- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1034 - พลังลึกลับจากไผ่ทั้งเก้าต้น
1034 - พลังลึกลับจากไผ่ทั้งเก้าต้น
1034 - พลังลึกลับจากไผ่ทั้งเก้าต้น
1034 - พลังลึกลับจากไผ่ทั้งเก้าต้น
เย่ฟ่านกวาดเพชรสีแดงขึ้นไปบนท้องฟ้าทำให้พื้นที่ทั้งหมดปกคลุมด้วยแสงสีเลือด แม้ว่าสมบัติชิ้นนี้จะยังก้าวไปไม่ถึงระดับครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วแต่พลังทำลายล้างของมันไม่มีทางเป็นรองไผ่ทั้งเก้าต้นอย่างแน่นอน
ปัง!
ไผ่ทั้งเก้าที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหยินเทียนจื่อปลดปล่อยพลังที่พุ่งพล่าน พวกมันเคลื่อนไหวไปข้างหน้าราวกับสิ่งมีชีวิตรูปร่างมนุษย์ย์เก้าคน เงาดำที่แปลกประหลาดโจมตีเพชรสีเลือดจากทุกทิศทุกทาง
“เพชรเม็ดนั้นคือโลหิตของจักรวรรดิผู้ยิ่งใหญ่หรือไม่? ส่วนไผ่ทั้งเก้าตนนั้นดูเหมือนจะมีวิญญาณของสิ่งมีชีวิตอมตะอาศัยอยู่!”
ผู้คนมากมายหลั่งเหงื่อเย็นเยียบ ร่างของพวกเขาพุ่งกับไปทางด้านหลังด้วยความหวาดกลัว ไม่มีใครกล้ารั้งอยู่ในสนามรบแม้เพียงชั่วครู่
การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่การต่อสู้ของสิ่งมีชีวิตระดับครึ่งเซียนอีกต่อไป อาวุธของพวกเขายืนอยู่ในจุดสูงสุดของอาวุธศักดิ์สิทธิ์แล้วทั้งสิ้น กำลังทำลายล้างของมันแทบจะเทียบได้กับครึ่งก้าวอาวุธเต๋าสุดขั้ว
อาวุธเหล่านี้ล้วนมีวิญญาณเป็นของตัวเอง เมื่อถึงช่วงเวลาหนึ่งพวกมันจะพัฒนาสติปัญญาและกลายเป็นอาวุธครึ่งก้าวเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน!
บนท้องฟ้ามีเมฆหมอกปั่นป่วน แสงสีสันสดใสสาดส่องออกไปรอบทิศทาง
จนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าร่างกายของเย่ฟ่านจะมีพลังมหาศาล แต่เขาก็ยังไม่กล้าหยิบอาวุธนี้ขึ้นมาใช้ สาเหตุหลักก็เพราะเขาไม่รู้ว่าคุณสมบัติที่แท้จริงของมันคืออะไรกันแน่
“เนรเทศชั่วนิรันดร์!”
เย่ฟ่านเลียนแบบทักษะลับของหวังเถิงและบังคับเปิดประตูมิติบนท้องฟ้า คลื่นพลังทำลายล้างจากมิติอื่นไหลออกมาข้างนอกอย่างไม่รู้จบ
“แย่แล้ว!”
เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนบนท้องฟ้าปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ทุกคนที่อยู่ในทะเลเหนือต่างรีบหลบหนีออกไปอีกครั้ง
ปัง!
ภายใต้เสียงระเบิดที่ดังกึกก้องเย่ฟ่านใช้ทักษะซิงจื่อและหายไปจากตำแหน่งเดิม ร่างของเขาพุ่งเข้าหาเงากะโหลกยักษ์บนท้องฟ้าโดยไม่มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคนที่อยู่ในบริเวณนี้ เย่ฟ่านได้หยิบวัตถุบางอย่างออกมาจากอกเสื้อ มันเป็นหัวกะโหลกสีขาวขนาดเล็กซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหัวกระโหลกของสตรี
นี่คือหัวกระโหลกของปราชญ์โบราณ เมื่อมันถูกปลดปล่อยออกมาภาพอวตารหัวกะโหลกขนาดใหญ่บนท้องฟ้าก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง
วืด!
ในขณะนั้นภาพหัวกระโหลกยักษ์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากไผ่ทั้งเก้าต้นของหยินเทียนจื่อถูกดึงดูดเข้าสู่กะโหลกศีรษะในมือของเย่ฟ่าน
ผู้คนจำนวนมากตกตะลึงอย่างถึงที่สุด พวกเขาไม่เข้าใจว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันดูเหมือนว่าหัวกะโหลกในมือของเย่ฟ่านมีการเชื่อมต่อบางอย่างกับภาพอวตารหัวกระโหลกบนท้องฟ้า บางทีมันอาจจะมีต้นกำเนิดเดียวกันก็ได้?
