เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1149 - สงครามปะทุขึ้นแล้ว

1149 - สงครามปะทุขึ้นแล้ว

1149 - สงครามปะทุขึ้นแล้ว


1149 - สงครามปะทุขึ้นแล้ว

ค่ำคืนนั้นยาวนานราวกับไม่มีที่สิ้นสุด ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในตอนเช้า หลายคนยังคงตื่นทั้งคืน สีหน้าของพวกเขาดูซีดเซียวและเป็นกังวล

ในที่สุดรุ่งสางก็สว่างขึ้น และรังสีก็สาดส่องขึ้นมาจากทิศตะวันออกตัดผ่านหมอกขาวและเปลี่ยนให้ทะเลสาบหยกเต็มไปด้วยความสว่างไสว

พระอาทิตย์สีทองลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า หมอกยังคงหลงเหลืออยู่ในดินแดนอันบริสุทธิ์ ทำให้ดินแดนแห่งนี้เต็มไปด้วยความงดงามราวกับสรวงสวรรค์

อย่างไรก็ตาม ในเช้าที่สดใสเช่นนี้ หัวใจของทุกคนกลับหนักอึ้ง สิ่งที่ควรจะมาในที่สุดก็มาถึง การรวมตัวครั้งใหญ่ของทุกเผ่าพันธุ์โบราณกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว

บนหน้าผาราชาสวรรค์ชุดขาวยังคงนั่งสมาธิอย่างสงบ ลมหายใจของเขาแผ่วเบาเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์สูงส่ง โดยมีเย่ฟ่านนั่งอยู่ข้างๆ และคอยเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเขาในช่วงสิบสองปีที่ผ่านมา

คืนนั้นเย่ฟ่านสนทนากับราชาสวรรค์อย่างเคร่งเครียด ซึ่งทำให้ผู้บ่มเพาะจำนวนมากรู้สึกอิจฉาอย่างถึงที่สุด

บนหน้าผาอีกแห่งหนึ่งมีราชาบรรพชนเจ็ดคนนั่งขัดสมาธิด้วย สีหน้าไม่แยแส ไม่มีความผันผวนทางอารมณ์ใดๆ พวกเขาไม่ลืมตาด้วยซ้ำจนกระทั่งแสงสีทองของอรุณรุ่งมาถึง

“ถึงเวลาแล้ว!” ราชาบรรพชนกล่าว

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ผู้คนก็กลับมาสู่ความเป็นจริง พวกเขากำลังจะเผชิญกับพายุลูกใหญ่ ราชาบรรพชนผู้ทรงพลังปรากฏตัวที่ด้านหน้าทะเลสาบหยก พวกเขาไม่เชื่อว่าจักรพรรดิอู่ซือยังมีชีวิตอยู่ และจะมีการต่อสู้ครั้งใหญ่เกิดขึ้นในวันนี้

ในใจของทุกคนเกิดความมัวหมอง พวกเขาก็ยืนนิ่งอยู่กับที่เพื่อรอช่วงเวลานั้น

ในที่สุดระฆังศักดิ์สิทธิ์ก็ดังขึ้น ราชาบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ปรากฏตัวขึ้นอย่างแท้จริง ในขณะนั้นราชาบรรพชนหลายคนต่างออกไปต้อนรับพวกเขาอย่างนอบน้อม

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ไม่มีใครสามารถสงบสติอารมณ์ได้ นี่คือการต่อสู้ครั้งยิ่งใหญ่ที่จะพลิกผันชะตาชีวิตของผู้คนในโลกไปโดยสิ้นเชิง

“พวกเจ้าต้องการสันติภาพจากเราหรือ?” เสียงเย็นชาดังมาจากนอกดินแดนบริสุทธิ์

ในเวลารุ่งเช้ามีร่างสูงสามร่างเดินออกมาข้างหน้า พวกเขาทุกคนรวมสวมชุดเกราะโบราณ สีของโลหะแวววาวสดใสเห็นได้ชัดว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นมาจากทองคำศักดิ์สิทธิ์

“เช่นนั้นเราทุกคนก็ปรากฏตัวพร้อมกันเถอะ!”

