- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1174 - สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี
1174 - สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี
1174 - สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี
1174 - สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี
ยอดฝีมือที่รุมล้อมเย่ฟ่านมีไม่น้อยกว่ากว่าสิบเผ่าพันธุ์ และทุกคนล้วนเป็นทายาทของปราชญ์ผู้แข็งแกร่ง
“เจ้าต้องระวัง คนเหล่านี้ล้วนมีความพิเศษ โดยเฉพาะร่างกายที่มีความแข็งแกร่งมากกว่าผู้บ่มเพาะทั่วไป” ฉีลั่วส่งข้อความอย่างลับๆ
“ผู้อาวุโสฉีนี่มันจะเกินไปแล้ว!” เย่ฟ่านอยากจะกระทืบรองเท้าของเขาลงบนใบหน้าที่แก่ชราของคนผู้นี้อย่างแท้จริง
“ปุ๊บ”
ในขณะที่กล่าวคำเหล่านี้ เย่ฟ่านก็กระตุ้นมังกรทั้งสองตัวให้พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับตัดศีรษะของยอดฝีมือผู้หนึ่ง นี่เป็นผู้คนที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดซึ่งเป็นอัจฉริยะของศาลสวรรค์
“เจิ้ง เจิ้ง”
มีการโจมตีสังหารจากทุกทิศทาง ผู้คนจำนวนไม่น้อยผสานเสริมการโจมตีอย่างกลมกลืนเห็นได้ชัดว่าพวกเขาฝึกฝนทักษะรูปแบบนี้จนเชี่ยวชาญแล้ว
นี่เป็นค่ายกลกระบี่ที่แข็งแกร่งของศาลสวรรค์ รังสีกระบี่สาดส่องออกไปทุกทิศทาง เหล่านักฆ่าจากศาลสวรรค์เป็นกลุ่มแรกที่ลงมือ พวกเขาจะไม่เปิดโอกาสให้เย่ฟ่านหลบหนีออกจากที่นี่ได้
“พวกเจ้ามาจากวังอเวจีหรือวังพิภพ?” เย่ฟ่านถาม
ไม่มีใครตอบ ผู้คนหลายสิบคนไม่แสดงอารมณ์และควบคุมกระบี่ให้ฟาดฟันเข้าเย่ฟ่านอย่างโหดเหี้ยมราวกับเครื่องจักร
“ฆ่า!”
กระบี่หลายสิบเล่มพุ่งลงมาจากท้องฟ้าราวกับดาวตก เป้าหมายของพวกมันล้วนเป็นจุดสำคัญบนร่างกายของเย่ฟ่าน
“สิ่งเหล่านี้ไม่มีประโยชน์สำหรับข้า!”
เย่ฟ่านตะโกน ผมสีดำของเขาโบกสะบัดและเคลื่อนไหวในทักษะซิงจื่อเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนท่าสังหารของยอดฝีมือจากศาลสวรรค์
“ปัง”
โลกทั้งใบเปล่งประกายด้วยแสงอันลุกโชน ร่างกายของเย่ฟ่านสว่างราวกับดวงอาทิตย์สีทองขนาดเล็ก
“ใช่แล้ว นี่คือทักษะซิงจื่อแห่งสวรรค์ เมื่อผสมผสานกับความแข็งแกร่งทางร่างกายของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณจะไม่มีอัจฉริยะในระดับเดียวกันสามารถต่อต้านได้” ในวังโบราณฉีลั่วพยักหน้าและพึมพำกับตัวเอง
เย่ฟ่านไม่ได้รับผลกระทบจากค่ายกลสังหาร เขาเคลื่อนไหวด้วยทักษะซิงจื่อและกระแทกกำปั้นเข้าหายอดฝีมือจากศาลสวรรค์ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
“ปัง”
พลังที่ท่วมท้นของหมัดหกสังสารวัฏไม่ใช่สิ่งที่ผู้บ่มเพาะระดับเดียวกันจะต้านทานได้ ยอดฝีมือของศาลสวรรค์หลบหนีด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นอยู่บ่อยครั้ง!
“ปัง”
ในขณะนั้นได้มีเท้าสีเงินขนาดใหญ่ตกก็มาจากท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายอยู่ที่ร่างกายของเย่ฟ่าน ทายาทของผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์โบราณได้ลงมือโจมตีแล้ว
“เฉียง”
กลิ่นอายสังหารอันแหลมคมพุ่งออกมาจากความว่างเปล่า ในที่สุดสตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งศาลสวรรค์ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็ลงมือลอบสังหารเย่ฟ่านด้วยความเร็วไม่แตกต่างจากสายฟ้า
เย่ฟ่านหลบหลีกการโจมตีทั้งหมดด้วยความเร็วในขณะที่ร่างของเขาพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อต่อสู้กับเจ้าของเท้าสีเงินข้างนั้น
ร่างของบุคคลนี้มีความสุขกว่าหนึ่งพันวาศีรษะของเขาซ่อนอยู่ในก้อนเมฆและไม่สามารถมองเห็นใบหน้าที่แท้จริงได้
อย่างไรก็ตามร่างของเขาเปล่งประกายด้วยแสงสีเงินที่เต็มไปด้วยพลังทำลายล้าง ไม่ว่าแสงชนิดนี้จะเคลื่อนไปในทิศทางใดความว่างเปล่าจะพังทลายลงทันที
เย่ฟ่านเหวี่ยงขาขวาของเขาออกไปในแนวนอน ในเมื่อยักษ์ใหญ่ร่างสีเงินคิดจะปะทะความแข็งแกร่งทางร่างกายกับเขา เย่ฟ่านก็ไม่หวั่นเกรงอะไรอยู่แล้ว
“ปัง”
เท้าสีเงินขนาดใหญ่ปะทะกับเท้าขวาของเย่ฟ่าน คลื่นระเบิดที่เกิดจากการปะทะกวาดออกไปรอบทิศทางและทำให้ยอดฝีมือหลายคนปลิวกระเด็นออกจากตำแหน่งเดิม
เย่ฟ่านประหลาดใจเป็นอย่างมาก คนๆนี้เป็นใคร? ในโลกนี้นับตั้งแต่เย่ฟ่านก้าวเข้าสู่อาณาจักรแปลงมังกรก็ไม่มีผู้บ่มเพาะรุ่นเดียวกันสามารถต้านทานความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาได้อีก
จากนั้นแสงสีเงินได้สว่างว่าบนท้องฟ้า เจ้าของเท้าขนาดใหญ่ย่อร่างกายของตัวเองลงจนมีรูปลักษณ์ไม่แตกต่างจากมนุษย์ทั่วไป การปะทะกันเมื่อครู่เขาไม่ได้รับอันตรายแม้แต่น้อย
“เขาคือเยว่เฉียนชิว รองเท้าสีเงินข้างนั้นคือรองเท้าเมฆพายุของตระกูลเยว่ ข้าได้ยินมาว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่ธรณีประตูของระดับเซียนเทียมขั้นสามครึ่งก้าวแล้ว!” มีคนอุทาน
ชายผู้นี้แต่งกายด้วยชุดสีเงิน และรองเท้าสีเงินที่เขาสวมใส่อยู่ก็เปล่งประกายสดใสอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่านี่เป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน
เส้นผมสีดำของเขาโบกสะบัด มีรอยพระจันทร์เสี้ยวระหว่างคิ้ว ในมือถือเจดีย์เก้าชั้นขนาดเล็กและใบหน้าถูกปกคลุมด้วยหมอกอยากจะมองเห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงได้
เย่ฟ่านไม่มีเวลาจะสนใจว่าคนผู้นี้หล่อเหลามากเพียงใด นั่นก็เพราะการโจมตีจากสตรีศักดิ์สิทธิ์ศาลสวรรค์มาถึงอีกแล้ว
“เฉียง”
“เฉียง”
ปรานกระบี่ที่แข็งแกร่งฟาดฟันเข้ามาทีละเล่ม พวกมันเป็นเหมือนผีเสื้อเซียนที่โบยบินยามค่ำคืน แสงที่สว่างสดใสเหล่านั้นเกือบจะทำอันตรายเย่ฟ่านได้หลายครั้ง
เย่ฟ่านหลีกเลี่ยงการโจมตีด้วยทักษะซิงจื่อ ในขณะเดียวกันดวงตาศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็กวาดเข้าไปในความว่างเปล่าและเห็นหญิงสาวชุดดำคนหนึ่งกำลังควบคุมค่ายกลกระบี่ให้ฟาดฟันเข้าหาเขา
สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี!
แม้ไม่ต้องเอ่ยปากเย่ฟ่านก็ทราบตัวตนของฝ่ายตรงข้ามได้ทันที นั่นก็เพราะกลิ่นอายที่มีความพิเศษอย่างยิ่ง มันไม่ได้หนักหน่วงเหมือนกลุ่มทายาทของพิภพ แต่กลิ่นอายนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายของปีศาจ
“ปัง”
หญิงสาวผู้นี้มีร่างกายอ้อนแอ้นและเคลื่อนไหวได้อย่างนุ่มนวลราวกับไม่มีกระดูก อย่างไรก็ตามทุกการเคลื่อนไหวของนางจะปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอย่างต่อเนื่อง
บนใบหน้าของนางมีหน้ากากปีศาจสีแดงฉานปกปิดใบหน้าที่แท้จริงไว้ จากรูปร่างที่งดงามนั้นเย่ฟ่านค่อนข้างมั่นใจว่านี่จะต้องเป็นหญิงงามรัดรึงคนหนึ่งอย่างแน่นอน
ทันใดนั้นเบื้องหลังของสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีได้มีบ่อน้ำโลหิตปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า ในบ่อโลหิตนั้นมีโครงกระดูกของผู้บ่มเพาะมากมายนับไม่ถ้วนถูกทิ้งลงไป
แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์โบราณที่กำลังต่อสู้อยู่กับเย่ฟ่านก็ยังต้องถอยหลังด้วยความหวาดหวั่น ทักษะของหญิงสาวผู้นี้ทั้งน่ากลัวและน่าขยะแขยง ทำให้พวกเขาไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างประมาท
ในเวลาต่อมาบ่อโลหิตก็ขยายใหญ่ขึ้นหลายสิบเท่าในขณะที่ร่างของสตรีศักดิ์สิทธิ์ก็ค่อยๆ กลืนเข้าไปในความว่างเปล่าและหายตัวไปอีกครั้ง
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ฟ่านได้เผชิญหน้ากับสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจี หากไม่ใช่ว่าเขามีดวงตาศักดิ์สิทธิ์และฝึกฝนทักษะแห่งสวรรค์มาก่อนเขาคงไม่มีทางป้องกันการโจมตีจากเงามืดของนางได้
“ทุกสิ่งล้วนไร้ประโยชน์สำหรับข้า!”
เย่ฟ่านคือทายาทของสวรรค์ซึ่งเป็นผู้ปกครองที่แท้จริงของศาลสวรรค์ ดังนั้นทักษะของอเวจีและพิภพไม่มีทางหลอกลวงดวงตาของเขาได้
เย่ฟ่านประสานอินอย่างรวดเร็วเขาเรียกผนึกขุนเขาให้ตกลงมาจากท้องฟ้าเพื่อปิดกั้นไม่ให้บ่อโลหิตขยายใหญ่ขึ้น แม้เขาจะไม่รู้ว่าบ่อโลหิตนี้มีประโยชน์อะไรแต่รับรองว่ามันไม่เป็นผลดีต่อเขาอย่างแน่นอน
สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีก็เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน นางพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านจากเงามืด เพียงความเร็วที่แสดงออกมานี้ก็สามารถสรุปได้แล้วว่านี่คือหนึ่งในผู้ที่เกือบจะกลายเป็นเซียนเทียมขั้นสามแล้ว
สิ่งที่นางยังขาดอยู่ตอนนี้คือการเผชิญหน้ากับทัณฑ์สวรรค์เท่านั้น!
อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านเป็นเซียนเทียมขั้นสองที่สมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่อาจสมบูรณ์แบบไปมากกว่านี้ ต่อให้เป็นทายาทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่บรรลุความสำเร็จในระดับเดียวกันก็ยังไม่มีความได้เปรียบใดๆ เมื่อเผชิญหน้ากับเขา
เย่ฟ่านประสานอินอย่างรวดเร็วและกระตุ้นภาพธรรมของมนุษย์ที่มีร่างกายสีทองให้ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่า นี่คือผนึกราชามนุษย์นั่นเอง
“โครม!”
กำปั้นที่แข็งแกร่งของราชามนุษย์พุ่งเข้าหาบ่อโลหิตพร้อมกับภาพธรรมของภูเขาขนาดใหญ่ซึ่งเป็นพลังจากผนึกขุนเขา กระดูกที่อยู่ภายในกระเด็นกระดอนออกไปทุกที่พร้อมกับโลหิตที่สาดกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า
ร่างกายของเย่ฟ่านเคลื่อนไหวราวกับภูติพราย และไล่ล่าสตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีอย่างบ้าคลั่ง ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามปรากฏตัวขึ้นมาแล้วเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องละเว้นชีวิตของหญิงสาวคนนี้
“ในบรรดาบุตรศักดิ์สิทธิ์และสตรีศักดิ์สิทธิ์ของศาลสวรรค์นั้น สตรีศักดิ์สิทธิ์อเวจีไม่อาจเทียบบุตรศักดิ์สิทธิ์และสตรีศักดิ์สิทธิ์อีกสามคนได้ โดยเฉพาะบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งพิภพ” ฉีลั่วส่งข้อความอีกครั้ง
เย่ฟ่านตกตะลึงจนลืมการไล่ล่าไปโดยสิ้นเชิง!
………