แน่นอนว่าความจริงย่อมเป็นเช่นนั้น หัวกะโหลกในมือของเย่ฟ่านคือกะโหลกศีรษะของจักรพรรดินีไท่หยินซึ่งเขาได้รับมาจากเรือรบทองแดงโบราณ
ในขณะที่ภาพอวตารหัวกะโหลกนั้นเป็นเพียงทักษะบางอย่างที่จักรพรรดินีไท่หยินทิ้งไว้ เมื่อวัตถุทั้งสองมีต้นกำเนิดเดียวกันภาพอวตารซึ่งมีระดับต่ำกว่าย่อมสยบยอมต่อหัวกะโหลกของจักรพรรดินีอย่างง่ายดาย
“แดง”
แม้ว่าหยินเทียนจื่อจะตกใจ แต่เขาก็ยังกวาดธงในมือเข้าหาเย่ฟ่านอย่างดุดันเช่นเดิม
การต่อสู้ระหว่างพวกเขาจะจบลงก็ต่อเมื่อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดถูกฆ่าตายเท่านั้น และแน่นอนว่าเขาไม่มีทางยอมให้ตัวเองถูกฆ่าตายง่ายๆแน่
“บูม”
กะโหลกสีดำสนิทปรากฏขึ้นอีกครั้ง เย่ฟ่านไม่ได้พยายามต่อสู้กับมัน แต่ใช้ทักษะการหลบหลีกที่ยอดเยี่ยมเคลื่อนไหวไปมากลางสนามรบและโจมตีจากระยะไกลแทน
มือทั้งสองข้างของเย่ฟ่านประสานอินอย่างรวดเร็ว ในขณะนั้นภูเขาสีดำลูกใหญ่ได้ตกลงมาจากท้องฟ้าโดยมีเป้าหมายคือหยินเทียนจื่อ
ภูเขาขนาดใหญ่ตกลงมาด้านล่างเพื่อความเร็วไม่แตกต่างจากอุกกาบาตกำลังทำลายล้างของมันกวาดไปทั่วสวรรค์พิภพและบดขยี้คลื่นที่ปะทุออกมาจากนาฬิกาทรายโบราณของหยินเทียนจื่อทันที
ในเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาทรายหรือธงสีดำพวกมันไม่สามารถต่อต้านการโจมตีของเย่ฟ่านได้ ไม่ว่าอาวุธจะทรงพลังขึ้นมากแค่ไหนมันก็ขึ้นอยู่กับพลังศักดิ์สิทธิ์ของผู้ใช้งานด้วย
เย่ฟ่านเป็นถึงอัจฉริยะ 8 ต้องห้ามระดับสูงสุด เมื่อเขาก้าวเข้าสู่อาณาจักรเก้าต้องห้ามเขาจะกลายเป็นร่างศักดิ์สิทธิ์เซียนโบราณที่บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ความแข็งแกร่งของเขาจะเทียบได้กับสิ่งมีชีวิตอมตะทันที
ในอดีตร่างศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าเฉิง(บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่)ซึ่งยังไม่ใช่สิ่งมีชีวิตอมตะด้วยซ้ำเคยต่อสู้กับจักรพรรดิแห่งความว่างเปล่าและถูกสังหารในภูเขาอมตะ
แน่นอนว่าความแข็งแกร่งของเขาไม่มีทางเทียบกับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ได้ แต่การต่อสู้ครั้งนั้นยังน่าหวาดหวั่นและถูกเล่าขานมานานนับแสนปี
การที่ร่างศักดิ์สิทธิ์ในตำนานที่บรรลุความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้นแข็งแกร่งเพียงใดเป็นที่ทราบได้
ดังนั้นไม่ว่าหยินเทียนจื่อจะครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังแค่ไหนสุดท้ายเขาก็ยังยากที่จะเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของเย่ฟ่านได้
การเผชิญหน้าระหว่างเย่ฟ่านกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองทำให้สวรรค์พิภพสั่นไหวอย่างรุนแรง น้ำทะเลสีดำปั่นป่วนและโหมกระหน่ำขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับมีมังกรยักษ์ดิ้นรนอยู่เบื้องล่าง
“บูม”
“วิญญาณเซียนโบราณเริ่มเผาผลาญตัวเองแล้ว!”
มีคนอุทาน ในท้องฟ้าตอนนี้ไผ่ดำทั้งเก้าต้นปลดปล่อยเพลิงสีทองเจิดจ้าให้สว่างไสวขึ้นสู่ท้องฟ้า เห็นได้ชัดว่านี่คือการดิ้นรนครั้งสุดท้ายของหยินเทียนจื่อ
“นี่คือกิ่งก้านของต้นไม้อมตะ เมื่อพวกมันเผาผลาญตัวเองพลังการโจมตีครั้งต่อไปของหยินเทียนจื่อหากเทียบเท่ากันโจมตีของสิ่งมีชีวิตอมตะได้เลย!”
ผู้บ่มเพาะทุกคนเกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ต่อให้ไม่นับหยินเทียนเต๋อผู้เป็นพี่ชาย หยินเทียนจื่อก็มีความแข็งแกร่งเพียงพอที่จะยืนอยู่ในระดับแถวหน้าของยอดฝีมือทุกคนในโลกนี้อย่างแน่นอน
เมื่อบวกกับพลังที่ได้รับจากไผ่ทั้งเก้าต้นร่างของหยินเทียนจื่อได้ปะทุออกมาด้วยแสงสีทองซึ่งทำให้คลื่นในทะเลเกิดความปั่นป่วนมากกว่าเดิมหลายเท่า
“พลังแห่งเซียนโบราณ!”
ดวงตาของเย่ฟ่านเปลี่ยนเป็นเย็นชา ไผ่โบราณทั้งเก้าต้นนี้ท้าทายสวรรค์อย่างแท้จริง
“บูม”
แสงศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสะพรึงกลัวเจาะผ่านท้องฟ้าพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านด้วยความเร็ววันน่าทึ่ง ร่างของเย่ฟ่านถูกกระแทกตกลงไปในน้ำท่ามกลางสายตาตกตะลึงของผู้คนมากมาย
“จบสิ้นแล้ว น่าเสียดายจริงๆที่ชายหนุ่มแซ่เย่คนนี้ไม่อ่านรอดชีวิตต่อไปได้ เขาแข็งแกร่งอย่างยิ่งบางทีเขาอาจจะมีโอกาสดีที่สุดในการเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะคนแรกในรอบหลายหมื่นปีของโลกเรา”
มีคนแอบถอนหายใจ รู้สึกเสียใจต่อเย่ฟ่านที่อยู่ห่างจากการเป็นอสิ่งมีชีวิตอมตะเพียงก้าวเดียวเท่านั้น
ในระยะไกล ใบหน้าของหยินเทียนจื่อซีดขาวลงทันที เขาอ่อนแอมาก เพราะการโจมตีเมื่อครู่นี้ใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาไปทั้งหมด แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คุ้มค่าอย่างแน่นอน
“ตูม……”
ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเขาต้องตายอย่างแน่นอน ร่างของเย่ฟ่านกลับพุ่งออกมาจากน้ำโดยที่เสื้อผ้าของเขาไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
“ไร้ประโยชน์ ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งกว่านี้สิบเท่าก็ไม่มีทางป้องกันการโจมตีจากข้าได้!” หยินเทียนจื่อกล่าวอย่างเย็นชา
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีกระบวนท่าเมื่อครู่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะสามารถจัดการเย่ฟ่านได้อย่างแน่นอน เพียงแต่สถานการณ์อาจทุลักทุเลเล็กน้อยเท่านั้น
“พลังศักดิ์สิทธิ์ของเจ้าใกล้หมดแล้ว ข้าเพียงหลบหลีกการโจมตีครั้งต่อไปเจ้าก็จะตายจากความเหน็ดเหนื่อยด้วยตัวเอง!” เย่ฟ่านกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“โอม”
เสียงศักดิ์สิทธิ์แห่งนิกายพุทธดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาเพียงแสดงให้เห็นว่าไม่จำเป็นต้องต่อต้านการโจมตีของหยินเทียนจื่อก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้
แต่ในความเป็นจริงต่อให้ต่อสู้กันอย่างตรงไปตรงมาเย่ฟ่านก็ไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย
“แย่แล้ว!” หยินเทียนจื่อตกใจกลัว
ก่อนหน้านี้ในตอนที่เย่ฟ่านต่อสู้กับเขา เย่ฟ่านยังไม่ได้เปิดใช้งานเก้าญาณวิเศษลึกลับเพื่อเพิ่มพลังขึ้นสิบเท่า แต่ตอนนี้เมื่อเย่ฟ่านเริ่มเอาจริงสถานการณ์ก็เกิดความเปลี่ยนแปลงทันที
…………….