ในเวลาต่อมาราชาบรรพชนสิบเอ็ดคนที่มีความอ่อนแอกว่าราชาบรรพชนที่สวมชุดเกราะสีทองทั้งสามเล็กน้อยได้ปรากฏตัวขึ้น เมื่อมาถึงทะเลสาบหยกพวกเขาก็ยืนอยู่ด้านหลังราชาบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามคน

“เข้าไปในทะเลสาบหยกดีกว่า ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าสมบัติที่จักรพรรดินีตะวันตกทิ้งไว้จะยอดเยี่ยมเพียงใด...”

ผู้มาไม่มีเจตนาดี ผู้มีเจตนาดีไม่มา การปรากฏตัวของราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คนทำให้ผู้คนหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก ความแข็งแกร่งของคนเหล่านี้ไม่มีทางที่ราชาสวรรค์จะต่อต้านได้

นี่มันไม่ใช่การเผชิญหน้ากันที่เท่าเทียมกันเลย หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆ คนเหล่านี้ก็จะได้เปรียบอย่างท่วมท้น และนี่ยังไม่ใช่ราชาบรรพชนทั้งหมด ยังมีผู้คนอีกมากมายยังไม่ปรากฏตัวออกมา

เมื่อสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามของราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คน เจดีย์สีทองที่สว่างไสวก็ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า

“กลิ่นอายของจักรพรรดิโบราณ มันเป็นเจดีย์จักรพรรดินีตะวันตกในตำนานใช่ไหม? สมบัติชิ้นนั้นต้องเป็นของข้า!” ราชาบรรพชนคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองและกล่าวด้วยความปรารถนา

ผู้คนต่างตกตะลึง นี่เป็นการยั่วยุหรือเปล่า? สิ่งมีชีวิตโบราณต้องการทำลายฐานที่มั่นของมนุษย์และแย่งชิงอาวุธเต๋าสุดขั้วที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไว้!

เมื่อเห็นการกระทำของราชาบรรพชนคนนั้น ราชาบรรพชนอีกคนก็ตักเตือนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม อาวุธของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ชิ้นนี้ไม่อาจปล่อยให้เกิดการโจมตีได้ ไม่เช่นนั้นทุกคนจะกลายเป็นเถ้าถ่านทันที

ในขณะเดียวกันกลุ่มราชาบรรพชนก็ประกาศว่าตอนนี้มีอาวุธเต๋าสุดขั้วสองชิ้นกำลังเล็งเป้าหมายมาที่ทะเลสาบหยก หากทะเลสาบหยกคิดจะเข้าแทรกแซงการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยอาวุธเต๋าสุดขั้ว อาวุธเต๋าสุดขั้วของกลุ่มราชาบรรพชนก็จะลงมือเช่นกัน

หลังจากที่ก้าวเข้าสู่ทะเลสาบหยก ราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คนไม่มีแรงกดดันใดๆ พวกเขายังคงมีท่าทีราวกับทะเลสาบหยกเป็นบ้านของตัวเอง

เผ่าพันธุ์มนุษย์ในปัจจุบันตื่นตระหนกอย่างมาก พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะมีอาวุธเต๋าสุดขั้วสองชิ้นเล็งมาที่ทะเลสาบหยก เห็นได้ชัดว่าราชาบรรพชนเหล่านี้ตั้งใจจะมาหาเรื่องอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามไม่มีผู้ใดต้องการให้อาวุธเต๋าสุดขั้วปะทะกัน เพราะนั่นจะเป็นภัยพิบัติของผู้คนทั้งโลกโดยไม่มีใครสามารถหลีกเลี่ยงความตายได้

