เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1062 - ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว

1062 - ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว

1062 - ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว 


1062 - ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว

“อา…”

ปรมาจารย์สิบสามของตระกูลหวังแห่งเป่ยหยวนต่อต้านอย่างสิ้นหวัง เขาบินออกจากซากปรักหักพังของเรือรบพร้อมกับกระตุ้นเจดีย์โบราณซึ่งเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ออกมา

ปัง!

เย่ฟ่านบีบมือเพียงเล็กน้อยเจดีย์ทองแดงซึ่งเป็นอาวุธศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ถูกทุบทำลายจนกลายเป็นเพียงเศษโลหะที่ตกลงไปบนพื้น

ผู้อาวุโสสิบสามของตระกูลหวังแห่งเป่ยหยวนคำรามอาวุธศักดิ์สิทธิ์สามสิบหกชิ้นของเขาถูกเย่ฟ่านทุบทำลายอย่างต่อเนื่อง

พวกมันประกอบด้วยร่มเทียนหลัว กระจกส่องตะวัน กระบี่บิน  ระฆังฯลฯ ซึ่งแต่ละอย่างมีพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่ง มันคือสมบัติระดับผู้อมตะอย่างไม่ต้องสงสัย

อย่างไรก็ตามไม่ว่าอาวุธชิ้นใดปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ามันก็จะถูกยักษ์ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าทุบทำลายอย่างง่ายดาย

เมื่อมือใหญ่ของเย่ฟ่านตบลงมาข้างล่างหนึ่งร้อยแปดครั้งติดต่อกัน ความว่างเปล่าก็จะพังทลายลง และสุดท้ายผู้อาวุโสสิบสามก็ไม่สามารถโยนอาวุธศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปอีกด้านบนได้อีกต่อไป

“ปัง…”

มือใหญ่ของเย่ฟ่านบดขยี้ร่างกายของชายวัยกลางคนจนแหลกละเอียด

“อา…”

ผู้อาวุโสวัยสิบสามของตระกูลหวังกรีดร้องอย่างน่าสังเวชและวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาก็ถูกเย่ฟ่านหิ้วขึ้นไปข้างบน

ผู้คนที่มองเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ต่างสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ในบริเวณโดยรอบผู้อาวุโสสิบสามคือครึ่งเซียนระดับสูงสุด เขาคือยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในบริเวณนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

แต่เขากลับไม่สามารถต่อต้านการโจมตีของยักษ์สีทองที่อยู่ตรงหน้าได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว

“นี่…”

ผู้คนของตระกูลหวังแห่งเป่ยหยวนหวาดกลัว ก่อนหน้านี้เพียงเสียงคำรามของยักษ์ที่อยู่ตรงหน้าก็ทำให้ผู้คนนับร้อยเสียชีวิตไปแล้ว

ด้านล่าง ชายหญิงและเด็กในหมู่บ้านโบราณมีน้ำตานองหน้า ทุกคนตื่นเต้นมาก วันนี้พวกเขาพบกับหายนะกำลังจะพบความตายอย่างสิ้นหวัง แต่กลับมีเทพปรากฏตัวขึ้นเพื่อช่วยชีวิตของพวกเขา

“เป็นเจ้านี่เอง…”

บนเรือรบอีกลำ มีใครบางคนจ้องมองเย่ฟ่านด้วยความตกใจ

ไม่ใช่ทุกคนที่จะอยู่อย่างสันโดษมานานหลายปีเหมือนกับผู้อาวุโสสิบเจ็ดและสิบสาม มีผู้คนตระกูลหวังจำนวนมากที่ออกไล่เย่ฟ่านเมื่อสิบสองปีก่อน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายในตระกูลจี้ เมื่อหวังเถิงเสียชีวิตอย่างน่าอนาถและตระกูลพ่ายแพ้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็นประจักษ์พยานในครั้งนั้น

“ใช่...เป็นเขาจริงๆ!”

ผู้คนที่เข้าร่วมในสงครามครั้งก่อนหนาวสั่นไปทั้งกาย

“เป็นเขา แต่เขากลับมาอีกครั้ง เขาทำได้อย่างไร!”

