เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1112 - กู่เทียนซูเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด

1112 - กู่เทียนซูเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด

1112 - กู่เทียนซูเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด 


1112 - กู่เทียนซูเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด

เมื่อสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดสามตัวถูกจัดการ สิ่งมีชีวิตที่เหลืออีกหกตัวก็ถอยห่างจากพวกเขาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าพวกมันมีความหวาดหวั่นต่อหม้ออสูรกลืนสวรรค์อย่างยิ่ง

ร่างกายของต้วนเต๋อถูกปกคลุมไปด้วยเหงื่อเย็น ชายชราตาบอดก็มีใบหน้าดำคล้ำ แม้แต่ชายที่แข็งแกร่งเช่นเขาก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ได้ และเกือบจะเสียชีวิตจากพลังแห่งความตายของพวกมัน

“ไม่มีราชาโอสถต้นอื่นแล้วหรือ?” เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าและหยิบราชาโอสถออกจากมือที่ไร้การเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิตตนนั้น

“นี่เป็นสมุนไพรที่หายากอย่างยิ่ง ข้าแทบจะไม่กล้ากินมันด้วยซ้ำ” ต้วนเต๋อฝืนยิ้ม

“ถ้าไม่อยากกินก็เอามาให้ข้า”

ชายชราตาบอดกัดราชาโอสถทั้งต้นและใบก่อนจะกลืนลงท้องทันที

“ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไร มันจะแตกต่างอะไรจากโคแก่เคี้ยวดอกโบตั๋น” เจ้าอ้วนต้วนเริ่มวิตกกังวลและพยายามคว้าอีกครึ่งหนึ่งของราชาโอสถและกลืนกินลงท้องทันที

ราชาโอสถนั้นมีพลังศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ ไม่นานหลังจากที่รับประทานเข้าไปมันก็เปลี่ยนเป็นของเหลวสีทองทำให้ร่างของทั้งสองคนเปล่งประกายราวกับดวงอาทิตย์ดวงเล็กๆ สองดวงที่กำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง

ในขณะนั้นปราณสีดำซึ่งเป็นพลังแห่งความตายถูกขับไล่ออกจากร่างกายของพวกเขาอย่างต่อเนื่อง กระดูกที่แตกหักของพวกเขาได้รับการซ่อมแซม มิหนำซ้ำทั้งสองคนยังดูอ่อนเยาว์มากกว่าเดิมอีกด้วย

“ราชาโอสถเป็นยาศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงอนุภาพอย่างแท้จริง หากมีมันสักต้นในมือ ต่อให้ชีวิตจะตายไปครึ่งหนึ่งแล้วก็ยังสามารถฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง” ต้วนเต๋อแทบจะร้องไห้จากความปลื้มปิติ

ชายชราตาบอดขมวดคิ้วและกล่าวว่า “มีบางอย่างผิดปกติ กลุ่มบริวารของจักรพรรดิอมตะเมื่อครู่นี้เห็นได้ชัดว่าตายไปแล้วจนหมดสิ้น สิ่งใดทำให้พวกมันสามารถฟื้นคืนชีพกลับมา?”

“จักรพรรดิอมตะจงใจทิ้งพวกมันไว้เพื่อช่วยเหลือเผ่าพันธุ์โบราณหรือไม่?” เย่ฟ่านกล่าว

ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ทั้งสามคนก็ตัวสั่น พวกเขาสัมผัสได้ถึงพลังของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เป็นอย่างดี แม้แต่เซียนเทียมระดับสามอย่างชายชราตาบอดก็ยากที่จะป้องกันการโจมตีของพวกมันได้

หลังจากช่วงเวลาแห่งความเงียบงัน พวกเขาสามารถก็ควบคุมหม้ออสูรกลืนสวรรค์ให้คุกคามสิ่งมีชีวิตที่เหลืออีกหกตัวให้ถอยห่างด้วยพลังอันกล้าแข็ง

การเดินทางครั้งนี้เต็มไปด้วยอันตรายอย่างยิ่ง พวกเขาไม่มีทางที่จะปล่อยให้ภัยคุกคามอันยิ่งใหญ่แบบนี้อยู่ใกล้ตัวได้!

แน่นอนว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านั้นไม่ได้เลือกที่จะต่อสู้กับพวกเย่ฟ่านอย่างถึงที่สุด เมื่อสัมผัสกับกลิ่นอายของหม้ออสูรกลืนสวรรค์พวกมันก็ดูเหมือนจะหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

สิ่งมีชีวิตลึกลับทั้งหกตัวถอยกลับอย่างรวดเร็วโดยไม่พยายามไล่ตามกลุ่มของเย่ฟ่านซึ่งปีนขึ้นไปบนแท่นเต๋าอีกครั้ง

“ไม่ว่าอย่างไรก็ตามข้าต้องขึ้นไปค้นหาจักรพรรดิอู่ซือให้ได้” เย่ฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก

พวกเขาทั้งสามปีนขึ้นไปบนหน้าผาและสังเกตอย่างระมัดระวัง หลังจากที่ปีนขึ้นไปได้สักระยะพวกเขาก็เห็นแท่นพักเท้า เมื่อขึ้นไปยืนบนแท่นนี้สิ่งที่พวกเขาพบเห็นคือก้อนของต้นกำเนิดสวรรค์ขนาดใหญ่

“ต้นกำเนิดสวรรค์ที่ใหญ่โตขนาดนี้จะต้องบรรจุสิ่งมีชีวิตอมตะไว้อย่างแน่นอน และตอนนี้ดูเหมือนมันจะหลุดออกมาแล้วด้วย” ชายชราตาบอดกล่าวด้วยความหวาดหวั่น

“ระยะทางที่เราจะปีนขึ้นไปข้างบนยังเหลืออีกไกลมาก…” ต้วนเต๋อเกิดความหวาดกลัวเล็กน้อย

“มีอักขระโบราณเขียนไว้ตรงนี้”

ที่ด้านหน้าของต้นกำเนิดสวรรค์ที่แตกหัก พวกเขาพบตัวอักษรโบราณสลักอยู่บนกำแพงหิน “กู่เทียนซูเต็มใจที่จะปกป้องหลุมศพของจักรพรรดิอู่ซือไปตลอดชีวิต”

“นี่เป็นเซียนโบราณที่อยู่ยงคงกระพันเมื่อเจ็ดแปดหมื่นปีก่อน? !” ชายชราตาบอดรู้สึกประหลาดใจ เขารู้บางอย่างเกี่ยวกับชายที่แข็งแกร่งคนนี้

“เขาเอง…”

เย่ฟ่านตกอยู่ในอาการมึนงง เมื่อเขาเข้ามาในภูเขาม่วงครั้งแรก เขาพบชื่อหลายสิบชื่อที่ทางเข้าภูเขา ซึ่งบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดคือกู่เทียนซูและชื่อที่สลักลงไปบนหินนั้นมีความลึกมากกว่าชื่อของราชาสวรรค์เจียงไท่ซูนับสิบเท่า

กู่เทียนซูเซียนโบราณพบสถานที่แห่งนี้ แต่เขาเต็มใจที่จะปกป้องสุสานของอู่ซือ นี่มันน่าประหลาดใจจริงๆ

“มีการต่อสู้ที่นี่ ร่องรอยของพวกเขายังคงหลงเหลืออยู่!” ต้วนเต๋อตะโกน

ระลอกคลื่นของการต่อสู้กระทบกำแพงหินและยังไม่สลายไป  ร่องรอยนั้นลึกล้ำอย่างมากและทำให้สีหน้าของทั้งสามคนบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง

หลังจากสังเกตอยากระมัดระวังพวกเขาก็ตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นร่องรอยการต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตอมตะอย่างแน่นอน

“เมื่อดูจากร่องรอยเหล่านี้แล้วคงจะเกิดขึ้นเมื่อสองพันปีก่อน” ชายชราตาบอดกวาดสายตาไปรอบๆด้วยความระมัดระวัง

“ตอนนี้ข้าได้ต่อสู้กับวานรศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้าน แต่ข้าพ่ายแพ้ แน่นอนว่าสาเหตุของความพ่ายแพ้ของข้าก็เป็นเพราะเขาครอบครองหยกอู่ซืออยู่กับตัว มันทำให้ข้าไม่สามารถโจมตีเขาด้วยความแข็งแกร่งที่แท้จริงได้ สุดท้ายข้าก็ให้เขาเลือกราชาโอสถไปสามต้น”

มันยังคงเป็นคำจารึกของกู่เทียนซูซึ่งปรากฏชัดเจนบนกำแพงหิน

พวกเขาทั้งสามมองหน้ากันด้วยความตกใจ คำพูดเหล่านี้เปิดเผยความลับทุกอย่างด้วยความตรงไปตรงมา

“เมื่อสองพันปีก่อนกู่เทียนซูยังมีชีวิตอยู่ หากเป็นเช่นนั้นเขาจะไม่มีชีวิตอยู่นานถึงเจ็ดหมื่นปีเลยหรือ!”

“วานรศักดิ์สิทธิ์โต้วจ้านตัวนั้นจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะที่นั่งอยู่บนเขาพระสุเมรุอย่างแน่นอน!”

เกิดอะไรขึ้นกันแน่กู่เทียนซูเซียนโบราณเมื่อเจ็ดหมื่นปีก่อนยังมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ การที่เขาปรากฏตัวออกมาต่อสู้กับวานรศักดิ์สิทธิ์แห่งทะเลทรายตะวันตกได้เห็นได้ชัดว่าเขาออกจากต้นกำเนิดสวรรค์มาแล้ว

เป็นจักรพรรดิอู่ซือที่ช่วยให้เขามีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม ทำไมเขาถึงบอกว่าเขาจะปกป้องสุสานของอู่ซือไปตลอดชีวิต จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่บนแท่นเต๋าตายแล้วจริงหรือ?