ระเบียงตงเทียนเป็นภูเขาหักที่มีความสูงกว่าหนึ่งพันวา ไม่มีหญ้าขึ้นแม้สักต้นเดียว ลักษณะของมันเปรียบเสมือนภูเขาใหญ่ที่ถูกผ่าครึ่ง

ว่ากันว่านี่คือภูเขาที่สูงที่สุดในแดนหนือ มันถูกตัดเป็นแท่นยกสูงโดยจักรพรรดินีตะวันตก และในปัจจุบันก็ถูกใช้เป็นสนามประลองของทะเลสาบหยกมานานหลายแสนปี

ย้อนกลับไปตอนที่ทะเลสาบหยกย้ายมาอยู่ที่นี่ ราชินีตะวันตกยุคนั้นจำเป็นต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะเคลื่อนย้ายภูเขาศักดิ์สิทธิ์ลูกนี้มาได้

ในใจกลางของระเบียงตงเทียน ราชาสวรรค์ในชุดขาวกำลังนั่งสมาธิ ด้านหลังเขามีผู้นำของเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมาย และตรงข้ามเขาคือราชาบรรพชนทั้งเจ็ดคนซึ่งปรากฏตัวขึ้นเมื่อวานนี้

บนขอบภูเขาที่พังทลาย นักพรตหน้าดำยืนเอามือไพล่หลังและพร้อมที่จะปะทะกับราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คนอีกครั้ง แน่นอนว่าเขาคือเสวี่ยนอู่เซียนผู้พิทักษ์แห่งเผ่าคนเถื่อน

“ท่าทางของพวกเจ้าเต็มไปด้วยความมั่นใจอย่างยิ่ง ข้าอยากรู้จริงๆ ว่าสิ่งใดทำให้เจ้าหยิ่งผยองถึงขนาดนี้?”

ราชาบรรพชนที่ต้องการครอบครองเจดีย์น้ำตาเซียนมองราชาสวรรค์และเสวียนอู่ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นชา ราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คนก้าวขึ้นไปบนระเบียงตงเทียน สายตาของพวกเขากวาดไปรอบๆ โดยไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย

“ไม่นานมานี้เราผู้เป็นเซียนใช้กงล้อศักดิ์สิทธิ์ทุบตีราชาบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ของพวกเจ้าจนตาย สิ่งนี้เพียงพอให้หยิ่งผยองหรือไม่?” เต่าดำที่กลายเป็นนักพรตชรากล่าวด้วยรอยยิ้ม

อุณหภูมิบนยอดระเบียงตงเทียนเย็นลงในทันที ราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คนมองดูเต่าดำด้วยความไม่พอใจ แน่นอนว่าด้วยตัวตนระดับพวกเขาไม่มีทางลดตัวไปสนทนากับเต่าตัวหนึ่งได้

บรรยากาศตึงเครียดตั้งแต่เริ่มต้น สงครามอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และสิ่งมีชีวิตจำนวนมากต่างก็สั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว

“เราสองคนควรเป็นกองหน้าออกไปจัดการกับเต่าตัวนี้…”

ราชาบรรพชนสองคนมองหน้ากันและปรึกษาหารือว่าจะออกไปต่อสู้เป็นกลุ่มแรก แน่นอนว่าพวกเขาไม่ใช่คนปัญญาอ่อนที่จะต่อสู้กับเซียนเต่าตัวต่อตัว

อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นท่าทางเฉยเมยของสหาย ราชาบรรพชนที่เอ่ยวาจาก็ไม่สามารถก้าวออกไปเพียงลำพังได้

“มันก็แค่เต่า เผ่าพันธุ์มนุษย์หมดสิ้นผู้คนแล้วจริงๆ จึงต้องฝากความหวังไว้กับเต่าตัวหนึ่ง!” ราชาบรรพชนคนหนึ่งกล่าว เห็นได้ชัดว่าเขามาที่นี่เพื่อยั่วยุเท่านั้น

