เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1022 - เปิดฉากสงคราม

1022 - เปิดฉากสงคราม

1022 - เปิดฉากสงคราม 


1022 - เปิดฉากสงคราม

“ลุงเจียง… อย่าไปนะถงถงคิดถึงท่าน…”

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของฝูงชน เสียงร่ำไห้ที่ไร้เรี่ยวแรงและอ่อนแอดังขึ้นอย่างเศร้าสร้อย

เย่ฟานยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมของปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยคน เขากวาดสายตาไปรอบๆและกล่าวเสียงเย็นชาว่า

“พวกเจ้าเป็นเพียงแค่เดรัจฉานเท่านั้น นี่คือสายเลือดคนสุดท้ายแห่งจักรพรรดิเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงคิดจะไล่ล่าเขา ความแค้นครั้งนี้ต้องจบลงด้วยการทำลายล้างทั้งเผ่าพันธุ์เท่านั้น!”

บรรยากาศที่หนาวเย็นกวาดออกไปรอบทิศทางและทำให้ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์หลายร้อยคนสยิวกายด้วยความกลัว

“เมื่อสี่ปีที่แล้ว เจ้าฆ่าองค์ชายเก้าของเผ่าอีกาทองของข้า วันนี้พวกเราจะชำระความแค้นกันในครั้งเดียว!”

ผู้อาวุโสอีกาทองยืนขึ้น ใบหน้าของเขาจมลงเหมือนเมฆสีดำ

เขาคือชายวัยกลางคนที่มีอายุกว่าครึ่งศตวรรษ รูปร่างหน้าตาหล่อเหลา ดวงตาสีทองของเขาเปล่งประกายสดใส

เห็นได้ชัดว่าเขามีสถานะสูงและมีตำแหน่งสำคัญในเผ่าอีกาทองอีกาทองทุกตัวล้วนให้ความเคารพเขาเป็นอย่างมาก

“เจ้ามองเห็นความเจ็บปวดของตัวเองได้ แต่มองไม่เห็นความเจ็บปวดของผู้อื่น ตอนนี้เผ่าอีกาทองของเจ้าต้องการกวาดล้างสายเลือดของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าหากสถานการณ์กลับกันพวกเจ้าจะรู้สึกอย่างไร”

ร่างของเย่ฟานปล่อยหมอกสีทองออกมา หมอกเหล่านั้นก่อตัวเป็นก้อนเมฆที่ลอยขึ้นสู่ด้านบนท้องฟ้า

“สองหมัดยากจะตามสี่ฝ่ามือ ต่อให้เจ้าแข็งแกร่งมากกว่านี้ก็ไม่สามารถรอดชีวิตไปได้!”

ชายวัยกลางคนเดินเข้าหาเย่ฟานอย่างช้าๆด้วยท่าทางองอาจสง่างาม

เผ่าอีกาทองนั้นพิเศษมาก แม้ว่าทุกคนจะได้รับการสืบทอดสายเลือดจากบรรพชนผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะ แต่ในความเป็นจริงพวกเขาล้วนฝึกฝนทักษะคนละสาย

บางคนก็ได้รับมรดกอันยิ่งใหญ่จากสิ่งมีชีวิตอมตะยุคโบราณ บางคนก็ฝึกฝนวิชาประจำตระกูลของตัวเอง ซึ่งทำให้ทักษะของพวกเขามีความแปลกประหลาดอย่างยิ่ง

เย่ฟ่านสงบมาก เขาเพียงก้าวไปข้างหน้าเพื่อเตรียมต่อสู้กับชายวัยกลางคนที่หน้าเกรงขามคนนี้

ใช้วัยกลางคนเผ่าอีกาทองมีนามว่าซวนอี้ ภูเขาเหล็กสีดำปรากฏขึ้นเหนือหัวของเขา มันสูงตระหง่านเหมือนคุนหลุน โดยมีคำว่า “ซวน” สลักอยู่บนนั้น

เขากำลังเดินขึ้นไปข้างหน้าพร้อมกับไม้เท้าสีทองในมือ ทุกก้าวย่างของเขาจะทำให้ความว่างเปล่าสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ไม้สีทองในมือของซวนอี้ถูกโยนขึ้นสู่ท้องฟ้า จากนั้นมันก็เปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นเสาค้ำยันสวรรค์สีทองที่มีความสูงมากกว่าหมื่นวาทันที

ปัง!

คลื่นมหาสมุทรปั่นป่วนอย่างรุนแรง น้ำสีดำโหมกระหน่ำขึ้นสู่ท้องฟ้าและพุ่งเข้าหาเย่ฟานซึ่งยืนอยู่ฟากหนึ่ง

“แครก”

ซวนอี้เขย่าข้อมือของเขา ไม้เท้าสีทองของเขาก็กวาดเข้าหาเย่ฟานด้วยพลังทำลายล้างอันน่าจะพึงกลัว

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ทันใดนั้นวางคิ้วของเขาได้ปลดปล่อยอักขระสีทองออกมาหนึ่งตัวท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงของอีกาทองมากมายนะไม่ถ้วน

“คัมภีร์สุริยันโบราณ!”

“เขาฝึกฝนคัมภีร์สุริยันโบราณได้สำเร็จแล้ว!”

หลายคนในเผ่าอีกาทองตะโกน ในอดีตบรรพชนของพวกเขาคืออสูรรับใช้ของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ดังนั้นพวกเขาจึงได้ฝึกฝนเศษเสี้ยวของคัมภีร์สุริยันมาบ้าง

แน่นอนว่ากลิ่นอายที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากอักขระตัวนั้น มันค่อนข้างชัดเจนว่าเป็นอักขระโบราณจากคัมภีร์สุริยันอย่างแน่นอน

“บูม”

ไม้เท้าสีทองปะทะกับอักขระของเย่ฟานอย่างรุนแรง คลื่นที่เกิดจากการปะทะกวาดออกไปรอบทิศทางและทำให้ทะเลเกิดความปั่นป่วนอย่างถึงที่สุด

“แกร๊ก”

เพียงการปะทะกันครั้งเดียวไม้เท้าขนาดใหญ่ก็มีรอยแตกมากมายปรากฏขึ้น

ความแข็งแกร่งของเย่ฟ่านนั้นยอดเยี่ยมมาก ร่างกายของเขาไม่มีใครเทียบได้ มิหนำซ้ำทักษะเซียนที่เขาฝึกฝนยังไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้

“แดง”

ไม้เท้าสีทองแตกออกเป็นเสียงๆ นี่เป็นถึงอาวุธศักดิ์สิทธิ์ระดับผู้อมตะ แต่มันกลับไม่สามารถทนการโจมตีของเย่ฟานได้แม้แต่ครั้งเดียว

“ทองคำเซียน!”

เย่ฟ่านรู้สึกทึ่ง นี่เป็นวัสดุที่หายากและมีค่าสำหรับการขัดเกลา หม้อปราณปฐพีต้นกำเนิด ดังนั้นเขาจึงกวาดแขนเสื้อและรวบรวมเศษเสี้ยวของไม้เท้าสีทองกลับเข้ามาทั้งหมด

เผ่าอีกาทองเจริญรุ่งเรืองมากมาโดยตลอด พวกเขาทำลายมหาอำนาจเผ่าพันธุ์มนุษย์มามากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นอาวุธของพวกเขาล้วนถูกหลอมขึ้นมาจากวัสดุชั้นเลิศทั้งสิ้น

ซวนอี้แม้จะดูเหมือนชายวัยกลางคนแต่ในความเป็นจริงเขามีอายุมากกว่าสองพันแปดร้อยปี

เขาติดอยู่ที่บันไดขั้นที่เก้าของเซียนเทียมมานานกว่าสองพันปี ความแข็งแกร่งของเขาจึงเทียบได้กับราชามังกรเขียวและราชานกยูงได้โดยไม่เป็นรอง

“แตก”

เย่ฟานประสานอินด้วยสองมือเพื่อเรียกผนึกอย่างรวดเร็ว จากนั้นภูเขาสีดำที่มีขนาดใหญ่โตอย่างน่าเหลือเชื่อก็ตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับอุกาบาตลูกใหญ่

“แย่แล้ว!” ซวนอี้มีสีหน้าจริงจังเป็นอย่างมาก

ก่อนหน้านี้เขาเคยได้ยินเพียงชื่อเสียงของเย่ฟาน และไม่คิดว่าเด็กน้อยอายุไม่ถึงร้อยปีจะแข็งแกร่งขนาดนี้ได้

ซากดึกดำบรรพ์ที่มีชีวิตเช่นเขาบวกกับความสามารถในขอบเขตเจ็ดต้องห้ามเขาแทบจะสามารถกวาดไปทั่วโลกโดยไม่มีผู้ใดต้านทานได้ อย่างไรก็ตามเมื่อเผชิญหน้ากับเย่ฟานเขากลับทำได้เพียงตั้งรับอย่างทุลักทุเลเท่านั้น

“ปึง”

ภูเขาลูกใหญ่ของเย่ฟานปะทะกับภูเขาซึ่งซวนอี้เรียกออกมาปะทะกันกลางอากาศ แรงระเบิดนั้นเขย่าทั้งสวรรค์พิภพและทำให้กระแสน้ำปั่นป่วนอย่างรุนแรง

ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็หายไปจากความว่างเปล่า ซึ่งทำให้ทุกคนประหลาดใจอย่างถึงที่สุด

บนท้องฟ้าสายฟ้าสีทองปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าเย่ฟ่านหลอมรวมร่างกายของตัวเองเข้าสู่มิติอื่นภายใต้ทักษะของตระกูลจี้

จากนั้นฝ่ามือสีทองขนาดใหญ่ของเขาก็กดเข้าหาซวนอี้และภูเขาสีดำด้านล่างอีกครั้ง

นี่เป็นแรงกดดันที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดเท่าที่ซวนอี้เคยเห็น เส้นผมสีทองของเขาโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งพร้อมกับการกระแทกฝ่ามือทั้งสองข้างขึ้นสู่ด้านบน

“ทำลายมันให้ข้า!”

เขาตะโกนเบาๆ และบังคับภูเขาของตัวเองให้ลอยขึ้นสู่ด้านบนเพื่อปิดกั้นรอยมือสีทองขนาดใหญ่

ปัง!

ภูเขาขนาดใหญ่ของซวนอี้สามารถปิดกั้นการโจมตีของเย่ฟานได้ก็จริง แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับมันก็ทำให้ใบหน้าของซวนอี้บิดเบี้ยวและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว

ในขณะนี้แขนขวาของเขาหักสะบั้น เขาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นอีกาทองตัวใหญ่และต้องการหลบหนีออกจากการไล่ล่าของเย่ฟาน

อย่างไรก็ตามฝ่ามือสีทองของเย่ฟานมีพลังทำลายล้างที่ไม่สิ้นสุด มันไล่ตามซวนอี้ไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับกระชากปีกข้างหนึ่งของเขาให้หลุดลงมาจากท้องฟ้า

เลือดสีทองศาสกกระจายไปทั่ว และอีกาตัวใหญ่ส่งเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ด้วยปีข้างเดียวมันไม่สามารถบินอยู่บนท้องฟ้าได้และร่างของมันก็ร่วงตกลงสู่ทะเลทันที

ทุกคนประหลาดใจเป็นอย่างมาก ทักษะส่วนตัวของซวนอี้แม้แต่องค์ชายอีกาทองก็ยังต้องหวาดกลัว เขาเป็นหนึ่งในยอดฝีมือระดับสูงสุดของเผ่าพันธุ์อีกาทอง ทั้งยังครอบครองอัจฉริยะเจ็ดต้องห้ามตั้งแต่หลายพันปีก่อน

ทุกคนพุ่งไปข้างหน้าเพราะรู้ว่าซวนอี้ไม่ใช่คู่เย่ฟาน หากปล่อยไว้เช่นนี้เขาจะต้องถูกฆ่าตายอย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ความเร็วของเย่ฟ่านนั้นเหนือกว่ามาก ร่างของเขาโฉบผ่านผ่านผิวทะเลสีดำพร้อมกับกดฝ่ามือเข้าหาศีรษะของซวนอี้อย่างรวดเร็ว

“โพละ…”

ศีรษะของซวนอี้ถูกบดขยี้จนแหลกเป็นชิ้นๆ ยอดฝีมือรุ่นอาวุโสของเผ่าอีกาทองพยายามควบคุมวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลบหนี แต่สุดท้ายกลับมีแสงสีดำพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของเย่ฟานและตัดวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาออกเป็น 2 ส่วนทันที

“ฆ่า!”

“ล้างแค้นให้กับปรมาจารย์ซวนอี้!”

ทุกคนในเผ่าอีกาทองคำรามด้วยความโกรธและระดมการโจมตีทุกประเภทเข้าหาเย่ฟาน

………..

จบบทที่ 1022 - เปิดฉากสงคราม

คัดลอกลิงก์แล้ว