- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาถูกอ่านใจ พี่ชายทั้งห้าดันมาขโมยไอเดียไปใช้กันฟรีๆ
- บทที่ 30 ฉันไม่เล่นด้วยแล้ว!
บทที่ 30 ฉันไม่เล่นด้วยแล้ว!
บทที่ 30 ฉันไม่เล่นด้วยแล้ว!
กู้หนิงซีกวาดสายตามองไปรอบห้อง สรุปได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาเหมาะที่จะเจอพวกเขา และกำลังจะหันหลังเตรียมชิ่งหนี ทว่าวินาทีต่อมา เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของชิวเสวี่ยถิงเดินเข้ามาใกล้ พร้อมกับรอยยิ้มละมุน เธอรั้งตัวกู้หนิงซีที่กำลังจะหนีเอาไว้เบาๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน:
"ซีซีกลับมาแล้ว! กินอะไรมาหรือยังจ๊ะ? ความจริงแล้วเป็นความผิดของแม่เองแหละ เมื่อกี้แม่อยากจะโทรหาลูก แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครมีเบอร์โทรของซีซีเลย เป็นความสะเพร่าของพ่อกับแม่เอง ซีซีให้อภัยแม่ได้ไหม?"
ชิวเสวี่ยถิงมองกู้หนิงซีด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ตอนที่พูดออกไป นี่เป็นความผิดพลาดของเธอกับกู้หงอี้จริงๆ สองวันมานี้พวกเขายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนั้นเรื่องนี้จนลืมบันทึกเบอร์โทรของซีซีเอาไว้ แม้แต่ที่โรงเรียนก็มีแค่เบอร์ของกู้หงอี้เท่านั้น
เนื่องจากการเรียนในมหาวิทยาลัยค่อนข้างอิสระ นักศึกษาไม่จำเป็นต้องเข้าเรียนทุกคาบ ยกเว้นวิชาหลัก ดังนั้น ชิวเสวี่ยถิงจึงไม่รู้เลยว่ากู้หนิงซีโดดเรียนไปเมื่อบ่ายนี้
ส่วนกู้ซานฉีน่ะเหรอ แค่คิดถึงหน้ากู้หนิงซีเขาก็ปวดหัวตึบแล้ว อย่าให้พูดถึงเลยดีกว่า
กู้หนิงซี: ...?
"มะ-ไม่มีอะไรหรอกค่ะ! ฉันสบายดี!"
กู้หนิงซีทนเห็นคนสวยทำหน้าเศร้าไม่ได้ จึงให้อภัยเธออย่างไม่ลังเล
"มาๆ รีบมานั่งเร็ว พวกเรากำลังรอลูกอยู่เลย วันนี้แม่ให้ป้าหวังตุ๋นซุปขาหมูไว้ให้ลูกกินบำรุงด้วยนะ!"
เมื่อชิวเสวี่ยถิงได้ยินคำตอบของกู้หนิงซี มุมปากของเธอก็ยกขึ้นเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าเด็กคนนี้แพ้ทางคนสวย
แต่เด็กคนนี้มีข้อเสียอยู่อย่างนึงคือ ชอบคิดมากไปเอง พวกเขาไปเลิกชอบเธอตอนไหนกัน? แล้วจัดงานรวมญาติโดยไม่บอกเธองั้นเหรอ? ใครบอกว่านี่คืองานรวมญาติกันล่ะเนี่ย???
ถ้าเมื่อกี้เธอคว้าตัวไว้ไม่ทัน ยัยเด็กนี่คงหนีเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว! คนทั้งบ้านอุตส่าห์รอเธอกลับมากินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตา ถ้าขืนหนีไป มีหวังลูกชายสองคนของเธอได้มองว่าซีซีไร้มารยาทหนักกว่าเดิมแน่ๆ
แล้วกู้หนิงซีก็ถูกลากมานั่งแหมะอยู่ข้างซ้ายของชิวเสวี่ยถิงแบบงงๆ ทุกคนบนโต๊ะอาหารต่างจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียวโดยไม่ได้พูดอะไรสักคำ
สีหน้าของกู้รั่วหลานดูไม่สบอารมณ์เลยตั้งแต่กู้หนิงซีเดินเข้ามา เดิมทีเธอคิดว่าช่วงที่กู้หนิงซีไปเรียน เธอจะใช้โอกาสนี้ประจบเอาใจพ่อแม่ได้สำเร็จ แต่ยัยเด็กบ้านี่ดันโผล่หัวกลับมาตั้งแต่วันแรกที่เปิดเทอมซะงั้น
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร กู้หงอี้ก็กระแอมไอสองสามทีแล้วเริ่มพูดขึ้น:
"อะแฮ่ม ซีซี! นี่คือพี่ใหญ่ของลูก กู้อี้ชิง ส่วนนั่นคือพี่สาม กู้ซานฉี ลูกเคยเจอพี่ห้ามาแล้ว ส่วนพี่รองกับพี่สี่งานยุ่งมาก คงจะได้เจอกันในงานเลี้ยงต้อนรับนู่นแหละ"
กู้หนิงซีมองคนหน้าตายสองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม มุมปากกระตุกเล็กน้อย และยังคงเงียบต่อไป
【เจอมาแล้วทั้งคู่แหละ คนนึงหน้าเป็นศพ สายตาอย่างกับมีดหมอคอยจะกรีดเนื้อ ส่วนอีกคน ฉันเพิ่งปะทะฝีปากกับเขามาเมื่อบ่าย แถมฉันเป็นคนฟาดหน้าเขาไปเต็มๆ เลยไม่ใช่หรือไง? ทำยังไงดีล่ะ? มือฉันเริ่มคันอยากจะฟาดหน้านั้นอีกรอบซะแล้วสิ!】
คนในตระกูลกู้เหลือบมองหน้าพวกเขาสองคน: ...นี่พวกเขาสองคนไปฟาดฟันกันมาจริงๆ เหรอเนี่ย?
กู้ซานฉี: ...ยัยเด็กนี่หุบปากไม่ได้เลยใช่ไหม? ไปตีรันฟันแทงกับคนอื่นนี่มันน่าภูมิใจตรงไหน?
กู้หนิงซีไม่เพียงแต่ไม่หุบปาก แต่กลับยิ่งได้ใจคิดต่ออย่างเมามัน:
【จะว่าไป นิสัยดื้อรั้นของกู้ซานฉีเนี่ย ก็ได้มาจากคุณแม่คนสวยนั่นแหละ! ตอนนั้นคุณแม่คนสวยมัวแต่ถ่ายหนัง กู้ซานฉียังเด็กอยู่ ก็เลยต้องให้พี่เลี้ยงคอยดูแลและหอบหิ้วตามคุณแม่ไปกองถ่ายด้วย】
【คุณแม่คนสวยดังเป็นพลุแตก เป็นถึงราชินีจอเงิน รอบตัวก็เลยมีแต่หนุ่มหล่อสาวสวยเต็มไปหมด พอพวกดาราสาวสวยๆ เห็นว่ากู้ซานฉีหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ก็มักจะชอบเข้ามาแหย่มาเล่นด้วย】
【กู้ซานฉีเกลียดการที่คนอื่นมาแตะต้องของของเขา และนั่นก็รวมถึงคนของเขาด้วย ช่วงเวลาครึ่งปีนั้นกลายเป็นปมฝังใจในวัยเด็กของกู้ซานฉีไปเลย ครึ่งปีต่อมา กู้ซานฉีถึงกับประกาศกร้าวว่ายอมอยู่บ้านคนเดียวดีกว่าต้องตามคุณแม่คนสวยไปกองถ่ายอีก】
【แต่แค่ช่วงเวลาครึ่งปีนั้น ก็ทำให้กู้ซานฉีกลายเป็นโรคแพ้ผู้หญิง ทนไม่ได้ที่ผู้หญิงมาถูกเนื้อต้องตัว ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนเขาจะเกลียดผู้หญิงเข้าไส้เลยด้วยซ้ำ ปกติแล้วผู้ช่วยหรือเพื่อนร่วมงานของเขาแทบจะมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น】
【แต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้มีอาการนี้กับคุณแม่คนสวยแล้วก็กู้รั่วหลานนะ เดี๋ยวก่อนสิ ฉันกับกู้ซานฉีก็เจอกันมาสองรอบแล้วไม่ใช่เหรอ? ทำไมเขาถึงไม่มีอาการอะไรกับฉันเลยล่ะ? วันนี้เขายังตบตีกับฉันได้อย่างหน้าตาเฉย หรือว่าสายเลือดมันจะข้นกว่าน้ำกันนะ?】
【ช่างเถอะ! ยังไงซะ ก่อนที่กู้ซานฉีจะกระโดดตึกตาย เขาก็ยังไม่เคยมีผู้หญิงตกถึงท้องเลยด้วยซ้ำ หมอนี่มันหนุ่มเวอร์จิ้นชัดๆ!】
กู้หนิงซีลูบคางครุ่นคิดถึงปัญหาโลกแตกนี้
คนในตระกูลกู้ต่างหันไปมองกู้ซานฉีเป็นตาเดียว แววตาเต็มไปด้วยความล้อเลียน: ...ที่แท้นายก็ยังซิงอยู่นี่เอง!