แม้แต่ผู้อาวุโสระดับสูงของตระกูลหวังก็ยังสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บ ความแข็งแกร่งที่เย่ฟ่านแสดงออกมาในตอนนั้นหน้าสะพรึงกลัวอย่างถึงที่สุด

“ถอยเร็ว ล่าถอยทั้งหมด ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณกลับมาแล้วรีบแจ้งเรื่องนี้ทันที!” ชายผู้มีอำนาจบนเรือรบสีทองออกคำสั่งอย่างหวาดกลัว

เขาสัมผัสได้ถึงความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านซึ่งทรงพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อในอดีตเขาก็เป็นถึงอัจฉริยะแปดต้องห้ามแล้ว หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในจักรวาลอันยิ่งใหญ่สิบสองปี การกลับมาของเขาจะทรงพลังมากแค่ไหนเป็นที่คาดคำนวณได้

ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณที่เกือบจะบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นไม่ต้องบอกก็รู้ว่าแข็งแกร่งเพียงใด และยิ่งเมื่อพวกเขาบรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่คนเหล่านี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าสิ่งมีชีวิตอมตะด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้มีอำนาจสูงสุดของตระกูลหวังออกคำสั่งก็มีเสียงตะโกนดังก้องไปทั่วท้องฟ้า

แสงสีเหลืองทะลุทะลวงออกมาจากปากของเย่ฟ่าน คลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวกวาดออกไปรอบทิศทาง มันโหยหวนราวกับเสียงร่ำร้องของภูติเทพ พลังที่ครอบงำนั้นปกคลุมสนามรบอย่างแน่นหนา

ในอดีตเย่ฟ่านถูกขังอยู่ในดวงตาแห่งท้องทะเล นั่นทำให้เขามีโอกาสได้บ่มเพาะทักษะมากมายนับไม่ถ้วน และหลังจากที่เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายพุทธของเขายิ่งทรงพลังมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า

เบื้องหลังของเขามีภาพเงาของศากยมุนีปรากฏตัวออกมา เสียงคำรามที่ดังก้องสวรรค์พิภพบดขยี้ร่างกายของยอดฝีมือตระกูลหวังหลายร้อยคนให้แหลกละเอียดในพริบตาเดียว!

เมื่อคลื่นเสียงผ่านไป ร่างที่กระจายอยู่ทั่วท้องฟ้าก็ร่วงตกลงบนพื้นพร้อมกับหมอกเลือดซึ่งปกคลุมทุกพื้นที่

ร่างกายของทุกคนแตกสลาย วิญญาณของพวกเขาถูกทำลายก่อนที่จะตกลงพื้นด้วยซ้ำ

มนต์ศักดิ์สิทธิ์ของเย่ฟ่านคือทักษะที่สูงส่งที่สุดของนิกายพุทธแห่งทะเลทรายตะวันตก

ว่ากันว่าศากยมุนีผู้นี้ทรงพลังเทียบเท่ากับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ ดังนั้นทักษะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาย่อมทรงพลังไม่แพ้ทักษะของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เช่นกัน

“บูม”

รถศึกโบราณนับสิบคันแยกออกจากกัน ธงศึกนับไม่ถ้วนแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นละออง

นี่คือพลังเสียงคำรามของเย่ฟ่าน เทือกเขาทั้งหมดกำลังพังทลาย มีเพียงหมู่บ้านโบราณที่อยู่ด้านล่างเท่านั้นยังคงรักษาความสมบูรณ์ไว้ได้

บนท้องฟ้าอันไกลโพ้น ผู้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายพันลี้มีสีหน้าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด

“ถอยเร็วเข้า ร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณกลับมาแล้ว!”

