- หน้าแรก
- ระบบกระจกเทพแลกสมบัติสะท้านฟ้า
- บทที่ 180 - เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับไล่ล่า มหาทินกรสาดแสง
บทที่ 180 - เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับไล่ล่า มหาทินกรสาดแสง
บทที่ 180 - เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับไล่ล่า มหาทินกรสาดแสง
บทที่ 180 - เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับไล่ล่า มหาทินกรสาดแสง
✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿
หลังจากที่เซียวเสวียนและสือเฉียนเฟิงสังหารจระเข้วารีลี้ลับเสร็จสิ้น พวกเขาก็เดินทางลัดเลาะเข้าไปในสวนสมุนไพรวิญญาณต่อไป
ตลอดเส้นทางพวกเขาสังหารสัตว์วิญญาณระดับสองไปหลายตัวและเก็บเกี่ยวสมุนไพรวิญญาณระดับสองมาได้หลายต้น ทว่ากลับไม่พบร่องรอยของสมุนไพรวิญญาณระดับสามเลยแม้แต่เงา
ทว่าในตอนนั้นเอง ร่างอันคุ้นตาก็ปรากฏขึ้นในสายตาของคนทั้งสอง
"สหายเซียว สหายสือ ช่วยข้าด้วย!"
น้ำเสียงของตู๋เป้ยสั่นคลอนราวกับจะร้องไห้ ในเวลาเดียวกันนั้นก็มีเสียงแหวกอากาศดังกึกก้องมาจากทางด้านหลัง
ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว!
เซียวเสวียนหันไปมองตามเสียง ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ดาบยาวที่สาดประกายแสงเย็นเยียบก็พุ่งทะลวงหัวไหล่ขวาของตู๋เป้ยจนเลือดสาดกระเซ็น
"อ๊าก..." เสียงร้องโหยหวนของตู๋เป้ยดังกึกก้องไปทั่วทั้งผืนป่า
"แย่แล้ว เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับตามมาทันแล้ว!"
เซียวเสวียนใจหล่นวูบ
ในเวลานี้ตู๋เฟยกำทวนอสรพิษแปดจั้งที่อาบชโลมไปด้วยเลือดเอาไว้แน่น รอบกายของเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มหมอกสีดำทะมึน กลิ่นอายพลังฝึกตนพุ่งทะยานขึ้นไปจนถึงระดับสร้างรากฐานช่วงกลางขั้นสูงสุด อีกทั้งยังคงค่อยๆ ไต่ระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"สหายเซียว สหายสือ น้องรองของข้าถูกเศษเสี้ยววิญญาณลึกลับสังหารไปแล้ว รีบช่วยข้าที"
ตู๋เป้ยเดินโซเซพุ่งตัวเข้ามาหาพวกเขาทั้งสองคน เลือดที่ไหลทะลักออกมาจากรอยแผลที่แขนขาดกลับแฝงไปด้วยสีดำอันน่าสะพรึงกลัว
เซียวเสวียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาอันว่างเปล่าของตู๋เฟย อีกฝ่ายแสยะยิ้มอำมหิตที่มุมปาก
พูดตามตรง เซียวเสวียนไม่อยากจะปะทะกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเยี่ยงนี้เลย แต่ทว่าในเวลานี้เขายังไม่ได้เพลิงวิญญาณมาครอบครอง หากต้องถอยทัพกลับไปตอนนี้เซียวเสวียนก็รู้สึกไม่ยินยอม
"สหายเซียว นี่มัน..." สือเฉียนเฟิงกำขวานโค้งเอาไว้แน่น เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เซียวเสวียนแค่นยิ้มขื่นขม มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าสถานการณ์ในตอนนี้อันตรายมากแค่ไหน
ทั่วทั้งซากโบราณสถานเหลือเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น หากไม่ยอมเสี่ยงชีวิตสู้ตายสู้รอด เมื่อเศษเสี้ยววิญญาณลึกลับเข้าควบคุมร่างกายของตู๋เฟยได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่ก็มีเพียงความตายสถานเดียว
"ฆ่ามันซะ!" เซียวเสวียนแผดเสียงตวาดลั่น บรรทัดเสวียนหยวนพุ่งทะลวงอากาศออกไปเป็นด่านแรก
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ห่วงวิญญาณปฐพีที่เหน็บอยู่ตรงเอวก็สาดแสงสีเหลืองนวล โล่ดินอันหนาเตอะก่อตัวขึ้นมาปกป้องร่างของเขาในชั่วพริบตา
"ก็แค่วิชาปาหี่ของพวกลิ่วล้อ!"
ตู๋เฟยแค่นเสียงหัวเราะแหบพร่า ทวนอสรพิษแปดจั้งกวาดฟันออกไป เงาทวนสีทองพาดผ่านอากาศเข้าปะทะกับบรรทัดเสวียนหยวนจนเกิดเสียงดังเคร้งคร้างอื้ออึง
"เคร้ง!"
แขนของเซียวเสวียนชาหนึบไปหมด สองมือสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่
ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบสนอง ร่างของตู๋เฟยก็พุ่งทะยานรวดเร็วดั่งสายฟ้าฟาดราวกับภูตผีมาโผล่ที่ด้านหลังของเซียวเสวียนพร้อมกับซัดฝ่ามือออกไปอย่างแรง
ปัง!
เซียวเสวียนสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกมหาศาล ร่างกายพุ่งถลาไปด้านหน้าอย่างไม่อาจควบคุมได้พร้อมกับกระอักเลือดคำโตออกมา
เขาหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง ไม่คิดเลยว่าตู๋เฟยในตอนนี้จะร้ายกาจถึงเพียงนี้ รับมือยากยิ่งกว่าผู้บำเพ็ญเพียรสายมารที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้เสียอีก
ในตอนนั้นเอง ตู๋เป้ยก็เรียกกระบี่สองรูปลักษณ์หยินหยางออกมา ตัวกระบี่แผ่กลิ่นอายสีขาวและดำหลอมรวมเข้าด้วยกัน ก่อตัวเป็นเงาภาพไท่เก๊กคุ้มครองอยู่รอบกาย
มือซ้ายของเขาร่ายมุทรา โล่เพลิงเร้นลับปรากฏขึ้นมาลอยอยู่ตรงหน้าอก พร้อมกันนั้นก็ใช้วิชาเวทธาตุทอง คมมีดเกิงจินสยบมาร ปลดปล่อยคมมีดแสงสีทองห้าสายฟาดฟันออกไปเป็นรูปพัด
ตู๋เฟยแค่นเสียงเย็นชา จากนั้นก็ยกแขนขึ้นมาใช้นิ้วชี้จิ้มฝ่าอากาศ คมมีดแสงสีทองที่ตู๋เป้ยซัดมาก็แหลกสลายกลายเป็นละอองแสงสีทองจางหายไปในทันที
เมื่อตู๋เป้ยเห็นว่าตู๋เฟยสามารถต้านรับท่าสังหารของตนได้อย่างง่ายดาย ความสิ้นหวังก็วาบผ่านเข้ามาในจิตใจ
ตู๋เฟยฉวยโอกาสอันหาได้ยากนี้พุ่งตัวเข้ามาโผล่ตรงหน้าของตู๋เป้ยในชั่วพริบตาพร้อมกับเผยรอยยิ้มอำมหิตอันบิดเบี้ยว
"ระวัง!" เซียวเสวียนร้องเตือน
ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ตู๋เป้ยที่เพิ่งจะดึงสติกลับมาได้เบิกตากว้าง เขาคิดจะรีดเค้นพลังวิญญาณเพื่อกางม่านพลังป้องกัน ทว่ากลับพบว่าพลังวิญญาณในร่างคล้ายกับถูกสะกดเอาไว้
ทวนอสรพิษแปดจั้งพุ่งทะลวงฝ่าความว่างเปล่าออกมา
ฉึก!
ในวินาทีนี้เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่คืบคลานเข้ามาใกล้
"ม่าย!"
เขาหลบไม่ทันเสียแล้ว เสียงร้องโหยหวนด้วยความไม่ยินยอมดังลั่น ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกทวนอสรพิษแปดจั้งแทงทะลุกลางอก
ตู๋เป้ยเบิกตากว้างกุมบาดแผลเอาไว้ ในท้ายที่สุดเขาก็สิ้นใจตายไปอย่างไม่ยินยอม
สือเฉียนเฟิงตกใจกลัวจนสติหลุดลอย แววตาของเขาสาดประกายความเด็ดเดี่ยว ล้วงเอายันต์อสนีบาตม่วงออกมาสองแผ่น
"ไปตายซะ!"
สือเฉียนเฟิงแผดเสียงตวาดลั่นพร้อมกับกระตุ้นการทำงานของยันต์อสนีบาตม่วง
ชั่วพริบตานั้นเมฆดำทะมึนก็ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า อสนีบาตสีม่วงสองสายผ่าฟาดลงมาใส่ร่างของตู๋เฟยอย่างจัง
เศษเสี้ยววิญญาณลึกลับสัมผัสได้ถึงพลังแห่งสายฟ้า นัยน์ตาของมันสาดประกายโทสะ มันถึงกับเลือกที่จะใช้ร่างกายต้านรับการโจมตีนี้เอาไว้ตรงๆ ร่างของมันพุ่งทะยานราวกับภูตผีเข้าหาสือเฉียนเฟิงพร้อมกับซัดกำปั้นออกไปอย่างรุนแรง
สือเฉียนเฟิงไม่มีทางหลบพ้น พละกำลังอันมหาศาลกระแทกเข้าที่หน้าอกของเขาอย่างจัง
เขากระอักเลือดคำโตออกมา ร่างทั้งร่างปลิวกระเด็นถอยหลังไปราวกับว่าวที่สายป่านขาด ร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรงจนไม่รู้เป็นตายร้ายดี
"สหายสือ!" เซียวเสวียนตาเบิกกว้างจนแทบจะฉีกขาด ภายในใจร้อนรุ่มดั่งไฟสุม
ในเวลานี้ไม่เปิดโอกาสให้เขาลังเลอีกต่อไปแล้ว เขาตัดสินใจใช้วิชาลับเผาผลาญโลหิตออกมาโดยไม่ลังเล พลังวิญญาณที่เหือดแห้งไปกลับมาเต็มเปี่ยมในชั่วพริบตา
"วิชาลับสายมารงั้นรึ"
แววตาของตู๋เฟยสาดประกายความประหลาดใจ
พลังวิญญาณรอบกายของเซียวเสวียนเดือดพล่าน เขากวัดแกว่งบรรทัดเสวียนหยวน ชั่วพริบตานั้นเงาภาพดอกบัวสีเขียวเก้าดอกก็เบ่งบานขึ้นมารอบกาย ทุกที่ที่มันพาดผ่านทำเอามิติสั่นกระเพื่อม
เงากระบี่นับหมื่นพุ่งทะลวงอากาศ เสียงหวีดหวิวแสบแก้วหูดังก้อง พื้นดินถูกกรีดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ลากยาวออกไป
สีหน้าของตู๋เฟยแปรเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขารีบยกทวนอสรพิษแปดจั้งขึ้นมาต้านรับ ไอหมอกสีดำทะมึนรอบตัวทวนเดือดพล่าน ก่อตัวเป็นม่านพลังสีดำสนิท
ปราณกระบี่ปทุมมาปะทะเข้ากับม่านพลังสีดำสนิท บังเกิดเสียงระเบิดกึกก้องสะท้านฟ้าสะเทือนดิน
ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจม่านพลังสีดำก็ถูกฉีกขาด ปราณกระบี่ปทุมมายังคงพุ่งทะยานต่อไปอย่างไม่ลดละ ฟาดฟันเข้าที่หัวไหล่ของตู๋เฟยอย่างจัง
ได้ยินเพียงเสียงฉึกดังขึ้น หัวไหล่ซ้ายของตู๋เฟยถูกปราณกระบี่ทะลวงจนเป็นรูโหว่ เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาดั่งน้ำพุ
เขาร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ร่างทั้งร่างถูกแรงกระแทกมหาศาลซัดจนปลิวละลิ่ว ร่างกระแทกเข้ากับหน้าผาหินสูงหลายสิบจั้งอย่างแรง
"ไอ้เด็กรุ่นหลังบัดซบ เจ้าทำให้ข้าโกรธจนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ!"
ตู๋เฟยเก็บทวนอสรพิษแปดจั้ง สองมือร่ายมุทรา ริมฝีปากพึมพำท่องพยางค์ลึกลับ
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจากร่างของตู๋เฟย ร่างกายของเขาสาดประกายแสงสีทองบาดตา ก่อตัวเป็นเงาภาพดวงอาทิตย์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสิบจั้ง ไอร้อนระอุแผดเผาพื้นดินจนแตกระแหง มวลอากาศในรัศมีสิบลี้เริ่มบิดเบี้ยวผิดรูป
"มหา ทินกร สาด แสง!"
เซียวเสวียนม่านตาหดเกร็ง เอ่ยด้วยความตกตะลึงว่า "นี่หรือว่าจะเป็นวิชาศักดิ์สิทธิ์ในตำนาน"
วิชาศักดิ์สิทธิ์ เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่าวิชาเวท มันคือไพ่ตายในการต่อสู้ของเจินเหรินระดับจินตัน เมื่อก้าวเข้าสู่ระดับจินตันแล้ว ผู้บำเพ็ญเพียรจะไม่ฝึกฝนวิชาเวทอีกต่อไป แต่จะหันไปบ่มเพาะวิชาศักดิ์สิทธิ์แทน วิชาศักดิ์สิทธิ์ที่มีอานุภาพทำลายล้างรุนแรงบางวิชาสามารถผ่าภูเขาทลายหิน ควบคุมสายน้ำได้ไกลถึงสามพันลี้
เซียวเสวียนรู้สึกปวดแสบปวดร้อนที่ผิวหนังในทันที โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยแสงสีทอง แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวบีบคั้นจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก ผืนดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มยุบตัวลง
ตูม ตูม ตูม!
เซียวเสวียนเรียกห่วงวิญญาณปฐพีออกมาหมายจะต้านรับการโจมตีในครั้งนี้ ทว่าแสงสีทองอันน่าสะพรึงกลัวกลับหลอมละลายห่วงวิญญาณปฐพีไปอย่างรวดเร็ว
สีหน้าของเซียวเสวียนฉายแววหวาดหวั่น เขาไม่มีเวลาให้คิดทบทวนอีกต่อไป ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ เขาตัดสินใจหลบหนีเข้าไปในกระจกหมื่นสมบัติโดยไม่ลังเล
อั่ก!
แม้ว่าเซียวเสวียนจะหลบหนีเข้าไปในกระจกหมื่นสมบัติได้อย่างราบรื่น แต่เขาก็ยังคงถูกอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของวิชาศักดิ์สิทธิ์ซัดกระแทกจนอวัยวะภายในแทบจะแหลกเหลว
แค่ก แค่ก แค่ก!
"เจินเหรินระดับจินตันก็คือเจินเหรินระดับจินตันจริงๆ ต่อให้จะเป็นเพียงแค่เศษเสี้ยววิญญาณที่เข้ายึดร่างผู้อื่นก็ไม่ใช่สิ่งที่ผู้บำเพ็ญเพียรระดับสร้างรากฐานอย่างพวกเราจะต่อกรด้วยได้เลย"
เซียวเสวียนรีบหยิบโอสถฟื้นฟูหยกหิมะออกมากลืนลงคอหนึ่งเม็ด ใบหน้าที่ซีดเผือดจึงค่อยๆ กลับมามีสีเลือดฝาดอีกครั้ง
[จบแล้ว]