กู้ซานฉีอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
แม้แต่กู้อี้ชิงยังเลิกคิ้วขึ้นและมองไปที่กู้ซานฉี ถึงเขาจะไม่ได้เชื่อว่าสิ่งที่เด็กผู้หญิงคนนี้พูดเป็นความจริงทั้งหมด แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจก็คือ เขาสามารถได้ยินเสียงในใจของเด็กคนนี้ได้อย่างนั้นเหรอ?
เสียงที่เขาได้ยินในวิดีโอก่อนหน้านี้ ก็คือเสียงในใจของเด็กผู้หญิงคนนี้ด้วยใช่ไหม? เขาบังเอิญเจอเรื่องมหัศจรรย์แบบนี้เข้าจริงๆ เหรอเนี่ย! เป็นเพราะสายเลือดเดียวกัน หรือว่ามีเหตุผลอื่นกันแน่?
"แค่กๆๆ! กู้หนิงซี! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!"
แค่วันนี้วันเดียว กู้ซานฉีได้ยินกู้หนิงซีเรียกเขาว่าหนุ่มเวอร์จิ้นมาไม่ต่ำกว่าสามรอบแล้ว จะไม่ให้เขาโกรธได้ยังไงล่ะ! เขาตวาดลั่นใส่กู้หนิงซีทันที หน้าแดงเถือกไปจนถึงใบหู
"คุณนี่มันไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ฉันยังไม่ได้อ้าปากพูดอะไรสักคำ แล้วคุณมาสั่งให้ฉันหุบปากทำไมฮะ? ฉันรู้แล้ว! คุณแค่เหม็นขี้หน้าฉันใช่ไหมล่ะ บอกมาแต่แรกก็สิ้นเรื่อง! ฉันไม่อยู่ให้รกหูรกตาหรอก! ฉันกินข้าวเย็นมาแล้ว! ไม่ต้องมานั่งเป็นเพื่อนหรอก!"
กู้หนิงซีเองก็ชักจะอารมณ์เสีย เธอแทบไม่ได้พูดอะไรเลย เขากลับมาไล่ให้เธอหุบปาก—นี่มันจงใจหาเรื่องกันชัดๆ! คิดว่าเธอจะยอมอ่อนข้อให้หรือไง!
พูดจบ กู้หนิงซีก็ลุกขึ้นพรวดแล้วหันไปพูดกับชิวเสวี่ยถิง:
"คุณแม่คนสวย หนูไม่กินแล้วนะคะ ขืนอยู่ตรงนี้ก็เป็นแค่ก้างขวางคอเปล่าๆ พวกคุณกินกันให้อร่อยเถอะค่ะ"
จากนั้นเธอก็หันหลังเดินขึ้นชั้นบนไป
【น่ารำคาญชะมัด สมน้ำหน้าแล้วที่โดนใส่ร้ายจนเสียซิงให้ผู้ชาย หึ! โชคดีนะที่ฉันกินอิ่มมาจากข้างนอก ไม่งั้นคืนนี้คงได้หิวไส้กิ่วแน่ๆ! ความผิดกู้ซานฉีคนเดียวเลย!!!!】
กู้หงอี้กลืนน้ำลายเอื้อก: จุดจบของลูกสามดูจะน่าเวทนาไปหน่อยนะเนี่ย!