ผู้คนจำนวนมากต่างรีบหลบหนี ต่อให้พวกเขาอยู่ห่างไกลนับพันลี้มันก็ยากที่จะรับประกันได้ว่าพวกเขาจะปลอดภัย

เย่ฟ่านตะโกนเสียงดังกึกก้อง ยอดฝีมือของตระกูลหวังทั้งหมดถูกฆ่าตายไม่เหลือแม้แต่คนเดียว

ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์นับร้อยคนของตระกูลอมตะนี้เพียงพอที่จะเขย่าทั้งสวรรค์พิภพ แม้แต่กองทัพของผู้บ่มเพาะนับแสนคนที่ยังไม่ได้ปรากฏตัวออกมาจากเรือ

“พรึบ…”

เย่ฟ่านโยนวิญญาณของสิบเจ็ดและผู้อาวุโสสิบสามขึ้นไปในอากาศ จากนั้นฝ่ามือสีทองของเขาก็กดลงมาอีกครั้งและทำให้วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ที่เหมือนลูกแก้วสองลูกกลายเป็นฝุ่นละอองไปในทันที

สมาชิกของตระกูลหวังที่ยังไม่ได้เข้าร่วมสงครามเกิดความโกรธเกลียวอย่างถึงที่สุด เย่ฟ่านเหยียดหยามผู้อาวุโสในตระกูลของพวกเขาต่อหน้าผู้คนนับแสน

อย่างไรก็ตามต่อให้พวกเขามีความกล้ามากกว่านี้ก็ไม่มีทางบุกเข้าไปล้างแค้นเย่ฟ่านอย่างแน่นอน

แม้ว่าเวลาจะผ่านไปหลายปี การกระทำของเย่ฟ่านยังคงตราตรึงใจของพวกเขาอยู่ เมื่อเย่ฟ่านปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งทุกคนต่างแยกย้ายกันหลบหนีด้วยความสิ้นหวังโดยไม่ลังเล

บนเรือรบที่ทรุดโทรมทั้งห้าลำซึ่งจอดอยู่บนท้องฟ้าในระยะไกล มีครึ่งเซียนระดับสูงสุดอีกหลายคนยืนอยู่ ในขณะนี้พวกเขากระวนกระวายใจอย่างยิ่ง หากหนีไปตอนนี้ใบหน้าของตระกูลหวังคงถูกฉีกจนพังยับเยินอย่างแน่นอน

“พี่เย่ เจ้าทำแบบนี้อีกแล้ว ข้าต้องการใช้คนเหล่านี้สร้างชื่อเสียงในโลกอำพรางสวรรค์ แต่เจ้ากลับช่วงชิงชื่อเสียงไปคนเดียวเท่านั้น” หลี่เทียนมีสีหน้าชั่วร้าย

เมื่อได้ยินคำพูดนี้สมาชิกของตระกูลหวังก็โกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด แม้แต่คนไร้ชื่อคนหนึ่งก็ยังกล้าดูถูกตระกูลของพวกเขา

“ยังเหลือพวกมันอีกเล็กน้อย อย่าปล่อยให้ใครรอดชีวิตกลับไปได้” เย่ฟ่านกล่าวอย่างใจเย็น

“ปัง”

ภายใต้การกระแทกหมัดออกไปอีกครั้ง เรือรบขนาดใหญ่ห้าลำซึ่งรอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าถูกบดขยี้ทันที ครึ่งเซียนระดับสูงสุดเหล่านั้นไม่มีโอกาสกรีดร้องด้วยซ้ำ ร่างของพวกเขาถูกทุบทำลายกลายเป็นหมอกเลือดกองหนึ่ง

“น่าเสียดายที่การต่อสู้เพื่อชื่อเสียงของข้าต้องจบลงแล้ว ครั้งหน้าข้าจะไม่พลาดอย่างแน่นอน” หลี่เทียนถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก

เอี๋ยนอี้ซีที่สวมชุดสีขาวพริ้วไหวยังคงลาดตระเวนไปทั่วสนามรบ เขากำลังตามล่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บของตระกูลหวังและไม่คิดจะปล่อยให้ใครรอดชีวิตไปแม้แต่คนเดียว

………

จบบทที่ 1062 - ไม่ให้เหลือรอดแม้แต่คนเดียว

คัดลอกลิงก์แล้ว