“เต่าตัวนี้แข็งแกร่งเพียงพอที่จะสังหารบิดาเจ้าสิบแปดรุ่น!” เต่าดำกล่าวพร้อมกับเชิดศรีษะอย่างหยิ่งผยอง

“ในเมื่อพวกเจ้าทุกคนมาแล้วเหตุใดไม่เข้ามาสนทนากัน?” ราชาสวรรค์ในชุดขาวกล่าวอย่างสงบจากทางด้านหลัง

เต่าดำหันหลังกลับและนั่งสมาธิลงบนพื้นด้านข้างราชาสวรรค์โดยไม่ปะทะคารมกับฝ่ายตรงข้ามอีก

“มีอะไรให้สนทนา? มนุษย์เจ้าสามารถยืนหยัดอย่างเท่าเทียมกับเราได้หรือไม่?”

ราชาบรรพชนมาที่นี่โดยมีจุดหมายเดียวเท่านั้น นั่นคือการสังหารเซียนของเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้หมดสิ้น

“ในเมื่อพวกเจ้าไม่คิดว่าเราสามารถสนทนาได้อย่างเท่าเทียม แล้วเจ้าจะเสนอให้จัดงานชุมนุมครั้งนี้เพื่ออะไร?” ราชาสวรรค์ชุดขาวถามอย่างสงบโดยไม่รู้สึกโกรธใดๆ

“เพื่อพิสูจน์ว่าเจ้าไม่มีคุณสมบัติเท่าเทียมกับเรา ลำพังแค่เจ้ากับเต่าตัวนั้นจะทำอะไรได้” ราชาบรรพชนอีกคนหนึ่งก้าวไปข้างหน้า

“ถ้าจักรพรรดิ์ผู้ยิ่งใหญ่เสด็จมาจริงๆ แล้วเจ้าคิดว่าเผ่าพันธุ์โบราณจะมีคุณสมบัตินั่งอยู่ในระดับเดียวกันกับเราหรือ?” เต่าดำโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

“เผ่าพันธุ์ของมนุษย์มีมากมายนับไม่ถ้วน แต่พวกเจ้ากลับสามารถสร้างเซียนได้เพียงคนเดียว ส่วนเจ้าเป็นเผ่าพันธุ์เต่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับมนุษย์ เมื่อเป็นเช่นนี้ความเท่าเทียมที่เจ้าพูดถึงคืออะไร?”

ราชาบรรพชนที่ต้องการครอบครองเจดีย์น้ำตาเซียนหัวเราะอย่างเย็นชา

“คนอ่อนแอไม่มีสิทธิ์กล่าววาจา เหตุผลนี้ยังไม่เพียงพออีกหรือ?” ราชาบรรพชนอีกคนเย้ยหยัน

ราชาบรรพชนสิบสี่คนนี้มีความก้าวร้าวมาก ทุกคำพูดของพวกเขาล้วนดูหมิ่นเหยียดหยามเผ่าพันธุ์มนุษย์ราวกับเป็นมดปลวกก็ไม่ปาน

บรรยากาศบนระเบียงตงเทียนตึงเครียดอย่างยิ่ง และสงครามครั้งใหญ่จะปะทุขึ้นอย่างแน่นอน ในวันนี้จะไม่มีการเจรจาสันติภาพใดๆ

ในบรรดาราชาบรรพชนทั้งสิบสี่คน คนที่เป็นผู้นำกลุ่มไม่เคยวาจาแม้แต่ครั้งเดียว ตอนนี้เขาก้าวไปข้างหน้าและกล่าวว่า

“เรื่องนี้มาถึงขั้นนี้แล้วพูดไปก็ไร้ความหมาย มาสู้กันดีกว่าแสดงให้เราเห็นว่าเจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะนั่งอยู่ในระดับเท่าเทียมกับเรา”

“ในเมื่อพวกเจ้าต้องการเช่นนั้น เราก็มาสู้กันเถอะ”

………..

จบบทที่ 1149 - สงครามปะทุขึ้นแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว