เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1064 - สถานการณ์ปัจจุบันของหนานหลิง

1064 - สถานการณ์ปัจจุบันของหนานหลิง

1064 - สถานการณ์ปัจจุบันของหนานหลิง


1064 - สถานการณ์ปัจจุบันของหนานหลิง

เย่ฟ่านเสนอความคิดเห็นของตัวเอง เนื่องจากเขาต้องการจัดการกับตระกูลหวางจริงๆ เขาจึงต้องเตรียมตัวให้ดี เพราะนี่คืออมตะโบราณ ที่บรรพชนเคยเป็นถึงเซียนผู้ยิ่งใหญ่

“น้องชายคนนี้พูดถูก ไม่ว่าเราต้องการฆ่าพวกมันทั้งหมดแต่เราก็ต้องวางแผนให้ดี เราจำเป็นต้องมีแผนการแยบยลจึงจะสามารถกวาดล้างพวกมันได้ในครั้งเดียว!” ชายชราคนหนึ่งกล่าว

แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนเถื่อนที่มีร่างกายแข็งแกร่งอย่างยิ่งแต่พวกเขาก็ไม่ใช่คนที่ไร้สมอง ทุกคนรู้ดีว่าตระกูลขุนนางโบราณนั้นทรงพลังมาเพียงใด

“ใช่ วางแผนอย่างรอบคอบ และสังหารพวกมันทั้งหมดในการต่อสู้ครั้งเดียว!” ชายชราอีกคนกล่าวพร้อมกับโบกขวานหิน

เย่ฟ่านกล่าวว่า “ท่านผู้เฒ่า เผ่าของท่านแยกออกจากโลกภายนอกมาหลายพันปีและไม่มีใครรู้การดำรงอยู่ของพวกท่าน ข้าจะไปที่โลกภายนอกเพื่อดึงดูดความสนใจของพวกเขา เมื่อทุกอย่างพร้อม เราจะเข้าสู่เป่ยหยวนและทำลายตระกูลหวังให้สิ้นซากในครั้งเดียว!”

“เจ้าต้องการทำอะไร?” ชายชราคนหนึ่งถาม

เย่ฟ่านกล่าวว่า “ประมุขตระกูลหวังมาที่หนานหลิงและเป็นแขกที่วังจักรพรรดิอสูร ข้าจะฆ่าเขา!”

“ไอ้สารเลวนี้อยู่ในหนานหลิงของเรา และวังจักรพรรดิอสูรกำลังต้อนรับพวกมัน วังจักรพรรดิอสูรจะต้องชดใช้” ผู้คนมากมายเริ่มตะโกนด้วยความโกรธ

“มันเป็นแค่ประมุขตระกูล ทำไมต้องให้ผู้อาวุโสออกหน้า ข้าไปคนเดียวได้!” เย่ฟ่านกล่าวอย่างเด็ดขาดและหนักแน่น

“ตามใจน้องชาย!”

“ผู้อาวุโส เพียงแค่รวบรวมผู้คนและเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ใหญ่เพื่อที่จะทำลายราชวงศ์ในเป่ยหยวนข้าจะไปเอาหัวของประมุขตระกูลหวังเอง”

หลังจากเย่ฟ่านพูดจบเขาก็ไปที่วังของจักรพรรดิอสูรตามลำพัง

“เลือดของข้าก็เดือดพล่านเช่นกัน เหตุไฉนเสี่ยวเย่ต้องคิดจะไปคนเดียวตลอด” หลี่เทียนกรีดร้องและไล่ตามเย่ฟ่านไปทันที

ในหนานหลิงมีกลุ่มภูเขาสูงชันหลายลูก มองไปรอบๆ เป็นที่กว้างใหญ่มีภูเขาและป่าไม้อยู่ทุกหนทุกแห่ง

บนแผ่นดินที่กว้างใหญ่ แทบไม่มีที่ราบ ภูมิประเทศพิเศษเช่นนี้มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ทำให้เต็มไปด้วยอสูรดุร้าย และนกแปลกๆ นับไม่ถ้วน

เป็นที่ทราบกันดีในโลกว่าอสูรจากหนานหลิงนั้นเหนือกว่าอีกสี่ภูมิภาคอันยิ่งใหญ่ที่เหนือ ดังนั้นผู้บ่มเพาะในภาคใต้จึงถูกผู้คนจากภูมิภาคอื่นเรียกว่า

“หนานเหยา(อสูรแดนใต้)”

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ออกจากเผ่าอนารยชน บินเป็นเวลาหลายวัน และใช้ค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลหลายครั้ง จนกระทั่งเข้าสู่พื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่น

“หญิงสาวคนไม่เลวจริงๆ!”

ตลอดทาง หลี่เทียนเอาแต่วิจารณ์ สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่หญิงงามทุกคนที่ผ่านหน้า

ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในสถานที่ที่มีเสียงอึกทึกและแออัด พวกเขาได้ยินข่าวลือมากมาย หลายคนกล่าวถึงการปรากฏขึ้นอีกครั้งของร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณ

ราชวงศ์เป่ยหยวนบึกหมู่บ้านโบราณด้วยกำลังคนนับแสนและกองทัพทั้งหมดก็ถูกทำลายภายใต้การลงมือเย่ฟ่านเพียงคนเดียว เหตุการณ์นี้ทำให้โลกสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

“เจ้าคิดผิดอย่างแน่นอน จะเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณได้อย่างไร เมื่อสิบสองปีก่อนเขาเดินทางเข้าสู่ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ข้าเห็นเหตุการณ์นี้ด้วยตัวเอง ต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่เคยกลับมา นับประสาอะไรกับคนที่ยังไม่เป็นสิ่งมีชีวิตอมตะ!”

“ถ้าเป็นเขาจริงๆ โลกใบนี้จะเกิดสงครามครั้งใหญ่อย่างแน่นอน”

ข่าวลือทำให้เกิดความโกลาหล แม้แต่ผู้บ่มเพาะในเมืองเล็กๆ บางแห่งก็ยังกล่าวถึงเรื่องนี้ ซึ่งทำให้หลี่เทียนแอบทอดถอนใจและไม่สามารถพูดอะไรได้

“ดูเหมือนชื่อเสียงของเจ้าในโลกนี้จะโด่งดังจริงๆ เจ้าจากไปสิบสองปีแล้วแต่ผู้คนยังคงหวาดกลัวในตัวเจ้า”

เย่ฟ่านกล่าวว่า “ค้นหาเมืองที่มีชื่อเสียง ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม และทำความเข้าใจกับสถานการณ์ปัจจุบัน จากนั้นเราจะไปที่วังของจักรพรรดิอสูร”

ในหนานหลิงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีที่ราบ เมืองต่างๆ ถูกสร้างขึ้นบนภูเขาและมีภูเขาขนาดใหญ่ในเมือง ซึ่งเป็นลักษณะภูมิประเทศที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่นโดยสิ้นเชิง

หวงเฉิงเป็นเมืองใหญ่ในหนานหลิงเมืองที่มีชื่อเช่นนี้ก็มีภูเขาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองเช่นกัน สิ่งที่แปลกประหลาดยิ่งกว่าคือในเมืองนี้มีแม้กระทั่งสัตว์อสูรอาศัยอยู่

ถนนในหวงเฉิงเต็มไปด้วยการจราจรคับคั่ง ผู้คนนับล้านในเมืองนี้เดินขวักไขว่ไปมา นี่เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองมากที่สุดเป็นรองเพียงเมืองศักดิ์สิทธิ์ในภาคเหนือของตงหวงเท่านั้น

ผู้คนจำนวนมากในเมืองนี้อาศัยอยู่ร่วมกับสัตว์อสูรและปักษาที่แข็งแกร่งมากมาย แม้กระทั่งบนท้องฟ้าตอนนี้พวกเขาก็ยังเห็นเผิงสวรรค์บินผ่านไปมา

“ภูตตนนั้นมีเสน่ห์จริงๆ นางคือจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง ด้วยเอวที่บอบบางเช่นนี้ข้าอยากใช้ศีรษะหนุนเอวของนางนอนจริงๆ”

เมื่อโจวมาถึงเมืองหวงเฉิง หลี่เทียนกวาดสายตาไปรอบๆดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความลุ่มหลง

วังของจักรพรรดิอสูรอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ มันเป็นวังขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงเสียดฟ้า แม้กระทั่งอยู่ในบริเวณนี้ก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน

เย่ฟ่านมาที่นี่เพื่อทำความเข้าใจสถานการณ์ จากนั้นจึงจะเดินทางไปฆ่าหวังเฉิงคุนหัวหน้าตระกูลหวังแห่งเป่ยหยวน

หากทำสำเร็จโลกจะเกิดความสับสนวุ่นวายครั้งใหญ่ จากนั้นศัตรูทั่วโลกอำพรางสวรรค์จะหลั่งไหลมาที่หนานหลิง

เย่ฟ่านจะใช้โอกาสนั้นในการบุกเข้าไปถล่มตระกูลหวังถึงเป่ยหยวน

“เจ้าแก่ของตระกูลหวังกลัวตายจริงๆ จากที่เห็นในตอนนี้ดูเหมือนว่ากองทัพนับแสนของพวกเขาจะยังอยู่รอบๆ วังจักรพรรดิอสูร” หลี่เทียนกล่าว

