคนลงมืออย่างดุร้ายเช่นกัน
“ปัง”
ร่างเย่ฟ่านปลิวข้ามขอบฟ้า เขากระอักเลือดออกมาคำใหญ่ อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านเริ่มท่องพระสูตรที่ได้รับจากอันเหมียวอี้และทำให้บาดแผลซึ่งกระจายอยู่ทั่วร่างกายของเขาเริ่มสมานตัวอีกครั้ง
“เร็วเข้า อย่าปล่อยให้เขารักษาตัวเองได้!”
หลายคนตะโกนและลงมือร่วมกัน ดวงตาของเย่ฟ่านมีความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด เขาใช้ทักษะซิงจื่อพุ่งเข้าหายอดฝีมือผู้แข็งแกร่งในบริเวณนี้และเริ่มสังหารพวกเขาเป็นลำดับแรก
“ปัง”
เตาเทพสุริยันจำลองถูกเรียกออกมาจากทักษะการโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุด เตาที่มีขนาดใหญ่โตกว่าหนึ่งพันวาตกลงมาจากท้องฟ้าและกดทับยอดฝีมือหลายสิบคนให้กลายเป็นเนื้อบดทันที
“เก้าญาณวิเศษลึกลับแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!”
อัจฉริยะจากเผ่าพันธุ์โบราณหลายคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว
“ปัง!”
เตาเทพสุริยันพุ่งไปข้างหน้าและบดขยี้ร่างกายของยอดฝีมือที่กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณอย่างโหดร้าย
เมื่อเย่ฟ่านสร้างเตาเทพสุริยันขึ้นมาเขาได้กระตุ้นทักษะจากคัมภีร์สุริยันออกมาผสานส่งเสริมกัน และทำให้เตาศักดิ์สิทธิ์ของเขาปลดปล่อยความร้อนที่เพียงพอจะเผาผลาญสวรรค์ให้กลายเป็นสีแดงฉาน
“แม้ว่าเขาจะไม่ได้รับคัมภีร์สวรรค์แต่ทักษะที่เขามียังคงแข็งแกร่งอย่างยิ่ง มีเพียงคนเช่นนี้เท่านั้นจึงจะสืบทอดตำแหน่งสวรรค์ได้!” ฉีลั่วกล่าวกับนักพรตเปาจื่อด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนว่าถ้าเขาไม่สามารถสังหารราชาระดับเซียนเทียมขั้นสามทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ได้เขาก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับฉายาสวรรค์” นักพรตเปาจื่อพยักหน้าเห็นด้วย
“ถูกต้องแล้ว สวรรค์คือยอดฝีมืออันดับหนึ่งในโลก เจ้าจำเป็นต้องแสดงความสามารถว่าเจ้าคู่ควรเท่านั้นจึงจะรอดชีวิตออกจากที่นี่ได้”
คำพูดอันดังของฉีลั่วดังก้องอยู่ในหูของเย่ฟ่านและทำให้เขาเกิดความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุด
………….