จากร่องรอยการต่อสู้ที่ปรากฏในสถานที่แห่งนี้ก็พอจะทราบได้ว่าสิ่งมีชีวิตอมตะจากเขาพระสุเมรุนั้นทรงพลังมากเพียงใด!

ในที่สุดเย่ฟ่านก็เข้าใจว่าทำไมสุนัขสีดำตัวใหญ่ถึงกล่าวหลายครั้งว่ามันเกลียดลิงมากที่สุด นั่นก็เพราะสิ่งมีชีวิตอมตะแห่งทะเลทรายตะวันตกได้รับชัยชนะเหนือกู่เทียนซูและอาจจะจัดการมันไปพร้อมกัน

หลังจากค้นหาอย่างระมัดระวังก็ไม่มีร่องรอยใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกู่เทียนซูอีก จากสถานการณ์ทั้งหมดเห็นได้ชัดว่าเขาหายตัวไปจากที่นี่นับพันปีแล้ว

“บูม!”

น้ำตกพลังแห่งความโกลาหลโหมกระหน่ำเข้าหาพวกเขาอีกครั้ง เย่ฟ่านใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์และร่างกายของสิ่งมีชีวิตอมตะต่อต้านพลังนี้อย่างทุลักทุเล

เขามาที่นี่ก็เพื่อขอให้จักรพรรดิอู่ซือช่วยเหลือ ต่อให้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตายไปแล้วเย่ฟ่านก็ต้องเอาร่างกายของอีกฝ่ายไปให้ได้

ชายชราตาบอดและต้วนเต๋อยืนอยู่เบื้องหลังของเย่ฟ่าน พลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาถูกปลดปล่อยออกมาเพื่อกระตุ้นหม้ออสูรกลืนสวรรค์อย่างต่อเนื่อง

ร่างกายของเย่ฟ่านแข็งแกร่งก็จริง แต่พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขายังคงอยู่ในระดับผู้สูงสุดเท่านั้น หากไม่ได้รับความช่วยเหลือจากทั้งสองคน ในผู้คนทั้งหมดจะมีเพียงเย่ฟ่านเท่านั้นที่รอดชีวิตออกไปได้!

ภายในหมอกสีขาวบริสุทธิ์เย่ฟ่านกำลังดิ้นรนภายใต้แรงกดดัน ในขณะนี้เขาทนไม่ไหวอีกต่อไป สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือค่ายกลของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่ถูกสลักไว้บนปลายยอดของแท่นเต๋า คล้ายกับไม่อนุญาตให้ผู้ใดปีนขึ้นไปได้

หากไม่ใช่เพราะหม้ออสูรกลืนสวรรค์พวกเขาคงตายไปหลายสิบหรือหลายร้อยครั้งแล้ว นี่คือค่ายกลสังหารของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ พลังของมันเพียงพอที่จะบดขยี้ร่างกายของสิ่งมีชีวิตอมตะได้อย่างง่ายดาย

ต้องบอกว่าจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยมนับได้ว่าเป็นหนึ่งในจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง ไม่ว่าเขาจะตายไปนานหลายแสนปีแล้วแต่อาวุธที่ตกทอดมาของเขายังคงใช้งานได้ดี และทำให้พวกเขายังคงปลอดภัยมาจนถึงปัจจุบัน

“ไม่ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปเราจะต้องตายอย่างแน่นอน!” ชายชราตาบอดกล่าว

หม้ออสูรกลืนสวรรค์สร้างความตกตะลึงทั้งในอดีตและปัจจุบันอย่างไรก็ตามพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาทั้งสามยังคงอยู่ในขอบเขตผู้สูงสุดเท่านั้น

หากสถานการณ์นี้ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องพลังศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาก็จะหมดลงในไม่ช้า และเมื่อถึงตอนนั้นพลังแห่งความโกลาหลรวมทั้งค่ายกลจักรพรรดิก็จะฉีกร่างของพวกเขาออกเป็นชิ้นๆ

เย่ฟ่านปลดปล่อยหยกจักรพรรดิทั้งหกชิ้นให้ลอยขึ้นเหนือศีรษะเพื่อทำให้พลังการต่อต้านของแท่นเต๋าเบาบางลงมากกว่าครึ่ง แต่ถึงอย่างนั้นความกดดันที่พวกเขาได้รับก็อยู่ในจุดที่ไม่สามารถปีนขึ้นสู่ด้านบนได้อีกต่อไป

“ยังเหลือที่พักเท้าอีกแปดสิบขั้น สภาพของเราตอนนี้อย่างมากสุดก็สามารถปีนขึ้นไปได้อีกสามขั้นเท่านั้น ขอบเขตพลังของพวกเขาอยู่ห่างจากเราเพียงอาณาจักรเดียว แต่ความแข็งแกร่งของสิ่งมีชีวิตอมตะนั้นไกลเกินกว่าที่เราจะจินตนาการได้!”

……….

จบบทที่ 1112 - กู่เทียนซูเซียนโบราณที่แข็งแกร่งที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว