- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1028 - เต๋าผู้ยิ่งใหญ่
1028 - เต๋าผู้ยิ่งใหญ่
1028 - เต๋าผู้ยิ่งใหญ่
1028 - เต๋าผู้ยิ่งใหญ่
แน่นอนว่าหลายคนเฝ้าดูอยู่ห่างๆ พวกเขาไม่กล้าเข้ามาทักทายเย่ฟ่าน นั่นก็เพราะเผ่าอีกาทองยังคงทรงพลังอย่างยิ่ง
กลุ่มปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์มากมายที่อยู่ตรงหน้าล้วนมาจากมหาอำนาจที่แข็งแกร่ง คนเหล่านี้ย่อมไม่หวาดกลัวต่ออีกาทองแต่มันไม่ใช่สำหรับพวกเขา
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มที่เป็นพันธมิตรกับเผ่าอีกาทอง พวกเขาเกิดความโกรธแค้นเป็นอย่างมากที่เย่ฟ่านปรากฏตัวที่นี่ อย่างไรก็ตามไม่มีใครกล้าแสดงความโกรธแค้นออกมาภายนอก ไม่เช่นนั้นชะตาชีวิตของพวกเขาจะจบลงด้วยความตายทันที
“พี่เย่ข้าได้ยินชื่อเสียงโด่งดังของเจ้ามานานแล้ว นับถือ นับถือ” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมจอกสุราและมีรอยยิ้มฉาบอยู่บนใบหน้า
นี่คือราชามังกรดำที่มีชื่อเสียงแห่งเป่ยไห่ แม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุดมานานนับพันปีเหมือนคนอื่นๆ แต่บรรพชนของเขาก็เป็นถึงสิ่งมีชีวิตอมตะ และตัวเขาก็ทรงพลังเช่นกัน
เย่ฟ่านไม่หลบเลี่ยงการผูกมิตรกับผู้ใดทั้งสิ้น ดังนั้นเขาจึงชนจอกและดื่มสุรากับราชามังกรดำแห่งทะเลเหนือ
สำหรับตงตง เขาเงียบขรึมมาโดยตลอด ดวงตากลมโตของเขาจ้องมองไปรอบๆ อยู่ตลอดเวลา และเห็นได้ชัดว่ามีความระมัดระวังเสมอ
“พี่เย่มีความกล้าหาญและพลังเหนือธรรมชาติจริงๆ เจ้ากล้าที่จะโก่งเกาทัณฑ์และยิงยอดฝีมือเผ่าอีกาทองนับร้อยโดยไม่หวั่นเกรงว่าจะถูกแก้แค้น เพียงแค่ความกล้านี้ก็ทำให้ข้าอดที่จะยกย่องไม่ได้แล้ว!”
ราชามังกรดำชูจอกสุราขึ้นและดื่มอีกครั้ง
“พี่เย่เจ้าจำเป็นต้องระมัดระวังด้วย ในเผ่าอีกาทองยังคงมีสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังอย่างยิ่ง ว่ากันว่าบางทีเขาอาจกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะแล้วก็ได้!”
เย่ฟ่านถูกล้อมรอบด้วยผู้คนมากมาย แน่นอนว่าผู้ที่ส่งคำเตือนให้เขาล้วนเป็นยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งสิ้น
หลังจากนั้นไม่นานหญิงสาวหลายคนก็กลับมาร่ายรำอย่างอ่อนช้อยอีกครั้ง
ภายใต้เสียงดนตรีอ้อยอิงผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองออกไปข้างนอกและเห็นจินเป่ยเดินเข้ามาในสถานที่จัดงานพร้อมกับชายหนุ่มอีกคน
ชายหนุ่มคนนี้มีคิ้วยาวและเขาศีรษะของเขาก็สวมมงกุฎสีทองงดงามตระการตา
“ราชามังกรวารีเก้าเศียรอยู่ที่นี่!” มีคนอุทาน
ทะเลเหนือนั้นไร้ขอบเขตและมีความลึกไม่สิ้นสุด หลายคนเชื่อว่ามีคุนเผิงระดับเซียนโบราณอาศัยอยู่ด้านล่างของทะเลเหนือ และมังกรวารีเก้าเศียรก็เป็นยอดฝีมือลึกลับซึ่งผู้คนคาดคำนวณว่าเป็นทายาทของคุนเผิงนั่นเอง
ในเวลานี้ผู้คนแสดงสีหน้าแปลกๆ เพราะนอกจากมังกรวารีเก้าหัวและจินเป่ยแล้ว ยังมีอีกาทองอีกหลายตัว รวมทั้งศัตรูของเย่ฟ่านมากมายปรากฏตัวขึ้น
ราชามังกรวารีเก้าเศียรแสดงความเคารพต่อปรมาจารย์ซวนกุ้ยและหลังจากมอบของขวัญแสดงความยินดี เขาก็จ้องตรงไปที่เย่ฟ่านและกล่าวว่า
“ปรมาจารย์แห่งนิกายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกล้วนอยู่ที่นี่ แต่เจ้ากลับนำเด็กน้อยที่มีกลิ่นอึมาด้วย เจ้าไม่เข้าใจกฎหรือ”
บรรยากาศในลานกว้างตึงเครียดทันที มังกรวารีเก้าเศียรคือปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้อยู่ยงคงกระพัน ทุกคนรู้ว่าเขามีความสัมพันธ์ที่แยกไม่ออกกับเผ่าอีกาทอง ดังนั้นศึกครั้งนี้ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
“เจ้าบอกว่าตัวตนของบุคคลเหล่านั้นล้วนมีความพิเศษ เจ้ารู้หรือไม่ว่าเด็กน้อยคนนี้เป็นใคร ในฐานะที่เป็นสายเลือดแห่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มนุษย์ สถานะของเจ้าเทียบไม่ได้แม้แต่กลิ่นอึของเขา” เย่ฟ่านตอบอย่างใจเย็น
ทุกคนวางจอกสุราลง สถานการณ์ในลานกว้างเงียบสนิท แน่นอนว่าสายตาทุกคู่กำลังจับจ้องอยู่ที่ลู่หยาซึ่งเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในบริเวณนี้
มังกรวารีเก้าเศียร และลูหยาเป็นมหาอำนาจรุ่นเยาว์ที่น่าสะพรึงกลัว ความแข็งแกร่งของพวกเขาอยู่ในระดับเจ็ดต้องห้าม ซึ่งแน่นอนว่าในฐานะปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ขั้นห้าพวกเขาย่อมต่อสู้กับครึ่งเซียนระดับสูงสุดได้โดยไม่เป็นรอง
“ผู้สืบเชื้อสายของจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์...ฮ่าๆ ๆ …” มังกรวารีเก้าเศียรหัวเราะ
จากนั้นสีหน้าของเขาก็เย็นชาทันทีและกล่าวว่า “เจ้าคิดว่าเขาใช่ข้าก็ต้องเห็นด้วยกับเจ้าหรือ ข้าคิดว่าเด็กน้อยนี้เป็นเพียงลูกสำส่อนที่เจ้าเก็บมาเท่านั้น บรรพชนของเขาก็คงเป็นลูกสำส่อนเช่นกัน!”
กลุ่มยอดฝีมือที่เป็นศัตรูกับเย่ฟ่านรุมล้อมเข้ามา สีหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความเย้ยยันและส่งเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน
“เจ้าบอกว่าเขาเป็นลูกสำส่อนอย่างนั้นหรือ? เจ้ากล้าดูหมิ่นทายาทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์!”
เย่ฟานจ้องมองราชามังกรวารีเก้าเศียรอย่างไม่แยแส จากนั้นสายตาของเขาก็กวาดไปทั่วผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อยู่ในบริเวณและกล่าวอย่างเย็นชาว่า
“พวกเจ้าได้ยินแล้วใช่ไหม?”
เผ่าพันธุ์มนุษย์กลายเป็นหนึ่งในมหาอำนาจระดับสูงสุดของทุ่งดวงดาวโบราณจื่อเว่ย แน่นอนว่าเพียงแค่บุคคลที่นั่งอยู่ในบริเวณนี้ก็มีปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เผ่าพันธุ์มนุษย์หลายร้อยคนแล้ว
การดูหมิ่นบรรพชนของเด็กอายุห้าขวบคนนี้ว่าเป็นลูกสำส่อนย่อมเป็นการตบหน้ายอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์อย่างชัดเจน
“เจ้าเป็นแค่สัตว์เลื้อยคลานกลับกล้าดูหมิ่นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ว่าเป็นลูกสำส่อน เจ้ากำลังยั่วยุเผ่าพันธุ์มนุษย์ทั้งหมดที่อยู่ที่นี่หรือไม่?” เย่ฟานตะโกนเสียงดัง
การที่เผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถสถาปนาความยิ่งใหญ่ของตัวเองขึ้นมาในทุ่งดวงดาวโบราณนี้ได้ล้วนพึ่งพาความแข็งแกร่งของจักรพรรดิสุริยันผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสิ้น
แน่นอนว่าคำพูดของมังกรบารีเก้าเศียรย่อมสร้างความไม่พอใจให้กับผู้คนมากมาย
“จักรพรรดิสุริยันผู้ยิ่งใหญ่ล้วนเป็นที่เคารพนับถือของทุกเผ่าพันธุ์ แต่ข้าเพียงวิจารณ์เด็กน้อยคนนี้เท่านั้น เขาไม่ใช่ผู้สืบสายเลือดของจักรพรรดิแห่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ และสิ่งที่ข้ากล่าวไปมันผิดตรงไหน?” มังกรวารีเก้าเศียรเล่นลิ้น
เย่ฟ่านยืนขึ้นด้วยท่าทางเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม และกล่าวอย่างชอบธรรมว่า “ถ้าเช่นนั้นข้าจะอนุญาตให้เจ้าพูดอีกครั้ง หากเจ้ามีความกล้าก็จงบอกว่าบรรพชนของเขาเป็นลูกสำส่อนต่อหน้าทุกคนที่อยู่ที่นี่!”
เย่ฟ่านยืนอยู่ในความชอบธรรม แน่นอนว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายที่อยู่ที่นี่ล้วนไม่ต้องการมีความขัดแย้งกับเผ่าพันธุ์อสูร แต่ต่อให้เป็นคนปัญญาอ่อนมากที่สุดก็รู้ว่าเด็กน้อยคนนี้คือทายาทจักรพรรดิสุริยันอย่างแน่นอน
ในขณะเดียวกันยอดฝีมือรุ่นเยาว์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์มากมายก็ได้รับอิทธิพลจากเย่ฟ่าน พวกเขาเกิดความโกรธแค้นอย่างถึงที่สุดและรีบลุกขึ้นยืนทันที
แรงกดดันอันยิ่งใหญ่กวาดเข้าหามังกรวารีเก้าเศียร นี่คือเจตจำนงของทุกคนที่อยู่ที่นี้ และเป็นเจตจำนงของผู้แข็งแกร่งจำนวนมากมายไม่สิ้นสุด
ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามังกรวารีเก้าเศียรกล่าววาจาผิดพลาดอีกครั้งยอดฝีมือเผ่าพันธุ์มนุษย์นับร้อยคนที่อยู่ที่นี่จะต้องฉีกเขาออกเป็นชิ้นๆอย่างแน่นอน!
เย่ฟ่านก้าวไปข้างหน้าพลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาปะทุขึ้นสู่ท้องฟ้า สร้างความกดดันให้กับผู้คนที่อยู่ในบริเวณอย่างรุนแรง
“เจ้าไม่มีความกล้าหรือ!”
สายตาของเย่ฟ่านเต็มไปด้วยความเย็นชาอย่างถึงที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าหากมังกรวารีเก้าเศียรกล้ายืนยันคำพูดของตัวเอง เย่ฟ่านจะลงมือทันที!
ราชามังกรวารีเก้าเศียรตกอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แม้ว่าเขาจะมีพลังเหนือธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ แต่มันไม่มีทางที่เขาจะป้องกันการโจมตีจากยอดฝีมือนับร้อยคนได้
เขาถอยหลังไปเรื่อยๆ สุดท้ายเมื่อเย่ฟ่านคุกคามเข้ามาเขาก็กระอักเลือดคำใหญ่และล้มลงกับพื้น
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเย่ฟ่านเขาไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้ ชื่อเสียงนับร้อยปีที่เขาสร้างขึ้นมาถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดในครั้งเดียว
ทุกคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก เพียงคำพูดของเย่ฟ่านก็สามารถบดขยี้เจตจำนงค์ของครึ่งเซียนระดับสูงสุดได้แล้ว?
เย่ฟ่านเป็นเหมือนเทพเจ้าผู้ไร้ตัวตนที่เสด็จเข้าสู่โลกมนุษย์ เขาไปมาอย่างไร้ร่องรอย ลงมือโหดเหี้ยมอำมหิต แต่ก็ยืนอยู่ในฝั่งแห่งความชอบธรรมอย่างที่ไม่มีผู้ใดปฏิเสธได้
“ข้าจะจดจำความแค้นครั้งนี้ไว้!”
มังกรวารีเก้าเศียรกระแทกฝ่ามือลงพื้น ร่างที่เป็นเหมือนชายหนุ่มรูปงามของเขาเปลี่ยนเป็นมังกรสีเขียวขนาดใหญ่ที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าและหายตัวออกไปจากเกาะอย่างไร้ร่องรอย
“มนต์ศักดิ์สิทธิ์แห่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่!”
ยอดฝีมือรุ่นอาวุโสมากมายตกตะลึงกับการกระทำของเย่ฟ่านพวกเขารู้ดีว่าในคำพูดของเย่ฟ่านก่อนหน้านี้ได้แขวนไว้ด้วยเต๋าผู้ยิ่งใหญ่แห่งสวรรค์พิภพ
เต๋าชนิดนี้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อคนผู้นั้นได้บรรลุความรู้แจ้งและเตรียมที่จะเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะแล้ว นั่นเป็นเหตุผลให้ทุกการกระทำของเย่ฟ่านล้วนแผ่ซ่านเต๋าผู้ยิ่งใหญ่ออกมาโดยไม่รู้ตัว