"อ้าว! ซีซี!"
ชิวเสวี่ยถิงอยากจะรั้งตัวไว้ แต่เจ้าตัวก็วิ่งหนีขึ้นห้องไปเสียแล้ว เธอจึงได้แต่ตวัดสายตาค้อนขวับใส่ลูกชายคนที่สามอย่างจนใจ
ความผิดแกคนเดียวเลยนะ!!
ในบรรดาคนที่เหลืออยู่ที่โต๊ะ มีเพียงกู้รั่วหลานเท่านั้นที่แอบสะใจอยู่ลึกๆ ที่นังตัวดีกู้หนิงซีสามารถยั่วโมโหพี่สามของเธอได้สำเร็จ—เยี่ยมไปเลย!
คนอื่นๆ ต่างมองตามแผ่นหลังของกู้หนิงซีด้วยสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะฝืนทนกินข้าวเย็นจนเสร็จท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะกระอักกระอ่วน
"เดี๋ยวตามไปที่ห้องทำงานของพ่อหน่อย มีเรื่องจะคุยด้วย"
หลังจากกินข้าวเสร็จ กู้หงอี้ก็มองหน้าลูกชายทั้งสองคนด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดขึ้น
ทั้งสองคนสบตากันและพยักหน้ารับ
สี่ทุ่มตรง ณ ห้องทำงาน
"พวกแกรู้ใช่ไหมว่าทำไมพ่อถึงเรียกมา? พวกแกรู้เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้แล้วนี่ ดูจากปฏิกิริยาของพวกแกตอนกินข้าวเมื่อกี้ พวกแกน่าจะได้ยินเสียงในใจของซีซีใช่ไหมล่ะ?"
กู้ซานฉีมองกู้หงอี้ด้วยความตกใจ เขาคิดว่าเขาเป็นคนเดียวที่ได้ยินเรื่องพวกนี้ซะอีก ที่แท้ก็มีคนอื่นได้ยินเหมือนกันเหรอ? เรื่องแบบนี้มันสามารถรู้กันถ้วนหน้าได้เลยเหรอเนี่ย?
"ใช่! แล้วก็ พ่อยังได้รู้เรื่องที่เธอสลับตัวกับรั่วหลานผ่านทางเสียงในใจของซีซีด้วย ไม่งั้นเราคงถูกหลอกไปอีกนานแค่ไหนก็ไม่รู้"
กู้หงอี้พยักหน้ายืนยัน
"พ่อครับ พ่อแน่ใจได้ยังไงว่าทุกอย่างที่เธอคิดในใจมันเป็นเรื่องจริง? จะเป็นไปได้ไหมว่าเธออาจจะกุเรื่องขึ้นมา หรือแค่หลอกพวกเราเล่นๆ น่ะ?"
กู้อี้ชิงยังคงตั้งข้อสงสัย เขาไม่ยอมปักใจเชื่อเด็กสาวที่เพิ่งเคยเจอหน้ากันง่ายๆ หรอก
กู้หงอี้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของลูกชายคนโต แต่เขาก็ยังคงอธิบายอย่างใจเย็น:
"ไม่ว่าพวกแกจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม แทบทุกอย่างที่เธอพูดมันตรงกับความจริงหมด แม่แท้ๆ ของกู้รั่วหลานสลับตัวเด็กสองคนนี้แล้วเอามาซ่อนไว้ในบ้านตระกูลกู้ของเรา พ่อเพิ่งรู้เรื่องนี้เมื่อสองวันก่อนเอง พ่อยังเจอหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าหล่อนสลับตัวซีซีกับรั่วหลานเมื่อสิบแปดปีก่อนด้วย แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่จะจับหล่อนมารับโทษ"