พวกเขาได้สอบถามข้อมูลมากมายและรู้ว่าหวังเฉิงคุนไปที่วังของจักรพรรดิอสูรในฐานะแขกเพื่อเพื่อสู่ขอองค์หญิงใหญ่ให้กับหวังเถิง

“สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าคือมีเผ่าพันธุ์มากมายติดตามตระกูลหวังมา” เย่ฟ่านขมวดคิ้ว

ครั้งนี้ สมาชิกหลายคนของตระกูลหวังมาที่หนานหลิงเพื่อเข้าร่วมพิธีบวงสรวงของตระกูลเหยา มีข่าวลือว่ายอดฝีมือเผ่าพันธุ์โบราณหลายร้อยคนติดตามมาเพื่ออารักขาพวกเขาเป็นพิเศษ

“ไม่รู้ว่าเผ่าพันธุ์โบราณเหล่านั้นมาจากภูเขาสีม่วงหรือไม่ ถ้าใช่ข้าก็จะได้ฆ่าพวกมันพร้อมกัน!” ดวงตาของเย่ฟ่านเฉียบคม

เขาทราบมาว่าตงฟางเย่ถูกไล่ล่าโดยคนของจื่อเทียนตูจากภูเขาเทพสีม่วงจนตกลงไปในหน้าผา เลือดของเขายังคงไหลนองแม้ว่าจะผ่านมาสามปีแล้วก็ตาม

ตรงฟางเย่คือหนึ่งในอัจฉริยะรุ่นยาวที่แข็งแกร่งที่สุดของหนานหลิง แน่นอนว่าข่าวของเขาย่อมเป็นที่จับตามองของผู้คนมากมายที่นี่

ตระกูลหวังข้ามจากเป่ยหยวนมาหนานหลิงและโจมตีหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งก็เพราะความแค้นกับตรงฟางเย่นี่เอง

เมื่อรู้ว่ากองทัพของตระกูลหวังถูกทำลายล้างจนสิ้นซากผู้คนจำนวนมากต่างโห่ร้องออกมา

แม้ว่าผู้คนในหนานหลิงจะถูกเรียกว่าอสูรแดนใต้ แต่ในความเป็นจริงพวกเขามีความเกลียดชังต่อเผ่าพันธุ์โบราณอย่างยิ่ง

ทุกคนเป็นผู้บ่มเพาะเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาย่อมเอาใจช่วยมนุษย์ด้วยกันเอง

และด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงปรารถนาให้ตระกูลหวังที่ทรยศต่อเผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกทำลายล้าง

“น่าเสียดายที่ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณหายไปหลายปี หากเขายังอยู่เกรงว่าเผ่าโบราณเหล่านั้นคงไม่มีปัญญาทำตัวหยิ่งผยองอย่างที่เห็น”

ในท้ายที่สุดผู้คนมากมายต่างไม่เชื่อเย่ฟ่านจะกลับมาได้ พวกเขาคิดว่ามีคนจงใจปลอมตัวเป็นเย่ฟ่านเพื่อสร้างความปั่นป่วน บางทีคนเหล่านั้นอาจเป็นสหายเย่ฟ่านก็ได้

ท้ายที่สุด การข้ามทุ่งดวงดาวเป็นวิธีการที่มีให้เฉพาะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และเซียนที่เกือบจะเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้นทำ อย่างไรก็ตามแม้จะผ่านมานานนับแสนปีแต่ก็ยังไม่เคยมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่คนใดข้ามทุ่งดวงดาวกลับมาได้

แต่ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจึงเชื่อว่าเย่ฟ่านไม่มีทางกลับมาที่โลกอำพรางสวรรค์ได้อีกครั้ง

“หลังจากนี้คงมีเพียงฮั่วฉีจื่อ หวงซูเต๋า หยวนกู่ เทียนหวงจื่อ นักพรตเสิ่นและอื่นๆ เท่านั้นที่สามารถแย่งชิงตำแหน่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่รุ่นต่อไป!”

“น่าเสียดายจริงๆที่เผ่าพันธุ์มนุษย์ดูเหมือนจะไม่มีใครสามารถแข่งขันกับพวกเขาได้”

ในหวงเฉิงหลังจากได้ฟังการสนทนาของผู้คนมากมายเอี๋ยนอี้ซีรู้สึกยากที่จะทำใจสงบได้ ดูเหมือนทายาทของเผ่าพันธุ์โบราณในโลกนี้จะน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง?

หลี่เทียนกล่าวว่า “ยิ่งข้าฟังข้าก็ยิ่งเกิดความเกลียดชัง มีคนโหดร้ายมากมายรอบตัวและวันที่หลี่เทียนบุตรแห่งสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่จะมีโอกาสสร้างชื่อนั้นคงอยู่ไม่ไกลแล้ว”

จบบทที่ 1064 - สถานการณ์ปัจจุบันของหนานหลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว