เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

940 - คัมภีร์สุริยัน

940 - คัมภีร์สุริยัน

940 - คัมภีร์สุริยัน 


940 - คัมภีร์สุริยัน

แปดวันต่อมา สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองที่ยอมตายไม่ยอมจำนนก็ถูกเย่ฟ่านขังไว้ในถ้ำพร้อมกับซ้อมทรมานเพื่อให้พวกมันอ่านตัวอักขระที่เขียนอยู่ในน้ำตาเทียนซึ่งมีลักษณะเป็นสีทอง

แผ่นหนังสัตว์สีทองนี้เย่ฟ่านได้มาจากรังของอีกาในสุสานเซียนมันถูกซ่อนอยู่ใต้ไข่ของอีกาทอง และทุกครั้งที่เย่ฟ่านสัมผัสมันเขาจะรู้สึกร้อนเล็กน้อย

แผ่นหนังสัตว์สีทองเป็นสมบัติที่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ทิ้งไว้ ดังนั้นมันจะต้องมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ภายในอย่างแน่นอน

"ถ้าเจ้ายังไม่แปลเนื้อหาออกมาข้าจะฆ่าเจ้าทั้งคู่ ในโลกใบนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตโบราณอีกมากมาย ข้าไม่เชื่อว่าทุกคนจะใจแข็งเหมือนพวกเจ้า" เย่ฟ่านเตือน

"นี่คือ..."

เมื่อสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองมีโอกาสมองเห็นเนื้อหาของหนังสัตว์สีทองร่างกายของพวกมันก็สั่นสะท้านด้วยความกลัว

หนังสัตว์แผ่นนี้ห่อหุ้มวัตถุที่มีลักษณะคล้ายกับทองคำเซียน

มันเป็นชิ้นส่วนของคัมภีร์ที่ยิ่งใหญ่เล่มหนึ่ง หลังจากผ่านกาลเวลาหลายแสนปีในที่สุดหนังสัตว์แผ่นนี้ก็ซีดเซียวจนมีลักษณะคล้ายกับแผ่นทองเหลืองเท่านั้น

เย่ฟ่านถือมันไว้ในมือของเขา และสัมผัสแห่งความอบอุ่นที่นิ้ว เขาไม่รู้ภาษาศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นเขาจึงทำได้เพียงคาดเดาและสังเกตสีหน้าของสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสอง

ในถ้ำโบราณสิ่งมีชีวิตทั้งสองพยายามส่งสายตาหากันตลอดเวลา เห็นได้ชัดว่าพวกมันกำลังสื่อสารกันบางอย่าง

“มาจากทุ่งดาวโบราณจื่อเว่ย ตามที่คาดไว้… เผ่าพันธุ์มนุษย์ในตอนนั้นมาจากทุ่งดาวโบราณจื่อเว่ย”

เสียงของสิ่งมีชีวิตโบราณสั่นเครือและถือม้วนหนังสัตว์ด้วย ท่าทางตื่นเต้นมาก

"เจ้ากล่าวว่าอะไรนะ?"

เย่ฟ่านก็ปรากฏตัวขึ้นในถ้ำโบราณพร้อมกับเค้นถามเสียงดัง

"บรรทัดแรกระบุต้นกำเนิดอย่างชัดเจน มันคือคัมภีร์จักรพรรดิโบราณของเผ่าพันธุ์มนุษย์ ซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากทุ่งดาวจื่อเว่ย"

สิ่งมีชีวิตโบราณตกใจและคว้าคัมภีร์หนังสัตว์อย่างแรง

ในโลกนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์ปรากฏช้ากว่าหมื่นเผ่าพันธุ์มาก ตามตำนานโบราณ มนุษย์กลุ่มหนึ่งมาจากนอกภูมิภาคและตั้งแต่นั้นมาพวกเขาก็กลายเป็นหนึ่งในเผ่าพันธุ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้

นี่เป็นข่าวที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง มนุษย์มาจากทุ่งดาวโบราณจื่อเว่ย ข้ามจักรวาลที่มืดมิดและปรากฏตัวในโลกใบนี้

สิ่งมีชีวิตโบราณก็ประหลาดใจเช่นกัน พวกเขาพบว่ามันฯ๋ษเหลือเชื่อที่เผ่าพันธุ์ที่อ่อนแอในสายตาของพวกเขาสามารถข้ามทุ่งดวงดาวขนาดใหญ่มาได้!

สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองนึกถึงการอพยพของราชาโบราณบางราชวงศ์ก่อนหายนะโบราณ จิตใจของพวกเขาก็สั่นไหว หรือว่าราชาโบราณในอดีตได้อพยพไปตามเส้นทางแห่งดวงดาว

“คัมภีร์สุริยัน”

"นี่คือคัมภีร์สุริยันในตำนาน"

หลังจากนั้นไม่นาน สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น

ในสมัยโบราณ คัมภีร์โบราณสองเล่มของเผ่าพันธุ์มนุษย์หนึ่งเรียกว่าสุริยัน หนึ่งเรียกว่าจันทรา คือคัมภีร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสวรรค์พิภพ

แม้กระทั่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่อ่อนแอที่สุดก็ยังสามารถพัฒนาตัวเองจนกลายเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งแข็งแกร่งยิ่งกว่าจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์โบราณด้วยซ้ำ

ในอดีตมีราชาโบราณหลายคนตามหาคัมภีร์เล่มนี้แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้แต่เสียชีวิตด้วยความผิดหวัง และตอนนี้มีชีวิตโบราณทั้งสองตัวต่างก็อุทานออกมาด้วยความตื่นเต้น

"หากเจ้ามอบสิ่งนี้ให้กับราชาโบราณของเผ่าพันธุ์เรา เจ้าจะได้รับรางวัลอันยิ่งใหญ่"

สิ่งมีชีวิตจากเผ่าพันธุ์โบราณตัวหนึ่งพยายามหว่านล้อม

"คัมภีร์สุริยัน..."

เย่ฟ่านมีลางสังหรณ์อยู่ในใจตั้งแต่แรกแล้ว คัมภีร์เล่มนี้ถูกเก็บไว้ในรังของอีกาทอง และแม้กระทั่งตอนนี้มันก็ยังปลดปล่อยความร้อนออกมาเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ามันมีความเกี่ยวข้องกับดวงอาทิตย์อย่างแท้จริง

“ในตอนนี้อสูรผู้ยิ่งใหญ่และเด็กน้อยมนุษย์จากเผ่าพันธุ์ของเจ้ากำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างทักษะที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก หากมันปรากฏขึ้นมันจะสร้างหายนะครั้งใหญ่อย่างแน่นอน”

เมื่อได้ยินสิ่งที่สิ่งมีชีวิตโบราณกล่าว เย่ฟ่านก็ตระหนักได้ทันทีว่าหวังเถิงคิดจะทำอะไร

"นี่คือคัมภีร์ที่แตกหัก ยังไม่สมบูรณ์" สิ่งมีชีวิตโบราณกล่าว

เย่ฟ่านถอนหายใจ เขารู้อยู่แล้วว่านี่เป็นเพียงชิ้นส่วนของคัมภีร์เล่มหนึ่ง มันไม่มีทางที่เนื้อหามากมายมหาศาลของคัมภีร์สุริยันจะถูกรวบรวมอยู่ในกระดาษแผ่นเดียวเท่านั้น

“แปลให้ข้าฟังตามตรง หากพวกเจ้าคนนึงคนใดโกหกข้าจะฆ่าพวกเจ้าทั้งคู่” เขาเตือนอีกครั้ง

เขากลัวว่าสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองจะหลอกลวงเขา ท้ายที่สุด หนังสือเล่มนี้มีความสำคัญเกินไป มันเป็นเครื่องรางของเผ่าพันธุ์มนุษย์และมาจากทุ่งดาวโบราณจื่อเว่ย

สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองใช้เวลาสามชั่วยามเต็มในการแปลเนื้อหาทั้งหมด เห็นได้ชัดว่าพวกมันอ่านตัวอักขระเหล่านี้ออกจริงๆ

แต่สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานขนาดนี้ก็เพราะพวกมันพยายามจดจำเนื้อหาในคัมภีร์

“หากเราแปลคำภีร์ให้เจ้าฟังแล้วเจ้าจะฆ่าปิดปากเราหรือไม่”

สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งคู่ไม่ใช่คนโง่ ดังนั้นพวกมันจึงเกิดความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

“ข้าจะลงมือให้รวบรักที่สุดโดยที่พวกเจ้าจะไม่ได้รับความทรมาน” เย่ฟ่านกล่าวอย่างตรงไปตรงมา

"แต่เราต้องการมีชีวิตอยู่ต่อไป"

สิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองไม่ยินยอมพร้อมใจ

เย่ฟ่านขมวดคิ้ว สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วกะว่า

"ข้าจะทำลายความทรงจำของพวกเจ้าไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง อย่างน้อยที่สุดพวกเจ้าก็ยังจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้"

"ตกลง ถือเป็นคำสัญญา"

สิ่งมีชีวิตโบราณสองเริ่มแปลคัมภีร์ต่อ

“ยังมีคัมภีร์สำหรับเซียนเทียมที่ด้านหลังของคัมภีร์เล่มนี้ แท้ที่จริงแล้วมันบันทึกขอบเขตที่ยิ่งใหญ่ถึงสองอาณาจักร” สิ่งมีชีวิตในยุคดึกดำบรรพ์กล่าวอย่างระมัดระวัง

เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่ฟ่านก็รู้สึกสดชื่นและตื่นเต้นไปดังมาก ตอนนี้ เขาได้เข้าสู่อาณาจักรลับของเซียนเทียมแล้ว สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดคือทักษะการบ่มเพาะที่สอดคล้องกัน

คัมภีร์สุริยันคืออะไร? มันคือคัมภีร์โบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดซึ่งแม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อู๋ซือและเหิงหยูก็ยังใช้คัมภีร์เล่มนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างญาณวิเศษที่แข็งแกร่งที่สุดของพวกเขา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาผู้คนมากมายต่างถกเถียงกันว่าคัมภีร์สุริยันและจันทราเป็นคัมภีร์ใดที่แข็งแกร่งกว่า อย่างไรก็ตามเพียงได้รับหนึ่งในคัมภีร์เหล่านั้นก็เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะได้แล้ว

เย่ฟ่านอ่านคำแปลของสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสองตามลำดับ เมื่อพบว่าเนื้อหาในคัมภีร์ไม่มีความขัดแย้งกันเขาก็พยักหน้าเบาๆ

"สุริยันที่แท้จริง" เย่ฟ่านพึมพำกับตัวเอง

เย่ฟ่านผนึกสิ่งมีชีวิตโบราณทั้งสอง และนั่งสมาธิบนหินเพื่อศึกษาคัมภีร์อย่างเงียบๆ ในระหว่างคิ้วของเขา ลำแสงศักดิ์สิทธิ์พุ่งขึ้นมาทีละเส้น

เย่ฟ่านได้รับคัมภีร์สุริยันซึ่งช่วยทุ่นแรงให้เขาเป็นอย่างมาก และในโลกนี้ไม่มีญาณวิเศษใดจะเทียบได้กับคัมภีร์สุริยันอีกแล้ว

"ฉี"

ทะเลสาบสีทองของเย่ฟ่านสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์กลมโต ในขณะเดียวกันคลื่นความร้อนที่ถูกปลดปล่อยออกมาก็ทำให้ความว่างเปล่าปิดเบี้ยวอย่างไม่สิ้นสุด

เย่ฟ่านเกิดความรู้สึกเหมือนปัญญาของเขาได้รับการเปิดเผย เขาสามารถตระหนักรู้ในหลายสิ่งหลายอย่างทั้งที่ในอดีตไม่เคยคิดถึงมาก่อน

"อาณาจักรลับเซียนเทียมคือการฝึกฝนจิตใจให้แข็งแกร่ง มันเป็นการปูทางสู่ขอบเขตชีวิตอมตะซึ่งมุ่งเน้นในการฝึกฝนเต๋าเท่านั้น"

เย่ฟ่านถือเมล็ดโพธิ์อยู่ในมือและเคลื่อนพลังศักดิ์สิทธิ์ให้ไหลไปตามเส้นทางที่ถูกบันทึกไว้ในคัมภีร์สุริยัน

หนึ่งวัน สองวัน...

หนึ่งเดือนผ่านไปเช่นนี้

“ครืน”

ด้วยเสียงสั่นสะท้านที่ดังขึ้น ร่างของเย่ฟ่านหวีดหวิวเหมือนกระบี่เซียน จากนั้นดวงอาทิตย์สีทองดวงเล็กๆ ก็พุ่งออกมาจากหน้าผากของเขาและทำให้ทำขนาดใหญ่ส่องสว่างราวกับเป็นเวลากลางวัน

คัมภีร์สุริยันได้ขัดเกลาวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาจนมีความเฉียบคมมากกว่าเดิมหลายเท่า

จากนั้นดวงอาทิตย์สีทองดวงน้อยก็แปลงร่างเป็นหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิด จากนั้นเก็เป็นเจดีย์เล็กๆ ระฆังสีทอง ไล่สิ่งอื่นๆอีกมากมาย

สุดท้ายร่างของชายผมทองตัวเล็กๆได้ลอยขึ้นไปบนท้องฟ้า ในทันทีที่ร่างของเขาผสานรวมกับดวงอาทิตย์สีทองคลื่นพลังอันแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาทันที!

"บูม"

จบบทที่ 940 - คัมภีร์สุริยัน

คัดลอกลิงก์แล้ว